ลดความอ้วนผู้ชาย การออกกำลังกายนอกจากจะต้องคำนึงถึงรูปแบบโปรแกรมที่ปลอดภัยและมีประสิทธิผลแล้ว

ลดความอ้วนผู้ชาย  การออกกำลังกายนอกจากจะต้องคำนึงถึงรูปแบบโปรแกรมที่ปลอดภัยและมีประสิทธิผลแล้ว ควรกำหนดโปรแกรมที่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องตลอดไปด้วย เท่าที่พบมาประมาณครึ่งหนึ่งของคนที่บริหารร่างกายเพื่อการลดน้ำหนัก มักจะเลิกออกกำลังกายกลางคันในเวลาสั้นๆ ทำให้การออกกำลังกายไม่ได้ผลอย่างที่ควรเป็น ดังนั้นใครที่กำลังจะเริ่มต้นออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก ผมมีวิธีมาแนะนำดังต่อไปนี้ครับลดความอ้วนผู้ชาย.

ลดความอ้วนผู้ชาย

ลดความอ้วนผู้ชาย  – ค่อยๆ เริ่มช้าๆ ดูระดับความแข็งแรงและความสามารถของตนเอง อย่าใจร้อนออกกำลังกายหักโหม เพราะอาจได้รับบาดเจ็บและผลที่ได้อาจไม่เป็นไปอย่างที่คิด ทำให้ท้อแท้จนถึงกับเลิกออกกำลังกายไปเลย ถ้าเป็นคนที่มีน้ำหนักตัวมากๆ ควรเริ่มด้วยการออกกำลังกายแบบมีแรงกระแทกต่ำ เช่น การเดิน ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ เป็นต้นลดความอ้วนผู้ชาย

– ตั้งเป้าหมาย เริ่มจากสั้นๆ ก่อนถ้าทำได้แล้วค่อยๆ เพิ่มเป้าหมายให้ยาวขึ้นหรือหนักขึ้น เช่น ตั้งใจว่าจะเดินออกกำลังกายให้ได้ 25 นาทีในช่วงเดือนแรกและลดน้ำหนักให้ได้ 2-4 กิโลกรัม หลังจากนั้นเข้าร่วมออกกำลังกายในคลาส
ปั่นจักรยานให้ครบ 50 นาทีภายในเดือนที่ 3 และลดน้ำหนักลงให้ได้ 6-12 กิโลกรัม

– มีการบันทึกตารางการออกกำลังกาย เพื่อดูผลความก้าวหน้า ให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจ
ในการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องต่อไป

– ควรจัดตารางเวลาของการออกกำลังกาย ไว้ในชีวิตประจำวันให้ได้ คุณสามารถเลือกทำกิจกรรม 2 อย่างพร้อมกันในเวลาเดียว เช่น วิ่งบนลู่วิ่งในเวลาที่ต้องดูข่าวทีวี เป็นต้น

– เลือกสถานที่ออกกำลังกายที่สะดวกต่อการเดินทาง

– ข้อนี้สำคัญที่สุดครับ คือ ควรหากิจกรรมออกกำลังกายที่คุณจะรู้สึกชอบและสนุกไปกับมัน เพื่อที่จะปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่องและตลอดไปครับ

