วิตามินผิวขาว นอกจากนี้ วิตามินซียังช่วยในการฟื้นฟู

วิตามินผิวขาว นอกจากนี้ วิตามินซียังช่วยในการฟื้นฟู ปรับสภาพผิวจากการเผชิญกับแสงแดดเป็นเวลานาน ทำให้ผิวที่หมองคล้ำแลดูกระจ่างใสขึ้น วิตามินผิวขาว.

วิตามินผิวขาว

วิตามินผิวขาว และถ้าร่างกายขาดวิตามินซี ก็จะมีเลือดออกตามไรฟัน และผิวหนังจะมีอาการฟกช้ำดำเขียวง่าย ระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายอ่อนแอ ทำให้ติดเชื้อไวรัส และแบคทีเรียได้ง่าย อาจจะเคยได้ยินกันมาบ้าง เวลาที่เราเป็นหวัด จะบอกให้เราทานวิตามินซีเม็ด ก็ด้วยสาเหตุที่ร่างกายขาดวิตามินซีค่ะ และจะทำให้แผลหายช้า เส้นเลือดในร่างกายไม่แข็งแรงวิตามินผิวขาว

วิตามินซีให้คุณมีผิวขาวสวยได้ดังใจ ร่างกายของมนุษย์นั้น ไม่สามารถสร้าง “วิตามินซี” (Ascobic Acid) ขึ้นได้ด้วยตัวเอง และวิตามินซีก็ยังเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ เราจึงจำเป็นต้องได้รับวิตามินซีจากการรับประทาน ซึ่งวิตามินซีวิตามินผิวขาว

วิตามินซี (Ascobic Acid) เป็นตัวช่วยที่จะทำให้ผิวขาวผุดผ่องกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ ซึ่งวิตามินซีมีอยู่ในผักผลไม้หลากหลายชนิด และเป็นวิตามินซีที่ละลายน้ำได้ และนอกจากผิวพรรณแล้ว วิตามินซียังช่วยป้องกันโรคหวัด ภูมิแพ้ ป้องกันการติดเชื้อจากบาดแผล และช่วยสมานแผลให้หายเร็วขึ้น ยังสามารถป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง ช่วยให้ผิวหนังแข็งแรง ลดอาการฟกช้ำดำเขียว และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย

วิตามินซีจากผักผลไม้สดจะช่วยให้ผิวขาว มีความชุ่มชื้น มีน้ำมีนวล ผิวจะเรียบเนียน และเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน ทำให้ผิวแน่น ยืดหยุ่น ชะลอริ้วรอยเหี่ยวย่นในผิวก่อนวัยอันควร นอกจากนี้ หากรับประทานผักผลไม้ที่มีวิตามินซีอย่างสม่ำเสมอ ยังสามารถช่วยลดอาการผิวไหม้แดดได้ดีอีกด้วย

ตลาดสดทั่วไปก็เป็นอาหารผิวขาวที่เราสามารถหาซื้อได้ง่าย อย่างไรก็ดี ควรทานควบคู่กับการใช้ครีมผิวขาว ครีมหน้าขาว ครีมทาผิวขาว และเครื่องสำอางบำรุงผิวที่มีส่วนผสมจากสารสกัดจากธรรมชาติ 100% แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอที่จะทำให้ผิวขาวขึ้นแล้วค่ะ วิตามินผิวขาว.

