สิวอักเสบ นั้นเป็นสิวที่มีผลในทางลบต่อผิวหน้ามากที่สุดเลยล่ะ

สิวอักเสบ นั้นเป็นสิวที่มีผลในทางลบต่อผิวหน้ามากที่สุดเลยล่ะ เพราะเจ้าสิวอักเสบนั้นถือเป็นสิวภาคต่อของสิวอุดตัน เพราะเมื่อสิวอุดตันเกิดการติดเชื้อจากแบคทีเรีย Propionibacterium acne หรือ พีแอ็คเน่ (P.acne) มันก็จะกลายร่างเป็นสิวอักเสบ ซึ่งจากสิวอุดตันที่ดูเหมือนไม่มีอะไรมันก็จะดันตัวนูนขึ้นมากลายเป็นจุดแดง ๆ หรือเป็นหัวหนองที่แถมความเจ็บปวดมาให้ พอยุบตัวลงมันยังทิ้งร่องรอยเอาไว้ให้เจ็บชอกช้ำระกำใจอีกด้วย สิวอักเสบ.

สิวอักเสบ

สิวอักเสบ หนึ่งในสิวอักเสบที่เรารู้จักกันดีคือ “สิวหัวหนอง” แต่นอกจากสิวหัวหนองแล้ว ก็ยังมีสิวประเภทอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งแต่ละประเภทจะถูกแบ่งออกตามลักษณะและความยากง่ายในการรักษา เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักสิวอักเสบแต่ละประเภทกันดีกว่า จะได้รู้ว่าสิวอักเสบที่มันผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเรานั้นจัดเป็นสิวอักเสบประเภทใด

ประเภทของสิวอักเสบ
สิวอักเสบแบบตุ่มนูนแดง (Papule) เป็นสิวอักเสบที่พัฒนามาจากสิวอุดตันและสิวที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวของเรา เป็นสิวที่รักษาได้ง่าย ถ้ารู้ตัวว่าเป็นละก็ ก่อนนอนให้โปะด้วยคลินดามัยซินลงบนหัวสิว พอตื่นมาสิวก็จะไม่เพิ่มขนาดขึ้น แถมยังช่วยลดความแข็งของหัวสิวลงได้อีกด้วย แต่สำหรับบางคนยาชนิดนี้อาจออกฤทธิ์ดีจัด จนทำให้สิวยุบลงไปเลยก็มี
สิวอักเสบแบบหัวหนอง (Pustule) สิวอักเสบหัวหนองแบบแรกจะเป็นสิวแบบตื้น ๆ รับมือได้ง่าย ไม่มีอาการเจ็บ มีลักษณะเป็นหนองเกาะนูนอยู่บนผิว โดยปกติแล้วถ้าเราจะใช้บีพี (BP หรือ Benzoyl peroxide) เป็นประจำ สิวอักเสบหัวหนองแบบตื้นก็แทบจะไม่มากวนใจเราเลย ส่วนอีกแบบจะเป็นสิวอักเสบแบบลึก จะใช้ระยะเวลาการรักษานานกว่าแบบแรก แถมยังเจ็บอีกด้วย เป็นสิวที่พัฒนามาจากแบบแรกจนกลายร่างเป็นแบบลึก เพราะเราปล่อยปละละเลยไม่ยับยั้งมันตั้งแต่แรก ถ้าเป็นถึงขั้นนี้ก็ให้รีบรักษา เพราะถ้าลุกลามไปมากกว่านี้จะรักษาได้ยากและทิ้งรอยไว้ให้หนักใจกันนานเลยทีเดียว
สิวอักเสบแบบตุ่มแดงก้อนลึก (Nodule) จะมีลักษณะคล้ายกับสิวอักเสบแบบตุ่มนูนแดง แต่สิวแบบนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าและจะรู้สึกได้ว่ามันแข็งเป็นไต เมื่อสัมผัสหรือกดดูจะรู้ว่าสิวนั้นลึกลงไปถึงข้างใน ไม่ใช่แข็งเป็นไตนูนแค่บนผิว สิวแบบนี้จะใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะยุบ แต่ถ้าเราดูแลดี ๆ สิวชนิดนี้ก็จะไม่ทิ้งรอยแผลไว้บนใบหน้าของเรา (ไม่สนับสนุนให้กด เพราะยิ่งกดจะยิ่งเห่อ)
สิวอักเสบแบบถุงใต้ผิวหนัง (Cyst acne) ถ้าเป็นสิวชนิดนี้แนะนำว่าให้รีบไปหาหมอโดยด่วน อย่าคิดรักษาด้วยตัวเองหรือลองใช้อะไรด้วยตัวเอง เพราะสิวชนิดนี้นับว่าเป็นสิวอักเสบที่รุนแรง มีลักษณะเป็นถุงขนาดใหญ่ รูปร่างไม่จำกัดอยู่แค่รูปวงกลมเท่านั้น เพราะบางทีก็เป็นตุ่มแดง ๆ บางทีก็เป็นถุงที่มีหนองอยู่ข้างใน ซึ่งมักจะอยู่รวมตัวเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ ๆ เมื่อเจ้าสิวชนิดนี้เกิดขึ้นมาแล้ว ก็ต้องใจเย็นกับการรักษา หยุดทุกการกระทำกับใบหน้า เรื่องแต่งหน้าเลิกคิดไปได้ แล้วรีบไปหาหมอ แล้วอย่าลืมทำใจเอาไว้ด้วยว่าอาจมีรอยแผลเป็นแน่ ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องรักษาสิวให้หายก่อน ส่วนรอยแผลเป็นต่าง ๆ เดี๋ยวค่อยมาหาทางรักษาทีหลังก็ยังไม่สาย สิวอักเสบ.

วิตามินซี ให้คุณมีผิวขาวสวยได้ดังใจร่างกายของมนุษย์

วิตามินซี ให้คุณมีผิวขาวสวยได้ดังใจร่างกายของมนุษย์ นั้นไม่สามารถสร้าง “วิตามินซี” (Ascobic Acid) ขึ้นได้ด้วยตัวเอง และวิตามินซีก็ยังเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ เราจึงจำเป็นต้องได้รับวิตามินซีจากการรับประทาน ซึ่งวิตามินซี.