.เคล็ดลับการ ลดน้ำหนัก ที่ว่านี้ ก็คือการเลือกดื่มน้ำเปล่า แทนการอดอาหารนั่นเองค่ะ น้ำเปล่า เป็นตัวเลือกที่ดีและเหมาะสม อีกหนึ่งตัวเลือกเลยนะคะ ที่คุณสาวๆ สามารถใช้เป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนัก ในแต่ละวันได้ ลดน้ำหนัก ด้วยการดื่มน้ำนั้น ก็มีเคล็ดลับแบบง่ายๆ โดยให้คุณสาวๆ ดื่มน้ำเปล่า 2 แก้ว ก่อนการทานอาหารครึ่งชั่วโมง ในทุกๆ มื้ออาหาร จะส่งผลทำให้คุณสาวๆ มีความอยากในการทานอาหารลดน้อยลง
แถมยังมีผลการวิจัย (Institute for Public Health and Water Research และ Virginia Tech University ประเทศสหรัฐอเมริกา) ระบุว่า น้ำเปล่านั้น สามารถเข้าไปช่วยทำให้เกิดการเผาผลาญไขมัน และน้ำตาลในร่างกายได้ศาสตราจารย์ ดร. บาร์รี ป็อปคิน ผู้อำนวยการศูนย์ UNC Interdisciplinary Obesity Center (IDOC) ประจำมหาวิทยาลัยนอร์ธแคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา แสดงทัศนะว่า การดื่มน้ำเปล่าในปริมาณเหมาะสมช่วย ลดน้ำหนัก เพราะเหตุผลสองประการ คือ ประการที่หนึ่ง “น้ำทำให้อุณหภูมิภายในร่างกายลดลง ร่างกายจึงเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้น เพื่อให้เกิดสมดุลความร้อน ส่งผลให้อาหารและพลังงานถูกเผาผลาญตามไปด้วย ช่วยลดปริมาณไขมันส่วนเกินสะสม“ลดความอ้วนผู้ชาย

ประการที่สอง “เมื่อดื่มน้ำเปล่ามากขึ้น ทำให้ลดโอกาสดื่มน้ำหวาน หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ส่งผลให้ร่างกายได้รับพลังงานน้อยลง จึงควบคุมน้ำหนักง่ายขึ้น“

นอกจากนี้ คุณสาวๆ จะต้องหลีกเลี่ยง การดื่มน้ำอัดลม ชา กาแฟ น้ำหวานต่างๆ ไม่ว่าคุณสาวๆ จะอยากทานมากแค่ไหน ก็ต้องหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุด เพราะเครื่องดื่มเหล่านั้น เป็นตัวเพิ่มระดับน้ำตาลให้กับร่างกายได้สูงมากขึ้น แถมยังยากต่อการเผาผลาญอีกด้วยนะคะ

อ๊ะๆ คุณสาวๆ อย่าเพิ่งรีบร้อน จนหาทางออกของการลดน้ำหนักด้วยการดื่มน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวนะคะ นอกจากการดื่มน้ำเปล่าแล้ว คุณสาวๆ จะต้องเลือกอาหารที่พอเหมาะ และมีประโยชน์กับร่างกายด้วย ที่สำคัญ คุณสาวๆ จะต้องไม่ลืมที่จะออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยนะคะ จะได้สวย ใส น่ารัก มีสุขภาพดี สมบูรณ์แบบได้ลดความอ้วนผู้ชาย

การที่เราไม่เคร่งครัดในการลดน้ำหนักจนเกินไปนั้นจะทำให้เราสามารถลดน้ำหนักไปได้เรื่อยๆในระยะยาว แม้ว่าจะการพูดแบบนี้มันจะดูแปลก แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องจริงที่น่ายินดีทีเดียว

นักวิจัยแนะนำว่าให้กินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนสูงในตอนเช้า คุณจะพบว่าในทั้งวันนั้นคุณจะไม่ค่อยรู้สึกหิวเหมือนแต่ก่อน ด้วยวิธีนี้จึงเป็นวิธีลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพดีทีเดียว

คุณจะสามารถต่อสู้กับความอยากได้เป็นอย่างดี ดีกว่าการที่คุณจะมานั่งอดทนกับความอยากความหิวตลอดช่วงเวลาที่คุณลดน้ำหนัก เพราะฉะนั้นการกินอาหารเช้าที่อุดมไปด้วยโปรตีนและน้ำตาลมันจะช่วยให้แผนการลดน้ำหนักของคุณนั้นประสบผลสำเร็จได้ง่ายขึ้นอย่างแน่นอน

