วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วิตามินอาหารเสริมกินยังไงให้ถูกวิธีอาหารเสริมวิตามินต่าง ๆ

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วิตามินอาหารเสริมกินยังไงให้ถูกวิธีอาหารเสริมวิตามินต่าง ๆ ในไทยมีมากหลายยี่ห้อ และที่ได้คุณภาพหรือด้อยคุณภาพก็มีอยู่ แต่ส่วนใหญ่อาจใช้ราคาเป็นตัวชี้วัดในการตัดสินใจในการเลือกซื้อ แต่จริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่ราคาเป็นหลัก แต่ราคาก็ยังมีส่วนด้วยเหมือนกัน ฉะนั้นเราต้องมีความรู้บ้างในการเลือกสินค้าที่คุณภาพ เพราะเรื่องคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกกินอาหารเสริมมากกว่า ไม่ใช่ที่ราคา เพื่อเราจะได้เสียงเงินไปโดยได้ประโยชน์ที่คุ้มค่าพอกับราคา วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี และอีกอย่างคือวิธีกินอาหารเสริมด้วยว่าควรกินตอนไหน ก่อน หรือหลังอาหาร เพราะร่างกายจะเป็นตัวกำหนดในการนำไปใช้ และถ้าหากเราได้กินวิตามินอาหารเสริมถูกต้อง ร่างกายก็สามารถนำไปใช้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยเช่นกัน และที่ถูกต้องอีกอย่างคือ การกินให้ตรงเวลาเพื่อจะได้ไม่ลืม เพราะวิตามินเสริมต้องการเวลาในการทำงานของตัววิตามินเองวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิธีทาน:

วิตามินรวมผสมแร่ธาตุ–ให้ทานพร้อมอาหารและน้ำ เนื่องจากน้ำและอาหารจะแยกวิตามินและแร่ธาตุออกจากกัน

วิตามินซี—เสื่อมสภาพเร็ว ไม่ควรซื้อขนาดใหญ่ให้ซื้อขนาดเล็กพอทานได้ 1 เดือน ทานเวลาไหนก็ได้กับน้ำเปล่า หรือพร้อมอาหาร วิตามินซีชนิดธรรมดาควรแบ่งกินครั้งละ 250-500 mg. (ยกเว้นชนิด Buffered, Time Release,Sustined ไม่ต้องแบ่ง)

วิตามินซี เป็นวิตามินตัวหนึ่งที่ละลายและดูดซึมได้ง่ายที่สุด จะทานเวลาไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องทานตอนท้องว่าง

ประโยชน์วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

ช่วยให้เนื้อเยื่อต่าง ๆ แผล หายเร็วขึ้น ทั้งยังเป็นตัวสร้างกระดูก ฟัน เหงือก และเส้นเลือดขอด
ช่วยแผลสดและแผลไฟไหม้หายเร็วขึ้นฃช่วยให้การดูดซึมธาติเหล็กดีขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างเม็ดเลือดทางอ้อม
ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (Mutation)
ช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคนอนหลับตาย (SIDS) ในเด็กอ่อน
ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน
ช่วยลดครอเลสเตอรอลในเลือด
ช่วยคลายเครียดวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

เราสามารถที่จะทานวิตามินซีได้ทุกวัน เพราะวิตามินซีสามารถขับออกจากร่างกายได้ง่าย การรับประทานวิตามินซีทำให้ผิวดีขึ้นด้วย ในวิตามินซีนอกจากจะมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ซึ่งช่วยในเรื่องชะลอความแก่ ป้องกันการเป็นมะเร็ง ภูมิแพ้ การเป็นหวัดแล้ว ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วย และไม่ตกค้างในร่างกายเพราะวิตามิน ซี ส่วนเกินจะถูกขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะในที่สุด

การทานวิตามิน ซี เป็นประจำจะมีส่วนช่วยทำให้ไม่เป็นภูมิแพ้อากาศอีกเลย เราควรรับประทานวิตามินซี ตอนไหน? ควรรับประทานหลังอาหารเช้า เพราะช่วงเวลาที่ร่างกายจะดูดซึมสารอาหารได้ดีอยู่ช่วงเช้าของแต่ละวัน เวลาประมาณ 9-10 โมงเช้าจะเป็นเวลาที่ดีที่สุด เพราะร่างกายจะดูดซึมสารอาหารต่างๆได้ดีที่สุดช่วงเวลานี้ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานวิตามินซีตอนท้องว่าง เพราะวิตามินซี มีคุณสมบัติเป็นกรดซึ่งคงไม่ค่อยดีแน่ถ้าเรากินตอนท้องว่าง และไม่ควรกินวิตามิน ซี ก่อนนอน ในบางการค้นค้าพบว่าวิตามิน ซี อาจจะทำให้ร่างกายตื่นตัว ซึ่งจะทำให้การนอนหลับยากขึ้น ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ

ปริมาณวิตามิน ซี ที่ควรได้รับในแต่ละวัน ร่างกายคนเราควรจะได้รับวิตามิน ซี ในแต่ละวันแตกต่างกันตามวิถีชีวิตและความแข็งแรงของสุขภาพร่างกายของแต่ละคน เพราะร่างกายคนเราสามารถดูดซึมวิตามินซีได้ทีละน้อยๆเท่านั้น ส่วนที่เหลือจะถูกขับออกจากร่างกายไป ถ้าร่างกายปกติ ควรได้รับวิตามินซีที่รางกายต้องการขั้นต่ำต่อวัน คือ 60 มิลลกิรัม ถ้าร่างกายมีอาการของหวัด เป็นโรคภมูิแพ้ หรือร่างกายอ่อนแอ ควรจะได้รับวิตามินซี วันละ 1,000 – 2,000 มิลลิกรัม ถ้าใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมลภาวะที่เป็นพิษ หรือมีความเครียดสูง ควรจะได้รับวิตามินซี วันละ 1,000 มิลลิกรัม วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก แบบไหนได้ดีที่สุดคำตอบคือ

