รอยแตกลาย ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเกิดรอยแตกลายหญิงตั้งครรภ์ร้อยละ 80-90

รอยแตกลาย ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเกิดรอยแตกลายหญิงตั้งครรภ์ร้อยละ 80-90 พบกับปัญหารอยแตกลาย เนื่องจากระหว่างตั้งครรภ์เป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงของไขมันที่มีการสะสมมากขึ้น และยังมมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ ทำให้หญิงที่ตั้งครรภ์มีรอยแตกสีแดง บริเวณท้อง สะโพก หลัง และเต้านม จากการศึกษาวิจัย พบว่าหญิงตั้งครรภ์มักจะมีรอยแตกช่วงปลายของการตั้งครรภ์ (เดือนที่ 6-7) ร้อยละ 75-90 เลยทีเดียว และมีการศึกษาหนึ่งของนักวิจัยชาวเยอรมัน ได้นำครีมที่มีส่วนผสมของสาร (Trofolastin) containing Gotu Kola extract and vitamin E มานวดบริเวณท้องของคนตั้งครรภ์ พบว่ามีแค่เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น ที่ไม่เป็นรอยแตกลาย และพบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นวัยรุ่นจะมีโอกาสเกิดรอยแตกลาย ขณะท้องได้มากกว่า และรุนแรงกว่า รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย
รอยแตกลาย ส่วนรอยแตกลายพบในกลุ่มคนอื่นๆ เช่น คนที่เล่นฟิตเนตแล้วมีรอยแตกนั้น มักจะพบสัมพันธ์กับการยืดตัวของกล้ามเนื้อที่รวดเร็วเกินไป และจะพบบ่อยในกลุ่มคนที่ใช้ยา steriod ทั้งประเภทฉีดและกิน เนื่องจากยากลุ่มนี้จะทำให้ผิวหนังแตกได้ และทำให้มีการสะสมของไขมันและกล้ามเนื้อเพิ่มได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้มีโอกาสเกิดรอยแตกได้มากกว่า และคนอีกประเภทที่พบว่าเป็นรอยแตกลายได้บ่อยคือ วัยรุ่น ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งหญิงชาย มักพบบริเวณหลัง สะโพก เพราะวัยนี้เป็นช่วงเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ ทำให้เป็นรอยแตกได้ง่ายรอยแตกลาย
ในช่วงแรกของการเกิดรอยแตกลายจะเป็นรอยสีชมพู แดง และสีม่วง ตามลำดับ ช่วงนี้เรียกว่า รอยแตกลายใหม่ หากอยากหายต้องได้รับการรักษาตั้งแต่ช่วงนี้ เพราะหายได้เร็วที่สุด ถ้าปล่อยไว้จนรอยแตกนั้นจะค่อยๆกลายเป็นสีขาวซีด เห็นเป็นร่องเป็นรอยแตกระแหง เรียกว่า รอยแตกลายเก่า (Scar like) แบบนี้จะรักษาได้ยากกว่า

วิธีลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติรอยแตกลาย
1.ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ โดยอาหารที่ควรบริโภคนั้นควรมีสารอาหารที่มี วิตามิน A C D และ สังกะสี เนื่องจากเป็นสารสำคัญในการซ่อมแซมแผลที่มักจะเกิดขึ้น รวมถึงช่วยลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติได้ โดยเรามักจะเห็นในตำแหน่งที่มีไขมันสะสมมาก เช่น หน้าอก สะโพก หลัง ต้นขา และอีกหนึ่งแหล่งอาหารที่สำคัญคือ “น้ำเปล่า” หากดื่มน้ำอย่างน้อย วันละ 6-8 แก้วขึ้นไป จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง เพราะพบว่าคนที่ดื่มน้ำน้อย มีโอกาสเกิดรอยแตกได้มากกว่า สำหรับอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ชา กาแฟ และน้ำอัดลม
2.ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ผิวหนังยืดหยุ่น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นและกระชับชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นที่ 2 ที่ประกอบไปด้วยคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวหนังที่กำลังเป็นหรือเสี่ยงต่อรอยแตกลาย แลดูจางลงได้ ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็วจนเกินไป
3.ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โดยเฉพาะที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์ จะช่วยให้ผิวชุ่มน้ำ มีความยืดหยุ่นได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้วิตามินซี และเรตินอยด์ มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในช่วงต้น ทำให้รอยแตกลายดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เรตินอยด์จะไม่มีประสิทธิภาพถ้ารอยแตกลายเป็นสีขาว ที่สำคัญคือคุณแม่ที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ต้องหลีกเลี่ยงการใช้เรตินอยด์ เพราะเกิดผลกระทบต่อลูกในท้อง เช่น อาจทำให้ทารกเกิดความพิการได้ รอยแตกลาย.