ถึงตรงนี้บางคนอาจจะดีใจจนเนื้อเต้นและรีบออกล่าอาหารในทันใด แต่เดี๋ยวก่อน! ไม่เคร่งครัดมากไม่ได้หมายความว่าให้คุณกินอะไรได้ตามใจชอบนะ แบบนั้นมันก็ไม่ใช่ลดน้ำหนักน่ะสิ โปรดอย่าลืมว่าคุณกำลังลดน้ำหนักอยู่แต่คุณสามารถที่จะกินอะไรต่างๆได้มากกว่าเดิมในตอนเช้าเท่านั้น ไม่ใช่ว่าเพิ่มปริมาณมันเสียทุกมื้อ ถ้าเป็นแบบนั้นได้อ้วนขึ้นกว่าเดิมแน่ เพราะฉะนั้นการลดน้ำหนักของคุณยังคงดำเนินต่อไป ถ้าหากใครไม่เพิ่มปริมาณแล้วยังอยู่ได้ก็ไม่ต้องเพิ่ม แต่ถ้าหากใครไม่ไหวจริงๆก็เพิ่มอาจจะช้านิดหน่อยแต่ก็ชัวร์นะลดความอ้วนผู้ชาย.

สิวอุดตัน การล้างหน้าหรือสครับ (scrub) ผิวหน้ามากเกินไป จะก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อผิว

สิวอุดตัน การล้างหน้าหรือสครับ (scrub) ผิวหน้ามากเกินไป จะก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตัน
ผิวหนังที่อับชื้นจากการใช้เครื่องสำอางประเภทให้ความชุ่มชื้น (moisturizer) หรืออากาศที่ร้อนชื้นสิวอุดตัน.

สิวอุดตัน
สิวอุดตัน การบีบสิว การล้างหน้าที่รุนแรงเกินไป การใช้สารเคมีเพื่อลอกหน้าที่มีความรุนแรง และการรักษาด้วยเลเซอร์ อาจจะทำให้เกิดการแตกภายในรูขุมขน ซึ่งทำให้เกิดสิวอุดตันได้

เครื่องสำอางบางชนิดอาจอุดตันรูขุมขน รวมถึงผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่มีความมัน โดยสารบางตัว เช่น ไอโซโพรพิลไมริสเตต (isopropyl myristate) โพรพิลีนไกลคอล (propylene glycol) และสีในเครื่องสำอาง อาจจะกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตันได้ ดังนั้นเราจึงควรเลือกเครื่องสำอางที่ระบุว่าไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน (noncomedogenic) หรืออาจเลือกชนิดปราศจากน้ำมัน (oil free) ก็ได้

เส้นขนหรือผมที่ไม่สามารถเจริญเติบโตพ้นผิวหนัง ก็ทำให้เกิดสิวอุดตัน รวมถึงเกิดสิวอักเสบได้เช่นเดียวกัน
พบว่าผู้ที่สูบบุหรี่จะมีสิวอุดตันมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่
อาหารบางชนิด โดยพบว่าสารฮอร์โมนธรรมชาติที่พบในนมจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนแอนโดรเจนได้ ส่วนอาหารที่มีน้ำตาลสูงก็สัมพันธ์กับการสร้างฮอร์โมนอินซูลิน (insulin) และฮอร์โมนแอนโดรเจนสิวอุดตัน
เซลล์ผิวหนังถูกกระตุ้นมากขึ้น โดยเกิดจากฤทธิ์ของฮอร์โมน 5-เทสโทสเตอโรน (5-testosterone) หรือฮอร์โมนดีเอชที (DHT) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชายสิวอุดตัน
มีการลดลงของสารไลโนเลเอท (linoleate) ซึ่งเป็นเกลือของกรดไขมันในซีบัม (sebum) หรือไขมันที่ผลิตจากต่อมไขมัน
มีการหลั่งสารก่อการอักเสบจากเซลล์ที่อยู่บริเวณต่อมขน ซึ่งเกิดจากการกระตุ้นโดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
สิวอุดตันอาจจะเกิดจากกรดไขมันอิสระ (free fatty acid) ที่ถูกสร้างมาจากแบคทีเรียบนผิวหน้าสิวอุดตัน.
ชนิดของสิวอุดตัน