รอยแตกลาย คืออะไร หลายๆงานวิจัยทางการแพทย์ก็จะบอกตรงกันค่ะ

รอยแตกลาย คืออะไร หลายๆงานวิจัยทางการแพทย์ก็จะบอกตรงกันค่ะ ว่ารอยแตกลายนี่เป็นแผลอย่างนึงที่เกิดในชั้นหนังแท้ (mid dermal layer) โดยที่มีความผิดปกติมาตั้งแต่ชั้นหนังกำพร้าที่ฝ่อบางลงค่ะ รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย
รอยแตกลาย สาเหตุ
ถ้าสาเหตุจริงๆยังไม่ทราบ (เคยมีผู้อ่านต่อว่าเรื่องอื่นมาว่า ไม่รู้สาเหตุแล้วมาโพสท์ทำไม หมอก็ขอแจ้งให้ทราบว่าเรื่องทางการแพทย์ เรื่องเกี่ยวกับชีวิตคนก็ยังมีอีกเยอะที่ยังไม่ทราบชัดเจนค่ะ นักวิจัยดังๆระดับโลกเค้ายังไม่ทราบเลย หมอก็คงตอบเหมือนเค้าค่ะว่าไม่ทราบ แต่ทางการแพทย์แม้ว่าเค้าไม่ทราบกัน เค้าก็มักจะมีการคาดคะเนสาเหตุที่อาจเป็นไปได้ค่ะ แต่ไม่ใช่มั่วๆตอบไป มีการตัดชิ้นเนื้อจากที่เป็นรอยแตกพิสูจน์ด้วยค่ะ)รอยแตกลาย
แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่ในปัจจุบัน เค้าคาดว่า การเกิดรอยแตกลาย มักมี 3 เหตุผลนี้อยู่ด้วยกันค่ะ (ไม่ใช่อย่างใดอย่างนึงค่ะ) คือ
1.การยืดขยายของผิวหนัง ในคนตั้งครรภ์ ผนังหน้าท้องก็มีการขยายอย่างเร็ว (striae gravidarum ดูตามรูป 2) , ในคนที่อ้วน อาจจะเป็นเด็กก็ได้ก็เกิดรอยแตกขึ้น (striae distensae) นอกจากนี้ในผู้ชายที่เล่นกล้ามก็มีการขยายขนาดของกล้ามเนื้อ และผิวหนังก็ต้องมีการขยายไปด้วยและมีรอยแตกเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะที่บริเวณหน้าอกและไหล่ ต้นแขน (striae distensae ดูตามรูป 3 )
2. ผลจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่นในช่วงการเข้าสู่วัยสาว(รอยแตกมักเป็นในผู้หญิงมากกว่าชาย) จริงๆในช่วงเข้าสู่วัยรุ่นก็มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเช่นสะโพกผายออก ก็มีรอยแตกบริเวณสะโพก ต้นขา,การตั้งครรภ์ก็มีการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน
3. พันธุกรรม เช่นคุณแม่ตอนตั้งท้องมีรอยแตกลาย ลูกเมื่อตั้งท้องก็มีโอกาสเกิดรอยแตกลายได้มาก เพราะโครงสร้างในผิวหนังมีความเสี่ยงกับการเกิดรอยแตก (อันนี้ไม่เสมอไปค่ะ พบความเกี่ยวโยงกันได้มาก แต่บางคนไม่เป็นตามนี้ก็ได้)
การเกิดรอยแตกลาย เกิดได้ในเหตุการณ์ใดบ้าง ?
– คนที่อ้วนขึ้นอย่างเร็ว หรือหญิงตั้งครรภ์ที่อ้วนขึ้นเร็ว มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก (ปรึกษาสูตินารีที่ฝากท้องด้วยนะคะ เรื่องว่าควรมีน้ำหนักเพิ่มอย่างไรเวลาตั้งครรภ์)
– คนเข้าสู่วัยสาว (ตามที่บอกไปแล้ว) , คนเพาะกายจนมีขนาดกล้ามเนื้อและผิวหนังที่ต้องยืดขยายตาม ,การได้รับยากลุ่มสเตียรอยด์ ทั้งแบบกินและทาเป็นเวลานาน (ถ้าท่านที่มีโรคประจำตัวต้องใช้ยา ก็รบกวนถามคุณหมอที่ดูแลอยู่นะคะ ว่าจะให้ใช้ยาไปนานเท่าไหร่ โรคบางโรคจำเป็นคุณหมอก็พยาบยามปรับให้มีปัญหากับคนไข้น้อยสุด แต่โรคที่เป็นเหตุให้ต้องใช้ยาก็ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ต้องใช้ คุณหมอที่รักษาท่านเป็นคนดูแลเรื่องนี้ อย่ามาถามหมอนะคะ ว่าจะหยุดยาอะไรทำนองนี้ ให้ถามคุณหมอที่รักษาค่ะ) กลุ่มพวกทายาผิวขาวตัวขาว แล้วแอบผสมสเตียรอยด์เมื่อใช้ไป 2-3 เดือน ก็เกิดรอยแตกขึ้นได้ (ดูรูป 8 ซึ่งเป็นรูปเด็กนักเรียนหญิงที่ทาครีมกลุ่มนี้ แล้วเป็นกันหลายคนตามข่าวเมื่อนานแล้วค่ะ)
– โรคบางชนิด (ขอไม่พูดถึง เพราะจะต้องอธิบายกันมึน คุณหมออายุรกรรมท่านดูแลเรื่องนั้นค่ะ)
ตำแหน่งที่พบรอยแตกได้ ถ้าเรียงจากบนลงล่าง ก็เช่นรอบๆรักแร้ ,ต้นแขน , ข้อพับด้านในของแขน , หน้าอก(ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย) ,ท้อง, หลัง ,สะโพก,ต้นขา,เข่า,น่อง
ลักษณะการตัดชิ้นเนื้อจากบริเวณที่เป็นรอยแตกมาย้อมสี ส่องกล้องจุลทรรศน์ หลักๆคือ elastin ซึ่งมีมากในชั้นหนังแท้ มีการเรียงตัวที่ผิดปกติไปจากเดิม คลอลาเจนผิดปกติ หนังกำพร้าฝ่อ (นึกๆแบบนี้แล้ว ก็คงนึกได้ว่า รอยแตกซึ่งเป็นการปริของผิวหนังลงไปในชั้นหนังแท้ส่วนล่าง มีโครงสร้างเนื้อเยื่อที่ผิดปกติไปมาก คงยากมากที่จะทาครีมแล้วเปลี่ยนแปลงได้ ขนาดเลเซอร์ลงลึกยังยากเลย
ป้องกันยังไงไม่ให้เป็นรอยแตก ?
ถ้าตอบกันแบบตรงๆคือยากค่ะ อาจจะทำได้ข้อนึงคืออย่าอ้วนเร็ว ข้ออื่นๆที่เป็นเหตุที่น่าจะทำให้เกิด ไม่ว่าระดับฮอร์โมน ในเลือดหรือพันธุกรรม เราก็ป้องกันไม่ได้ค่ะ ส่วนครีมที่คนตั้งครรภ์ทาที่ท้องกันเวลาท้องโตขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีส่วนผสมของ oil หรือชุ่มชื้น ในงานวิจัยหลายๆอัน พบว่าช่วยได้น้อย แต่จะทาก็ไม่เป็นอันตรายค่ะ
การรักษา
ถ้าพูดแบบตรงๆ รอยแตกที่กว้างและยาวเช่นที่ท้องหรือสะโพก หมอยังไม่เคยเห็นว่าการรักษาใดๆก็ตามทำให้หายกลายเป็นผิวปกติ แบบดูไม่ออกว่าตรงนั้นมีรอยแตก ไม่เคยเจอค่ะ
ตอนที่รอยแตกยังเป็นเส้นสีแดงๆ (striae rubra) ถือกันว่าเป็นช่วงที่ดีในการรักษา (แต่ถ้าเกิดในสตรีตั้งท้องก็ต้องมีการคลอดบุตรให้เสร็จก่อนค่ะ ไม่ได้ยิงเลเซอร์ขณะที่มีเด็กในท้องค่ะ)
– ครีม หรือทา AHA peeling งานวิจัยทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้ ไม่ค่อยคิดว่าจะได้ผลนักค่ะ บ้างก็ว่าดูดีขึ้นจากการที่ทำให้ผิวรอบๆรอยแตกดูขาวกลมกลืนกับรอยแตกมากขึ้น ตัดชิ้นเนื้อไปส่องกล้องจุลทรรศน์ก็ไม่ได้ดีขึ้น
– เลเซอร์ มีหลายชนิดเลเซอร์มาก ส่วนใหญ่เมื่อรักษาไปหลายครั้ง ก็ดูกลมกลืนขึ้น รอยแตกเล็กลง แคบเข้า เนียนขึ้น แบบรูปที่ 10 ที่มีงานวิจัยทางการแพทย์ต่างประเทศแสดงให้เห็นผลหลังเลเซอร์หลายครั้ง
เลเซอร์แต่ละชนิด ก็มีงานวิจัยที่บอกว่าผลดีแตกต่างกันไป แต่ไม่เคยมีงานวิจัยไหนที่บอกได้ว่า เลเซอร์รักษาจนทำให้รอยแตกหายไปจนเหมือนผิวปกติเปี๊ยบค่ะ สรุปว่าทำให้ดีขึ้น แต่รักษาจนเป็นเหมือนผิวปกติไม่ได้
ที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นข้อมูลที่เป็นความจริง มีการพิสูจน์ทางการแพทย์ แม้ว่ารอยแตกลายจะเป็นปัญหาที่พบกันได้มาก แต่การรักษาให้หายสนิทยังไม่มี โดยที่เลเซอร์ถือว่าได้ผลมากในระดับนึงแล้ว ความคาดหวังก็เป็นสิ่งสำคัญ ถ้านึกถึงไปในผิวหนัง รอยแตกซึ่งเป็นการปริ ฉีกของหนังแท้ ก็ยากที่จะซ่อมจนเหมือนปกติได้ ที่คลินิคหมอไม่ได้ทำเพราะหมอไม่ชอบมีปัญหากับความคาดหวังนี่ล่ะค่ะ เลเซอร์ก็ต้องทำหลายครั้ง ทุกๆครั้งก็ต้องมีรายจ่าย เคสก็กลุ้มใจว่าเมื่อไหร่จะหาย หมอที่รักษาก็กลุ้มใจเหมือนกันนะคะ ถ้าพูดตรงๆคือไม่หายจนมองไม่เห็น ยิ่งลองบีบเนื้อแบบรูป 9 ยิ่งเห็นใหญ่ ตัดชิ้นเนื้อที่รักษาด้วยเลเซอร์ก็ดีขึ้น แต่ไม่เคยกลับไปเหมือนปกติค่ะ รอยแตกลาย.

กระชับรูขุมขน สาว ๆ หลายคนเป็นกังวลใจแก้ไม่ตก

กระชับรูขุมขน สาว ๆ หลายคนเป็นกังวลใจแก้ไม่ตก คงจะหนีไม่พ้นปัญหาเรื่องรูขุมขนกว้าง เมคอัพปกปิดยังไงก็ไม่เรียบเนียน มิหนำซ้ำรูขุมขนที่กว้างยังทำให้มีสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันจนทำให้เกิดเป็นสิวอักเสบได้ง่ายอีกด้วย คิดแล้วก็กลุ้มใช่ไหมล่ะคะ กระชับรูขุมขน.

กระชับรูขุมขน

กระชับรูขุมขน วิธีทำให้รูขุมขนหน้าเล็กลงกระชับรูขุมขน

1. ทำความสะอาดผิวหน้าต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

คุณสาว ๆ ห้ามปล่อยให้ผิวหน้าสกปรกเด็ดขาดนะคะ ! การล้างหน้าให้สะอาดเอี่ยม ทุกเช้าและก่อนนอนเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะช่วยขจัดไขมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขนให้หลุดออก โดยวิธีทำความสะอาดก็ง่าย ๆ เลยค่ะ เพียงแค่ใช้คลีนซิ่งเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางออกจากใบหน้าเสียก่อน จากนั้นใช้โฟมหรือสบู่ล้างหน้าสูตรอ่อนโยนต่อผิวล้างและนวดสครับให้สิ่งสกปรกหลุดออกจากผิวหน้า ปิดท้ายด้วยการทาครีมบำรุงให้ผิวหน้าเนียนนุ่มและกระชับรูขุมขน หากทำอย่างสม่ำเสมอนอกจากรูขุมขนจะเล็กลงแล้ว ยังช่วยให้ใบหน้าดูเนียนใสขึ้นอีกด้วยค่ะกระชับรูขุมขน

วิธีทำให้รูขุมขนหน้าเล็กลง

2. ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นหรือประคบหน้าด้วยน้ำแข็งกระชับรูขุมขน