วิตามินซี

วิตามินซี (Ascobic Acid) เป็นตัวช่วยที่จะทำให้ผิวขาวผุดผ่องกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ ซึ่งวิตามินซีมีอยู่ในผักผลไม้หลากหลายชนิด และเป็นวิตามินซีที่ละลายน้ำได้ และนอกจากผิวพรรณแล้ว วิตามินซียังช่วยป้องกันโรคหวัด ภูมิแพ้ ป้องกันการติดเชื้อจากบาดแผล และช่วยสมานแผลให้หายเร็วขึ้น ยังสามารถป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง ช่วยให้ผิวหนังแข็งแรง ลดอาการฟกช้ำดำเขียว และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย

วิตามินซีจากผักผลไม้สดจะช่วยให้ผิวขาว มีความชุ่มชื้น มีน้ำมีนวล ผิวจะเรียบเนียน และเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน ทำให้ผิวแน่น ยืดหยุ่น ชะลอริ้วรอยเหี่ยวย่นในผิวก่อนวัยอันควร นอกจากนี้ หากรับประทานผักผลไม้ที่มีวิตามินซีอย่างสม่ำเสมอ ยังสามารถช่วยลดอาการผิวไหม้แดดได้ดีอีกด้วย

วิตามินซี ช่วยอะไรร่างกายได้บ้าง นอกจากความงาม?

จากการศึกษาพบว่าวิตามินซี ช่วยอะไรต่อร่างกายได้อย่างมากมาย นอกเหนือจากเพียงเรื่องของความงาม ซึ่งวิตามินซี ช่วยอะไรได้บ้างนั้น หลักๆมีดังต่อไปนี้

1.ช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโต และการพัฒนาการของร่างกายให้เป็นปกติ

2.ช่วยทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีมากยิ่งขึ้น

3.ช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิว

4.ช่วยในการรักษาบาดแผลให้หายอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

5.ทำหน้าที่เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้วิตามินซีเป็น วิตามินบำรุงผิว ที่มีประสิทธิภาพ

6.ช่วยป้องกัน หรือชะลอการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด

7.ช่วยป้องกัน หรือชะลอการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือด และโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ

8.ช่วยเสริมประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันให้ดีมากยิ่งขึ้น

9.ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับหลอดเลือดฝอย

10.ช่วยลดความเมื่อยล้าน อ่อนเพลีย หรือสถาวะร่างกายอ่อนแรงให้น้อยลง

จากข้อมูลในเบื้องต้นคงจะทำให้หลายๆคนเห็นภาพแล้วว่า วิตามินซี ช่วยอะไรได้บ้าง และเป็นวิตามินที่ดีต่อสุขภาพวิตามินซี กินตอนไหน ก็ได้ แต่ควรที่จะได้รับในปริมาณที่เหมาะสมอยู่เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ วิตามินซี.

ลดความอ้วน วันนี้เราจึงนำผลไม้ 10 อันดับที่เหมาะกับการลดน้ำหนัก

ลดความอ้วน  วันนี้เราจึงนำผลไม้ 10 อันดับที่เหมาะกับการลดน้ำหนักมาเสนอกันค่ะ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน
ลดความอ้วน อันดับ 10 แอปเปิ้ล โดยทางยามีสรรพคุณลดกรดในกระเพาะอาหาร ละลายเสมหะ ลดความดันโลหิต ช่วยขับเกลือโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย มีฤทธิ์เป็นยาระบาย มีส่วนช่วยทำความสะอาดระบบย่อยอาหาร ให้พลังงาน 50 kcal ต่อ 100 g

แตงโมลดความอ้วน

อันดับ 9 ผลไม้กลุ่มแตง จะเป็น แตงโม, แตงไทย ฯลฯ โดยเฉพาะแตงโมเป็นผลไม้ที่มีคุณสมบัติเย็น จะช่วยลดอาการไข้ คอแห้ง บรรเทาแผลในปากก็ล้างพิษให้กับร่างกาย ให้พลังงาน 30 kcal ต่อ 100 gลดความอ้วน

อันดับ 8 ผลไม้ตระกูลส้ม ทั้งส้มโอ, ส้มเขียวหวาน ฯลฯ ป้องกันโรคหวัดและการติดเชื้อแบคทีเรีย ลดปริมาณโคเลสเตอรอลในโลหิต ช่วยระบบย่อยอาหารของร่างกาย ระบายได้มีแก้อาการท้องผูก และมีคุณค่าทางอาหาร ให้วิตามินซีสูง ให้พลังงาน 60 kcal สำหรับส้มเขียวหวาน 2 ผลกลาง และให้พลังงานที่เท่ากันสำหรับส้มโอ 2 กลีบ

อันดับ 7 แครนเบอร์รี่ ป้องกันนิ่วในไต แถมช่วยต้านเชื้อไวรัส ให้พลังงาน 46 kcal ต่อ 100 g

อันดับ 6 ผลไม้กลุ่มเบอร์รี่ เช่น สตอเบอร์รี่, บลูเบอร์รี่ ช่วยในการบำรุงระบบเลือดและระบบสายตา ให้พลังงาน 60 kcal ต่อ 1 ถ้วยโดยประมาณ

สับปะรด

อันดับ 5 สับปะรด วิตามินซีสูง มีเอนไซม์ย่อยโปรตีนชื่อบรอมีเลน (bromelain) ช่วยย่อยโปรตีนไม่ให้ตกค้างในลำไส้ และ มีเกลือแร่ วิตามินซีจำนวนมาก แถมมีส่วนช่วยต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ให้พลังงาน 50 kcal ต่อ 100 g