หน้าท้องลาย แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงแต่ในปัจจุบัน เค้าคาดว่า การเกิดรอยแตกลาย

หน้าท้องลาย แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงแต่ในปัจจุบัน เค้าคาดว่า การเกิดรอยแตกลาย มักมี 3 เหตุผลนี้อยู่ด้วยกันค่ะ (ไม่ใช่อย่างใดอย่างนึงค่ะ) คือ หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย
หน้าท้องลาย
1.การยืดขยายของผิวหนัง ในคนตั้งครรภ์ ผนังหน้าท้องก็มีการขยายอย่างเร็ว  ในคนที่อ้วน อาจจะเป็นเด็กก็ได้ก็เกิดรอยแตกขึ้น (striae distensae) นอกจากนี้ในผู้ชายที่เล่นกล้ามก็มีการขยายขนาดของกล้ามเนื้อ และผิวหนังก็ต้องมีการขยายไปด้วยและมีรอยแตกเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะที่บริเวณหน้าอกและไหล่ ต้นแขน
2. ผลจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่นในช่วงการเข้าสู่วัยสาว(รอยแตกมักเป็นในผู้หญิงมากกว่าชาย) จริงๆในช่วงเข้าสู่วัยรุ่นก็มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเช่นสะโพกผายออก ก็มีรอยแตกบริเวณสะโพก ต้นขา,การตั้งครรภ์ก็มีการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน
3. พันธุกรรม เช่นคุณแม่ตอนตั้งท้องมีรอยแตกลาย ลูกเมื่อตั้งท้องก็มีโอกาสเกิดรอยแตกลายได้มาก เพราะโครงสร้างในผิวหนังมีความเสี่ยงกับการเกิดรอยแตก (อันนี้ไม่เสมอไปค่ะ พบความเกี่ยวโยงกันได้มาก แต่บางคนไม่เป็นตามนี้ก็ได้)หน้าท้องลาย
การเกิดรอยแตกลาย เกิดได้ในเหตุการณ์ใดบ้าง ?
– คนที่อ้วนขึ้นอย่างเร็ว หรือหญิงตั้งครรภ์ที่อ้วนขึ้นเร็ว มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก (ปรึกษาสูตินารีที่ฝากท้องด้วยนะคะ เรื่องว่าควรมีน้ำหนักเพิ่มอย่างไรเวลาตั้งครรภ์)หน้าท้องลาย
– คนเข้าสู่วัยสาว (ตามที่บอกไปแล้ว) , คนเพาะกายจนมีขนาดกล้ามเนื้อและผิวหนังที่ต้องยืดขยายตาม ,การได้รับยากลุ่มสเตียรอยด์ ทั้งแบบกินและทาเป็นเวลานาน (ถ้าท่านที่มีโรคประจำตัวต้องใช้ยา ก็รบกวนถามคุณหมอที่ดูแลอยู่นะคะ ว่าจะให้ใช้ยาไปนานเท่าไหร่ โรคบางโรคจำเป็นคุณหมอก็พยาบยามปรับให้มีปัญหากับคนไข้น้อยสุด แต่โรคที่เป็นเหตุให้ต้องใช้ยาก็ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ต้องใช้ คุณหมอที่รักษาท่านเป็นคนดูแลเรื่องนี้ อย่ามาถามหมอนะคะ ว่าจะหยุดยาอะไรทำนองนี้ ให้ถามคุณหมอที่รักษาค่ะ) กลุ่มพวกทายาผิวขาวตัวขาว แล้วแอบผสมสเตียรอยด์เมื่อใช้ไป 2-3 เดือน ก็เกิดรอยแตกขึ้นได้ (ดูรูป 8 ซึ่งเป็นรูปเด็กนักเรียนหญิงที่ทาครีมกลุ่มนี้ แล้วเป็นกันหลายคนตามข่าวเมื่อนานแล้วค่ะ)
– โรคบางชนิด (ขอไม่พูดถึง เพราะจะต้องอธิบายกันมึน คุณหมออายุรกรรมท่านดูแลเรื่องนั้นค่ะ) หน้าท้องลาย.