การใช้น้ำเย็นล้างหน้าในตอนเช้าหลังจากที่ล้างด้วยน้ำอุ่น หรือนำผ้ามาห่อน้ำแข็งแล้วประคบเบา ๆ ที่ผิวหน้าหลังจากล้างหน้าเสร็จ เป็นวิธีปิดรูขุมขนที่ให้ผลลัพธ์เยี่ยม เพราะการที่ผิวถูกความร้อนจากน้ำอุ่นทำให้รูขุมขนขยายกว้างขึ้น ดังนั้นการปิดรูขุมขนหลังล้างหน้าจึงถือเป็นขั้นตอนสำคัญ ที่ช่วยปกป้องผิวหน้าจากเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกอื่น ๆ ที่อาจจะเข้าไปอุดตันรูขุมขนได้ค่ะ

วิธีทำให้รูขุมขนหน้าเล็กลง

3. ทาครีมกันแดดปกป้องผิวจากรังสียูวีตัวการที่ทำให้รูขุมขนกว้างกระชับรูขุมขน

แสงแดดที่เต็มไปด้วยรังสียูวีสามารถทะลุทะลวงผ่านชั้นผิวหนังได้ อีกทั้งทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินในร่างกายลดลง ส่งผลให้รูขุมขนขยายตัวกว้างขึ้น ผิวหน้าหมองคล้ำ เกิดริ้วรอยลึกก่อนวัยอันควร ควรปกป้องผิวหน้าจากรังสียูวีด้วยครีมกันแดดที่มี SPF 30-50 สำหรับสาว ๆ ที่รูขุมขนกว้างแนะนำให้ใช้ครีมกันแดดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน จะช่วยไม่ให้รูขุมขนอุดตันอันเป็นต้นเหตุของสิวอักเสบได้ค่ะ

วิธีทำให้รูขุมขนหน้าเล็กลง

4. สครับผิวหน้าทำความสะอาดรูขุมขนเผยผิวหน้าใสเด้ง

ในรูขุมขนเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่มากมาย ทั้งไขมัน สารตกค้างจากเครื่องสำอาง รวมถึงฝุ่นจากมลภาวะ ดังนั้นสาว ๆ ควรขจัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกไปและปรับสมดุลให้ผิวหน้า ด้วยการใช้เบกกิ้งโซดาสครับผิว โดยผสมเบกกิ้งโซดา 2 ช้อนชากับน้ำสะอาด 1 ช้อนชาคนให้เข้ากัน นำมานวดลงบนผิวหน้าเป็นวงกลมเบา ๆ โดยใช้ปลายนิ้วกลางและนิ้วนาง จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออก เพียงเท่านี้สิ่งสกปรกบนผิวหน้าก็จะหลุดออก ผิวหน้าจะกลับมาขาวใสสวยปิ๊งราวกับเป็นคนใหม่เลยล่ะ

วิธีทำให้รูขุมขนหน้าเล็กลง

5. มาสก์หน้าสูตรกระชับรูขุมขนและบำรุงผิวให้เรียบเนียน

ถึงเวลาที่คุณสาว ๆ ต้องบำรุงผิวหน้ากันหน่อยแล้วล่ะค่ะ ด้วยสูตรมาสก์หน้ากระชับรูขมขน โดยใช้ไข่ขาว 2 ฟองและน้ำมะนาว 1 ซีก คนให้เข้ากัน จากนั้นผสมข้าวโอ๊ตบด 2 ช้อนโต๊ะลงไป คนให้ส่วนผสมเข้ากันอีกครั้งแล้วนำมาพอกลงบนใบหน้า ใช้ปลายนิ้วกลางและนิ้วนางนวดสครับเบา ๆ เป็นเวลา 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า จากนั้นให้บำรุงผิวหน้าด้วยครีมที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ อย่างเช่น มะละกอ ว่านหางจระเข้ หรือแตงกวา จะช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มและชุ่มชื่นหลังจากมาสก์หน้าได้ค่ะ กระชับรูขุมขน.

ลดหน้าท้อง เน้นผักผลไม้จะช่วยคุณลดอ้วนลดน้ำหนักได้ดีเท่านั้น

ลดหน้าท้อง เน้นผักผลไม้จะช่วยคุณลดอ้วนลดน้ำหนักได้ดีเท่านั้น แต่อาหารบางอย่างก็สามารถช่วยเผาผลาญสลายไขมันหน้าท้องได้ดีไม่แพ้กัน แถมยังกระตุ้นฮอร์โมน ‘เมลาโทนิน’ ในร่างกาย ช่วยให้คุณซัดดาวน์หลับลึก-สนิทขึ้นตลอดคืน ไม่รู้สึกหิวตื่นกลางดึกอีกด้วย และนี่คือ 4 อาหารเซย์กู๊ดบาย พุงย้วยๆ ของคุณไปได้เลย ลดหน้าท้อง.

ลดหน้าท้อง
ลดหน้าท้อง หุ่นสวยเป๊ะเว่อร์ !
1. เนื้อปลา?

เมื่อคุณเริ่มไดเอท และห่วงเรื่องน้ำหนักมากขึ้น กลัวไขมันรอบเอวปรากฏ นั่นอาจทำให้คุณได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอ โดยเฉพาะโปรตีน และกรดไขมันโอเมก้า 3 (ที่มีอยู่ในปลา) ซึ่งคุณรู้ไหมว่าจริงๆ แล้ว มันเป็นอาหารเกรดเอที่ช่วยลดความอยากอาหารของคุณลงได้ ทำให้คุณรู้สึกเบื่อ เอียน แถมยังช่วยคุณเบิร์นแคลอรีมากกว่าที่คุณทานไขมัน และคาร์โบไฮเดรตเป็นไหนๆ ข้อสำคัญมันจะไปกระตุ้น ‘ต่อมไพเนียล’ ในสมองคุณให้สร้างฮอร์โมน ‘เมลาโทนิน’ ในตอนกลางคืน (ฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกายที่จะช่วยควบคุมการนอนหลับ และตื่นนอน) ทำให้คุณรู้สึกง่วงนอน อยากพักผ่อนมากขึ้น

เมื่อคุณรู้สึกเพลียอยากพักผ่อน นั่นจึงทำให้คุณไม่รู้สึกหิวท้องร้องกลางดึก (ทานตอนดึก … สาเหตุของความอ้วน) ฉะนั้นหากคุณขาดโอเมก้า 3 มากๆ มันก็จะพลอยส่งผลให้คุณหลับไม่สนิท สุขภาพแย่ และรู้สึกหิวช่วงกลางดึกไปด้วย ในทางกลับกันถ้าคุณได้รับโอเมก้า 3 ที่เพียงพอ มันจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีของหัวใจ และลดความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อม !ลดหน้าท้อง

ปล. หากใครมีความเครียดสูงทำให้นอนหลับยาก ลองเลือกทานเมนูจากปลาทะเล (เมนูประจำสำหรับมื้อเย็น) ที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3, น้ำมันปลา, และแมกนีเซียม อย่างเช่น ข้าวต้มปลา ปลาผัดขึ้นฉ่าย ปลาย่างซีอิ๊ว ปลานึ่ง สเต๊กปลา ก็ช่วยลดระดับความเครียดลงได้ไม่น้อยนะ

2. ถั่วต่างๆ

โดยเฉพาะถั่วฝักยาว แหล่งอุดมแคลเซียม ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียมระดับพรีเมี่ยม … ไม่เพียงมันจะช่วยบำรุงกระดูก และฟัน, ป้องกันโรคกระดูกพรุน, ควบคุมการทำงานของไต หากแต่ยังมีส่วนช่วยเผาผลาญไขมัน คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และทำให้คุณอยากทานอาหารน้อยลงกว่าเดิม รวมถึงช่วยแก้ปัญหาการนอนหลับของคุณให้หลับสนิทขึ้นตลอดคืนด้วย ยิ่งถ้าคุณทานถั่วฝักยาวทุกวัน มันจะช่วยคุณเบิร์นพลังงาน/ไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง ให้เพรียว-แบนราบลงอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะลดหน้าท้อง