อะโวคาโด

อันดับ 4 อะโวคาโด แม้ว่า อะโวคาโค 100 กรัมให้พลังงาน 189 แคลอรี่และ อะโวคาโด 1 ขีด มีไขมัน 19.3 กรัม แต่ไขมันที่มีนั้นเป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัวนั่นหมายความว่ามันไม่ทำให้คุณอ้วน ขึ้น และช่วยให้ไขมันในเส้นเลือดลดลงด้วย ซึ่งไขมันไม่อิ่มตัวซึ่งเป็นไขมันดีนั้นจะทำให้คุณอิ่มได้นานไม่ต้องไปรับ ประทานอะไรระหว่างมื้อ และเมื่อเทียบกันแล้วอะโวคาโดยังมีโพแทสเซียมมากกว่ากล้วยถึง 60% นอกจากนี้ยังมีวิตามินเอ, บี, ซี, อี และเป็นผลไม้ที่คาร์โบไฮเดรตต่ำมากด้วยค่ะ

มะละกอ

อันดับ 3 มะละกอ การกินเนื้อมะละกอสุก ช่วยเป็นยาระบายอ่อนๆ เพราะไปช่วยเพิ่มจำนวนกากไยอาหาร ดังนั้นเนื้อผลสุกมะละกอจะช่วยระบายอ่อนๆ แก้ท้องผูก ให้วิตามินซีสูง เสริมสร้างระบบย่อยอาหารให้ทำงานดี มีโปรตีนอีกต่างหาก ให้พลังงาน 60 kcal ต่อ 8 ชิ้นพอคำ

มะเขือเทศลดความอ้วน

อันดับ 2 มะเขือเทศ มี เป็นพืชชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร มีวิตามินซีสูงและให้วิตามินเอราว 1 ใน 3 ของวิตามินเอที่ร่างกายต้องการในหนึ่งวัน นอกจากนี้มะเขือเทศยังมีโปแตสเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียมและแร่ธาตุอื่นๆ อีกหลายชนิด ส่วนช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งและโรคหัวใจ ให้พลังงาน 20 kcal ต่อ 1 ผล

กีวี

อันดับ 1 กีวี ผล ไม้ผลรีรูปไข่ มีขนเล็กๆปกคลุมทั่วผล เนื้อสีเขียว บางพันธุ์เนื้อสีเหลือง ชุ่มน้ำ รสเปรี้ยวอมหวาน เป็นผลไม้ที่เก็บไว้ได้นาน สารแอกทินิดีนในกีวีช่วยเสริมภูมิคุ้มกันทำให้หัวใจแข็งแรง มีแคลอรี่ต่ำ ให้พลังงาน 60 kcal ต่อ 100 g

ซึ่งการรับประทานผลไม้อย่างเดียวคงไม่สามารถช่วยลดความอ้วนได้ ควรออกกำลังกายและรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ นอกจากน้ำหนักจะลดลงได้แล้วโรคร้ายยังไม่กล้ากล้ำกรายคุณด้วยค่ะ ลดความอ้วน.

ลดต้นขา รูปร่างต้องเป๊ะทุกสัดส่วนตั้งแต่ทรวดทรงองค์เอวจนไปถึงเรียวขา

ลดต้นขา  รูปร่างต้องเป๊ะทุกสัดส่วนตั้งแต่ทรวดทรงองค์เอวจนไปถึงเรียวขา จะมาเป็นสาวหน้าสวยแต่น่องตันก็คงไม่งามสักเท่าไร ดังนั้นเราจึงควรดูแลเรียวขาให้เรียบเนียนและกระชับได้สัดส่วนที่ดีอยู่เสมอ ด้วยวิธีลดต้นขาดังต่อไปนี้ ลดต้นขา.

ลดต้นขา
ลดต้นขา 1. ลดต้นขา ลดแป้งและไขมัน

ลดต้นขา ควรรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการให้ครบทั้ง 3 มื้อ แต่เน้นผักและผลไม้สด รับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์และนมแค่พอดี โดยหลีกเลี่ยงอาหารประเภทข้าวหรือแป้งขัดสี อาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง เพื่อป้องกันการสะสมไขมันส่วนเกินในร่างกาย นอกจากนี้ควรดื่มเปล่าอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

2. ออกกำลังกายลดต้นขา อย่างสม่ำเสมอ

ออกกำลังกายลดต้นขา ออกกำลังกายวันละ 15 – 30 นาที หรือสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพื่อเผาผลาญพลังงานและไขมันส่วนเกินในร่างกาย โดยเน้นท่าออกกำลังกายตรงส่วนขาให้มากๆ อย่างเช่น การปั่นจักรยาน กระโดดเชือก เวทเทรนนิ่ง หรือเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเล็กๆ น้อยๆ เช่น ขึ้นบันได้แทนการใช้ลิฟต์ในที่ทำงาน เป็นต้น

3. โยคะลดต้นขา

โยคะลดต้นขา หนึ่งในการออกกำลังกายที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้หญิง เนื่องจากช่วยลดการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายแบบอื่นๆ ได้พอสมควร และยังมีอีกหลายๆ ท่า ที่สามารถช่วยกระชับต้นขาอย่างได้ผล เมื่อปฏิบัติเป็นประจำและสม่ำเสมอ

4. นวดลดต้นขา เพื่อสลายเซลลูไลต์

นวดลดต้นขา ใช้เจลลดต้นขาหรือครีมลดต้นขาหรือครีมกระชับต้นขา นำมานวดบริเวณต้นขาประมาณ 20 – 30 นาทีต่อวัน เพื่อให้สารสกัดและส่วนประกอบต่างๆ ซึมซาบลงสู่ชั้นใต้ผิวหนัง และเข้าไปสลายไขมันและเซลลูไลต์ที่สะสมตามต้นขา จึงทำให้ต้นขากระชับและเล็กลง

5. เครื่องออกกำลังกายลดต้นขา

เครื่องออกกำลังกายลดต้นขา การออกกำลังที่มีอุปกรณ์ช่วยทำให้การลดต้นขานั้นสนุกและง่ายมากขึ้น ซึ่งมีหลากหลายชนิดให้เลือก แต่อุปกรณ์ที่น่าแนะนำมากที่สุดก็คือ “จักรยานไฟฟ้า” หรือ “เครื่องบริหารช่วงขา” เนื่องจากหาซื้อได้ง่ายและราคาไม่สูงมากลดต้นขา

