กระ ฝ้า หากใครที่กำลังประสบปัญหาฝ้าบนใบหน้าหรือบริเวณอื่นๆ

กระ ฝ้า หากใครที่กำลังประสบปัญหาฝ้าบนใบหน้าหรือบริเวณอื่นๆ และกำลังมองหาวิธีรักษาฝ้า ขอแนะนำวิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ ซึ่งเป็นการนำเอาวัตถุดิบจากธรรมชาติ ที่มีสรรพคุณช่วยในการป้องกัน ยับยั้ง ฟื้นฟูและปรับสภาพเซลล์ผิวหนัง มาประยุกต์ใช้ในการรักษาฝ้าด้วยวิธีต่างๆเช่น ขัด ทา ถู พอกบนผิวหนัง ซึ่งวิธีการรักษาฝ้าแบบนี้จะปราศจากการใช้สารเคมี สารปรอท สิ่งเจือปนและเครื่องมือที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง นอกจากนี้แล้วยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการรักษาอีกด้วย กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า  เนื่องจากวัตถุดิบที่นำมารักษานั้นหาได้ง่ายภายในครัวเรือน ขั้นตอนการทำและวิธีการรักษาก็ทำได้ง่ายไม่ยุ่งยาก จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาวิธีการรักษาฝ้า แต่ไม่ต้องการรักษาฝ้าด้วยวิธีทางการแพทย์ หรือใครที่สนใจเรื่องการดูแลผิวพรรณก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน ท้ายนี้ขอยกตัวอย่างวิธีรักษาฝ้าด้วยวิธีธรรมชาติโดยการใช้พืชผักสมุนไพรชนิดต่างๆ ซึ่งมีสรรพคุณในการรักษาฝ้าได้เป็นอย่างดี

วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ มีอะไรบ้าง ?

มะขามเปียกกระ ฝ้า
มะขามเปียกมีสรรพคุณช่วยลบเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำได้เป็นอย่างดีเช่นกัน สำหรับวิธีการรักษาฝ้าด้วยมะขามเปียกก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำเนื้อมะขามเปียกมาพอกหรือทาไปยังบริเวณผิวที่เป็นรอยฝ้า โดยทาบางๆให้ทั่วรอยฝ้า ทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะสามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้รอยฝ้าดูจางลงและลดรอยด่างดำได้ดีเยี่ยม ทำเป็นประจำทุกวัน ประมาณ 2-3 สัปดาห์ รอยฝ้า รอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้แล้วหากไม่มีมะขามเปียกอาจใช้เป็นน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวแทนก็ได้เช่นกัน

หัวไชเท้า
หัวไชเท้านอกจากใช้ทำอาหารแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยลบเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำได้เป็นอย่างดี สำหรับวิธีการรักษาฝ้าด้วยหัวไชเท้าก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำหัวไชเท้ามาล้างให้สะอาด แล้วปอกเปลือกออกให้หมด จากนั้นนำไปหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วปั่นพอละเอียด (อาจบีบน้ำมะนาวผสมลงไปนิดหน่อย) แล้วนำมาพอกไว้ให้ทั่วใบหน้าหรือบริเวณที่เป็นฝ้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำทุกวัน เพียง 2-3 สัปดาห์ รอยฝ้า กระ และรอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด

วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ

หอมแดงกระ ฝ้า
หอมแดงเป็นพืชผักคู่ครัวไทยอีกชนิดหนึ่งที่เรารู้จักกันมานาน มีสรรพคุณมากมาย ในทางยาหอมแดงช่วยลบเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำได้เป็นอย่างดี สาเหตุที่หอมแดงมีส่วนช่วยในการรักษาฝ้าและรอยดำต่างๆ ก็เป็นเพราะในหอมแดง ประกอบไปด้วยน้ำมันหอมระเหย ที่มีสารไดอัลลิน ไตรซัลไฟ กลูโคคินิน (เช่นเดียวที่อยู่ในกระเทียม) ส่วนวิธีการรักษาฝ้าด้วยหอมแดงก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำหอมแดงมาทุบหรือฝานให้เป็นแว่นบางๆ แล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นฝ้ารอยดำจากสิว หรือจุดด่างดำต่างๆ ทำเป็นประจำทุกวัน เพียงไม่กี่สัปดาห์ ฝ้าและรอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด

วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ

ว่านหางจระเข้
ว่านหางจระเข้มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยลบเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ และรอยด่างดำต่างๆได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีกรดอ่อนๆ ช่วยลดความมันบนใบหน้าได้อีกด้วย สำหรับวิธีการรักษาฝ้าด้วยว่านหางจระเข้ก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำใบว่านหางจระเข้มาปลอกเปลือกออกให้เหลือแต่เนื้อสีขาวๆ จากนั้นนำมาทาบริเวณที่เป็นฝ้า กระ หรือจุดด่างดำต่างๆ ทำเป็นประจำทุกวันประมาณ 2-3 สัปดาห์ ก็จะสังเกตุได้ว่ารอยฝ้า กระ และรอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด

วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ

ใบบัวบก
ใบบัวบก จากการวิจัยพบว่าใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณรักษาอาการของโรคผิวหนัง โดยเฉพาะฝ้า กระ และสิวได้เป็นอย่างดี ส่วนวิธีการรักษาฝ้าด้วยใบบัวบกก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำใบบัวบกมาตำหรือจะปั่นก็ได้ และผสมน้ำลงไปเล็กน้อย จากนั้นก็นำใบบัวบกที่ได้จากการปั่นมาพอกหน้าทิ้งไว้สักประมาณ 15-20 นาทีแล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดเป็นอันเสร็จสิ้น ทำเป็นประจำทุกวัน เพียง 2-3 สัปดาห์ ฝ้าและรอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด

วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ

ทั้งหมดนี้เป็นเคล็ดลับ วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ ซึ่งใช้วัตถุดิบที่ได้มาจากธรรมชาติล้วนๆไม่เป็นอันตราย ปลอดภัยจากสารเคมี หากใครที่สนใจก็ลองนำไปประยุกต์ใช้กันได้เลย
* หมายเหตุพืชสมุนไพรบางชนิดอาจจะมีส่วนที่ทำให้เกิดการระคายเคืองได้เช่น ยาง, เศษดินที่ปะปนติดมากับพืชสมุนไพร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชคลุมดิน อย่างเช่น ใบบัวบก, ว่านหางจระเข้ ดังนั้นจึงควรนำพืชสมุนไพรมาล้างทำความสะอาดก่อนการใช้งานทุกครั้ง กระ ฝ้า.

ครีมรักษาสิว เรื่องสิว ที่ไม่ใช่เรื่องสิวๆ สำหรับสาวๆทั่วไป

ครีมรักษาสิว เรื่องสิว ที่ไม่ใช่เรื่องสิวๆ สำหรับสาวๆทั่วไป สิวมีหลายชนิดแต่สิวที่เราจะพบเจอบ่อยๆ และมันพร้อมที่จะผุดขึ้นมาทักทายบนใบหน้าของเราได้ทุกเมื่อนั่นก็คือ สิวผด เป็นตุ่มเล็กๆ มองไม่เห็นในช่วงเช้า แต่ช่วงบ่ายจะพบว่า มีตุ่มผดโผล่ขึ้นมา และ สิวอุดตัน ซึ่งเกิดจาก การอุดตันของต่อมไขมัน นั่นเอง ครีมรักษาสิว.