อย่างไรก็ดี มันช่วยลดอัตราการเกิดโรคต่างๆ หรือภาวะอื่นๆ ได้เช่นกัน (ต่อต้านระบบภูมิคุ้มกัน) อย่างโรคหัวใจ, โรคเบาหวาน และภาวะน้ำหนักตัวเกิน/โรคอ้วน หากคุณอยากทานถั่วประเภทอื่นๆ นอกจากถั่วฝักยาว เราแนะนำว่าควรทานถั่วที่ ‘ไม่ผ่านการทอด’ เพราะการทอดจะทำให้น้ำมันดูดซับเข้าไปในเนื้อถั่วจำนวนมาก เมื่อทานเข้าไปจะทำให้เกิดไขมันสะสมตามร่างกาย แต่ทว่าคุณควรเน้นทาน ‘ถั่วต้ม’ ที่ช่วยให้รู้สึกอิ่มได้นานกว่า …

3. นมสดลดหน้าท้อง

ใครว่า ‘นมสด’ ดีต่อสุขภาพแค่ช่วยบำรุงร่างกาย ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเพียงอย่างเดียว จริงๆ มันยังมีอีกหนึ่งประโยชน์ซ่อนอยู่! จากผลการวิจัยพบว่า ผู้ที่บริโภค 100 มิลลิกรัมของแคลเซียมต่อวัน (ครึ่งถ้วยของโยเกิร์ตนุ่มๆ) จะสามารถลดสลายไขมันหน้าท้องลงได้ประมาณ 1 นิ้ว และช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มท้อง นอนหลับสนิทมากขึ้น (จนคุณรู้สึกพักผ่อนได้เต็มที่) ถึงแม้ระหว่างนอนหลับ คุณจะมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือเป็นตะคริวขึ้นมา แต่เกลือแร่ และแคลเซียมจากนมสดก็จะช่วยคุณรีแล็กซ์เส้นประสาทกล้ามเนื้อ และเส้นประสาทนำความรู้สึก ให้คุณหลับลึกได้ดีตลอดคืน

เราแนะนำให้คุณเลือกดื่มนมอุ่นๆ ก่อนเข้านอนเป็นประจำทุกวัน เพราะมันจะช่วยสร้าง ‘เมลาโทนิน’ ให้กับร่างกาย คุณจะหลับสนิท และไม่รู้สึกหิวระหว่างนอนหลับ อีกทั้งแคลเซียมจะเข้าไปขัดขวางการสร้าง-สะสมไขมัน (ระหว่างนอนหลับ) เมื่อไขมันลดลง ร่างกายก็จะเกิดการเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น …

4. ผลเชอร์รี่

?ถ้าคุณอยากหาอะไรเบาๆ รองท้องเข้านอนแล้ว ผลเชอร์รี่ ‘Montmorency’ ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวนะ ทั้งมีสารประกอบในธรรมชาติอยู่ถึง 17 ชนิด ที่มีคุณสมบัติป้องกันการอักเสบต่างๆ บรรเทาโรคข้ออักเสบ, ช่วยผลิตฮอร์โมน ‘เมลาโทนิน’ ระหว่างการนอนหลับ ซึ่งจะช่วยให้คุณนอนหลับสบาย-สนิทขึ้นตลอดคืน (คุณภาพการนอนหลับดีขึ้น 5-6% และหลับได้นานขึ้นคืนละ 34 นาที) และไม่ทำให้คุณรู้สึกหิวจนต้องตื่นขึ้นกลางดึก แถมยังอุดมด้วยสารแอนติออกซิแดนท์ … สุดยอดตัวช่วยลดน้ำหนัก ที่ช่วยให้น้ำหนักของคุณลดลงอย่างน่าอัศจรรย์ด้วย ลดหน้าท้อง.

สิวอักเสบ สิวอักเสบนั้นเป็นสิวที่มีผลในทางลบต่อผิวหน้ามากที่สุดเลยล่ะ

สิวอักเสบ สิวอักเสบนั้นเป็นสิวที่มีผลในทางลบต่อผิวหน้ามากที่สุดเลยล่ะ เพราะเจ้าสิวอักเสบนั้นถือเป็นสิวภาคต่อของสิวอุดตัน เพราะเมื่อสิวอุดตันเกิดการติดเชื้อจากแบคทีเรีย Propionibacterium acne หรือ พีแอ็คเน่ (P.acne) มันก็จะกลายร่างเป็นสิวอักเสบ ซึ่งจากสิวอุดตันที่ดูเหมือนไม่มีอะไรมันก็จะดันตัวนูนขึ้นมากลายเป็นจุดแดง ๆ หรือเป็นหัวหนองที่แถมความเจ็บปวดมาให้ พอยุบตัวลงมันยังทิ้งร่องรอยเอาไว้ให้เจ็บชอกช้ำระกำใจอีกด้วย สิวอักเสบ.

สิวอักเสบ

สิวอักเสบ หนึ่งในสิวอักเสบที่เรารู้จักกันดีคือ “สิวหัวหนอง” แต่นอกจากสิวหัวหนองแล้ว ก็ยังมีสิวประเภทอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งแต่ละประเภทจะถูกแบ่งออกตามลักษณะและความยากง่ายในการรักษา เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักสิวอักเสบแต่ละประเภทกันดีกว่า จะได้รู้ว่าสิวอักเสบที่มันผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเรานั้นจัดเป็นประเภทใด

ประเภทของ
สิวอักเสบแบบตุ่มนูนแดง (Papule) เป็นสิวอักเสบที่พัฒนามาจากสิวอุดตันและสิวที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวของเรา เป็นสิวที่รักษาได้ง่าย ถ้ารู้ตัวว่าเป็นละก็ ก่อนนอนให้โปะด้วยคลินดามัยซินลงบนหัวสิว พอตื่นมาสิวก็จะไม่เพิ่มขนาดขึ้น แถมยังช่วยลดความแข็งของหัวสิวลงได้อีกด้วย แต่สำหรับบางคนยาชนิดนี้อาจออกฤทธิ์ดีจัด จนทำให้สิวยุบลงไปเลยก็มีสิวอักเสบ
สิวอักเสบแบบหัวหนอง (Pustule) สิวอักเสบหัวหนองแบบแรกจะเป็นสิวแบบตื้น ๆ รับมือได้ง่าย ไม่มีอาการเจ็บ มีลักษณะเป็นหนองเกาะนูนอยู่บนผิว โดยปกติแล้วถ้าเราจะใช้บีพี (BP หรือ Benzoyl peroxide) เป็นประจำ สิวอักเสบหัวหนองแบบตื้นก็แทบจะไม่มากวนใจเราเลย ส่วนอีกแบบจะเป็นสิวอักเสบแบบลึก จะใช้ระยะเวลาการรักษานานกว่าแบบแรก แถมยังเจ็บอีกด้วย เป็นสิวที่พัฒนามาจากแบบแรกจนกลายร่างเป็นแบบลึก เพราะเราปล่อยปละละเลยไม่ยับยั้งมันตั้งแต่แรก ถ้าเป็นถึงขั้นนี้ก็ให้รีบรักษา เพราะถ้าลุกลามไปมากกว่านี้จะรักษาได้ยากและทิ้งรอยไว้ให้หนักใจกันนานเลยทีเดียว
สิวอักเสบแบบตุ่มแดงก้อนลึก (Nodule) จะมีลักษณะคล้ายกับสิวอักเสบแบบตุ่มนูนแดง แต่สิวแบบนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าและจะรู้สึกได้ว่ามันแข็งเป็นไต เมื่อสัมผัสหรือกดดูจะรู้ว่าสิวนั้นลึกลงไปถึงข้างใน ไม่ใช่แข็งเป็นไตนูนแค่บนผิว สิวแบบนี้จะใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะยุบ แต่ถ้าเราดูแลดี ๆ สิวชนิดนี้ก็จะไม่ทิ้งรอยแผลไว้บนใบหน้าของเรา (ไม่สนับสนุนให้กด เพราะยิ่งกดจะยิ่งเห่อ)
สิวอักเสบแบบถุงใต้ผิวหนัง (Cyst acne) ถ้าเป็นสิวชนิดนี้แนะนำว่าให้รีบไปหาหมอโดยด่วน อย่าคิดรักษาด้วยตัวเองหรือลองใช้อะไรด้วยตัวเอง เพราะสิวชนิดนี้นับว่าเป็นสิวอักเสบที่รุนแรง มีลักษณะเป็นถุงขนาดใหญ่ รูปร่างไม่จำกัดอยู่แค่รูปวงกลมเท่านั้น เพราะบางทีก็เป็นตุ่มแดง ๆ บางทีก็เป็นถุงที่มีหนองอยู่ข้างใน ซึ่งมักจะอยู่รวมตัวเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ ๆ เมื่อเจ้าสิวชนิดนี้เกิดขึ้นมาแล้ว ก็ต้องใจเย็นกับการรักษา หยุดทุกการกระทำกับใบหน้า เรื่องแต่งหน้าเลิกคิดไปได้ แล้วรีบไปหาหมอ แล้วอย่าลืมทำใจเอาไว้ด้วยว่าอาจมีรอยแผลเป็นแน่ ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องรักษาสิวให้หายก่อน ส่วนรอยแผลเป็นต่าง ๆ เดี๋ยวค่อยมาหาทางรักษาทีหลังก็ยังไม่สาย สิวอักเสบ.