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก แบบไหนได้ดีที่สุดคำตอบคือ การออกกำลังกายแบบแอโรบิค เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ใช้เวลานาน แต่ใช้ความหนักน้อย ที่สำคัญ คือร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันมาใช้เป็นพลังงานได้มากขึ้น เนื่องจากได้ออกแรงติดต่อกันเป็นเวลานาน ร่างกายจึงมีเวลาจะสลายไขมันมาใช้ได้มากขึ้น ตัวอย่างของการออกกำลังกายแบบแอโรบิคคือ เดิน วิ่ง ว่ายน้ำ ขี่จักรยานอยู่กับที่ เต้นแอโรบิค เต้นรำ ฯลฯ ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ระยะเวลาการออกกำลังกายเพื่อ ลดน้ำหนัก ต้องใช้เวลาตั้งแต่ 30 นาทีขึ้นไป(ไม่รวมเวลายืดเหยียด และผ่อนคลายกล้ามเนื้อก่อนและหลังออกกำลังกายนะคะ) แต่ไม่ควรเกินหนึ่งชั่วโมง เพราะจะทำให้ร่างกายล้าเกินไป ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือช่วงเช้าตรู่ ก่อนอาหารเช้า เนื่องจากการอดอาหารตลอดทั้งคืนซึ่งระหว่างนั้นร่างกายคุณเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต(ไกลโคเจน)จนเกือบหมด ดังนั้นร่างกายจึงถูกบังคับให้โจมตีแหล่งไขมันสะสมในระหว่างการออกกำลังกายก่อนอาหารเช้านั่นเอง

สำหรับการออกกำลังกายในตอนเช้านั้นมีข้อควรระวังเพียงอย่างเดียวนั่นคือ ควรจะให้เวลาในการยืดกล้ามเนื้อ อบอุ่นร่างกายให้มากหน่อย เพราะกล้ามเนื้อที่พักมาตลอดคืน ต้องการเวลาปรับตัวเพื่อเข้ารับการใช้งานอย่างค่อยเป็นค่อยไป H&C ฉบับนี้เลือกท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อที่เหมาะสำหรับจะใช้ในยามเช้า เตรียมพร้อมสำหรับการออกกำลังกายเพื่อลดความอ้วนทั้งหลาย โดยแต่ละท่าให้หยุดค้างไว้ท่าละ 10 วินาทีค่ะออกกำลังกายลดน้ำหนัก

สำหรับยืดกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย ยืนแยกเท้าให้กว้างกว่าไหล่เล็กน้อย ปลายเท้าเสมอกัน งอเข่าเล็กน้อย แขม่วหน้าท้องเข้าไป ยืดแขนซ้ายขึ้นเหนือศีรษะ แขนขวาไปข้างหลังลำตัว ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำอีกข้าง
ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า ปลายเท้าหันเข้าข้างใน ย่อตัวไปข้างหน้า ขาขวาเหยียดตรง (รู้สึกตึงที่น่องขาขวา) หยุดค้างไว้ 10 วินาที ยืดขาซ้ายให้ตรง ปลายเท้าชี้ไปด้านหน้า งอเข่าขวาลง (รู้สึกตึงที่ข้อเท้าซ้ายด้านหน้า) หยุดค้างไว้ 10 วินาที ยกปลายเท้าซ้ายขึ้น (รู้สึกตึงที่กล้ามเนื้อน่องซ้ายด้านหลัง) หยุดค้างไว้ 10 วินาที
ยืนตรงเท้าชิดกัน งอเข่าและย่อตัวลงนั่ง ระวังให้เท้าราบกับพื้นไม่เขย่งขึ้น และทิ้งน้ำหนักตัวไปข้างหน้า ใช้แขนช่วยพยุงตัวให้สมดุล หยุดค้างท่านี้ 10 วินาที
ยืนแยกเท้าห่างกันให้กว้างกว่าไหล่เล็กน้อย ปลายเท้าเสมอกัน งอเข่าเล็กน้อย วางมือบนต้นขา ก้มตัวลงให้หลังเป็นเส้นตรงเดียวกันจากปลายกระดูกสันหลังมาถึงปลายศีรษะ หยุดค้างไว้ 10 วินาที และเพื่อให้หลังส่วนล่างและต้นขายืดหยุ่นดีขึ้น ตรึงร่างกายส่วนบนให้แข็งไว้ แล้วยกก้นขึ้นลงหนึ่งถึงสองนิ้วเป็นจังหวะ 10 ครั้งออกกำลังกายลดน้ำหนัก
ผ่อนไหล่และต้นคอนั่ง มือจับที่ต้นขาด้านหลัง ดึงต้นขาเข้าหาอก กดไหล่ลง ยืดขาไปข้างหน้า หยุดค้างไว้ 10 วินาที จากนั้นยืดขาไปข้างหน้า กดคางมาหาอก โค้งหลังเล็กน้อย หยุดค้างไว้ 10 วินาที
นอนหงาย ยกขาขึ้นให้ฝ่าเท้าหงายขึ้นฟ้า จับต้นขาด้านหลังบริเวณเหนือเข่าเล็กน้อย แล้วดึงเข่าเข้าหาอก หยุดค้างไว้ 10 วินาที จากนั้นใช้เท้าทั้งสองวาดวงกลมในอากาศ ปล่อยให้หลังส่วนล่างได้เคลื่อนไหวเบาๆบนพื้น
นอนหงายขาซ้ายเหยียดตรง พับขาขวามาวางพาดขนเข่าซ้าย วางมือขวาบนเข่าข้างที่งอและออกแรงกดลงพื้น ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำเช่นเดียวกันอีกข้าง
นั่งขัดสมาธิ ยืดแขนขวาตรงผ่านหน้าอก ใช้มือซ้ายจับแขนขวาเหนือข้อศอกเล็กน้อย ดึงเบาๆเข้าหาตัว หยุดค้างไว้ 10 วินาที จากนั้นพับแขนขวาให้มือพาดผ่านคอไปด้านหลัง แล้วใช้มือซ้ายดันข้อศอกขวาเข้าหาคอ ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำเช่นเดียวกันกับแขนอีกข้าง
นั่งขัดสมาธิ งอแขนขวายกขึ้นไว้หลังศีรษะให้ฝ่ามือแตะหลัง ใช้มือซ้ายจับข้อศอกและดันไปข้างหลังเบาๆ ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำเช่นเดียวกันกับแขนอีกข้าง ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

วิตามินผิวขาว ประโยชน์จาก Vitamin C ต่อผิว Vitamin C ผิวขาว

วิตามินผิวขาว ประโยชน์จาก Vitamin C ต่อผิว Vitamin C ผิวขาว มีสรรพคุณลดอาการอักเสบ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ผิวหนัง และยังช่วยลดการทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีผิว จึงช่วยในการลดริ้วรอย จุดด่างดำจากรอยแผลเป็น และรอยสิวต่างๆได้ วิตามินผิวขาว.