วิตามินบำรุงผิว เวลาเลือกครีมทาผิวหรืออาหารเสริม ก็อย่าลืมดูว่ามีส่วนผสมของวิตามินเหล่านี้

วิตามินบำรุงผิว เวลาเลือกครีมทาผิวหรืออาหารเสริม ก็อย่าลืมดูว่ามีส่วนผสมของวิตามินเหล่านี้ เพื่อการดูแลผิวพรรณที่เห็นผลได้มากกว่า สุดท้ายอย่าลืมทานผักผลไม้ที่มีประโยชน์ร่วมด้วยนะคะ วิตามินบำรุงผิว.

วิตามินบำรุงผิว
วิตามินบำรุงผิว เกิดเป็นมนุษย์ คงไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงภาวะชราได้ แต่คำถามยอดฮิตที่คนไข้มักถามแพทย์ในห้องตรวจ ก็เช่นว่า ทำอย่างไรให้
แก่น้อยกว่าเพื่อนในรุ่นเดียวกัน แต่ถ้าต้องฉีดโบท๊อกซ์ (Botox) หรือผ่าตัดก็ขอให้อายุมากกว่านี้, อยากได้วิธีธรรมชาติ หรือแม้แต่
ทานอะไรจึงจะช่วยกระชากวัยได้ ฯลฯวิตามินบำรุงผิว

โดยปกติ ขบวนการชราของผิวหนังแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือวิตามินบำรุงผิว

ความชราที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ (Intrinsic aging) ซึ่งในส่วนนี้ วิทยาการปัจจุบันยังไม่สามารถป้องกันภาวะนี้ได้
ความชราที่ร่างกายเสื่อมโดยการทำลายของอนุมูลอิสระ หรือสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น แสงแดด มลพิษ หรือยา (Extrinsic aging) ซึ่งการแพทย์ปัจจุบันแนะนำให้ใช้วิตามินที่สามารถต่อต้านอนุมูลอิสระ
วิตามินบำรุงผิว วิตามินบำรุงผิว.

ขาลาย ปัญหารอยแตกลายได้บ่อยอย่างไรก็ตาม ขาลายที่เริ่มต้นจากสีแดงหรือม่วงจะค่อยๆจางไปได้เอง

ขาลาย ปัญหารอยแตกลายได้บ่อยอย่างไรก็ตาม ขาลายที่เริ่มต้นจากสีแดงหรือม่วงจะค่อยๆจางไปได้เองปัญหาขาลายน่องลายเกิดได้จากหลายปัจจัยทั้งยังต้องใช้ระยะเวลาในการรักษา บางคนรักษากันเป็นปีๆกว่าจะหาย ขาลาย.

ขาลาย

ขาลาย ทั้งนี้ ขาลายที่เกิดขึ้นเป็นภาวะที่ทางการแพทย์เรียกว่า “stria distensae” เป็นความผิดปกติเกิดขึ้นจากเส้นใยที่อยู่ใต้ผิวหนังที่เรียกว่า เส้นใยใต้ผิวหนัง (collagen และ elastic fibers) เป็นภาวะที่พบได้ ในเด็กผู้หญิงถึงร้อยละ ๓๕ และเด็กผู้ชายได้ถึงร้อยละ 15 ตั้งแต่ อายุ 9-16 ปี การใช้ยาในกลุ่มคอร์ติโคสตีรอยด์ ทั้งรับประทานและทาก็เป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะเช่นนี้
ในหญิงตั้งครรภ์นอกจากจะเกิดปัญหาท้องลายแล้ว ผิวที่บริเวณน่องขาก็เกิด  แม้ว่าจะไม่หมดไปเสียทีเดียว นอกจากนั้น สิ่งที่จะทำให้เกิดขาลายได้ก็คือการที่ภาวะน้ำเหลืองผิดปกติ ซึ่งมักจะเป็นมาตั้งแต่กำเนิด กรณีนี้จะเห็นได้ชัดเจนเมื่อถูกยุงกัดหรือแมลงกัดต่อย ผิวหนังมักเป็นรอยแดงช้ำและมีน้ำเหลืองไหลออกมา หากเป็นเช่นนี้จำเป็นต้องพบแพทย์ผิวหนังเพื่อทำการรักษาให้ถูกต้อง