6. กางเกงลดต้นขา

กางเกงลดต้นขา เป็นกางเกงที่ผลิตจากผ้าไนลอน มีลักษณะคล้ายกางเกงเลกกิ้งผสมกับถุงน่อง เมื่อสวมใส่เข้าไปจะช่วยยกเก็บกระชับต้นขาที่หย่อนคล้อยให้ดูเรียวขึ้น จากนั้นจึงค่อยสวมทับด้วยกางเกงขายาวหรือกระโปรงยาว ซึ่งวิธีนี้จะเห็นผลเฉพาะตอนที่สวมใส่กางเกงลดต้นขาเท่านั้น

7. ดูดไขมันลดต้นขา

ดูดไขมันลดต้นขา วิธีนี้ได้ผลลัพธ์ที่ดีมาก แต่ถ้าไม่ควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายก็จะเกิดการสะสมไขมันขึ้นมาใหม่ รวมถึงยังมีค่าใช้จ่ายสูงและค่อนข้างเจ็บตัวพอสมควร โดยใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียง (Ultrasound) เข้าไปทำให้ไขมันแตกตัวหรือสลายกลายเป็นของเหลว จากนั้นจึงใช้เครื่องดูดของเหลวนั้นออกมา

8. ฉีดโบทอกซ์ลดต้นขา

ฉีดโบทอกซ์ลดต้นขา การฉีดโบทอกซ์หรือ Botulinum Toxin เหมาะสำหรับผู้ที่มีต้นขาใหญ่อันเนื่องมาจากกล้ามเนื้อเท่านั้น เมื่อหลังจากฉีดได้ประมาณ 1 – 2 เดือน ก็จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนว่าต้นขาเล็กลงนั่นเอง และควรฉีดซ้ำทุก 4 – 6 เดือนลดต้นขา

9. ทำคาร์บ็อกซี่ลดต้นขา

ทำคาร์บ็อกซี่ลดต้นขา Carboxy Therapy เป็นเทคนิคการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาเร่งสลายไขมัน ขณะเดินก๊าซจะรู้สึกเจ็บยุบยิบๆ วิธีนี้จะเห็นผลเพียงใดขึ้นอยู่กับผู้ที่รับการบริการด้วย และอาจจะต้องทำซ้ำ 3 – 4 ครั้ง

10. ฉีดลดต้นขา

ฉีดลดต้นขา เรียกว่า Lipodissolve เป็นการฉีดกลุ่มตัวยาที่มีสรรพคุณในการสลายไขมันเข้าไปที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ทำให้ผนังไขมันเกิดการแตกตัวกลายเป็นไขมันเหลว จากนั้นร่างกายก็จะดูดซึมกลับไป ซึ่งวิธีนี้จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพราะการฉีดแต่ละครั้งจะสลายไขมันได้แค่เพียงบางส่วน ลดต้นขา.

สูตรลดริ้วรอย สำหรับใครที่กำลังมองหาคำตอบในการดูแลรักษารอยย่น

สูตรลดริ้วรอย สำหรับใครที่กำลังมองหาคำตอบในการดูแลรักษารอยย่น เป็นร่องบริเวณแก้ม งานนี้ห้ามพลาด ! เพราะเราได้นำเคล็ดลับในการดูแลตัวเองและวิธีรักษาร่องแก้มอย่างได้ผลมาฝาก !! ถ้าอยากจะเพิ่มความสดใส ไร้ริ้วรอย เปลี่ยนใบหน้าตัวเองให้ดูเด็กลง…ก็อย่ารอช้า ไปดูกัน สูตรลดริ้วรอย.

สูตรลดริ้วรอย

สูตรลดริ้วรอย

1. นอนหงายไร้ริ้วรอย
ท่านอนถือเป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อการเกิดริ้วรอย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ริ้วรอยบริเวณร่องแก้ม” ซึ่งปัญหานี้มักเกิดขึ้นกับผู้ที่ชอบนอนตะแคงเป็นประจำ เพราะจะทำให้ใบหน้าถูกกดทับเป็นเวลานาน จนทำให้เกิดรอยย่นเป็นร่องลึกแบบยากที่จะแก้ไข ลองคิดดูว่าแค่เพียง 1 คืน ผิวหน้าของคุณถูกกดทับนานแค่ไหน? ดังนั้นการนอนอย่างถูกวิธีด้วยการนอนหงายจึงเป็นการป้องกันและลดการเกิดริ้วรอยได้เป็นอย่างดี

2. ไม่หัวเราะเกินความจำเป็นสูตรลดริ้วรอย
แม้การหัวเราะจะเป็นสิ่งที่ดีและเป็นตัวบ่งบอกถึงความสุขของมนุษย์อย่างเราก็ตาม แต่การหัวเราะที่มากเกินความจำเป็น หัวเราะจนไม่แคร์ผิวหน้า ก็คงจะไม่ดีต่อสุขภาพผิวหน้านัก ! เพราะสาเหตุหลักของการเกิดริ้วรอยร่องแก้มก็มาจากการหัวเราะหรือยิ้มมากจนเกินไปนั่นเอง แต่ก็ไม่ได้ความว่าคุณจะต้องทำหน้านิ่งหรือบึ้งตลอดเวลานะ เพียงแค่ลดการหัวเราะที่ไม่จำเป็นหรือหัวเราะกว้างจนเกินไปก็เท่านั้น

3. หลีกเลี่ยงไม่ให้ผิวต้องเผชิญหน้ากับแสงแดดรังสี UV
เพราะแสงแดดเป็นตัวการทำลายผิว หากต้องออกไปข้างนอก คุณควรหมั่นทาครีมกันแดดบริเวณใบหน้าและลำคอเป็นประจำสูตรลดริ้วรอย

4. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงอื่น ๆ
การนอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ ภาวะเครียด การล้างถูหน้าแรง ๆ การเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอาง การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสาเหตุหลักทำให้เกิดริ้วรอยและความเหี่ยวย่นที่มากยิ่งขึ้น

5. ออกกำลังกายเป็นประจำ
การออกกำลังกายเป็นประจำก็สามารถช่วยเพิ่มเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมนักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะมีใบหน้าที่แสนอ่อนเยาว์และไร้ริ้วรอยอยู่ตลอดเวลา เพราะการออกกำลังกายนั้นสามารถช่วยลดการเกิดริ้วรอยต่าง ๆ รวมทั้งริ้วรอยร่องแก้มได้อย่างไม่น่าเชื่อ !

6. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
ไม่ว่าจะเป็นผักใบเขียว ผลไม้ หรืออาหารทะเล ซึ่งอาหารเหล่านี้จะอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี รวมถึงเกลือแร่ที่มีส่วนช่วยทำให้ผิวสดใสและคงความชุ่มชื่นอยู่เสมอ และที่สำคัญคุณควรดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยบำรุงผิว และช่วยระบบการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติ

7. อาหารเสริมช่วยได้
ให้เลือกอาหารเสริมหรือวิตามินที่ช่วยเสริมความแข็งแรงและฟื้นฟูสภาพผิว ปกป้องผิว ลดรอยเหี่ยวย่น และป้องกันการทำลายของอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะไม่สมดุลของพลังงาน อย่างเช่น วิตามินซี 1,000 มิลลิกรัม วันละ 1 เม็ด สูตรลดริ้วรอย.

วิธีขาวเร็วที่สุด ค่านิยมของคนในบ้านเรามักชอบคนผิวขาว

วิธีขาวเร็วที่สุด ค่านิยมของคนในบ้านเรามักชอบคนผิวขาว สวยสุขภาพดี จึงไม่แปลกที่คนในยุคนี้โดยเฉพาะบรรดาสาวๆจะหันไปพึ่งนวัตกรรมในการทำให้ผิวของตัวเองแลดูขาวสดใส ออร่าจับอย่างการฉีดสีผิวให้ขาวแบบรวดเร็วทันใจ ทั้งนี้ อย่าลืมว่าวิธีการดังกล่าวอาจส่งผลข้างเคียงได้หากใช้ส่วนผสมที่ไม่เหมาะสม หรือขาดความเชี่ยวชาญ ที่สำคัญต้องแลกไปกับค่าใช้จ่ายแสนแพง วันนี้เราจะพามาดูวิธีขาวไว ขาวใสแบบธรรมชาติ ไม่ต้องพึ่งสารเคมี ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มกันเลย วิธีขาวเร็วที่สุด.

วิธีขาวเร็วที่สุด
วิธีขาวเร็วที่สุด สูตรพอกผิวเร่งด่วน ขาวได้ภายใน 7 วัน
หากใครยังไม่พอใจกับวิธีขาวไวข้างต้น ลองมาดูสูตรธรรมชาติที่ใช้พอกผิวให้ขาวแบบเร่งด่วน ภายใน 7 วัน โดยวิธีขาวไวด้วยสูตรพอกผิว มีส่วนผสมดังนี้วิธีขาวเร็วที่สุด
– มะขามเปียก 2 กำ
– มะนาว 1 ลูก
– ผงขมิ้น
– น้ำมันมะพร้าว
– น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะวิธีขาวเร็วที่สุด
– โยเกิร์ตรสธรรมชาติแช่เย็น 1 ถ้วย
– นมสดแช่เย็น 1 กล่อง
สำหรับขั้นตอนการทำ ให้ผสมมะขามเปียก มะนาว ผงขมิ้น น้ำมันมะพร้าว น้ำผึ้งลงในภาชนะ คนส่วนผสมให้เข้ากัน โดยให้หยิบกากมะขามเปียกออกไป ไม่เช่นนั้นถ้านำมาขัดผิวอาจทำให้ผิวถลอกปลอกเกิดได้ ส่วนผงขมิ้นใส่ให้พอดี อย่ามากเกินไป เพราะเดี๋ยวตัวเหลืองเว่อร์ คนเห็นอาจตกอกตกใจ
เตรียมส่วนผสมเรียบร้อยแล้วก็ให้พักไว้ ไปอาบน้ำให้เสร็จสรรพ จากนั้นนำส่วนผสมมาทาถูให้ทั่วเรือนร่าง พร้อมๆกับขัดผิว โดยให้ขัดวนเป็นวงกลมทีละจุด ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงปล่อยทิ้งไว้ 10 นาที (อาจรู้สึกเหนียวเหนอะหนะก็ทนเอาหน่อย) แล้วล้างออกให้สะอาด
ขั้นตอนต่อไปให้นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติผสมกับนมสด แล้วคนให้เข้ากัน ทีนี้ก็ได้เวลาอาบน้ำแร่แช่น้ำนม โดยนำโยเกิร์ตกับนมที่ผสมไว้มาพอกให้ทั่วตัว รวมถึงใบหน้า ยกเว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก พอกทิ้งไว้สัก 30-60 นาทีจึงค่อยล้างออกให้สะอาด หากกลัวไม่สะอาดให้ล้างด้วยน้ำสบู่เบาๆอีกรอบ สุดท้ายเช็ดตัวให้แห้ง ควรทาโลชั้นหรือครีมบำรุงผิวที่ท่านคุ้นเคย เป็นอันเสร็จ
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ควรใช้สูตรพวกตัวนี้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งสูตรนี้อาจเป็นทำให้รู้สึกระคายเคือง แสบๆคันๆเล็กน้อย ก็ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะสูตรพอกผิวนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป เผยผิวใหม่ที่สุขภาพียิ่งกว่าจนลืมเรื่องผิวหมองคล้ำไปได้เลย อย่างไรก็ดี หากรู้สึกระคายเคืองผิวมากเกินกว่าปกติ ให้ล้างน้ำออกให้สะอาดทันที เพราะผิวของคุณอาจบอบบางจนเกิดอาการแพ้ วิธีขาวเร็วที่สุด.

ลดพุง ปัญหาที่เกี่ยวกับ “พุง” เพราะการที่เรามี “พุง”

ลดพุง ปัญหาที่เกี่ยวกับ “พุง” เพราะการที่เรามี “พุง” ทำให้เราเสียบุคลิกแล้ว ยังลำบากในเรื่องการเลือกซื้อเสื้อผ้า เพื่ออำพราง ยิ่งไปกว่านั้นความมั่นใจต่อเพศตรงข้าม ไม่ต้องพูดถึงหายไปกว่าครึ่ง ดังนั้น จึงมีการเสาะหาวิธีการต่าง ๆ วิธีลดพุง วิธีลดพุงเร่งด่วน ที่จะช่วยในการลดพุงให้ได้ผล แต่ก็นั่นแหละ แต่ละวิธีการที่มีการแนะนำ ถามว่า ถ้าทำได้จริง ๆ ก็ได้ผลแน่นอน แต่ในสภาพสังคม ลดพุง.