ครีมรักษาสิว

ครีมรักษาสิว เมื่อสิวตุ่มเล็กๆสร้างความรำคาญใจให้แก่สาวๆ วันนี้ดิฉันมี 4 วิธีการรักษาสิวแบบธรรมชาติใกล้ตัว และใกล้ครัว มารับมือกับเจ้า สิวผด สิวอุดตัน เหล่านี้ค่ะ

วิธีรักษา สิวผด สิวอุดตัน แบบธรรมชาติ

ไข่ขาวรักษาสิวครีมรักษาสิว

ไข่ขาว

ไข่ เป็นวัตถุดิบที่มีประจำตู้เย็นแทบจะทุกบ้าน เพราะเมนูไข่ถือว่าเป็น เมนูประจำชาติ ได้เลยทีเดียว อีกหนึ่งคุณประโยชน์ของไข่ที่สาวๆ หลายคนอาจยังไม่ทราบนั่นคือ

ไข่ขาว สามารถพิชิต สิวผด สิวอุดตัน ได้เป็นอย่างดี และวิธีก็ง่ายแสนง่าย แค่ล้างหน้าให้สะอาดแล้วพอกด้วยไข่ขาว ทิ้งไว้ 10 -20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

ทำต่อเนื่องอย่างน้อย 1 สัปดาห์ แล้วบอกลากับบรรดาสิวๆได้เลยค่ะ

หมายเหตุ: ช่วงแรกในการบอกหน้าสาวบางคน อาจพบปัญหาสิวเห่อ เพราะเป็นช่วงที่มีการขับสารพิษออกมา ให้อดทนทำต่ออีก 2-3 วันนะคะ

น้ำผึ้งครีมรักษาสิว

น้ำผึ้งแท้จากธรรมชาติ สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ คล้ายกับยาปฏิชีวนะอ่อนๆ ดังนั้น การนำน้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ มาพอกหน้า 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำอุ่น

จะทำให้ผิวสะอาด ลดการเกิด สิวผด สิวอุดตัน ได้ เนื่องจาก น้ำผึ้ง จะไปยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุการเกิดสิว

น้ำมะนาว

น้ำมะนาว อุดมไปด้วย กรดผลไม้ หรือ AHA (Alpha Hydroxy Acids) ซึ่งจะเร่งให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป

วิธีการใช้ ก็แค่บีบน้ำมะนาวผสมน้ำอุ่นเล็กน้อย เพื่อเจือจาง ไม่ให้น้ำมะนาวเข้มข้นมากเกินไป

แล้วทาไปบริเวณที่เกิดสิวทิ้งไว้ 10-20 นาทีแล้วล้างออก หรือบางสูตรอาจนำ น้ำมะนาวผสมผงยาสีฟันสมัยโบราณ แล้วพอกหน้า 10-15 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดก็ได้

รับรองเจ้า สิวผด สิวอุดตัน หายเกลี้ยงเลยค่ะ

มะนาวรักษาสิว

มะเขือเทศครีมรักษาสิว

มะเขือเทศ มีสารสำคัญที่ดีต่อผิวพรรณมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ไลโคปีน แคโรทีนอยด์ เบต้าแคโรทีน กรดอะมิโน วิตามินต่างๆ โดยเฉพาะ วิตามินซีมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ

สามารถรักษา สิวผด สิวอุดตัน ได้ แค่ทำการหั่นมะเขือเทศเป็นแว่นๆ หรือบดให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำติดต่อกันประมาณ 1 สัปดาห์ ครีมรักษาสิว.

ลดความอ้วนผู้ชาย เคล็ดลับการลดพุงสาเหตุของพุงป่อง

ลดความอ้วนผู้ชาย เคล็ดลับการลดพุงสาเหตุของพุงป่อง ไม่ใช่จากการรับประทานเพียงอย่างเดียว และคนพุงป่องก็ไม่ได้แปลว่าอ้วนด้วย แต่อาจเป็นเพียงอาการบวมน้ำเท่านั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นวิธีดังกล่าวต่อไปนี้อาจช่วยท่านได้บ้างไม่มากก็น้อย ลดความอ้วนผู้ชาย.

ลดความอ้วนผู้ชาย

 

ลดความอ้วนผู้ชาย 1. ร่างกายไม่สามารถเลือกกำจัดเฉพาะไขมันที่พอกอยู่ที่พุงได้ คุณต้องกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน ทั้งตัว ทำได้ง่าย ๆ โดยเพิ่มกิจกรรมเคลื่อนไหวตลอดทั้งวัน เช่น เดินขึ้นลงบันไดแทนขึ้นลิฟต์ หรือจอดรถไกลๆ แล้วเดินเร็ว ๆ เพื่อให้ทันเข้าประชุม หรือซื้อน้ำดื่มขวดใหญ่สัก 2 ขวดหิ้วไว้ให้แขนทั้งสองข้างก่อน เริ่มเดินช็อปปิ้งกับหวานใจ และหากเธอทำงานอยู่ใกล้ ๆ ลองงดการโทรศัพท์ แล้วใช้วิธีเดินไปหาแทน จะได้เผาผลาญไขมันที่สะสมให้เป็นเพลิงรักของคุณเสีย
2. งานวิจัยยืนยันมาว่า ไขมันจะสลายตัวได้ง่ายหากอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เย็น ดังนั้นช่วงลดหน้าท้อง อาจต้องงดอบซาวนา หรือสตรีมสักเดือน หันมาอาบน้ำเย็นหลังการออกกำลังกาย แถมยังได้ช่วยชาติประหยัดพลังงาน อีกต่างหากลดความอ้วนผู้ชาย
3. เหล้าและเครื่องดื่มบำรุงกำลัง มีผลทำให้พุงคุณป่องออกมาได้ เพราะฉะนั้นลงมือจัดการเกี่ยวกับตัวปัญหาตั้งแต่วันนี้กันเลยลดความอ้วนผู้ชาย
4. เข้านอนเร็ว ดับไฟ งดดูทีวีก่อนนอน ฝึกทำสมาธิเพื่อการหลับสมบูรณ์ที่สุด เพื่อโกรทฮอร์โมนจะหลั่งออกมาในช่วงหลับ เป็นกุญแจสำคัญที่เร่งการเผาผลาญไขมันได้อย่างราบคาบ
5. ทานมื้อเย็นอย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนนอน เพราะมีผลต่อการหลั่งโกรทฮอร์โมน เพราะฉะนั้น วางแผนกินมื้อเย็นให้เร็วขึ้น งดปาร์ตี้และบุฟเฟต์รอบดึก เผลอ ๆ สิ้นเดือนอาจเหลือค่าขนมมาซื้อกางเกงตัวใหม่ ต้อนรับเอวที่กระชับของคุณได้ ลดความอ้วนผู้ชาย.

สิวอุดตัน นับว่าเป็นสิวที่สร้างความกวนใจต่อผู้ที่ต้องเผชิญอยู่ไม่น้อย

สิวอุดตัน นับว่าเป็นสิวที่สร้างความกวนใจต่อผู้ที่ต้องเผชิญอยู่ไม่น้อย เพราะสิวอุดตันคือสิวที่พบได้มากที่สุด ซึ่งมันจะผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเราและสร้างความรำคาญใจให้กับเจ้าของใบหน้า เพราะมันทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน ขรุขระเป็นตุ่มเป็นเนิน แม้ว่าสิวชนิดนี้จะดูสงบเสงี่ยมเจียมตัวไม่สร้างความเจ็บปวด แต่มันก็ดื้อด้านพอสมควร ไม่มีทางหายไปได้เอง พูดง่าย ๆ ว่าถ้าไม่รีบกำจัดออกมันก็จ ะยิ่งอัดแน่นในรูขุมขุมขนและอาจลุกลามจนเกินเยียวยา จนเข้าขั้นเป็นสิวโคม่าเลยทีเดียว สิวอุดตัน.