วิตามินซี อันตรายจากการขาดวิตามินซีผู้ที่ขาดวิตามินซี

วิตามินซี อันตรายจากการขาดวิตามินซีผู้ที่ขาดวิตามินซี มักมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดตามข้อต่อของร่างกาย เลือดออกตามไรฟัน เจ็บกระดูก วิตามินซี.

วิตามินซี
วิตามินซี แผลหายช้า เนื่องจาก ทำหน้าที่ต่อต้านการอักเสบ และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ของร่างกาย การได้รับวิตามินซีไม่เพียงพอ จะทำให้เส้นเลือดในร่างกายอ่อนแอ และทำให้บาดแผลที่เกิดขึ้นตามส่วนต่างๆ ของร่างกายหายช้ากว่าปกติวิตามินซี
เป็นโรคติดเชื้อได้ง่าย คุณสมบัติของวิตามินซี คือ เป็นตัวต่อต้านสารก่อมะเร็ง และช่วยควบคุมระบบภูมิคุ้มกัน ถ้าร่างกายขาดวิตามินซี จะส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายลดต่ำลง และทำให้ติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้ง่าย
เป็นโรคลักปิดลักเปิด ในกรณีของเด็ก หรือผู้สูงอายุที่ได้รับวิตามินซี น้อยกว่าวันละ 10 มิลลิกรัม อาจทำให้เป็นโรคลักปิดลักเปิดได้ หากร่างกายขาดวิตามินซีมากเกินปกติอาจทำให้มีลูกยาก เป็นโรคโลหิตจางและมีภาวะความผิดปกติทางจิตได้
อันตรายจากการได้รับวิตามินซีมากเกินไป
เนื่องจากวิตามินซี มีหน้าที่ในการช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กในร่างกาย การรับวิตามินซี ในปริมาณมากจะทำให้เกิดปัญหาการสะสมธาตุเหล็ก ตามกระดูกข้อต่อต่างๆ มากขึ้น
การได้รับวิตามินซีมากเกินไป อาจไปรบกวนการดูดซึมของทองแดง และซีลีเนียม หากได้รับวิตามินซีชนิดที่ไม่ได้บรรจุแคปซูล โดยการรับประทาน เกินวันละ 10,000 มิลลิกรัม อาจทำให้ท้องเสีย ท้องอืด ท้องเฟ้อได้ เนื่องจากวิตามินซี ที่มีจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด มักเป็นชนิดที่มีคุณสมบัติเป็นกรด หากต้องการหลีกเลี่ยงการระคายเคือง กระเพาะอาหาร ควรรับทานวิตามินซี ชนิดที่เป็น กลาง หรือเป็นกรดต่ำ (pH 7.6-8.0) วิตามินซี.

ลดความอ้วน สำหรับวันนี้มีวิธีดีท็อกล้างพิษล้างลำไส้

ลดความอ้วน สำหรับวันนี้มีวิธีดีท็อกล้างพิษล้างลำไส้ ล้างทำความสะอาดของเสียภายในร่างกาย ง่ายๆไม่ยากแค่นำเม็ดแมงลัก ตักใส่แก้วประมาณ 2ช้อนชา ผสมน้ำร้อน 1 แก้ว ตั้งทิ้งไว้ 30นาที เมื่อเม็ดแมงลักแตกตัวเต็มแก้วก็นำมาดื่มก่อนนอน ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน  สำหรับใครที่ไม่ชอบรสชาติแบบเพียวๆของเม็ดแมงลักเราอาจจะใส่น้ำผึ้ง น้ำสมุนไพรที่เราชอบ น้ำหวานเฮลบลูบอย (แนะนำเป็นสีแดงนะค่ะกลิ่นไม่ฉุนเท่าสีเขียว แต่ถ้าใครชอบเฮลบลูบอยสีเขียวก็ใส่ได้ตามชอบเลยจ้า) การปรุงรสชาติเข้าไปจะทำให้เราทานง่ายขึ้น สำหรับเม็ดแมงลักนั้นจะมีใยอาหารสูงและมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ ที่ดีต่อร่างกาย จึงช่วยในการลากอุจจาระที่ตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหารออกมาได้อย่างดีเลยทีเดียว เราสามารถทานเม็ดแมงลักเป็นปกติได้ทุกวัน หรือ 3 – 4 วันต่อสัปดาห์ หรือจะทานช่วงเที่ยงร้อนๆ เติมน้ำแข็งลงไปเพื่อดับกระหายคล้ายร้อนไปในตัว นอกจากนี้ เม็ดแมงลักยังเป็นเมนูเครื่องดื่มที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ลดความอ้วน ลดหน้าท้อง ลดพุงที่ดีอีกด้วย เนื่องจากไม่ก่อให้เกิดพลังงาน แถมยังช่วยให้เราระบายถ่ายคล่อง อีกทั้งยังช่วยในการลดไขมันในเส้นเลือด และช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้อีกด้วย นับว่าเป็นเครื่องดื่มสารพัดประโยชน์ที่ดีต่อร่างกายเราอย่างมากเลยจ้า

เม็ดแมงลัก ลดน้ำหนัก ล้างลําไส้ลดความอ้วน

* หมายเหตุ : ข้อควรระวังในการทานเม็ดแมงลัก คือ ต้องรอให้เม็ดแมงลักแตกตัว พองตัวเต็มที่เสียก่อน เพราะแทนที่จะช่วยระบาย ก็อาจจะกลายเป็นทำให้ท้องผูกแทนได้ทันที

ดีท็อกขับถ่ายของเสีย ด้วยวิธีธรรมชาติ

สูตรที่ 1 – ดื่มนมสด 2 กล่อง (ปริมาณรวมประมาณ 500มิลลิลิตร) + กล้วยน้ำว้า 2 ผล
ควรทานก่อน 6 โมงเช้าเพื่อให้ร่างกายขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายก่อนที่เราจะทานอาหารเช้า แนะนำให้ช่วงแรกๆควรทานติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน เมื่อเราขับถ่ายอุจจาระเป็นเวลา คือก่อน 7 โมงเช้าแล้ว เราก็สามารถลดปริมาณการทานเหลือเพียงสัปดาห์ละ 2 ครั้งได้จ้า

สูตรที่ 2 – ผักบุ้ง 2 กำมือ ผัดหรือต้มลดความอ้วน
สาเหตุที่ให้ทานผักบุ้ง เพราะผักบุ้ง ในผักบุ้ง 100 กรัมจะให้พลังงาน 22 กิโลแคลอรี่ และประกอบด้วยเส้นใย วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆอีกด้วย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เป็นต้น ช่วยป้องกันโรคท้องผูก ช่วยทำความสะอาดของเสียที่ตกค้างในลำไส้ ผักบุ้งจีนมีฤทธิ์ช่วยในการขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะเหลือง ช่วยแก้อาการปัสสาวะเป็นเลือด ถ่ายออกมาเป็นเลือด ด้วยการใช้ลำต้นคั้นนำน้ำมาผสมกับน้ำผึ้งดื่ม ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ฯลฯ เห็นไหมละค่ะว่าแค่ผักบุ้งตัวเดียวก็ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมายจริงๆ สำหรับใครที่กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนักควรจะทานเป็นผักบุ้งต้ม ดีกว่านะค่ะ จะได้ไม่เพิ่มแคลอรี่ให้กับร่างกายมาก

เห็นไหมล่ะค่ะว่า เรามีวิธีการดีท็อกดีๆ ที่ทำได้ง่ายๆไม่ยุ่งยาก ที่ใครๆสามารถทำทานได้เองที่บ้าน มีสิ่งดีๆอย่าลืมบอกต่อ แชร์ต่อให้คนรอบข้าง ให้คนที่เรารักได้รักษาสุขภาพเหมือนเรานะค่ะ ลดความอ้วน.