ลดพุง

ลดพุง ปัจจุบันที่ทุกอย่างเร่งรีบ สภาพการจราจรติดขัด ผู้คนส่วนใหญ่จะหาเวลาที่ไหนไปออกกำลังกายลดพุง แค่วิธีการควบคุมอาหารในแต่ละมื้อยังเป็นเรื่องยุ่งยาก เนื่องด้วยฝากท้องไว้กับร้านอาหารข้างทางซะส่วนใหญ่ จึงสามารถสรุปได้ว่า ปัญหาเรื่อง “พุง” เกิดง่ายแต่แก้ยากในภาวะการณ์ปัจจุบันลดพุง

แต่ทุกปัญหาย่อมมีทางออก วันนี้เรามี วิธีการลดพุงผู้ชาย และ วิธีการลดพุงผู้หญิง มาแนะนำ โดยไม่ต้องไปออกกำลังกายหนัก ๆ ไม่ต้องลดอาหาร เพียงแค่ปรับพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้นเอง

1. เปลี่ยนความเชื่อผิด ๆ โดยหลายคนมักบอกว่า “อย่าพยายามเปลี่ยนขนาดของเสื้อผ้า” กล่าวคือ ถ้าอ้วนก็ให้ทนใส่เสื้อผ้าคับ ๆ ต่อไปเพื่อเป็นการเตือนตัวเองว่า “เธออ้วนนะ” ทราบหรือไม่ว่าการกระทำเช่นนั้นทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตมีปัญหา รวมทั้งไขมันในส่วนที่โดยรัดก็ไม่ได้สลายหายไป แต่เปลี่ยนจุดไปกระจายอยู่ในส่วนต่าง ๆของร่างกายแทน

และความเชื่อที่ผิดอีกอย่างคือ “ถ้าอยากลดพุง ต้องอดอาหาร” โดยร่างกายเราต้องมีสารอาหารไปหล่อเลี้ยงอวัยวะอื่นทุก ๆ วัน ดังนั้น การอดอาหารจะส่งผลให้ขาดสารอาหาร ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย หงุดหงิด มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน รวมทั้ง เมื่อเรากินร่างกายก็เริ่มกักเก็บไขมันเช่นเดิม ก็ไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุแต่อย่างใด

2. ไม่นอนดึกและพักผ่อนให้เพียงพอ กล่าวคือพักผ่อนไม่ต่ำกว่าวันละ 6 ชั่วโมง และนอนไม่เกิน 4 ทุ่ม ซึ่งการพักผ่อนในช่วงเวลาดังกล่าวร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยในการเผาผลาญพลังงานออกมา ซึ่งจะช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินได้ลดพุง

3. อย่าเครียด เพราะการเครียดจะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมน ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งไขมันไปสะสมบริเวณหน้าท้อง ดังนั้นถ้าไม่อยากมีพุง อย่าเครียด

4. การออกกำลังกายในระหว่างการใช้ชีวิตประจำวัน โดยมีการขยับร่างกายไปมา เพื่อให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญอย่างต่อเนื่อง เช่น

แขม่วนหน้าท้อง เป็นการออกกำลังกายง่ายๆที่สามารถทำได้อยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังเป็นการช่วยบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องอีกด้วย โดยการหายใจเข้าแล้วแขม่วท้องเอาให้ได้มากที่สุด จากนั้นค่อยๆผ่อนลมหายใจออกจากท้องให้มากที่สุด ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง
การนั่งยกขา โดยการนั่งหลังตรงพิงกับเกาอี้ ค่อยๆยกขาขึ้นให้ปลายเท้าลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย ประมาณ 2-5 นิ้ว ขณะที่ทำการยกขาให้ใช้แรงจากหน้าท้องส่วนล่าง โดยยกขาค้างเอาไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วสลับข้าง ให้ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง
การเดิน ในขณะที่การออกกำลังกายโดยการเดิน หน้าท้องของจะเกร็งโดยอัตโนมัติ ทำให้หน้าท้องกระชับ และยังช่วยลดต้นขาอีกด้วย

5. หากไม่สามารถ วิธีลดพุง ทำตามที่กล่าวมาได้ หรืออยากได้เครื่องมือที่ช่วยในการทุ่นแรงและทุ่นเวลาในการลดน้ำหนักหรือลดพุง ก็ให้มองหาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนักที่ช่วยเรื่องการแก้ปัญหาอย่างตรงจุด เพราะเป็นอีกทางเลือกนึงที่ทำให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายในการลดพุงได้ ลดพุง.

ลดต้นแขน ต้นแขนใหญ่ เป็นปัญหามากสำหรับสาว ๆ

ลดต้นแขน ต้นแขนใหญ่ เป็นปัญหามากสำหรับสาว ๆ ที่อยากมีโอกาสใส่เสื้อประเภทแขนกุด สายเดี่ยว สายสปาเก็ตตี้ เสื้อกล้าม และเสื้อเชิ้ตพอดีตัว หรือแม้แต่เสื้อโปโลแขนสั้น ทั้งที่การใส่เสื้อแน่น ๆ ปิดต้นแขนก็จะทำให้ดูล่ำ ทางเลือกช่างน้อยนิด มาลดต้นแขนกันอย่างเอาจริง ๆ กันดีกว่าไหม ลดต้นแขน.