สิวอุดตัน

สิวอุดตัน พึงระลึกไว้เถอะว่า ถ้าสิวอุดตันฝังอยู่บนหน้าเรานานแค่ไหน ยามที่เราเอามันออกมามันจะทิ้งหลุมลึกไว้ (ลึกตามระยะเวลาที่มันสิงสถิตอยู่บนใบหน้าของเรา) แถมรูขุมขนก็ใหญ่ขึ้นตามขนาดของเม็ดสิวอักด้วย เรียกได้ว่า เจ้าสิวอุดตันนี่แหละที่เป็นตัวการสำคัญทำให้ผิวหน้าที่เคยเรียบเนียนของเราต้องกลายเป็นหลุมเป็นบ่อแบบพระจันทร์

ชนิดของสิวอุดตัน
สิวอุดตินชนิดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (Microcomedone) โดยธรรมชาติของมนุษย์เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น จะเริ่มมีการสร้างฮอร์โมนที่เรียกว่าแอนโดรเจน ต่อมไขมันจะเริ่มตอบสนองต่อฮอร์โมนตัวนี้ ทำให้มีการหลั่งไขมันมากขึ้น นอกจากนี้แอนโดรเจนยังไปกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์ชั้นขี้ไคลของรูขุมขนได้ด้วย จนทำให้เกิดลักษณะที่เรียกว่า “ไมโครโคมีโดน” ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวทั้งหลาย ซึ่งไมโครโคมีโดนนี้อาจจะหายไปได้เองหรือพัฒนาต่อไปกลายเป็นสิวลักษณะอื่น ๆ ได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยร่วมบางอย่าง เช่น หากมีการสะสมของไขมันและเซลล์ชั้นขี้ไคลมากขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้เกิดสิวอุดตันหัวเปิดหรือสิวอุดตันหัวปิด แต่ถ้ามีแบคทีเรีย P.acne ก็จะกลายเป็นสิวอักเสบ
สิวอุดตันหัวเปิด (Open comedone) ชนิดนี้จะมีหัวสีดำ หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “สิวหัวดำ” (Black head) สิวแบบนี้เราสามารถบีบหรือกดมันออกได้ แต่ต้องทำอย่างถูกวิธี เพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิดการอักเสบจนกลายเป็นสิวอักเสบได้ โดยสิวหัวดำจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็กน้อย มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 0.1-3 มิลลิเมตร หากสังเกตดี ๆ จะมีจุดดำอยู่ตรงกลาง ซึ่งจุดเหล่านี้เป็นกลุ่มเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ไขมัน และเชื้อ P.acne ที่อุดอยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมัน
สิวหัวดำ
สิวอุดตันหัวปิด (Closed comedone) ชนิดนี้จะมีลักษณะเป็น “สิวหัวขาว” (White head) สิวประเภทนี้จะไม่มีหัวให้เรากดออก แล้วถ้าเรายิ่งไปกดไปบีบไขมันที่ไม่มีทางออกจะทะลักกลับไปในผิว ทำให้เนื้อเยื่อเสียหายได้ โดยจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็กน้อย มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.1-3 มิลลิเมตร มีสีเดียวกับผิวหนังปกติ สิวชนิดนี้จะเกิดจากการอุดตันสะสมอยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมันและรูขุมขน แต่ท่อเปิดจะเล็กมากจนมองไม่เห็น และสิวหัวปิดขนาดใหญ่อาจอยู่ได้นานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน และประมาณ 75% ของสิวชนิดนี้จะกลายไปเป็นสิวอักเสบ
สิวหัวขาว
สาเหตุการเกิดสิวอุดตัน
หลายคนสงสัยว่าเจ้าสิวอุดตันนั้นมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เป็นเพราะเราสกปรกเกินไปอย่างนั้นหรือ จริง ๆ แล้วเจ้าสิวอุดตันนั้นมีสาเหตุมาจากต่อมไขมันทำการสร้างน้ำมันมากเกินไปนั่นเอง โดยสิ่งที่ควบคุมการผลิตน้ำมันบนใบหน้าก็คือ ฮอร์โมนแอนโดรเจน (androgen) เมื่อเจ้าต่อมนี้ผลิตน้ำมันออกมาเยอะจนเหลือใช้แล้วตกค้างอยู่ในรูขุมขน มันก็จะไปรวมตัวกับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เหตุนี้เองจึงทำให้น้ำมันนั้นข้นหนืดจนระบายออกไปไม่ได้ แต่ส่วนที่ระบายออกมาได้เราก็จะสังเกตได้ด้วยตาเปล่าเลยว่าหน้าจะมันแผลบหรือเยิ้มไปด้วยน้ำมัน แล้วเวลาที่หน้ามันมาก ๆ จึงทำให้บางคนหันมาใช้กระดาษซับมัน ซับหน้าทั้งวัน เพราะคิดว่าเป็นการแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดที่จะช่วยกำจัดความมันออกไปได้ แต่รู้มั้ยว่าการทำแบบนี้จะยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ถ้าเลี่ยงได้ก็ขอให้เลี่ยงเถอะ

ถ้าพูดถึงฮอร์โมน เราจะไปโทษฮอร์โมนอย่างเดียวก็ดูจะไม่เป็นธรรมนัก เพราะนอกจากสาเหตุนี้ที่ทำให้เกิดสิวอุดตันแล้ว ก็ยังมีเรื่องอื่น ๆ อีก ที่อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวอุดตันขึ้นมาได้ เช่น เรื่องของความเครียด ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงในช่วงใกล้หมดประจำเดือน การแพ้เครื่องสำอาง ปัญหาผิวแพ้ง่าย การล้างหน้าไม่สะอาด จากยาสเตียรอยด์ หรือรับประทานยา Prednislone เป็นประจำ เป็นต้น สิวอุดตัน.

ลดความอ้วน 1 เดือน สมุนไพรลดความอ้วนลดไขมันให้หุ่นสวยเป๊ะ

ลดความอ้วน 1 เดือน สมุนไพรลดความอ้วนลดไขมันให้หุ่นสวยเป๊ะ ด้วยสมุนไพรใกล้ตัวที่คุณประโยชน์เพียบ ใครที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ล่ะก็ไม่ควรพลาดเลย ลดความอ้วน 1 เดือน.