วิตามินผิวขาว

วิตามินผิวขาว นอกจากนี้ยังช่วยปรับสีผิวที่คล้ำจากแสงแดดให้ดูกระจ่างใสมากขึ้น ช่วยสมานแผลสดและแผลไฟไหม้ให้หายเร็วขึ้น เนื่องจากวิตามินซีช่วยให้ร่ายกายซ่อมแซมและรักษาตัวเองโดยไปเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง แผลจึงหายได้เร็วขึ้น ในผู้ที่ขาดวิตามินซีบาดแผลที่ผิวหนังจะหายช้ากว่าปกติ อย่างไรก็ดี ควรใช้วิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสมและต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพราะต้องเข้าใจว่าวิตามินซีเป็นวิตามินชนิดละลายในน้ำได้ ร่างกายไม่สามารถเก็บสะสมได้ตลอดเวลา ดังนั้นจำเป็นต้องเติมวิตามินซีเข้าสู่ร่างกายเป็นประจำ
ปัจจุบันการได้รับวิตามินซีจากผักและผลไม้ ถือว่ายังไม่เพียงพอ เนื่องจากกว่าที่ผักผลไม้จะมาถึงมือเรา ต้องผ่านการชำระล้าง รวมถึงกรรมวิธีการประกอบอาหาร และได้รับประทานในที่สุด คุณค่าของวิตามินซีจึงสูญเสียไปค่อนข้างมาก ฉะนั้นหากสามารถเลือกรับประทานทานผักและผลไม้สดได้ในแต่ละวันก็เป็นการดีและเพียงพอวิตามินผิวขาว
อาหารจำพวกผักที่มีวิตามินซีสูงได้แก่ บล็อคโคลี่ คะน้า พริกซี้ฟ้าเขียว ยอดสะเดา ใบปอ ผักหวาน ผักกาดเขียว สำหรับผลไม้ ได้แก่ ฝรั่ง มะขามป้อม มะปรางสุก มะละกอสุก ขนุน ส้ม มะม่วงวิตามินผิวขาว
ในเรื่องของ Vitamin C ผิวขาว มีผลการทำวิจัยมาแล้วว่าเวลาเอามาทาที่ผิว จะไม่ค่อยเห็นผลเท่าไหร่ เพราะวิตามินซีไม่ใช่สารหลักที่ช่วยให้ผิวขาว กระจ่างใสมากขึ้น แต่มักจะนำมาเป็นสารองค์ประกอบในเครื่องสำอางหรือครีมบำรุงผิวมากกว่า ดังนั้นในผลิตภัณฑ์เพื่อผิวขาวต่างๆ นอกจากวิตามินซีแล้ว จึงควรมีส่วนผสมอื่นๆรวมอยู่ด้วย อย่างเช่น วิตามินอี เพราะเป็นสารที่ละลายในไขมัน พอทาไปบนผิวแล้ว วิตามินอีสามารถซึมเข้าไปออกฤทธิ์ได้ดีกว่า
ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เสริมความงามออกมาจำหน่ายมากมาย ทั้งแบบรับประทานและทาบำรุง หรือที่เป็นสารสกัดเพื่อใช้ฉีดเข้าสู่ผิวโดยตรงก็มี ทางที่ดีควรใช้อย่างระมัดระวังและศึกษาให้ถี่ถ้วนเสียก่อน เพราะเหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ ในกรณีที่ได้รับวิตามินซีมากเกินไป หรือรับประทานในปริมาณที่สูงมากกว่า 10,000 มิลลิกรัมขึ้นไป จะก่อให้เกิดผลเสีย เช่น อาการท้องร่วง ปัสสาวะบ่อย มีผื่นผิวหนัง และอาจทำให้เกิดนิ่วได้ ซึ่งหากมีอาการดังกล่าวควรรับประทานในปริมาณที่น้อยลงทันที ที่สำคัญคนไข้โรคมะเร็งที่กำลังฉายรังสีหรือเคมีบำบัด ไม่ควรรับประทานวิตามินซี เพราะจะทำให้ผลตรวจแปรปรวนวิตามินผิวขาว.

รอยแตกลาย วิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับผิวแตกลายคือการป้องกัน

รอยแตกลาย วิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับผิวแตกลายคือการป้องกัน เพราะถ้าผิวแตกลายแล้วจะรักษาให้หายได้ยาก แต่ทุกวันนี้ก็มีครีมและอุปกรณ์ที่ใช้ในการแก้ไขรอยแตกลายให้เลือกใช้มากมายในท้องตลาด ลองมาดูกันดีกว่าว่าอะไรได้ผล หรือไม่ได้ผลเพราะอะไร รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย

– กรดไกลโคลิก เป็นที่รู้จักว่ามีคุณสมบัติคืนความอ่อนเยาว์ สามารถช่วยให้รอยแตกลายจางลงได้ แต่อาจทำให้ผิวหนังลอกได้ เนื่องจากกรดไกลโคลิกเผยผิวที่สุขภาพดีกว่าโดยการลอกผิวหนังชั้นบนสุดออก รอยแตกลาย
– วิตามินซี ช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจน (ที่เป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง) และทำงานร่วมกับกรดไกรโคลิกได้ดี
– เปปไทด์ ยังไม่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเปปไทด์ช่วยฟื้นฟูผิวได้จริง รอยแตกลาย
– เรตินอยด์ อยู่ในกลุ่มของผลิตภัณฑ์วิตามินเอ มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในช่วงต้น ทำให้รอยแตกลายดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เรตินอยด์จะไม่มีประสิทธิภาพถ้ารอยแตกลายเป็นสีขาว ที่สำคัญคือต้องหลีกเลี่ยงการใช้เรตินอยด์ในขณะตั้งครรภ์ เพราะอาจทำให้ทารกเกิดความพิการได้
– กรดไกลโคลิกและเรตินอยด์ มีประสิทธิภาพรักษารอยแตกลายได้ดีกว่าเมื่อใช้ร่วมกัน เพราะจะเพิ่มความยืดหยุ่นของรอยแตกลายได้
– น้ำมันวีทเจิร์ม อุดมไปด้วยวิตามินอี มีการศึกษาพบว่าน้ำมันวีทเจิร์มทำให้รอยแตกลายดีขึ้นได้ถ้าใช้ตอนเริ่มเป็นรอยแตกลาย.