กระชับรูขุมขน ปัญหารูขุมขนกว้าง ถือเป็นปัญหาใหญ่ของสาว ๆ หลายคน

กระชับรูขุมขน ปัญหารูขุมขนกว้าง ถือเป็นปัญหาใหญ่ของสาว ๆ หลายคน ที่ทำให้ต้องกลุ้มใจไปตาม ๆ กัน เพราะเวลาแต่งหน้าออกมาทีไรก็จะดูไม่เนียนใส แถมยังเป็นตัวการทำให้เกิดสิวอักเสบขึ้นได้ง่าย นี่แหละจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนต้องมองหาวิธีกำจัดรูขุมขนกว้างให้กระชับและเล็กลง ทั้งนี้กระปุกดอทคอมเองก็เข้าใจถึงหัวอกของคุณสาว ๆ ดีค่ะ จึงได้นำวิธีจัดการปัญหารูขุมขนกว้างมาให้สาว ๆ ได้ลองเอาไปใช้กันดู ถ้าอยากรู้ว่าจะมีวิธีไหนบ้าง ตามมาดูกันเลย กระชับรูขุมขน.

กระชับรูขุมขน

กระชับรูขุมขน ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นและน้ำเย็น

โดยในตอนเช้าและตอนเย็น ให้ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นก่อนเพื่อเป็นการเปิดรูขุมขนให้กว้าง จากนั้นทำความสะอาดตามปกติ แล้วปิดท้ายด้วยการล้างน้ำเย็นเพื่อกระชับรูขุมขน วิธีนี้จะช่วยทำให้ทำความสะอาดใบหน้าได้อย่างล้ำลึก และทำบ่อย ๆ รูขุมขนก็จะค่อย ๆ กระชับขึ้นอีกด้วยกระชับรูขุมขน

ประคบน้ำแข็ง

หลังจากล้างหน้าเสร็จ ให้ใช้น้ำแข็งก้อนประคบบนใบหน้าและบริเวณรูขุมขนประมาณ 2-3 นาที จะช่วยทำให้รูขุมขนตึงกระชับมากขึ้น และถ้าหากทำบ่อย ๆ รูขุมขนจะเล็กลงจนสังเกตเห็นได้ชัด

ใช้โทนเนอร์เช็ดทำความสะอาดใบหน้า

หลังล้างหน้าทุกครั้งให้ใช้โทนเนอร์เช็ดทำความสะอาด เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่บนใบหน้าให้สะอาดหมดจด เพราะถ้าหากใบหน้าสะอาด รูขุมขนก็จะไม่มีสิ่งอุดตัน ซึ่งจะส่งผลให้รูขุมขนค่อย ๆ เล็กลง และหน้าก็จะดูใสขึ้นด้วยกระชับรูขุมขน

มาสก์หน้าด้วยแตงกวากับน้ำผึ้ง

นำแตงกวามาปอกเปลือกสับให้ละเอียด ใส่น้ำผึ้งลงไปเล็กน้อย ผสมให้เข้ากัน จากนั้นให้นำมามาสก์หน้าทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก ทำบ่อย ๆ จะช่วยกระชับรูขุมขน ลดความมันบนใบหน้า และทำให้หน้ากระจ่างขาวใสขึ้นได้ กระชับรูขุมขน.

ลดหน้าท้อง พุงพะโล้เป็นสิ่งที่สาวๆ หลายคนไม่อยากมีแน่นอน

ลดหน้าท้อง พุงพะโล้เป็นสิ่งที่สาวๆ หลายคนไม่อยากมีแน่นอน เพราะทำให้เราใส่เสื้อผ้าชุดไหนก็ไม่สวย โดยเฉพาะชุดที่รัดรูปทำให้ไม่สามารถโชว์หน้าท้องแบนราบหรืออวดสัดส่วนได้รูปอย่างใจได้ ลดหน้าท้อง.