ลดความอ้วน 1 เดือน

ลดความอ้วน 1 เดือน คงไม่มีใครปฏิเสธหรอกว่าการมีรูปร่างที่ดีและแข็งแรงคือสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน ทำให้หลายคนพยายามอย่างหนักในการลดน้ำหนักโดยใช้วิธีการต่าง ๆ อย่างเช่น การออกกำลัง การควบคุมอาหาร หรือแม้แต่การกินอาหารเสริมเพื่อช่วยในการลดน้ำหนัก แต่อาหารเสริมก็ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป ถ้าเจออาหารเสริมดี ๆ ก็ดีไป แต่ถ้าเจออาหารเสริมที่มีส่วนผสมของสารเคมีที่ไม่ดีต่อร่างกายล่ะก็ แทนที่จะลดความอ้วนได้สมดั่งใจก็กลับจะต้องมาเจอกับโรคแทรกซ้อนหรือผลกระทบต่าง ๆ นานาอีกมากมาย เสียเวลา เสียสุขภาพอีกลดความอ้วน 1 เดือน

1. มะนาว

ถ้าพูดถึงสมุนไพรที่รสชาติเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดที่สามารถลดน้ำหนักได้ ก็คงต้องนึกถึงมะนาวอย่างแน่นอน เพราะตอนนี้มะนาวกลายเป็นพืชสมุนไพรยอดนิยมที่นำมาใช้ในการลดน้ำหนัก แถมสูตรในการลดน้ำหนักด้วยน้ำมะนาวก็ยังมีหลากหลาย

เหตุผลที่น้ำมะนาวสามารถลดความอ้วนอย่างได้ผลก็เป็นเพราะมะนาวมีกรดต่าง ๆ ซึ่งช่วยในการสลายไขมัน นอกจากนี้มะนาวยังมีวิตามินซีสูง เมื่อได้รับเข้าไปในปริมาณที่พอเหมาะก็จะทำให้ไขมันในร่างกายลดลง ระดับไตรกลีเซอไรด์ก็จะเป็นปกติ ไขมันเลวจะลดลงและช่วยให้ไขมันดีเพิ่มขึ้น แถมมะนาวยังมีไฟเบอร์สูง ทำให้รู้สึกอิ่มและลดความอยากอาหารได้ ใครที่กำลังอยากจะลดความอ้วนแล้วชอบรสเปรี้ยวล่ะก็ มะนาวนี่ล่ะไม่ควรพลาด

2 . เม็ดแมงลัก

แม้ว่าเม็ดแมงลักจะไม่ได้มีสารอาหารที่ช่วยในการลดความอ้วนโดยตรง แต่เม็ดแมงลักก็สามารถช่วยในการควบคุมอาหารได้ เพราะเม็ดแมงลักเป็นพืชที่ไม่ก่อให้เกิดพลังงาน แถมยังสามารถพองตัวได้ถึง 45 เท่า หากนำมารับประทานก่อนอาหารก็จะช่วยให้รู้สึกอิ่มท้อง และช่วยให้ทานอาหารได้น้อยลงลดความอ้วน 1 เดือน

นอกจากนี้เม็ดแมงลักยังสามารถรับประทานได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ปลอดภัยต่อหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตรอีกด้วย แต่ถ้าใครที่ไม่ชอบกินเม็ดแมงลักจืด ๆ ล่ะก็ ก็ลองนำไปกับผสมเครื่องดื่มอื่น ๆ ได้ตามใจชอบ แต่ก็ต้องนำไปแช่น้ำให้พองจนเต็มที่ก่อนด้วยล่ะ ไม่งั้นอาจทำให้ท้องอืดและท้องผูกแทน

3. ลูกสำรอง

ลูกสำรอง หรือที่มีอีกชื่อหนึ่งว่า “พุงทะลาย” ซึ่งก็มีสรรพคุณในการลดความอ้วนได้เหมือนชื่อเลยล่ะ เพราะลูกสำรองเมื่อนำไปแช่น้ำก็จะเกิดการพองตัวและเมื่อรับประทานเข้าไปก็จะทำให้อิ่มและทานอาหารได้น้อยลง นอกจากนี้ยังช่วยกำจัดไขมันให้ออกมาจากร่างกาย ล้างไขมันที่อยู่ในลำไส้ ด้วยการดูดซับไขมันเอาไว้แล้วขับออกมาในรูปแบบของการขับถ่าย

แต่ก็มีข้อมูลทางเภสัชวิทยาพูดถึงการกินลูกสำรองติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ ก็อาจจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหาร โดยเฉพาะวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดลดลงได้ ดังนั้นถ้าคิดจะใช้ลูกสำรองในการช่วยลดน้ำหนักล่ะก็ควรจะรับประทานให้พอเหมาะนะจ๊ะ

4. กระเจี๊ยบแดง

กระเจี๊ยบแดงที่เรานำมาทำเป็นน้ำกระเจี๊ยบ เป็นพืชสมุนไพรที่สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะกลีบเลี้ยงของดอก หรือกลีบที่เหลือที่ติดอยู่กับผล สามารถใช้เป็นยาลดไขมันในเส้นเลือด โดยได้มีการศึกษาวิจัยและทดลองกับกระต่ายที่มีไขมันสูงแล้วพบว่าระดับไตรกลีเซอไรด์ คอเลสเตอรอล และระดับไขมันเลว (LDL) ลดลง และมีปริมาณของไขมันชนิดดี (HDL) เพิ่มมากขึ้น แล้วก็ยังช่วยบรรเทาความรุนแรงของการอุดตันหลอดเลือดแดงใหญ่จากหัวใจให้น้อยลง

ขณะที่ในประเทศอียิปต์ ยังมีการนำกระเจี๊ยบแดงทั้งต้นมาต้มกินเป็นยาลดน้ำหนัก เนื่องจากเป็นยาระบายและยังช่วยฆ่าเชื้อในลำไส้ได้อีกด้วย แต่เราไม่จำเป็นตองไปหาต้นกระเจี๊ยบมาต้มกินก็ได้นะคะ ถ้าอยากลดน้ำหนักด้วยกระเจี๊ยบจริง ๆ ละก็ ก็ลองหาน้้ำกระเจี๊ยบที่ไม่ผสมน้ำตาลมาดื่มก็จะช่วยได้เหมือนกันนะ

5. ดอกคำฝอย

ดอกคำฝอย เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่ดีต่อการลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยขับเหงื่อ ซึ่งเหมาะมากหากจะนำมาชงดื่มก่อนนอน เพราะเป็นยาระบายอ่อน ๆ สามารถช่วยในการขับถ่าย ลดหน้าท้อง และช่วยลดน้ำหนัก ๆ ได้อีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันเราสามารถหาซื้อดอกคำฝอยสำเร็จรูปมาชงดื่มได้ง่าย

แต่ถ้าใครชอบความสดใหม่มากกว่าก็สามารถหาซื้อดอกคำฝอยที่มีสีแดงจัดมาต้มในน้ำเดือดประมาณ 5 นาที แล้วกรองเอาแต่น้ำ ถ้าหากอยากได้รสชาติหวานก็สามารถเติมน้ำตาลได้ตามชอบ แต่ถ้าหากจะดื่มเพื่อลดความอ้วนล่ะก็ ควรจะเปลี่ยนมาใส่หญ้าหวานแทนเพื่อให้ได้รสชาติหวาน แถมยังได้ลดความอ้วนแบบสองต่อเลย

6. กะเพรา

กะเพราเป็นพืชสมุนไพรที่เรานิยมนำมาทำอาหารกันอย่างแพร่หลาย แถมยังเป็นอาหารยอดนิยมอีกด้วย ซึ่งสรรพคุณของกะเพรา ที่เรารู้กันดีอยู่แล้วนั่นก็คือมีฤทธิ์ขับลม ช่วยแก้จุดเสียด แน่นท้อง และแก้ปวดท้องอุจจาระได้ แต่สรรพคุณเด็ดของกะเพราอีกประการที่เราไม่ค่อยจะทราบกันนั่นก็คือ ช่วยขับไขมันและน้ำตาล