กระชับรูขุมขน สาวๆสามารถแก้ปัญหารูขุมขนกว้างด้วยสูตรกระชับรูขุมขน

กระชับรูขุมขน สาวๆสามารถแก้ปัญหารูขุมขนกว้างด้วยสูตรกระชับรูขุมขน จากวิธีธรรมชาติสำหรับวิธีกระชับรูขุมขนกว้างบนใบหน้าง่ายๆนั้น ดังต่อไปนี้ค่ะ กระชับรูขุมขน.

กระชับรูขุมขน

กระชับรูขุมขน
1. มะเขือเทศ หากพอกหน้าด้วยมะเขือเทศปั่นวันละ 15 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำเย็น จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นสดใส ไม่แห้งกร้าน มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรัยแห่งวัย ผิวพรรณไม่แห้งกร้าน สมานผิวหน้าให้เต่งตึง รักษาสิว และช่วยกระชับรูขุมขนอย่างเห็นผลได้ชัดอีกด้วยค่ะกระชับรูขุมขน

2. ประคบน้ำแข็ง เพียงแค่นำเอาก้อนน้ำแข็งสะอาดมาประคบบนใบหน้า หรือถ้าเย็นมากจนทนไม่ไหวก็ให้ใช้ผ้าบางๆ ห่อน้ำแข็งเอาไว้ ก่อนจะนำมาถูก็ได้ จากนั้นถูวนเบาๆและเน้นบริเวณผิวที่มีรูขุมขนกว้าง ทำเป็นประจำทุกเช้าหรือก่อนนอนครั้งละประมาณ 15-30 วินาที ก็จะช่วยทำให้รูขุมขนกระชับและเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดค่ะ

3. มะนาว เพียงแค่นำน้ำมะนาวประมาณ 1 ช้อนโต๊ะผสมลงไปกับดินสอพองหรือน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า ช่วยลดปัญหารูขุมขนอย่างเห็นผลได้ชัด นอกจากนี้แล้วมะนาวยังช่วยให้ผิวหน้าที่เสื่อมสภาพหลุดลอกออกไป พร้อมๆกับช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ๆ ช่วยให้รอยด่างดำหรือรอยแผลเป็นจางลงอีกด้วยค่ะกระชับรูขุมขน

4. น้ำผึ้ง อีกหนึ่งตัวช่วยชะลอริ้วรอยแห่งวัย ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส และยังช่วยกระชับรูขุมขนให้แลดูเล็กลงอีกด้วย เพียงแค่นำน้ำผึ้งไปผสมกับโยเกิร์ต แล้วนำมาพอกหน้าไว้ประมาณ 15 นาที หรือนำมานวดแบบเพียวๆก็ได้เช่นกันค่ะ

5. ใบบัวบก อีกหนึ่งสมุนไพรที่ช่วยกระชับรูขุมขนที่ได้ผลดีไม่น้อยไปกว่าวิธีอื่นๆ เนื่องจากใบบัวบกมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต่อต้านการเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกายนั่นเอง สำหรับวิธีใช้ใบบัวบกลดรูขุมขนนั้น เพียงแค่นำใบบัวบกเอามาปั่นผสมกับน้ำเย็น แล้วพอกทิ้งไว้ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15 -30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้รูขุมขนก็จะค่อยๆเล็กลงๆจนหายไปในที่สุดค่ะ  กระชับรูขุมขน.

ลดหน้าท้อง พุงพะโล้เป็นสิ่งที่สาวๆหลายคนไม่อยากมีแน่นอน

ลดหน้าท้อง พุงพะโล้เป็นสิ่งที่สาวๆหลายคนไม่อยากมีแน่นอน เพราะทำให้เราใส่เสื้อผ้าชุดไหนก็ไม่สวย โดยเฉพาะชุดที่รัดรูปทำให้ไม่สามารถโชว์หน้าท้องแบนราบหรืออวดสัดส่วนได้รูปอย่างใจได้ วันนี้สาวคนไหนกำลังมองหาวิธีพิชิตหน้าท้องให้แบนราบ แก้วใสมีเทคนิคกินอาหารลดหน้าท้องมาฝากแล้วค่ะ กับ 8 สุดยอดอาหารสลายพุงดังนี้ ลดหน้าท้อง.

ลดหน้าท้อง

ลดหน้าท้อง หน้าท้องแบนราบกับ 8 สุดยอดอาหารสลายพุง

1.กินผลไม้รสเปรี้ยวลดหน้าท้อง
เนื่องจากผลไม้รสเปรี้ยวมีวิตามินซีสูงเป็นผลดีต่อการช่วยย่อยและการดูดซึมสารอาหาร กระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ ได้ สำหรับผลไม้รสเปรี้ยวที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญไขมันได้อย่างดีเยี่ยมที่สุดก็คือ ส้ม มะนาวผิวเหลือง (Lemon) มะนาว (Lime) ส้มจีน (Tangerine) และกีวี พร้อมกันนี้ เมื่อสาวๆ เริ่มลดน้ำหนักก็สามารถหันมากินผลไม้รสเปรี้ยวไปพร้อมกับผลไม้ชนิดอื่นที่มีคุณสมบัติช่วยลดน้ำหนักได้ดีเช่นกัน ซึ่งได้แก่ สับปะรด แตงโม องุ่น ส้มและแอปเปิ้ล เป็นต้นลดหน้าท้อง

2.ผักหลากชนิด
ผักต่างๆ ล้วนมีเกลือแร่และให้แคลอรีต่ำ แต่อุดมด้วยใยอาหารสูง เช่น บล็อกโคลี คะน้า ผักบุ้ง กะหล่ำปลี ผักโขม ถั่วและมะเขือเทศ เป็นต้น ผักเหล่านี้นอกจากวิตามิน แร่ธาตุสูงแล้ว ยังไร้ไขมันอีกด้วย แต่หากนำมาประกอบอาหารไม่ควรใช้น้ำมันที่ทำให้อ้วน อาจจะใช้น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันดอกทานตะวันในการผัดปรุงอาหารเพียงเล็กน้อยก็พอค่ะ เพราะน้ำมันเหล่านี้เป็นไขมันประเภทไม่อิ่มตัว กินแล้วไม่ทำให้อ้วนง่ายนั่นเอง และที่สำคัญการกินอาหารที่มีไขมันดีบ้างจะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