ลดหน้าท้อง

ลดหน้าท้อง

1.กินผลไม้รสเปรี้ยว
เนื่องจากผลไม้รสเปรี้ยวมีวิตามินซีสูงเป็นผลดีต่อการช่วยย่อยและการดูดซึมสารอาหาร กระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ ได้ สำหรับผลไม้รสเปรี้ยวที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญไขมันได้อย่างดีเยี่ยมที่สุดก็คือ ส้ม มะนาวผิวเหลือง (Lemon) มะนาว (Lime) ส้มจีน (Tangerine) และกีวี พร้อมกันนี้ เมื่อสาวๆ เริ่มลดน้ำหนักก็สามารถหันมากินผลไม้รสเปรี้ยวไปพร้อมกับผลไม้ชนิดอื่นที่มีคุณสมบัติช่วยลดน้ำหนักได้ดีเช่นกัน ซึ่งได้แก่ สับปะรด แตงโม องุ่น ส้มและแอปเปิ้ล เป็นต้น

2.ผักหลากชนิด
ผักต่างๆ ล้วนมีเกลือแร่และให้แคลอรีต่ำ แต่อุดมด้วยใยอาหารสูง เช่น บล็อกโคลี คะน้า ผักบุ้ง กะหล่ำปลี ผักโขม ถั่วและมะเขือเทศ เป็นต้น ผักเหล่านี้นอกจากวิตามิน แร่ธาตุสูงแล้ว ยังไร้ไขมันอีกด้วย แต่หากนำมาประกอบอาหารไม่ควรใช้น้ำมันที่ทำให้อ้วน อาจจะใช้น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันดอกทานตะวันในการผัดปรุงอาหารเพียงเล็กน้อยก็พอค่ะ เพราะน้ำมันเหล่านี้เป็นไขมันประเภทไม่อิ่มตัว กินแล้วไม่ทำให้อ้วนง่ายนั่นเอง และที่สำคัญการกินอาหารที่มีไขมันดีบ้างจะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

หน้าท้องแบนราบกับ 8 สุดยอดอาหารสลายพุงลดหน้าท้อง

3.ข้าวโอ๊ต
เป็นอาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรตบางชนิดที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับ ให้พลังงานแต่ไม่ทำให้อ้วน เพราะมีไฟเบอร์สูง กินแล้วจึงช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องนานและแก้ปัญหาท้องผูกได้ด้วย

4.ปลา
ปลาทะเลต่างๆ เช่น ทูน่า แซลมอนและแมคคาเรล เป็นต้น ล้วนเปี่ยมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่มีประโยชน์ มีโปรตีนและแคลอรีต่ำ ทานเป็นประจำดีต่อสมองและหัวใจ แถมยังช่วยเผาผลาญไขมันหน้าท้องได้ด้วยนะคะ

หน้าท้องแบนราบกับ 8 สุดยอดอาหารสลายพุง

5.ถั่ว
เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าถั่วเป็นเมล็ดพืชจากธรรมชาติที่มีสารอาหารดีๆ ต่อร่างกายหลายด้าน มีไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ ทำให้เราอิ่มท้องนานและควบคุมอาการหิวโหยได้ดี ไม่ว่าจะเป็นวอลนัทหรือเมล็ดอัลมอนด์ กินเพียงวันละ 1 กำมือยามท้องว่าง รับรองแก้อาการหิวจุบจิบได้ดีสุดๆลดหน้าท้อง

6.ถั่ว Pulses และถั่วดาล (Dals)
เป็นถั่วที่มีกรดอะมิโนที่ดีต่อสุขภาพ ที่สำคัญไขมันต่ำไม่ทำลายสุขภาพอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีถั่วงอกที่เหมาะสมกับการนำมาทำอาหารทานเพื่อสุขภาพเป็นประจำ

หน้าท้องแบนราบกับ 8 สุดยอดอาหารสลายพุง

7.ไข่
อาหารที่หากินง่าย ได้ประโยชน์จากโปรตีนสูง แถมยังมีแคลอรีต่ำแต่ให้พลังงานที่ดีต่อร่างกาย และยังช่วยกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญพลังงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นด้วย

8.น้ำเปล่า
หากอยากให้หน้าท้องแบนราบ ป้องกันไขมันเข้ามาสะสมภายในร่างกาย แนะนำให้สาวๆ หมั่นจิบน้ำบ่อยๆ ค่ะ เพราะมันจะช่วยควบคุมความหิว ทำให้เรากินมื้อหลักเพียงน้อยนิดก็อิ่มได้ง่ายแล้ว

อยากมีหน้าท้องแบนราบ อย่าลืมหันมากินสุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพ 8 อย่างดังที่แก้วใสแนะนำกันนะคะ แล้วคุณจะมีทั้งสุขภาพดีและมีหน้าท้องสวยเซ็กซี่ในแบบที่ต้องการแน่นอนลดหน้าท้อง.