การใช้ครีมแก้ขาลาย
การใช้ครีมแก้ขาลายเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่นิยมกันมาก เนื่องจากจะเป็นการเติมเต็มร่องแตกลาย ปรับสภาพผิวให้ขาวเนียนใส ได้ผิวเรียบเนียน มีความชุ่มชื้น และเกิดความยืดหยุ่นมากขึ้น จึงทำให้การแก้ปัญหาขาลายเป็นไปอย่างราบรื่น แม้บางคนจะต้องใช้เวลานานแต่อาการก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อผิวจะช่วยยับยั้งการเกิดรอยแตกลายใหม่ โดยส่วนใหญ่ครีมแก้ขาลายมักส่วนผสมดังนี้
1.Vitamin B3 ช่วยยับยั้งการถ่ายโอนเม็ดสีไปแสดงผลยังเซลล์ผิว ให้ผิวแลดูขาว เปล่งปลั่ง กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
2.Vitamin C เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่และลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยให้ผิวใส เนียนนุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยในการรักษารอยแตกลายให้หายเร็วยิ่งขึ้นขาลาย
3.Ranexamic ช่วยลดการสร้างเม็ดสีเมลานินที่ผิวหนัง ทำให้ผิวแลดูขาวขึ้น ฝ้า กระ และจุดด่างดำดูจางลง แก้ปัญหาขาลายได้เป็นอย่างดี
4.Odium PCA ทำให้ผิวมีความชุ่มชื่นมากขึ้น ไม่แห้งกร้าน ทำให้สุขภาพผิวดีขึ้น ขาลายแลดูจางลง และยับยั้งการเกิดรอยใหม่
5.Salicylie Acid เป็น BHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออกมาก่อน เพื่อเผยผิวใหม่ที่อ่อนนุ่ม ขาวใส ดูเรียบเนียนขึ้นขาลาย.

แขนลาย ปัญหาแขนลายเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดขึ้นจากต่อมน้ำเหลืองที่ทำงานไม่เป็นปกติ

แขนลาย ปัญหาแขนลายเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดขึ้นจากต่อมน้ำเหลืองที่ทำงานไม่เป็นปกติ รอยแผลเป็นจากกิจกรรมต่างๆ อาการภูมิแพ้ ขนคุด สีผิวไม่เรียบสม่ำเสมอ ไวรัสผิวหนัง การเพิ่มหรือลดน้ำหนักตัวมากจนเกินไป แต่สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดปัญหาแขนลายกับคุณสาวๆ ในบ้านเรามากที่สุด และควรให้ความใส่ใจมากที่สุดนั้นคือ ปัญหาแขนลายจาก “ผิวที่แห้งมาก” เนื่องจากขาดความชุ่มชื้น จนกระทั่งทำให้เกิดริ้วรอยเส้นแตกลายขึ้นบนผิวเป็นจำนวนมาก แขนลาย.

แขนลาย

แขนลาย การป้องกันอาการที่เกิดจากผิวขาดความชุ่มชื้น

ผิวที่ขาดความชุ่มชื้น นอกจากจะทำให้เกิดปัญหาแขนลายขึ้นแล้ว ในกลุ่มของผู้สูงอายุยังนับว่าเป็นปัญหาที่มีความร้ายแรงมากที่เดียว เพราะผิวที่แห้งมากๆที่ขา บริเวณใต้ศอก และแขนที่ต่ำ จะแห้งหยาบเป็นสะเก็ด ทำให้เคลื่อนไหวค่อนข้างยาก ถ้าหารู้สึกคันและเกา ก็อาจจะทำให้แผลเกิดการติดเชื้อขึ้นได้ สำหรับวิธีป้องกันปัญหาแขนลายที่เกิดขึ้นจากการผิวขาดความชุ่มชื้น มีดังต่อไปนี้แขนลาย