3.ข้าวโอ๊ต
เป็นอาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรตบางชนิดที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับ ให้พลังงานแต่ไม่ทำให้อ้วน เพราะมีไฟเบอร์สูง กินแล้วจึงช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องนานและแก้ปัญหาท้องผูกได้ด้วย

4.ปลา
ปลาทะเลต่างๆ เช่น ทูน่า แซลมอนและแมคคาเรล เป็นต้น ล้วนเปี่ยมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่มีประโยชน์ มีโปรตีนและแคลอรีต่ำ ทานเป็นประจำดีต่อสมองและหัวใจ แถมยังช่วยเผาผลาญไขมันหน้าท้องได้ด้วยนะคะ

5.ถั่ว
เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าถั่วเป็นเมล็ดพืชจากธรรมชาติที่มีสารอาหารดีๆ ต่อร่างกายหลายด้าน มีไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ ทำให้เราอิ่มท้องนานและควบคุมอาการหิวโหยได้ดี ไม่ว่าจะเป็นวอลนัทหรือเมล็ดอัลมอนด์ กินเพียงวันละ 1 กำมือยามท้องว่าง รับรองแก้อาการหิวจุบจิบได้ดีสุดๆ

6.ถั่ว Pulses และถั่วดาล (Dals)
เป็นถั่วที่มีกรดอะมิโนที่ดีต่อสุขภาพ ที่สำคัญไขมันต่ำไม่ทำลายสุขภาพอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีถั่วงอกที่เหมาะสมกับการนำมาทำอาหารทานเพื่อสุขภาพเป็นประจำ

7.ไข่ลดหน้าท้อง
อาหารที่หากินง่าย ได้ประโยชน์จากโปรตีนสูง แถมยังมีแคลอรีต่ำแต่ให้พลังงานที่ดีต่อร่างกาย และยังช่วยกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญพลังงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นด้วย

8.น้ำเปล่า
หากอยากให้หน้าท้องแบนราบ ป้องกันไขมันเข้ามาสะสมภายในร่างกาย แนะนำให้สาวๆ หมั่นจิบน้ำบ่อยๆ ค่ะ เพราะมันจะช่วยควบคุมความหิว ทำให้เรากินมื้อหลักเพียงน้อยนิดก็อิ่มได้ง่ายแล้ว

อยากมีหน้าท้องแบนราบ อย่าลืมหันมากินสุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพ 8 อย่างดังที่แก้วใสแนะนำกันนะคะ แล้วคุณจะมีทั้งสุขภาพดีและมีหน้าท้องสวยเซ็กซี่ในแบบที่ต้องการแน่นอน ลดหน้าท้อง.

สิวอักเสบ วิธีรักษาสิวอักเสบแบบง่ายๆ ที่เราสามารถทำได้อย่างเป็นขั้นตอน

สิวอักเสบ วิธีรักษาสิวอักเสบแบบง่ายๆ ที่เราสามารถทำได้อย่างเป็นขั้นตอน และช่วยให้อาการ สิวอักเสบ หายภายใน 3 วัน พร้อมแล้วเรามาเรียนรู้กันเลย สิวอักเสบ.

สิวอักเสบ

สิวอักเสบ 5 วิธีรักษาสิวอักเสบ ให้ไม่เหลือรอย

รักษาสิวสิวอักเสบ

1. งดการแกะเกาเด็ดขาด

วิธีรักษาสิวอักเสบ ขั้นตอนแรกคือ ให้เรางดกิริยาอาการในการแกะ หรือเกาบริเวณใบหน้า และจุดที่เป็นสิวอักเสบโดยเด็ดขาด ย้ำอีกครั้งนะว่า

ห้ามโดยเด็ดขาด เพราะการทำแบบนั้นจะทำให้ เกิดการลุกลามของสิวอักเสบมากยิ่งขึ้น แทนที่สิวจะหายอย่างรวดเร็ว กลายเป็นว่า สิวกลับเห่อ และลุกลามออกไปมากยิ่งขึ้น

2. อย่าบีบ

วิธีรักษาสิวอักเสบ ข้อที่สองคือ เมื่อเรางดการสัมผัสบริเวณเป็นสิวอักเสบแล้ว ก็อย่าได้นำมือของเราไป บีบสิว เพื่อหวังให้หนองไหลออกมา

เพราะการทำแบบนั้น นอกจากจะเสี่ยงต่อภาวะติดเชื้อ อันเกิดจากมือของเราที่สกปรกแล้ว

ยังรวมไปถึง การเป็นแผลเป็นซึ่งได้ไม่คุ้มเสียเอาเสียเลยครับ แถมจะทำให้เกิดรอยแดง รอยดำ หลังจากที่สิวหายแล้วอีกด้วย

วิธีรักษาสิว

3. ล้างหน้าด้วยครีม หรือโฟมล้างหน้าชนิดรักษาสิว

วิธีรักษาสิวอักเสบ ข้อที่สามคือ ให้เราเลือกโฟมล้างหน้า หรือครีมล้างหน้ารักษาสิว โดยสังเกตว่าจะมีส่วนผสมของสารที่ชื่อว่า ไตรโคซาน

สารชนิดนี้ จะช่วยในการรักษาอาการของสิวอักเสบ ได้เป็นอย่างดีครับ โดยให้เรานั้นล้างหน้าในตอนเช้า และตอนเย็นของทุกๆ วัน

โดยเฉพาะในช่วงที่เป็นสิว อาจต้องเพิ่มในช่วงของระหว่างวันด้วย

4. ใช้ยาควบคู่กันไปด้วยสิวอักเสบ

วิธีการรักษาสิวอักเสบ ข้อที่สี่คือ การซื้อยามาทาหรือรับประทาน เพื่อช่วยเร่งการยุบตัวของสิว สำหรับยาประเภทใดเหมาะกับการรักษานั้น โปรดปรึกษาเภสัชกรในการขอคำแนะนำที่ถูกต้องนะครับ

5. หากรุนแรงให้พบแพทย์

และวิธีการรักษาสิวอักเสบ ข้อสุดท้าย คือหากพบว่า อาการของสิวอักเสบลุกลามอย่างต่อเนื่องภายใน 72 ชั่วโมง และไม่มีที่ท่าว่าจะหาย หรือลดลงเลย อย่างนี้แสดงว่าอาจเกิดอาการติดเชื้อได้

ดังนั้น วิธีการรักษาสิวที่ดีที่สุดคือ ให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน และถ้าหากคุณมียาที่ทา หรือกินอยู่ให้เอาไปด้วยนะ เพราะบางทีอาการของสิวที่เห่อขึ้นมานั้น อาจเกิดจากการแพ้ยาก็ได้ สิวอักเสบ.