เคยสงสัยบ้างไหมล่ะ ทำไมอาหารตามสั่งต้องมีเมนูผัดกะเพราเนื้อ กะเพราไก่ กะเพราหมู นั่นก็เพราะนอกจากใบกะเพราจะช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ได้แล้ว ยังมีฤทธิ์ขับไขมันและน้ำตาลส่วนเกินออกจากร่างกาย อีกทั้งกะเพราจะช่วยขับน้ำดีในตับออกมาให้ช่วยย่อยไขมันได้ดีขึ้นด้วยนะ ดังนั้นถ้าหากอยากลดความอ้วนล่ะก็ ใบกะเพราก็เป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งเลยนะคะลดความอ้วน 1 เดือน.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี การทำงานของ วิตามินซี 1000 mg

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี การทำงานของ วิตามินซี 1000 mg เมื่อได้รับวิตามินซีเข้าสู่ร่างกาย จะทำให้มีสารอาหารที่เข้าไปกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตของผิว เมื่อเซลล์ผิวได้รับอาหารและมีระบบการไหลเวียนที่ดีขึ้นก็จะทำงานได้ดีขึ้น ผิวจึงแลดูมีสุขภาพดี เรียบเนียน สดใส ออร่าจับมากขึ้น รวมทั้งวิตามินซีเป็นสารอาหารที่ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวแน่น มีความยืดหยุ่นที่ดีขึ้น จึงทำให้ผิวเต่งตึง ไม่เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี
วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี การรับประทานวิตามินซี นอกจากจะช่วยให้ผิวขาวสว่างกระจ่างใสขึ้นแล้ว ยังช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น เพราะวิตามินซีช่วยให้ผิวมีกระบวนการซ่อมแซมและรักษาตัวเองได้ดี โดยไปเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง และต่อต้านการอักเสบ นั่นหมายความว่าวิตามินชนิดนี้ช่วยทำให้จุดดำจุดแดง หรือรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวหายได้เร็ว ใบหน้าที่หมองคล้ำ จึงกลับมาสดใสมากขึ้น
สำหรับคำถามที่ว่า ถ้าอยากผิวขาวใส ขาวไว ทำไมถึงต้องรับประทานวิตามินซี 1000 mg คำตอบคือ การใช้วิตามินซีเพื่อช่วยให้ผิวขาวสดใสขึ้นนั้นควรรับประทานในปริมาณวันละ 1,000 มิลลิกรัมขึ้นไป เพราะเป็นปริมาณที่เหมาะสม และไม่ส่งผลอันตราย จึงไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียง เนื่องจากวิตามินชนิดนี้มีคุณสมบัติละลายในน้ำ ร่างกายจึงขับมันออกจากร่างกายทางปัสสาวะ และยังไม่เคยมีรายงานเกี่ยวกับพิษภัยร้ายแรงที่เกิดจากการได้รับวิตามินซีมากเกินไป

ประโยชน์ที่มากกว่าผิวขาวใสวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี
ประโยชน์จากวิตามินซีนั้นมีมากมายสารพัด ไม่ว่าจะช่วยปกป้องเซลล์ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับเส้นเอ็นและคอลลาเจน ทั้งยังมีฤทธิ์ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยม นอกจากนี้ วิตามินซียังมีประโยชน์ด้านอื่นๆอีก
1.แก้โรคหวัด หากเริ่มรับประทาน วิตามินซี ตั้งแต่เริ่มแรกที่เห็นอาการของโรคหวัด จะช่วยให้อาการป่วยลดความรุนแรงและหายได้เร็วขึ้น มีการศึกษาเมื่อปี 1995 พบว่าหากรับประทาน วิตามินซี 1,000-6,000 มิลลิกรัมต่อวัน ตั้งแต่เริ่มมีอาการของโรคหวัด จะช่วยให้หายได้เร็วขึ้นร้อยละ 21 ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานว่าวิตามินซีสามารถช่วยป้องกันโรคหวัดได้วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี
2.เพิ่มความต้านทานต่อโรคหัวใจ โดยการไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับคลอเรสเตอรอลในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานร่วมกับวิตามินอี มันจะไปลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นที่มาของโรคหัวใจนั่นเอง
3.ป้องกันและต่อสู้กับมะเร็ง มีการศึกษาอย่างมากในเรื่องนี้แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน โดยยังมีการถกเถียงกันอย่างมากเกี่ยววิตามินซีกับการป้องกันและต่อสู้กับโรคมะเร็ง แต่เนื่องจากวิตามินเป็นสารต่ออนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยม จึงสามารถยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้
4.ป้องกันโรคต้อกระจก เนื่องจากวิตามินวิตามินซี ยี่ห้อไหนดีซีสามารถช่วยปกป้องเลนส์ตาจากอันตรายต่างๆ เช่น ควันบุหรี่ แสงอุลตร้าไวโอเลตที่เป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดโรคต้อกระจก ทั้งยังมีการศึกษาหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่รับประทานวิตามินซีมาอย่างน้อย 10 ปี มีความเสี่ยงที่จะมีอาการเลนส์ตาขุ่นมัวซึ่งเป็นอาการเริ่มแรกของโรคต้อกระจก ลดลงถึงร้อยละ 77
5.บรรเทาอาการแพ้ หอบหืด ไซนัส โดยธรรมชาติแล้ววิตามินซีมีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านภูมิแพ้ต่างๆ เช่น ฝุ่นละออง เกษรดอกไม้ ซึ่งอาการแพ้เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของโรคไซนัส ที่สำคัญคือมีการศึกษาค้นคว้าพบว่า วิตามินซีช่วยป้องกันและทำให้อาการหอบหืดดีขึ้น
6.ช่วยป้องกันอาการไมเกรน เมื่อรับประทานร่วมกับ pantothenic acid โดยวิตามินซีจะเข้าไปช่วยในการต่อสู้กับความเครียดได้ดีขึ้น
7.ช่วยเรื่องความจำ โดยวิตามินซีจะช่วยรักษาสภาพของเซลประสาทและจะได้ผลดียิ่งขึ้นหากรับประทานร่วมกับอาหารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินอี แคโรทีน กิงโกะไบโลบ้า และโคเอนไซม์ Q10วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก วันนี้ขอแนะนำ ท่าออกกําลังกายลดพุงง่าย ๆ

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก วันนี้ขอแนะนำ ท่าออกกําลังกายลดพุงง่าย ๆ เป็นการออกกำลังกายง่าย ๆ สามารถทำได้ในห้องนอน เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่ไม่มีแรงบริเวณแขน เพราะวิธีออกกําลังกายลดพุงหน้านี้ เป็นวิธีการออกกำลังกายง่าย ๆ ผ่านท่านอนออกกำลังกาย เพื่อเผาผลาญไขมันส่วนเกินที่พุงออกโดยเฉพาะ 10 วิธีช่วยลดความอ้วนง่าย ๆ ช่วยให้ห่างไกลโรคหัวใจ ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

1. ท่าออกกําลังกายลดพุงง่าย ๆ โดยการยกขาคู่ขึ้นลง

ท่าแรกเป็นท่าที่ควรเป็นท่าเริ่มต้นในการออกกำลังกายลดพุง เพราะเป็นท่าที่เบา และที่ง่ายที่สุดของ 5 ท่า เริ่มจากการหาผ้า หรืออะไรนุ่ม ๆ มาปูรองให้สบายแล้วนอนลง หลังจากนั้นลงไปนอนหงาย แล้วยืดชิดขาพร้อมเหยียดตรงไปทางปลายเท้า จากนั้นนำมือ 2 ข้างวางประสานไว้ที่ใต้ก้นตามรูป แล้วเริ่มค่อย ๆ ยกขาขึ้น ลง อย่างช้า ๆ นับในใจ 10 ครั้ง ยกขาคู่ขึ้นลง 10 ครั้งแล้วไปเริ่มท่าที่ 2 ต่อได้เลย สูตรลดน้ำหนักเร่งด่วน ใน 24 ชั่วโมง

ออกกําลังกายลดพุงออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดหน้าท้อง

2. ท่าออกกำลังกายลดหน้าท้องง่าย ๆ โดยการยกขาคู่ขึ้นสูง ๆ

ออกกำลังกายลดหน้าท้อง ท่าที่สองกับท่าออกกําลังกายลดพุงง่าย ๆโดยการยกขาคู่ขึ้นสูง ๆ ท่านี้เป็นท่าต่อจากท่าแรก เพียงแต่ยกขาขึ้นสูงกว่าเดิมเท่านั้น ให้ทำขาชิดกันเหมือนเดิมอย่างท่าแรก พร้อมแขม่วพุงไปด้วย จากนั้นนำมือทั้ง 2 ข้างวางคว้ำแนบชิดที่ข้างสะโพก จากนั้นค่อย ๆ ยกขาขึ้นให้สูงชี้เพดานห้อง พร้อมยกก้นขึ้นไปด้วย ค่อย ๆ ทำนับ 1 – 10 ครั้งเท่านั้น อย่าลืมแขม่วพุงด้วยนะจ๊ะ

ท่าออกกำลังกายลดพุง

ออกกําลังกายลดพุงที่บ้าน

3. ท่าออกกําลังกายลดพุงง่าย ๆ โดยการยกขาคู่แล้วอ้าขาเข้าอ้าขาออก

ออกกําลังกายลดพุงง่าย ๆ ท่าที่สามกับการออกกำลังกายลดพุง ท่านี้เริ่มใหม่โดยการนอนเหยียดขาคู่ชิดกัน ยกขาไปข้างหน้าทำ 45 องศา จากนั้นค่อย ๆ อ้าขาไปข้าง ๆ นิดหน่อย โดยมือประสานกันไว้ที่ก้น จากนั้นนับ 1 แล้วค่อย ๆ ทำท่าออกกำลังกายลดพุงโดยการยกขาคู่แล้วอ้าขาเข้าอ้าขาออก 10 ครั้งอย่างช้า ๆ อย่าลืมแขม่วพุงนิดหน่อย เมื่อจบท่านี้เราก็จะได้ออกกำลังกายลดพุงไป 30 ครั้งแล้ว ลองตั้งใจออกกำลังกายดู เพราะการออกกำลังกายนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก และทำให้เราไม่ต้องใช้ยาลดความอ้วนก็สามารถลดพุงได้ โทษของยาลดความอ้วน 10 ข้อที่ควรรู้

วีดีโอออกกําลังกายลดพุง

ลดไขมันที่พุง

4. ท่าออกกําลังกายลดไขมันที่พุงง่าย ๆ โดยการยกขาขึ้นทีละข้าง

ลดไขมันที่พุง ท่าที่สี่ท่านี้ต้องยกหัวขึ้นมาด้วยพร้อมทั้งนำมือทั้ง 2 ข้างวางลอยประกบข้าง ๆ สะโพก จากนั้นค่อย ๆ ยกขาขึ้นหนึ่งข้างทำ 90 องศา ส่วนอีกข้างให้เหยียดตรงพร้อมวางลอย ทำแล้วนับ 1 จากนั้นสลับข้าง นับ 2 ทำไปเรื่อย ๆ 10 ครั้งเป็นอันเสร็จท่าที่ 4 อย่าลืมสำหรับมือใหม่การออกกำลังกายลดพุงต้องค่อย ๆ ทำเพราะถ้าทำไวไป จะเหนื่อยไว จะทำให้เราปวดกล้ามเนื้อมากกว่าปกติไปหลายวัน การออกกำลังกายลดพุง นอกจากเราจะได้ออกกำลังกายละไขมันส่วนเกินบริเวณพุงแล้ว ยังได้ลดต้นขาอีกด้วย 4 ท่าออกกําลังกายลดต้นขา ง่าย ๆ แค่ 5 นาทีออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ท่าออกกําลังกายลดพุง

การออกกําลังกายลดพุง

5. ท่าออกกําลังกายลดพุงง่าย ๆ โดยการยกขาขึ้นทีละข้าง พร้อมโยกศีรษะซ้ายขวา

ท่าสุดท้าย ปิดท้ายด้วยการนำมือวางที่หู พร้อมยกหัวขึ้นเล็กน้อย จากนั้น… ยกขาขึ้น 1 ข้าง 90 องศา อีกข้างเหยียดลอยไปตรง ๆ ทำเสร็จแล้วให้นับ 1 จากนั้น ยกขาขึ้นลงสลับกันและหันศีรษะไปอีกข้างเพื่อนับ 2 ค่อย ๆ ทำ แล้วนับให้ถึง 10 เมื่อครบ 10 ครั้งเราก็จะได้ออกกําลังกายลดพุงง่าย ๆ ทั้งหมด 50 ครั้ง เป็นอันเสร็จสิ้นการออกกําลังกายลดพุงง่าย ๆ ในห้อง เป็นการออกกำลังกายลดพุงที่เหมาะกับผู้หญิงที่ไม่ค่อยมีแรงที่แขนมาก เพราะจะเน้นการแขม่วท้องและใช้ขายกขึ้นเพื่อให้หน้าท้องได้ออกกำลังกาย และเผาผลาญไขมันของพุงแบบเร่งด่วน แขม่วท้อง 3 สูตรลดความอ้วน แบบเร่งด่วน

วิธีออกกําลังกายลดพุง

ออกกําลังกายลดพุง

สรุป 5 ท่าการออกกำลังกายลดพุงสำหรับผู้หญิง ลดหน้าท้อง

ลดหน้าท้อง ผู้หญิงที่ต้องการลดพุง สามารถออกกำลังกายได้ง่าย ๆ ที่ห้องนอน เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา เพราะเป็นการออกกำลังกายไม่ถึง 5 นาทีเท่านั้น วิธีการออกกำลังกายลดพุงนี้ เป็นท่าที่เหมาะกับผู้หญิงเป็นอย่างมาก ถ้าทำทุกวันจะสามารถช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย สามารถช่วยลดไขมันบริเวณพุงได้อย่างดี นอกจากการออกกำลังกายจะช่วยลดน้ำหนัก และลดความอ้วนได้ดีแล้ว สิ่งที่สำคัญข้ออื่น ๆ นอกจากการออกกำลังกายก็คือ การเลือกรับประทานอาหาร ผัก ผลไม้ที่มีประโยชน์ และการพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะจะเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้เราสามารถทำให้เราลดพุง ได้ดีที่สุด แต่ถ้าหากเราออกกำลังกายแล้วยังกินอาหารที่ทำให้อ้วน ไขมันที่พุงก็จะไม่ลดลงไปแต่อย่างใด ดังนั้นอย่าลืมออกกำลังกายลดพุง เลือกรับประทานอาหาร พร้อมกับพักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะจ๊ะ 10 เมนูอาหารลดความอ้วน ช่วยลดน้ำหนักเร่งด่วน ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

วิตามินผิวขาว ประโยชน์ที่มากกว่าผิวขาวใสประโยชน์จากวิตามินซี

วิตามินผิวขาว ประโยชน์ที่มากกว่าผิวขาวใสประโยชน์จากวิตามินซี นั้นมีมากมายสารพัด ไม่ว่าจะช่วยปกป้องเซลล์ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับเส้นเอ็นและคอลลาเจน ทั้งยังมีฤทธิ์ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยม นอกจากนี้ วิตามินซียังมีประโยชน์ด้านอื่นๆอีก วิตามินผิวขาว.