ลดต้นขา แม้แต่รูปร่างก็ต้องเป๊ะทุกสัดส่วนตั้งแต่ทรวดทรงองค์เอว

ลดต้นขา  แม้แต่รูปร่างก็ต้องเป๊ะทุกสัดส่วนตั้งแต่ทรวดทรงองค์เอว จนไปถึงเรียวขา จะมาเป็นสาวหน้าสวยแต่น่องตันก็คงไม่งามสักเท่าไร ดังนั้นเราจึงควรดูแลเรียวขาให้เรียบเนียนและกระชับได้สัดส่วนที่ดีอยู่เสมอ ด้วยวิธีลดต้นขาดังต่อไปนี้ ลดต้นขา.

ลดต้นขา
ลดต้นขา 1. ลดต้นขา ลดแป้งและไขมัน

ลดต้นขา ควรรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการให้ครบทั้ง 3 มื้อ แต่เน้นผักและผลไม้สด รับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์และนมแค่พอดี โดยหลีกเลี่ยงอาหารประเภทข้าวหรือแป้งขัดสี อาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง เพื่อป้องกันการสะสมไขมันส่วนเกินในร่างกาย นอกจากนี้ควรดื่มเปล่าอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

2. ออกกำลังกายลดต้นขา อย่างสม่ำเสมอ

ออกกำลังกายลดต้นขา ออกกำลังกายวันละ 15 – 30 นาที หรือสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพื่อเผาผลาญพลังงานและไขมันส่วนเกินในร่างกาย โดยเน้นท่าออกกำลังกายตรงส่วนขาให้มากๆ อย่างเช่น การปั่นจักรยาน กระโดดเชือก เวทเทรนนิ่ง หรือเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเล็กๆ น้อยๆ เช่น ขึ้นบันได้แทนการใช้ลิฟต์ในที่ทำงาน เป็นต้น

3. โยคะลดต้นขา

โยคะลดต้นขา หนึ่งในการออกกำลังกายที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้หญิง เนื่องจากช่วยลดการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายแบบอื่นๆ ได้พอสมควร และยังมีอีกหลายๆ ท่า ที่สามารถช่วยกระชับต้นขาอย่างได้ผล เมื่อปฏิบัติเป็นประจำและสม่ำเสมอ

4. นวดลดต้นขา เพื่อสลายเซลลูไลต์

นวดลดต้นขา ใช้เจลลดต้นขาหรือครีมลดต้นขาหรือครีมกระชับต้นขา นำมานวดบริเวณต้นขาประมาณ 20 – 30 นาทีต่อวัน เพื่อให้สารสกัดและส่วนประกอบต่างๆ ซึมซาบลงสู่ชั้นใต้ผิวหนัง และเข้าไปสลายไขมันและเซลลูไลต์ที่สะสมตามต้นขา จึงทำให้ต้นขากระชับและเล็กลง

5. เครื่องออกกำลังกายลดต้นขา

เครื่องออกกำลังกายลดต้นขา การออกกำลังที่มีอุปกรณ์ช่วยทำให้การลดต้นขานั้นสนุกและง่ายมากขึ้น ซึ่งมีหลากหลายชนิดให้เลือก แต่อุปกรณ์ที่น่าแนะนำมากที่สุดก็คือ “จักรยานไฟฟ้า” หรือ “เครื่องบริหารช่วงขา” เนื่องจากหาซื้อได้ง่ายและราคาไม่สูงมากลดต้นขา

6. กางเกงลดต้นขา

กางเกงลดต้นขา เป็นกางเกงที่ผลิตจากผ้าไนลอน มีลักษณะคล้ายกางเกงเลกกิ้งผสมกับถุงน่อง เมื่อสวมใส่เข้าไปจะช่วยยกเก็บกระชับต้นขาที่หย่อนคล้อยให้ดูเรียวขึ้น จากนั้นจึงค่อยสวมทับด้วยกางเกงขายาวหรือกระโปรงยาว ซึ่งวิธีนี้จะเห็นผลเฉพาะตอนที่สวมใส่กางเกงลดต้นขาเท่านั้น

7. ดูดไขมันลดต้นขา

ดูดไขมันลดต้นขา วิธีนี้ได้ผลลัพธ์ที่ดีมาก แต่ถ้าไม่ควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายก็จะเกิดการสะสมไขมันขึ้นมาใหม่ รวมถึงยังมีค่าใช้จ่ายสูงและค่อนข้างเจ็บตัวพอสมควร โดยใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียง (Ultrasound) เข้าไปทำให้ไขมันแตกตัวหรือสลายกลายเป็นของเหลว จากนั้นจึงใช้เครื่องดูดของเหลวนั้นออกมา

8. ฉีดโบทอกซ์ลดต้นขา

ฉีดโบทอกซ์ลดต้นขา การฉีดโบทอกซ์หรือ Botulinum Toxin เหมาะสำหรับผู้ที่มีต้นขาใหญ่อันเนื่องมาจากกล้ามเนื้อเท่านั้น เมื่อหลังจากฉีดได้ประมาณ 1 – 2 เดือน ก็จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนว่าต้นขาเล็กลงนั่นเอง และควรฉีดซ้ำทุก 4 – 6 เดือนลดต้นขา

9. ทำคาร์บ็อกซี่ลดต้นขา

ทำคาร์บ็อกซี่ลดต้นขา Carboxy Therapy เป็นเทคนิคการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาเร่งสลายไขมัน ขณะเดินก๊าซจะรู้สึกเจ็บยุบยิบๆ วิธีนี้จะเห็นผลเพียงใดขึ้นอยู่กับผู้ที่รับการบริการด้วย และอาจจะต้องทำซ้ำ 3 – 4 ครั้ง

10. ฉีดลดต้นขา

ฉีดลดต้นขา เรียกว่า Lipodissolve เป็นการฉีดกลุ่มตัวยาที่มีสรรพคุณในการสลายไขมันเข้าไปที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ทำให้ผนังไขมันเกิดการแตกตัวกลายเป็นไขมันเหลว จากนั้นร่างกายก็จะดูดซึมกลับไป ซึ่งวิธีนี้จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพราะการฉีดแต่ละครั้งจะสลายไขมันได้แค่เพียงบางส่วน ลดต้นขา.