วิตามินซี ปริมาณวิตามินซีที่ควรได้รับต่อวัน

วิตามินซี ปริมาณวิตามินซีที่ควรได้รับต่อวัน นอกจากจะทราบกันไปแล้วว่าวิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุด สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจกันต่อไปก็คือปริมาณวิตามินซีที่ควรจะได้รับในแต่ละวันนั้นแตกต่างกันออกไปตามวิถีชีวิต และความแข็งแรงของสุขภาพร่างกาย รวมถึงวัตถุประสงค์ของการใช้วิตามินซี.

วิตามินซี

วิตามินซี โดยองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาแนะนำให้ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปควรได้รับวิตามิน ซี ในปริมาณที่เหมาะสม คืออย่างน้อย 60 มิลลิกรัมต่อวัน เนื่องจากวิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายน้ำและถูกขับออกทางปัสสาวะได้ ดังนั้น จึงควรบริโภคอย่างสม่ำเสมอทุกวัน
นอกจากนี้ วิตามินซียังมีบทบาทในเป็นตัวช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ โดยที่มีการศึกษาอย่างต่อเนื่องกว้างขวาง ในบางรายอาจจะจำเป็นต้องได้รับในปริมาณที่สูงขึ้น อย่างผู้ที่มีอาการเป็นหวัด โรคภูมิแพ้ และร่างกายอ่อนแอ ควรได้รับวิตามินซีวันละ 1,000-2,000 มิลลิกรัม
ผู้ที่อยู่ท่ามกลางมลภาวะที่เป็นพิษ และต้องอยู่กับความเครียด เช่น การทำงานหนัก ต้องใช้ความคิดมากๆ ควรได้รับวิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัม ขณะเดียวกันคนที่ต้องการดูแลและบำรุงสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง มีภูมิต้านทานโรค ควรได้รับวิตามันซีวันละ 1,000 มิลลิกรัมขึ้นไปวิตามินซี
โดยสรุปแล้ววิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุด คำตอบคือหลังอาหารเช้า เพราะมีอาหารที่รับประทานเข้าไปเป็นตัวนำพาให้ร่างกายนำวิตามินซีไปใช้ และเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายดูดซึมได้ดี ทั้งนี้ ในเรื่องของการรับประทานวิตามินซีเป็นอาหารเสริมก็เป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้กระทำ เนื่องจากวิตามินซีเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายและเป็นวิตามินที่ละลายน้ำ ถูกขับออกได้ทางปัสสาวะ และยังไม่เคยมีรายงานเกี่ยวกับพิษภัยร้ายแรงที่เกิดจากการได้รับวิตามินซีมากเกินไป วิตามินซี.

ลดความอ้วน ออกกำลังกายเพื่อควบคุมและลดน้ำหนัก

ลดความอ้วน ออกกำลังกายเพื่อควบคุมและลดน้ำหนัก การออกกำลังกายนอกจากจะต้องคำนึงถึงรูปแบบโปรแกรมที่ปลอดภัยและมีประสิทธิผลแล้ว ควรกำหนดโปรแกรมที่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องตลอดไปด้วย เท่าที่พบมาประมาณครึ่งหนึ่งของคนที่บริหารร่างกายเพื่อการลดน้ำหนัก มักจะเลิกออกกำลังกายกลางคันในเวลาสั้นๆ ทำให้การออกกำลังกายไม่ได้ผลอย่างที่ควรเป็น ดังนั้นใครที่กำลังจะเริ่มต้นออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก ผมมีวิธีมาแนะนำดังต่อไปนี้ครับ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน

– ค่อยๆ เริ่มช้าๆ ดูระดับความแข็งแรงและความสามารถของตนเอง อย่าใจร้อนออกกำลังกายหักโหม เพราะอาจได้รับบาดเจ็บและผลที่ได้อาจไม่เป็นไปอย่างที่คิด ทำให้ท้อแท้จนถึงกับเลิกออกกำลังกายไปเลย ถ้าเป็นคนที่มีน้ำหนักตัวมากๆ ควรเริ่มด้วยการออกกำลังกายแบบมีแรงกระแทกต่ำ เช่น การเดิน ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ เป็นต้น

– ตั้งเป้าหมาย เริ่มจากสั้นๆ ก่อนถ้าทำได้แล้วค่อยๆ เพิ่มเป้าหมายให้ยาวขึ้นหรือหนักขึ้น เช่น ตั้งใจว่าจะเดินออกกำลังกายให้ได้ 25 นาทีในช่วงเดือนแรกและลดน้ำหนักให้ได้ 2-4 กิโลกรัม หลังจากนั้นเข้าร่วมออกกำลังกายในคลาส
ปั่นจักรยานให้ครบ 50 นาทีภายในเดือนที่ 3 และลดน้ำหนักลงให้ได้ 6-12 กิโลกรัม

– มีการบันทึกตารางการออกกำลังกาย เพื่อดูผลความก้าวหน้า ให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจ
ในการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องต่อไป

– ควรจัดตารางเวลาของการออกกำลังกาย ไว้ในชีวิตประจำวันให้ได้ คุณสามารถเลือกทำกิจกรรม 2 อย่างพร้อมกันในเวลาเดียว เช่น วิ่งบนลู่วิ่งในเวลาที่ต้องดูข่าวทีวี เป็นต้น

– เลือกสถานที่ออกกำลังกายที่สะดวกต่อการเดินทาง

– ข้อนี้สำคัญที่สุดครับ คือ ควรหากิจกรรมออกกำลังกายที่คุณจะรู้สึกชอบและสนุกไปกับมัน เพื่อที่จะปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่องและตลอดไปครับ