วิตามินผิวขาว
วิตามินผิวขาว 1.แก้โรคหวัด หากเริ่มรับประทาน วิตามินซี ตั้งแต่เริ่มแรกที่เห็นอาการของโรคหวัด จะช่วยให้อาการป่วยลดความรุนแรงและหายได้เร็วขึ้น มีการศึกษาเมื่อปี 1995 พบว่าหากรับประทาน วิตามินซี 1,000-6,000 มิลลิกรัมต่อวัน ตั้งแต่เริ่มมีอาการของโรคหวัด จะช่วยให้หายได้เร็วขึ้นร้อยละ 21 ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานว่าวิตามินซีสามารถช่วยป้องกันโรคหวัดได้
2.เพิ่มความต้านทานต่อโรคหัวใจ โดยการไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับคลอเรสเตอรอลในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานร่วมกับวิตามินอี มันจะไปลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นที่มาของโรคหัวใจนั่นเองวิตามินผิวขาว
3.ป้องกันและต่อสู้กับมะเร็ง มีการศึกษาอย่างมากในเรื่องนี้แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน โดยยังมีการถกเถียงกันอย่างมากเกี่ยววิตามินซีกับการป้องกันและต่อสู้กับโรคมะเร็ง แต่เนื่องจากวิตามินเป็นสารต่ออนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยม จึงสามารถยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้
4.ป้องกันโรคต้อกระจก เนื่องจากวิตามินซีสามารถช่วยปกป้องเลนส์ตาจากอันตรายต่างๆ เช่น ควันบุหรี่ แสงอุลตร้าไวโอเลตที่เป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดโรคต้อกระจก ทั้งยังมีการศึกษาหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่รับประทานวิตามินซีมาอย่างน้อย 10 ปี มีความเสี่ยงที่จะมีอาการเลนส์ตาขุ่นมัวซึ่งเป็นอาการเริ่มแรกของโรคต้อกระจก ลดลงถึงร้อยละ 77วิตามินผิวขาว
5.บรรเทาอาการแพ้ หอบหืด ไซนัส โดยธรรมชาติแล้ววิตามินซีมีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านภูมิแพ้ต่างๆ เช่น ฝุ่นละออง เกษรดอกไม้ ซึ่งอาการแพ้เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของโรคไซนัส ที่สำคัญคือมีการศึกษาค้นคว้าพบว่า วิตามินซีช่วยป้องกันและทำให้อาการหอบหืดดีขึ้น
6.ช่วยป้องกันอาการไมเกรน เมื่อรับประทานร่วมกับ pantothenic acid โดยวิตามินซีจะเข้าไปช่วยในการต่อสู้กับความเครียดได้ดีขึ้น
7.ช่วยเรื่องความจำ โดยวิตามินซีจะช่วยรักษาสภาพของเซลประสาทและจะได้ผลดียิ่งขึ้นหากรับประทานร่วมกับอาหารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินอี แคโรทีน กิงโกะไบโลบ้า และโคเอนไซม์ Q10วิตามินผิวขาว.

รอยแตกลาย เชื่อว่าคงไม่มีคุณผู้สาวๆ คนไหนที่อยากจะให้มีรอยแตกลาย

รอยแตกลาย เชื่อว่าคงไม่มีคุณผู้สาวๆ คนไหนที่อยากจะให้มีรอยแตกลายปรากฏขึ้นมาบนน่องของตัวเอง เพราะคุณสาวๆ ทุกคนก็คงอยากที่จะสาวใส่เสื้อผ้าโชว์น่องขาที่เรียวงามของตัวเองให้คนอื่นเห็นอย่างมั่นใจ รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย ในวันนี้เรามีเคล็ดลับวิธีการดูแลรักษาอาการน่องลาย สำหรับคุณสาวๆ ที่กำลังประสบปัญหาดังกล่าวอยู่มาฝากกัน

วิธีการรักษาน่องลายอย่างง่ายๆด้วยตัวคุณเอง
สำหรับวิธีอาการน่องลาย สามารถแบ่งออกได้อีกหลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับว่าคุณสาวๆจะเลือกนำวิธีใดไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับอาการของตัวเอง ดังต่อไปนี้รอยแตกลาย

1. การรักษาโดยใช้วิธีการทางเคมี เป็นการช่วยรักษาอาการน่องลายโดยใช้ผลิตภัณฑ์ และสารสกัดจากธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการทางเคมีแล้ว ซึ่งวิธีนี้จะช่วยในการบำรุงรักษาอาการน่องลายได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องรู้จักการใช้สารบำรุงที่ถูกต้องเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาที่เหมาะสม สำหรับสารเคมีที่นิยมนำมาใช้ในการรักษาอาการน่องลาย เช่นรอยแตกลาย

Hyaluronic acid เป็นสารทางเคมีที่มีฤทธิ์ในการต่อต้านริ้วรอย และรอยเหี่ยวย่นของผิวหนัง จึงสามารถนำมาใช้ในการรักษาอาการน่องลายได้เป็นอย่างดี ซึ่งในปัจจุบันผลิตภัณฑ์บำรุงผิวไม่ว่าจะเป็นครีมหรือเจล ที่มักมีการโฆษณาว่าช่วยในการต่อต้านริ้วรอยนั้น โดยส่วนใหญ่ก็มักที่จะมีส่วนผสมของสารตัวนี้ ดังนั้นผลิตภัณฑ์เหล่านั้นจึงสามารถนำมาทาเพื่อรักษาน่องลายได้เช่นกัน
2. การผลัดผิวด้วยกรดผลไม้ เป็นการผลัดผิวส่วนบนที่แตกลายออกไป เมื่อผิวหนังชั้นใหม่ขึ้นมาแทนที่รอยเหล่านั้นก็จะลดลง และหายไปในที่สุด โดยการใช้กรดผลไม้ประเภท Glaycolic Acid ที่มีความเข้มขน 20%

3. การทากรดวิตามินเอ เป็นการคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว เมื่อทาลงในบริเวณที่มีปัญหาน่องลาย จะช่วยทำให้รอยแตกลายสั้นและแคบลงได้ถึง 15-20% เมื่อทาต่อเนื่องนานประมาณ 6 เดือน สำหรับกรดวิตามินเอที่นิยมนำมาใช้ในการรักษาอาการน่องลาย คือ Tretinoin 0.050-0.1% การรักษาโดยวิธีนี้ อาจจะช่วยทำในการรักษารอยแตกลายใหม่ที่ยังคงมีสีแดง ให้จางลงได้บ้างรอยแตกลาย
4. การรักษาโดยใช้พืชสมุนไพร การแก้ปัญหาน่องลายโดยการใช้พืชสมุนไพรเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี เพราะนอกจากจะเป็นการรักษาที่ได้ผลแล้ว ยังสามารถทำได้ง่าย และประหยัดในราคาที่ถูก นอกจากนี้พืชสมุนไพรบางชนิดยังไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เงินซื้อ เพราะสามารถหาได้จากในครัวเรือนของเราเอง สำหรับพืชสมุนไพรที่สามารถนำมาใช้รักษาอาการน่องลายได้นั้น มีดังต่อไปนี้