สูตรลดริ้วรอย เคล็ดลับลบริ้วรอยที่จะช่วยคืนความสดใสอ่อนเยาว์

สูตรลดริ้วรอย เคล็ดลับลบริ้วรอยที่จะช่วยคืนความสดใสอ่อนเยาว์ อยู่เสมอให้แก่ผู้หญิง มีอะไรบ้างเราลองมาดูกันเลยค่ะ สูตรลดริ้วรอย.
สูตรลดริ้วรอย

สูตรลดริ้วรอย
1. สารเติมเต็มผิว

หนึ่งในวิทยาการไฮเทคที่เห็นผลทันตาในการกำจัดริ้วรอยและร่องลึกบนผิวก็คือ การฉีดสารเติมเต็มผิวอย่างเช่น กรดไฮยาลูรอนิค ซึ่งข้อดีของมันก็คือ มันช่วยให้การทำงานของเซลล์ผิวหนังดีขึ้นรวมทั้งยังทำให้สิ่งที่ครีมทำไม่ได้ก็คือ แทรกลึกลงไปในผิวชั้นล่างและเปลี่ยนความเสียหายของเซลล์ผิวให้กลับดีดังเดิม ผลการฉีดจะยืดยาวราว 4-5 เดือน ซึ่งนอกจะมีประสิทธิภาพสูงแล้ว ยังไม่มีอันตราย

2. คลื่นวิทยุจนถึงขณะนี้ยังเป็นที่ยอมรับกันว่า การใช้คลื่นวิทยุ หรือ เทอร์มาจ เป็นวิธีการอย่างเดียวที่ช่วยยกคิ้ว แนวกราม และทำให้ผิวดึงขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักพื้น มันเป็นการใช้คลื่นวิทยุเข้าไปกระตุ้นการเติบโตและปรับโครงสร้างของคอลลาเจนในผิวเสียใหม่ ซึ่งการใช้แสงชนิดเข้มข้นอย่าง IPL อาจจะกระตุ้นคอลลาเจนได้แต่เทอร์มาจทำงานลึกลงไปในผิวหนังชั้นในทำให้คุณดูดีทันทีหลังทำ และยิ่งดูดีขึ้นเรื่อง ๆ ในช่วง 6 เดือนถัดไป เนื่องคอลลาเจนสร้างตัวขึ้นมามันอาจไม่ใช่คู่แข่งของการผ่าตัดยกหน้าแต่สำหรับในการรักษาความหย่อนคล้อยของผิวโดยเจ็บตัวน้อยที่สุดล่ะก็มันถือเป็นปรากฎการณ์สำคัญเลยทีเดียว

3. เป็ปไทด์

ปัจจัยสำคัญของการเกิดริ้วรอยก็คือ คอลลาเจนในผิวลดน้อยลงไม่ต้องสงสัยว่า วิทยาศาสตร์จะต้องมองหาวิธีแก้ไขโครงสร้างที่จะช่วยพยุงผิวหน้าและก็พบว่า เมื่อคอลลาเจนเรื่มเสื่อมสลายลงเป็ปไทด์จะถูกปล่อยเข้ามาแทนมากขึ้น ครีมที่มีเป็ปไทด์จะเป็นการส่งสัญญาณเตือนผิวหลอก ๆ ให้ชดเชยการสร้างคอลลาเจนเพื่อให้ผิวกระชับและริ้วรอยลดน้อยลง
สูตรลดริ้วรอย
4. ความเครียดของผิว

งานวิจัยชี้ว่า ผิวร่วงโรยได้เร็วขึ้นในช่วงที่มีความเครียดทางอารมณ์ แต่นอกเหนือการบำบัดทางจิตใจและการผ่อนคลาย อย่างเช่น การเล่นโยคะ แล้วหนทางช่วยเหลืออื่นอย่างสำหรับผิวก็คือ การควบคุมไม่ให้ผิวมีการอักเสบด้วยการเพิ่มการป้องกันรังสียูวี การให้ความชุ่มชื่น การบริโภคแอนตี้ออกซิแดนซ์และการหลีกเลี่ยงการให้ผิวเครียด อย่างเช่น การขัดผิวหน้าด้วยเกร็ดอัญมณี หรือการลอกหน้าด้วยเคมี

5. อาหารผิว

ไม่จำเป็นว่าการชะลอความร่วงโรยของผิวจะเป็นไฮเทคเสมอไป งานวิจัยล่าสุดพบว่า น้ำมันโรสฮิป เป็นสารที่ช่วยต่อต้านความร่วงโรยตามธรรมชาติที่ทรงประสิทธิภาพและบำรุงผิวอย่างน่าประทับใจด้วย เช่นเดียวกับการรับประทานน้ำมันดอกอิฟนิ่งพริมโรสเป็นอาหารเสริมซึ่งอาจไม่ใช่หน้าใหม่ของวงการต่อต้านริ้วรอย หากในการศึกษาวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ใน The international Journat of Cosmetic Science ได้แสดงให้เห็นว่า การรับประทานน้ำมันอิฟนิ่งพริมโรสเม็ดละ 500 มก. จำนวน 6 เม็ด ทุกวัน สามารถช่วยหยุดการร่วงโรยของผิวได้ใน 3 เดือน

6.ขัดลอกผิว

การทรีตเมนต์อย่างการลอกผิวด้วยสารเคมีและการขัดผิวด้วยเกร็ดอัญมณีเป็นการดูแลความงามที่แพร่หลายกระจายไปอย่างรวดเร็วในร้านเสริมสวย แต่งานวิจัยชี้ว่า การขัดลอกผิวเช่นนี้ไม่ได้วิเศษอะไรมากมายนักมันยิ่งอาจทำให้ผิวชั้นบนบางลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย ซึ่งเป็นการรบกวนการป้องกันผิวและต้องใช้เวลาหลายวันในการซ่อมแซมตัวเอง มันอาจนำไปสู่อาการระคายเคืองผิวหนังและไวต่อแสงอีกด้วย ใช้การขัดลอกผิวอย่างอ่อนโยนเป็นประจำทุกวันด้วยตัวเองดีกว่า มันจะทำให้ผิวชั้นบนดีขึ้นให้ความชุ่มชื่น และยังลดเลือนริ้วรอยได้

7. ไลฟ์สไตล์ของคุณ

การเผชิญหน้ากับรังสียูวี มลภาวะ และการสูบบุหรี่ยังเป็นปัจจัยสำคัญ 3 อันดับแรกของการทำให้ผิวร่วงโรย แต่การนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ใกล้เกินไปก็ทำให้ใบหน้าเสี่ยงต่อการร่วงโรยได้เร็วขึ้นเช่นกัน เนื่องมาจากรังสีไอโอนิกที่จะสะท้อนออกมจากหน้าจอนั่นเอง นอกจากนี้คุณอาจเคยได้ยินว่า การนอนตะแคงข้างทำให้คุณมีริ้วรอยแพทย์ผิวหนังยังให้คำอธิบายว่า คุณไม่มีวันมีริ้วรอยในแนวตั้งได้เนื่องจากแรงโน้มถ่วงตามธรรมชาติจะทำให้เกิดริ้วรอยในแนวนอน พูดอีกอย่างหนึ่งคือ กล้ามเนื้อเคลื่อนไหวตัวขึ้นและลงไม่ใช่เคลื่อนที่ไปข้าง ๆ ริ้วรอยที่เกิดจากการนอนตะแคงข้างนั้นปกติจะจางหายไปเอง เว้นแต่มันจะถูกทำให้ผิวย่นซ้ำแล้วซ้ำอีกริ้วรอยพวกนั้นจะเกิดขึ้นอีกเป็นการถาวร ดังนั้น ถ้าการนอนหงายไม่ใช่ทางเลือกของคุณลองใช้หมอนผ้าไหมหรือซาตินมักจะลดริ้วรอยจากการนอนให้น้อยลงได้

8.ความลับของขิงและมะนาวสูตรลดริ้วรอย

เป็นที่รู้กันว่าขิงมีคุณสมบัติช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและยังเสริมสร้างสุขภาพและจากการทดลองในห้องแล็ปพบว่า สารสกัดจากขิงนั้นสามารถลดการหดตัวของกล้ามเนื้อผิวหนังได้ด้วย จึงช่วยคลายริ้วรอยลึกให้ตื้นขึ้นได้และยกกระชับผิวให้เนียนเรียบ ส่วนมะนาวก็มีคุณสมบัติในการช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าและลดการผลิตเมลานิน เมื่อนำมาร่วมกันแล้วขิงและมะนาวก็เป็นส่วนผสมจากธรรมชาติที่ทรงอำนาจอย่างยิ่งในการช่วยคุณต่อสู้ริ้วรอยอย่างได้ผล สูตรลดริ้วรอย.