เคล็ดลับการ ลดน้ำหนัก ที่ว่านี้ ก็คือการเลือกดื่มน้ำเปล่า แทนการอดอาหารนั่นเองค่ะ น้ำเปล่า เป็นตัวเลือกที่ดีและเหมาะสม อีกหนึ่งตัวเลือกเลยนะคะ ที่คุณสาวๆ สามารถใช้เป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนัก ในแต่ละวันได้ ลดน้ำหนัก ด้วยการดื่มน้ำนั้น ก็มีเคล็ดลับแบบง่ายๆ โดยให้คุณสาวๆ ดื่มน้ำเปล่า 2 แก้ว ก่อนการทานอาหารครึ่งชั่วโมง ในทุกๆ มื้ออาหาร จะส่งผลทำให้คุณสาวๆ มีความอยากในการทานอาหารลดน้อยลงลดความอ้วน
แถมยังมีผลการวิจัย (Institute for Public Health and Water Research และ Virginia Tech University ประเทศสหรัฐอเมริกา) ระบุว่า น้ำเปล่านั้น สามารถเข้าไปช่วยทำให้เกิดการเผาผลาญไขมัน และน้ำตาลในร่างกายได้ศาสตราจารย์ ดร. บาร์รี ป็อปคิน ผู้อำนวยการศูนย์ UNC Interdisciplinary Obesity Center (IDOC) ประจำมหาวิทยาลัยนอร์ธแคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา แสดงทัศนะว่า การดื่มน้ำเปล่าในปริมาณเหมาะสมช่วย ลดน้ำหนัก เพราะเหตุผลสองประการ คือ ประการที่หนึ่ง “น้ำทำให้อุณหภูมิภายในร่างกายลดลง ร่างกายจึงเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้น เพื่อให้เกิดสมดุลความร้อน ส่งผลให้อาหารและพลังงานถูกเผาผลาญตามไปด้วย ช่วยลดปริมาณไขมันส่วนเกินสะสม“

ประการที่สอง “เมื่อดื่มน้ำเปล่ามากขึ้น ทำให้ลดโอกาสดื่มน้ำหวาน หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ส่งผลให้ร่างกายได้รับพลังงานน้อยลง จึงควบคุมน้ำหนักง่ายขึ้น“

นอกจากนี้ คุณสาวๆ จะต้องหลีกเลี่ยง การดื่มน้ำอัดลม ชา กาแฟ น้ำหวานต่างๆ ไม่ว่าคุณสาวๆ จะอยากทานมากแค่ไหน ก็ต้องหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุด เพราะเครื่องดื่มเหล่านั้น เป็นตัวเพิ่มระดับน้ำตาลให้กับร่างกายได้สูงมากขึ้น แถมยังยากต่อการเผาผลาญอีกด้วยนะคะ

อ๊ะๆ คุณสาวๆ อย่าเพิ่งรีบร้อน จนหาทางออกของการลดน้ำหนักด้วยการดื่มน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวนะคะ นอกจากการดื่มน้ำเปล่าแล้ว คุณสาวๆ จะต้องเลือกอาหารที่พอเหมาะ และมีประโยชน์กับร่างกายด้วย ที่สำคัญ คุณสาวๆ จะต้องไม่ลืมที่จะออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยนะคะ จะได้สวย ใส น่ารัก มีสุขภาพดี สมบูรณ์แบบได้ลดความอ้วน

การที่เราไม่เคร่งครัดในการลดน้ำหนักจนเกินไปนั้นจะทำให้เราสามารถลดน้ำหนักไปได้เรื่อยๆในระยะยาว แม้ว่าจะการพูดแบบนี้มันจะดูแปลก แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องจริงที่น่ายินดีทีเดียว

นักวิจัยแนะนำว่าให้กินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนสูงในตอนเช้า คุณจะพบว่าในทั้งวันนั้นคุณจะไม่ค่อยรู้สึกหิวเหมือนแต่ก่อน ด้วยวิธีนี้จึงเป็นวิธีลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพดีทีเดียว

คุณจะสามารถต่อสู้กับความอยากได้เป็นอย่างดี ดีกว่าการที่คุณจะมานั่งอดทนกับความอยากความหิวตลอดช่วงเวลาที่คุณลดน้ำหนัก เพราะฉะนั้นการกินอาหารเช้าที่อุดมไปด้วยโปรตีนและน้ำตาลมันจะช่วยให้แผนการลดน้ำหนักของคุณนั้นประสบผลสำเร็จได้ง่ายขึ้นอย่างแน่นอน

ถึงตรงนี้บางคนอาจจะดีใจจนเนื้อเต้นและรีบออกล่าอาหารในทันใด แต่เดี๋ยวก่อน! ไม่เคร่งครัดมากไม่ได้หมายความว่าให้คุณกินอะไรได้ตามใจชอบนะ แบบนั้นมันก็ไม่ใช่ลดน้ำหนักน่ะสิ โปรดอย่าลืมว่าคุณกำลังลดน้ำหนักอยู่แต่คุณสามารถที่จะกินอะไรต่างๆได้มากกว่าเดิมในตอนเช้าเท่านั้น ไม่ใช่ว่าเพิ่มปริมาณมันเสียทุกมื้อ ถ้าเป็นแบบนั้นได้อ้วนขึ้นกว่าเดิมแน่ เพราะฉะนั้นการลดน้ำหนักของคุณยังคงดำเนินต่อไป ถ้าหากใครไม่เพิ่มปริมาณแล้วยังอยู่ได้ก็ไม่ต้องเพิ่ม แต่ถ้าหากใครไม่ไหวจริงๆก็เพิ่มอาจจะช้านิดหน่อยแต่ก็ชัวร์นะ ลดความอ้วน.

ลดต้นขา 12 วิธีลดต้นขา เปลี่ยนต้นขาใหญ่ให้เรียวสวย

ลดต้นขา 12 วิธีลดต้นขา เปลี่ยนต้นขาใหญ่ให้เรียวสวย วิธีลดต้นขา ความสวยความงามของผู้หญิงในปัจจุบันนี้ไม่ได้มีแค่เพียงหน้าตาอีกต่อไป แม้แต่รูปร่างก็ต้องเป๊ะทุกสัดส่วน ตั้งแต่ทรวดทรงองค์เอวจนไปถึงเรียวขา จะมาเป็นสาวหน้าสวยแต่น่องตันก็คงไม่งามสักเท่าไร ดังนั้นเราจึงควรดูแลเรียวขาให้เรียบเนียนและกระชับได้สัดส่วนที่ดีอยู่เสมอ ด้วยวิธีลดต้นขาดังต่อไปนี้ ลดต้นขา.