ว่านหางจระเข้ นำวุ้นของว่านหางจระเข้ที่ทำความสะอาดดีแล้ว มาทำการทาลงในบริเวณที่มีปัญหาน่องลายเป็นประจำทุกเช้าเย็น ผิวที่แตกลายก็จะค่อยๆจางลง เนื่องจากว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติในการฟื้นฟู และซ่อมแซมเซลล์ผิวหนัง
ใบบัวบก นำใบบัวบกมาคั้นเอาแต่น้ำ แล้วนำไปทาในบริเวณที่เกิดปัญหาน่องลายเป็นประจำทุกเช้าเย็น ผิวที่แตกลายก็จะค่อยๆจางลง
มะนาว+เบบี้ออย นำน้ำมะนาวกับเบบี้ออยมาผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปทาแล้วนวดเบาๆในบริเวณที่มีปัญหาน่องลายทุกครั้งหลังจากการอาบน้ำ ผิวที่แตกลายจะค่อยๆจางลง

5.การใช้ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิว นอกจากวิธีการรักษาปัญหาขาแตกลายที่ได้กล่าวถึงไปแล้วในตอนต้น การใช้ครีมบำรุงผิวกายในการช่วยแก้ไขปัญหาขาแตกลาย ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ง่าย ได้ผลลัพธ์ที่ดี และยังได้รับความนิยใอย่างแพร่หลายจากทั่วโลกอีกด้วย ซึ่งครีมบำรุงผิวที่ดีนั้น ควรเลือกครีมที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนัง พร้อมกับมีคุณสมบัติในการช่วยฟื้นฟู บำรุง และซ่อมแซมผิวอย่างอ่อนโยน ซึ่งจะสามารถช่วยทำให้ผิวที่เคยแตกลายของคุณเลือนหายกลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นนั่นเอง รอยแตกลาย.

กระชับรูขุมขน ไหนๆ ก็มีวิธีลดความอ้วนที่ง่ายแสนง่ายโดยไม่ต้องออกกำลังกาย

กระชับรูขุมขน ไหนๆ ก็มีวิธีลดความอ้วนที่ง่ายแสนง่ายโดยไม่ต้องออกกำลังกาย เหมาะสำหรับสาวขี้เกียจมาฝากกันไปแล้วทีนี้ก็ถึงคิวสาวที่อยากมีหุ่นฟิตเฟิร์มแต่ขี้เกียจออกกำลังกายกันบ้างล่ะค่ะ เพราะเชื่อว่าแม้จะอยากหุ่นดีขนาดไหน แต่ถ้าพูดถึงการออกกำลังกายแล้ว คำว่าขี้เกียจก็มักจะผุดขึ้นมาขัดขวางการฟิตหุ่นสวยของสาวๆ อยู่เรื่อย และเพื่อไม่ให้คำว่าขี้เกียจมาทำลายความฝันที่จะมีหน้าท้องแบนๆ ซิกแพคสวยๆ ของสาวๆ เราเลยไม่พลาดจะนำท่าพิลาทีสลดหน้าท้อง ที่ทำได้ง่ายๆ แถมใช้เวลาแค่ 2 นาทีมาฝาก กระชับรูขุมขน.

กระชับรูขุมขน

กระชับรูขุมขน สำหรับสาวๆ บางคนที่กล้ามเนื้อตึง เพราะไม่ค่อยได้ออกกำลังกายสักเท่าไหร่ ท่าออกกำลังกายบางท่านี้ สาวๆ อาจจะทำได้ไม่คล่องมากค่ะ แต่รับรองว่า ถ้าสาวๆ ทำทุกวันและฝึกฝนบ่อยๆ นอกจากจะได้หน้าท้องที่สวยเป๊ะ หุ่นที่ฟิตแอนด์เฟิร์มขึ้นแล้ว อาการปวดเนื้อปวดตัวทั้งหลายจากการนั่งทำงานนานๆ ก็จะหายไป เพราะได้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อนั่นเองค่า

หน้าท้องแบนราบใน 2 นาที! ด้วย 5 ท่าลดพุงย้อย เหนื่อยน้อย แต่หุ่นเป๊ะมาก!

ท่าที่ 1 Single-Leg Stretchกระชับรูขุมขน

– นอนหงาย กอดเข่าทั้งสองข้างแนบอก ยกศีรษะลอยขึ้นจากพื้น

– ยืดขาทั้งสองข้างออกไปให้เหยียดตรง โดยให้ขาทั้งสองข้างลอยขึ้น ไม่แตะพื้น

– จากนั้นสลับงอขาขึ้นลง โดยเริ่มจากงอเข่าซ้ายเข้าหาตัว มือขวาจับเข่าซ้ายไว้ ส่วนมือซ้ายจับไว้บริเวณน่องซ้ายเช่นกัน แล้วจึงสลับเป็นขาขวา นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง โดยพยายามเหยียดขาให้ตรงอยู่ตลอดเวลา

ท่าที่ 2 Crisscrossกระชับรูขุมขน

– เริ่มด้วยท่านอนหงาย เข่าทั้งสองข้างยกขึ้นแนบอก ยกศีรษะขึ้นจากพื้น มือทั้งสองข้างจับด้านหลังศีรษะไว้

– เกร็งหน้าท้อง เหยียดขาทั้งสองข้างออกไป จากนั้นงอเข่าซ้ายทำมุม 90 องศา พร้อมกับบิดลำตัว ยกไหล่ขวาไปทางซ้าย

– สลับขา งอเข่าขวาทำมุม 90 องศา พร้อมกับบิดลำตัว ยกไหล่ซ้ายไปทางขวา นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 3 Double-Leg Stretch

– นอนหงาย งอเข่าทั้งสองข้างขึ้นแนบอก

– เกร็งหน้าท้อง ยกลำตัวด้านบนขึ้น และใช้มือทั้งสองข้างจับบริเวณหน้าแข้งหรือเข่าไว้

– หายใจเข้า จากนั้นค่อยๆ เหยียดขาออกไป ทำมุม 45 องศา พร้อมๆ กับยกแขนทั้งสองข้างขึ้น ให้อยู่ระดับเดียวกับหู

– หายใจออก และวาดแขนทั้งสองข้างลง พร้อมกับงอเข่าทั้งสองข้างแนบอก นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 4 Double Straight-Leg Stretch

– นอนหงาย งอเข่าทั้งสองข้างขึ้นแนบอก ยกศีรษะขึ้น มือทั้งสองข้างวางไว้ด้านหลังศีรษะ

– เกร็งหน้าท้อง ยกขาทั้งสองขึ้นด้านบนเหยียดตรง ทำมุม 90 องศา

– ค่อยๆ ปล่อยขาทั้งสองข้างลง ให้ห่างจากพื้นประมาณ 1 นิ้ว โดยที่ขาทั้งสองข้างยังคงเหยียดตรง

– ยกขากลับขึ้นเหยียดตรงช้าๆ กลับสู่ท่าเดิม นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 5 Single Straight-Leg Stretch

– นอนหงาย ขาทั้งสองข้างเหยียดตรง ยกลอยจากพื้นเล็กน้อย พร้อมกับยกหลังด้านบนและศีรษะขึ้นจากพื้น

– ยกขาขวาขึ้นด้านบน โดยใช้มือทั้งสองข้างจับขาบริเวณข้อพับไว้ จากนั้นดันขาเข้าหาตัวให้มากที่สุดเท่สาที่จะทำได้

– สลับขา ปล่อยขาขวาลงเหยียดตรง พร้อมกับยกขาซ้ายขึ้นด้านบน มือทั้งสองข้างจับขาซ้ายไว้ นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง กระชับรูขุมขน.