วิธีขาวเร็วที่สุด สาวๆที่ต้องการมีผิวขาวแบบด่วนจี๊ฉบับเร่งรีบ

วิธีขาวเร็วที่สุด สาวๆที่ต้องการมีผิวขาวแบบด่วนจี๊ฉบับเร่งรีบ วิธีการฉีดผิวขาวคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของคนที่อยากมีผิวขาวใช่ไหมค่ะ การฉีดผิวขาวทำให้ขาวได้จริงตามคำโฆษณาและพ่วงด้วยราคาที่สูง และในยุคที่มีเทคโนโลยีก้าวไกล สื่อต่างๆเข้ามามีอิทธิพลต่อสภาพแวดล้อมและจิตใจ เห็นคนโน้นคนนี้ขาวสวย ก็อิจฉาเป็นธรรมดาใช่ไหมละ แต่ที่ปวดใจกว่าผู้ชายสมัยนี้สวยเกินผู้หญิงไปซะแล้ว จึงไม่แปลกใจเลยที่เราอยากจะมีผิวขาวใสน่าลงไหลแบบนั้นบ้าง มาศึกษากันว่าการฉีดผิวขาวให้อะไรกับเราบ้าง วิธีขาวเร็วที่สุด.

วิธีขาวเร็วที่สุด

วิธีขาวเร็วที่สุด ผลจากการฉีดผิวขาวดีอย่างไร
การฉีดผิวขาวจะเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีดเข้าไปในเส้นเลือด ผลจากการฉีดสามารถเปลี่ยนผิวจากผิวคล้ำเป็นผิวขาวใสขึ้นได้ การฉีดผิวขาวเค้าจะฉีดเป็นคอร์ส กี่ครั้งก็ว่ากันเป็น ฉีดสัปดาห์ละเข็ม จะเห็นผลชัดเจนประมาณเข็มที่ 3 จะเริ่มมีออร่า แบบดาราตามคำโฆษณา และนั้นเป็นสามารถทำให้ใครต่อใครอยากจะฉีดผิวขาวให้ตัวเองดูดีขึ้น
ฉีดสารอะไรเข้าไปส่งผลให้ผิวขาวได้

ฉีดกลูต้าไธโอนเพื่อผิวขาววิธีขาวเร็วที่สุด

1. การฉีดกลูต้าไธโอนเพื่อผิวขาว
ตามสถานเสริมความงาม นิยมฉีดสารกลูต้าไธโอนเข้าไปให้กับลูกค้าที่รักสวยรักงาม เนื่องจาก กลูตาไธโอนสามารถยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส (tyrosinase) ได้ และส่งผลให้เม็ดสีของผิวหนังเปลี่ยนจากเม็ดสีน้ำตาลดำเป็นเม็ดสีชมพูขาว อีกทั้ง วิตามินซี วิตามินอี วิตามินเอ มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ที่จะมาทำลายคอลลาเจน มีผลในการป้องกันการทำลายเซลล์ หรือการเสื่อมสภาพของอวัยวะต่างๆของร่างกายจึงช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย ทำให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง และผิวขาวใสได้ค่ะ

ในทางการแพทย์พบว่าการนำกลูต้าไธโอน (Glutathione) มาทดลองใช้ในการรักษาโรคต่าง เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหาร ผลจากการฉีดกลูต้าไธโอน (Glutathione) เข้าไปทางหลอดเลือดดำ จะผลข้างเคียงของการฉีดกลูต้าไธโอน (Glutathione) นั้นทำให้เม็ดสีผิวขาวขึ้น และเม็ดเลือดดำเปลี่ยนเป็นสีชมพู ทุกวันนี้การใช้กลูต้าไธโอน (Glutathione) ยังถือว่าใช้ในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ และยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าขาวได้ถาวรหรือไม่

2. การฉีดคอลลอเจนเพื่อลดริ้วรอย
การฉีดคอลลาเจน สามารถแก้ปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่นเนื่องด้วยอายุที่เพิ่มขึ้น ช่วยให้ริ้วรอยเหี่ยวย่นหายไป ช่วยยกกระชับผิวบริเวณที่ฉีดให้เต่งตึงมีความชุ่มชื่น เปล่งปลั่ง และช่วยลดริ้วรอยแผลเป็นให้แผลตื้นขึ้นได้ มีการนำคอลลาเจนมาใช้ในระยะ 20 กว่าปีที่ผ่านมา (ค.ศ.1981) อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะด้านศัลยกรรมตกแต่ง แต่ผลของการฉีดคอลลอเจนจะไม่คงทนถาวร ต้องฉีดซ้ำ ภายใน 6-8 เดือน และจะสะลายตัวหมดไปใน 6-24 เดือน และหากฉีดในปริมาณมากไป ริ้วรอยต่างๆ หรือแผลเป็น อาจจะเห็นเป็นรอยนูนขึ้นมามากกว่าเดิมได้
3. การวิตามินซีเพื่อผิวขาวและทนทานต่อแสงแดดวิธีขาวเร็วที่สุด
เป็นที่รู้ๆกันดีว่าวิตามินซีมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเซลล์ผิว บำรุงเซลล์ผิวที่แข็งแรง และช่วยชะลอริ้วรอยเหี่ยวย่นของผิวได้ จึงกระตุ้นให้ผิวเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล และทำให้ผิวขาวขึ้นได้ วิตามินซีมีทั้งแบบกินและแบบฉีด แบบกิน 500mg. หรือ 1000mg. การกินวิตามินซีเข้าไปเมื่อถึงจุดจุดหนึ่งที่ร่างกายเราจะรับได้ประมาณหนึ่ง ส่วนที่เกินนั้นร่างกายจะขับออกมาเอง ส่วนแบบฉีดนั้นจะเห็นผลได้ชัดเจนกว่าการกิน เพราะในขณะที่ฉีดเข้าทางหลอดเลือด จะออกฤทธิ์ได้ทันทีทั่วร่างกาย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงจะเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด เช่นผิวดูสดใส หน้าตาไม่หมองคล้ำ แผลหายง่ายกว่าเดิม และทำให้ผิวขาวได้นั้นเอง
ครีมกันแดดช่วยผิวขาววิธีขาวเร็วที่สุด

หลังฉีดผิวขาวสิ่งที่ควรระวังให้มากที่สุด
ผู้ที่ฉีดผิวขาวมา ผิวหนังจะไวต่อการรับรู้ของแสงมาก ควรทาครีมกันแดด SPF50+ ทุกวัน และควรหลบแดดให้มากถึงมากที่สุด เพราะว่าผิวจะไหม้ได้ง่ายมากๆ หากมีอาการแพ้เกิดขึ้นควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว

อันตรายผลข้างเคียงหลังจากฉีดผิดขาว
การฉีดผิวขาวก็คือโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น เพียงแค่อยากสวยเหมือนดารา อยากมีออร่าตามค่านิยมที่ผิดๆ โดยสารต่างๆที่ฉีดเข้ามาในเส้นเลือด ในทางการแพทย์ยังไม่เป็นที่ยอมรับว่าจะขาวได้จริงถาวร แต่เป็นเพียงผลพลอยได้ที่ทำให้ผิวขาว ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกประกาศเตือน ว่ายังไม่มีการอนุญาตให้ขึ้นทะเบียน พร้อมทั้งให้ข้อมูลว่าการฉีดสารดังกล่าวถือว่าเสี่ยงอันตรายมาก อาจทำให้เกิดการแพ้ยาถึงขั้นช็อก และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังด้วยซึ่งเป็นอันตราย หรือถ้ารุนแรงกว่านั้น ก็อาจทำให้เสียชีวิตได้

สาวๆ ท่านไหนที่ต้องการมีฉีดผิวขาวควรหาข้อมูล และคลีนิคที่มีมาตราฐาน มีความน่าเชื่อถือ ให้ดีก่อนนะค่ะ ไม่งั้นอาจจะเจอลองปลอมได้น่ะ อย่างไรก็ตามการฉีดผิวขาวทำให้ผิวขาวใสแล้ว อยากให้สาวๆ ระวังอันตรายที่จะตามมาด้วย สารเคมีที่เราฉีดผิวเข้าไปอาจจะสะสมในร่างกายแล้วก่อให้เกินโทษในอนาคตก็ได้ใครจะรู้!! วิธีขาวเร็วที่สุด.