ลดต้นขา

ลดต้นขา
1. ลดต้นขา ลดแป้งและไขมัน

ลดต้นขา ควรรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการให้ครบทั้ง 3 มื้อ แต่เน้นผักและผลไม้สด รับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์และนมแค่พอดี โดยหลีกเลี่ยงอาหารประเภทข้าวหรือแป้งขัดสี อาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง เพื่อป้องกันการสะสมไขมันส่วนเกินในร่างกาย นอกจากนี้ควรดื่มเปล่าอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

2. ออกกำลังกายลดต้นขา อย่างสม่ำเสมอ

ออกกำลังกายลดต้นขา ออกกำลังกายวันละ 15 – 30 นาที หรือสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพื่อเผาผลาญพลังงานและไขมันส่วนเกินในร่างกาย โดยเน้นท่าออกกำลังกายตรงส่วนขาให้มากๆ อย่างเช่น การปั่นจักรยาน กระโดดเชือก เวทเทรนนิ่ง หรือเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเล็กๆ น้อยๆ เช่น ขึ้นบันได้แทนการใช้ลิฟต์ในที่ทำงาน เป็นต้น

3. โยคะลดต้นขา

โยคะลดต้นขา หนึ่งในการออกกำลังกายที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้หญิง เนื่องจากช่วยลดการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายแบบอื่นๆ ได้พอสมควร และยังมีอีกหลายๆ ท่า ที่สามารถช่วยกระชับต้นขาอย่างได้ผล เมื่อปฏิบัติเป็นประจำและสม่ำเสมอ

4. นวดลดต้นขา เพื่อสลายเซลลูไลต์

นวดลดต้นขา ใช้เจลลดต้นขาหรือครีมลดต้นขาหรือครีมกระชับต้นขา นำมานวดบริเวณต้นขาประมาณ 20 – 30 นาทีต่อวัน เพื่อให้สารสกัดและส่วนประกอบต่างๆ ซึมซาบลงสู่ชั้นใต้ผิวหนัง และเข้าไปสลายไขมันและเซลลูไลต์ที่สะสมตามต้นขา จึงทำให้ต้นขากระชับและเล็กลง

5. เครื่องออกกำลังกายลดต้นขา

เครื่องออกกำลังกายลดต้นขา การออกกำลังที่มีอุปกรณ์ช่วยทำให้การลดต้นขานั้นสนุกและง่ายมากขึ้น ซึ่งมีหลากหลายชนิดให้เลือก แต่อุปกรณ์ที่น่าแนะนำมากที่สุดก็คือ “จักรยานไฟฟ้า” หรือ “เครื่องบริหารช่วงขา” เนื่องจากหาซื้อได้ง่ายและราคาไม่สูงมาก

6. กางเกงลดต้นขา

กางเกงลดต้นขา เป็นกางเกงที่ผลิตจากผ้าไนลอน มีลักษณะคล้ายกางเกงเลกกิ้งผสมกับถุงน่อง เมื่อสวมใส่เข้าไปจะช่วยยกเก็บกระชับต้นขาที่หย่อนคล้อยให้ดูเรียวขึ้น จากนั้นจึงค่อยสวมทับด้วยกางเกงขายาวหรือกระโปรงยาว ซึ่งวิธีนี้จะเห็นผลเฉพาะตอนที่สวมใส่กางเกงลดต้นขาเท่านั้น

7. ดูดไขมันลดต้นขา

ดูดไขมันลดต้นขา วิธีนี้ได้ผลลัพธ์ที่ดีมาก แต่ถ้าไม่ควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายก็จะเกิดการสะสมไขมันขึ้นมาใหม่ รวมถึงยังมีค่าใช้จ่ายสูงและค่อนข้างเจ็บตัวพอสมควร โดยใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียง (Ultrasound) เข้าไปทำให้ไขมันแตกตัวหรือสลายกลายเป็นของเหลว จากนั้นจึงใช้เครื่องดูดของเหลวนั้นออกมา

8. ฉีดโบทอกซ์ลดต้นขา

ฉีดโบทอกซ์ลดต้นขา การฉีดโบทอกซ์หรือ Botulinum Toxin เหมาะสำหรับผู้ที่มีต้นขาใหญ่อันเนื่องมาจากกล้ามเนื้อเท่านั้น เมื่อหลังจากฉีดได้ประมาณ 1 – 2 เดือน ก็จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนว่าต้นขาเล็กลงนั่นเอง และควรฉีดซ้ำทุก 4 – 6 เดือน

9. ทำคาร์บ็อกซี่ลดต้นขา

ทำคาร์บ็อกซี่ลดต้นขา Carboxy Therapy เป็นเทคนิคการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาเร่งสลายไขมัน ขณะเดินก๊าซจะรู้สึกเจ็บยุบยิบๆ วิธีนี้จะเห็นผลเพียงใดขึ้นอยู่กับผู้ที่รับการบริการด้วย และอาจจะต้องทำซ้ำ 3 – 4 ครั้ง

10. ฉีดลดต้นขา

ฉีดลดต้นขา เรียกว่า Lipodissolve เป็นการฉีดกลุ่มตัวยาที่มีสรรพคุณในการสลายไขมันเข้าไปที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ทำให้ผนังไขมันเกิดการแตกตัวกลายเป็นไขมันเหลว จากนั้นร่างกายก็จะดูดซึมกลับไป ซึ่งวิธีนี้จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพราะการฉีดแต่ละครั้งจะสลายไขมันได้แค่เพียงบางส่วน

11. เครื่องลดต้นขา Cavitations

เครื่องลดต้นขา Cavitations เป็นเครื่อง Superficial Ultrasound โดยใช้นวดละลายไขมัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีต้นขาใหญ่อันเนื่องมาจากไขมัน แต่ควรทำอย่างต่อเนื่องจึงจะเห็นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

12. ลดต้นขาด้วยคลื่นวิทยุ

ลดต้นขาด้วยคลื่นวิทยุ เรียกว่า Radio Frequency หรือ RF ซึ่งมีหลักการทำงานโดยการปล่อยพลังงานคลื่นความถี่วิทยุในรูปของกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่สามารถผ่านทะลุผิวชั้นบนไปพร้อมกับการนวด เป็นการเพิ่มอุณหภูมิของชั้นผิวหนังที่ลึกลงไป จึงช่วยสลายไขมันและเซลลูไลต์ ทำให้ผิวบริเวณนั้นกระชับมากขึ้น ลดต้นขา.