ลดต้นแขน

ลดต้นแขน Exercise 1 กางปีก แกว่งแขนแนวราวเป็นวงเวียน
ท่านี้ง่ายมาก ทำให้บ่อย แต่อย่านานจนเกินไปเดี๋ยวแขนจะล่ำซะ ให้เวลากับท่านี้ครั้งละ 10 นาทีก็พอ วิธีทำก็แค่

6 ท่าลดต้นแขน

Step 1 : ยืนกางขาให้เท่ากับความกว้างของไหล่
Step 2 : ลำตัวตรง กางแขนเหยียดตรงออกไปด้านข้างลำตัว
Step 3 : เหวี่ยงทั้งแขนให้เป็นวงกลม นับ 1-20 ครั้ง เอาแขนลงแล้วทำใหม่
Step 4 : ค่อย ๆ เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ
Exercise 2 นั่งเท้าแขนไปข้างหลัง

6 ท่าลดต้นแขน

Step 1 : นั่งชันเข่า ก้นลอย แขม่วพุง เท้าแขนไปข้างหลังหันปลายนิ้วเข้าหาตัว
Step 2 : ยกสะโพกค้างไว้ นับ 1-10 เอาก้นลง
Step 3 : ทำซ้ำอีก 10 ครั้ง
Exercise 3 เหยียดตัวบนเข่า1ข้างและแขน1ข้าง

6 ท่าลดต้นแขน

Step 1 : เริ่มต้นด้วยท่าเตรียมตัวคลาน ลำตัวขนานกับพื้น หลังจากนั้นค่อย ๆ เหยียดแขนไปข้างหน้า พร้อมกับเหยียดเข่าข้างที่ตรงข้ามกับแขนไปทางข้างหลัง
Step 2 : ทำค้างไว้นับ 1-10 เอาลง
Step 3 : สลับทำอีกข้าง ให้ได้ข้างละ 10 ครั้ง
Exercise 4 เหวี่ยงแขนไขว้

6 ท่าลดต้นแขน

Step 1 : ยืนกางขากว้างกว่าไหล่เล็กน้อย กางแขนออกข้างลำตัวคว่ำมือ ลำตัวตรง แขนตรง
Step 2 : ไขว้แขน-ขา พร้อม ๆ กัน นับ 1
Step 3 : ทำแบบนี้ข้างละ 10 ครั้ง แล้วสลับเป็นไขว้ขาอีกข้าง
Exercise 5 นั่งย่อเข่าเท้าแขนไปข้างหลัง

6 ท่าลดต้นแขน

Step 1 : เลือกเก้าอี้ที่แข็งแรง แล้วนั่งลงที่หน้าเก้าอี้
Step 2 : เท้าแขนทั้งสองข้างไปข้างหลังบนที่นั่ง
Step 3 : ค่อย ๆ ยกตัวขึ้นให้ต้นขาตั้งฉาก ลำตัวตรงแขนตรง
Step 4 : ปล่อยสะโพกลงแขนงอตั้งฉาก
Exercise 6 บริหารบนเก้าอี้ทำงาน

6 ท่าลดต้นแขน

Step 1 : ยืนกางขาให้เท่ากับความกว้างของไหล่ ใช้มือทั้งข้างจับดัมเบลไว้แล้วยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ แล้วค่อย ๆ พับแขนไปทางข้างหลังและยกขึ้นใหม่ให้นับ 1
Step 2 : ทำไป 1-20 ครั้ง แลล้วพัก ทำไปเรื่อย ๆ ประมาณ 3-5 รอบ ลดต้นแขน.

ครีมหน้าขาว เรามี 5 สูตรมาร์คหน้าง่ายๆ ที่จะทำให้หน้าขาวใส

ครีมหน้าขาว เรามี 5 สูตรมาร์คหน้าง่ายๆ ที่จะทำให้หน้าขาวใส มาฝากกันโดยใช้ผลไม้มาเป็นส่วนประกอบหลัก  ทุกวันนี้ผิวโดนทำร้ายมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นแสงแดด หรือมลภาวะต่างๆ ถึงเวลา Back to the nature เพิ่มเติมความสดใสคืนสู่ผิวกันแล้วนะจ๊ะ สำหรับหนุ่มสาวที่อยากหน้าใสสวยเด้ง ฟังทางนี้  ครีมหน้าขาว.

ครีมหน้าขาว

ครีมหน้าขาว 1.สูตรหน้าใสด้วยน้ำผึ้งผสมมะนาว
ส่วนผสม: น้ำผึ้ง 1 ถ้วย
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
วิธีทำ: ผสมน้ำผึ้งกับน้ำมะนาวให้เข้ากัน นำมานวดให้ทั่วใบหน้าประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด
มะนาว จะช่วยขจัดเซลล์ผิวเช่นเดียวกับครีมที่ผสมกรด AHA ส่วนน้ำผึ้งจะทำให้ผิวหน้านุ่มและชุ่มชื้น
2. สูตรหน้าใสด้วยแอปเปิ้ลครีมหน้าขาว
ส่วนผสม: แอปเปิ้ล ปอกเปลือกแล้วคว้านเอาเฉพาะเนื้อ
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ: นำเนื้อแอปเปิ้ลมาปั่นรวมกับน้ำผึ้ง ทาให้ทั่วใบหน้าแล้วนวดเบาๆ ทิ้งไว้ 15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็น
สูตรนี้จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไป เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า ทำให้ใบหน้าดูสดใสเปล่งปลั่ง อีกด้วย
3. สูตรกระชับรูขุมขน
ส่วนผสม: กล้วยหอม แตงกวาหรือมะเขือเทศ เลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งปอกเปลือก เอาเมล็ดออกให้หมดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
น้ำผึ้งหรือนมเปรี้ยวครีมหน้าขาว
วิธีทำ: ใช้กล้วยหอม แตงกวาหรือมะเขือเทศก็ได้ เติมน้ำผึ้งหรือนมเปรี้ยว นำไปปั่นให้ละเอียดจนเป็นเนื้อครีม นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น
สูตรนี้จะ ช่วยทำความสะอาดใบหน้า และกระชับรูขุมขนและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น
4. สูตรครีมทำความสะอาดผิวหน้า (Cleanser)
ส่วนผสม: โยเกิร์ต ? ถ้วย
น้ำมันดอกทานตะวัน
มะนาวสด1? ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ: ผสมโยเกิร์ต น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมะนาวสดให้เข้ากัน นำมาพอกให้ทั่วหน้าประมาณ 5 นาที ทุกเช้าและก่อนนอน แล้วจึงล้างออก ด้วยน้ำสะอาด
สูตรนี้ใช้ได้กับทุกสภาพผิว จะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอีกด้วยครีมหน้าขาว
5. สูตรสาวผิวแห้ง มอยเจอร์ไรเซอร์จากกล้วย
ส่วนผสม: กล้วย 1 ผล
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ: บดกล้วยกับน้ำผึ้ง ผสมให้เข้ากัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น จะทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น
สูตรนี้เหมาะกับผิวแห้ง ครีมหน้าขาว.

ลดริ้วรอย คำว่าริ้วรอยหรือตีนกา เป็นคำที่แสลงใจสำหรับสาวๆ

ลดริ้วรอย คำว่าริ้วรอยหรือตีนกา เป็นคำที่แสลงใจสำหรับสาวๆ ทุกคน ที่พออายุเริ่มขึ้นเลขสาม ริ้วรอยบนใบหน้า ก็ถามหาทันที เนื่องจาก เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น ความยืดหยุ่นของผิวหนังก็ยิ่งลดลง การสร้างคอลลาเจนก็ลดลง ทำให้ผิวไม่นุ่ม ชุ่มชื้น ดึ๋งดั๋งเหมือนตอนสาวๆ ลดริ้วรอย.

ลดริ้วรอย

ลดริ้วรอย ริ้วรอยรอบดวงตา เป็นสัญญาณบ่งบอกของการมีอายุที่มากขึ้น เป็นอันดับต้นๆ ที่จะโผล่มาประดับบนใบหน้าเรา เพราะรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บอบบาง ทำให้เวลายิ้ม เวลาแสดงอารมณ์ กล้ามเนื้อบริเวณนี้จะทำงานหนักกว่าส่วนอื่นๆ จึงเป็นที่มาของ ริ้วรอยรอบดวงตา หรือเรียกภาษาชาวบ้านว่า “ตีนกา” นั่นเอง

วันนี้เรามี วิธีลดริ้วรอยรอบดวงตา ด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ง้อโบทอกซ์ สำหรับสาวอารมณ์ดี ให้คุณยิ้มได้สบายใจ ไม่กลัวริ้วรอยมาฝากกันค่ะ

วิธีลดริ้วรอยรอบดวงตา ด้วยวิธีธรรมชาติ

วิธีลดริ้วรอยรอบดวงตา

พักผ่อนให้เพียงพอลดริ้วรอย

การลดริ้วรอยรอบดวงตา ด้วยการพาร่างกายให้พักบ้าง การทำงานระหว่างวันที่เต็มไปด้วยความเครียด เวลาพักผ่อน นอนน้อย เป็นปัจจัยที่สำคัญที่ก่อให้เกิด ริ้วรอยรอบดวงตา ได้ เคยสังเกตกันไหมคะว่า วันไหนที่นอนไม่หลับ นอนไม่พอ รอบตาจะดำคล้ำคล้ายหมีแพนด้า แถมริ้วรอยยังตามมาเพียบ ดังนั้น ทางแนวทางการรักษาใบหน้าให้อ่อนเยาว์ ลดการเกิดริ้วรอบรอบดวงตา ที่ง่ายที่สุดและดีต่อสุขภาพนั่นคือ การพักผ่อนนอนหลับต่อวันให้เพียงพอ แค่นั้นเองค่ะลดริ้วรอย

ไม่สัมผัสกับแสงแดดมากเกินไป

แสงแดดยามเช้า อาจจะส่งผลดีต่อผิวหนังและร่างกายก็จริง แต่การสัมผัสแสงแดดร้อนๆ เป็นเวลานานๆ ก็ส่งผลเสียต่อผิวหนังได้อย่างใหญ่หลวงเช่นกัน เนื่องจากในแสงแดดมีรังสียูวีเอ (UVA) และยูวีบี (UVB) ที่เป็นอันตรายต่อชั้นผิวหนัง และสามารถทำลายผิวหน้าของเราได้ ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานาน หรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็อย่าลืมทาครีมกันแดด ที่มีค่า SPF สูงๆ และค่า PA+++ ด้วยนะคะ แค่นี้ก็สามารถป้องกันและลดริ้วรอยรอบดวงตา และจุดด่างดำบนใหบหน้าได้แล้วค่ะ

ดื่มน้ำลดน้ำหนัก

กินอาหารที่มีประโยชน์

ควรรับประทานอาหารดีๆ มีประโยชน์ต่อร่างกาย และผิวพรรณ อาหารหลายอย่างสามารถเพิ่มการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวได้ จึงสามารถช่วย ลดริ้วรอยรอบดวงตา ได้ เช่น อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ จะกระตุ้นการทำงานของเซลล์ ต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน โดยเฉพาะวิตามินซี นอกจากนั้นสารสีต่างๆ ในพืชผักและผลไม้ก็มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านการเสื่อมสลายของเซลล์ ลดริ้วรอยรอบดวงตา ได้ด้วยเช่นกัน

ลดริ้วรอยรอบดวงตา ด้วยผลไม้ในครัว

หลายๆ คนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับ วิธีการมาส์กหน้าด้วยผลไม้ในครัวเรือน เช่น แตงกวา มะเขือเทศ กล้วย แครอท เป็นต้น วิธีทำส่วนมากก็แค่นำผลไม้เหล่านี้ มาบดแล้วนำไปแปะรอบดวงตา ก็ถือเป็นวิธี ลดริ้วรอยรอบดวงตา ด้วยวิธีธรรมชาติและปลอดภัยที่สุดค่ะ

ริ้วรอยรอบดวงตา ถึงแม้ว่าเราจะอายุมากขึ้น แต่ใครๆ ก็ไม่อยากเจอ ไม่อยากมีเป็นของตัวเองใช่ไหมคะ ถ้าเกิดขึ้นมาแล้วการรักษาให้หายนั้นแสนยากลำบาก ดังนั้น การป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียง กินอาหารที่มีประโยชน์ ไม่เครียด แค่นี้ก็เป็นวิธีรักษาใบหน้าให้อ่อนเยาว์ ไร้ริ้วรอยรอบดวงตา มากวนใจแล้วค่ะ ลดริ้วรอย.