1.พยายามอย่าออกไปข้างนอกในช่วงเวลา 10.00 – 16.00 น. เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่รังสีของดวงอาทิตย์แรงมากที่สุด และอย่าหลงกลเมฆที่ครึ้มทั่วท้องฟ้า เพราะรังสีจากดวงอาทิตย์สามารถทะลุผ่านเมฆเหล่านั้นได้แขนลาย

2.เลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF จำนวน 15 ขึ้นไป และควรทาทุกครั้งที่คุณสาวๆอยู่ในสระว่ายน้ำ หรือทะเล ซึ่งควรจะสังเกตฉลากข้างขวดด้วยว่าเป็นครีมกันแดดแบบกันน้ำหรือไม่ เพราะถ้าไม่ใช่แล้วล่ะก็ น้ำจากการทำกิจกรรมเหล่านี้จะชะล้างสารปกป้องผิวจากรังสีของดวงอาทิตย์ออกไปจนหมด

3.ทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมง และควรทาก่อนการออกแดดประมาณ 15-30 นาที ซึ่งปริมาณการทาครีมกันแดดจะมาก และบ่อยครั้งขึ้นอยู่กับกิจกรรมของคุณ เช่น การว่ายน้ำ ปริมาณเหงื่อที่ออก การขัดถูผิวของตัวคุณด้วยผ้าขนหนู เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะทำให้ประสิทธิภาพของครีมกันแดดลดน้อยลง
4.สวมใส่เสื้อผ้าที่ช่วยปกป้องแสงแดด หมวกปีกขนาดใหญ่จะช่วยปกป้องลำคอ หู ตา และหัว ในขณะที่แว่นตากันแดด ควรเลือกแบบที่สามารถป้องกันรังสีจากแสงแดดได้ 99-100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ควรสวมใส่เสื้อแบนยาว กางเกง หรือกระโปรงยาวด้วย

5.หลีกเลี่ยงการใช้สารฟอกหนัง พยายามอย่าใช้ Sunlamps เครื่องหนังหรือเตียงฟอกหนัง ซึ่งสารเคมีในสารฟอกอาจจะส่งผลทำให้แขนลายขึ้น เนื่องจากเป็นสารที่ไม่ได้รับการอนุญาตจากองค์การอาหารและยา ของประเทศสหรัฐอเมริกา

6.เลิกบุหรี่ บุหรี่ทำลายสุขภาพของผิว จนกระทั้งเกิดเป็นริ้วรอยแขนลายมากขึ้นกว่าเดิม

7.คืนความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยมอยเจอไรเซอร์และขี้ผึ้ง ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยปลอบประโลมผิว และคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว ดังนั้นคุณสาวๆจึงควรใช้พวกมันให้ติดเป็นนิสัยเป็นประจำทุกวัน

8.ใช้สบู่ที่ไม่มีสารเคมีรุนแรง เพราะจะทำให้ผิวของคุณเกิดอาการแห้ง และระคายเคืองมากขึ้น

9.ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ การดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว จะสามารถช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวของคุณสาวๆได้มากอย่างน่าอัศจรรย์เลยทีเดียว

10.ผ่อนคลายความเครียด เป็นที่ทราบกันดีว่า ความเครียดเป็นศัตรูตัวฉกาจต่อความงาม ในขณะเดียวกันมันก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผิวแห้ง จนเกิดปัญหาแขนลายขึ้นเช่นเดียวกัน แขนลาย.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วิตามินซีในรูปแบบของอาหารเสริม เป็นวิตามินที่รับประทานกันอย่างแพร่หลายมากที่สุด

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วิตามินซีในรูปแบบของอาหารเสริม เป็นวิตามินที่รับประทานกันอย่างแพร่หลายมากที่สุด มีจำหน่ายหลายรูปแบบ เช่น แบบเม็ด แคปซูล ลูกอม เม็ดแบบแตกตัวช้า แบบผง แบบเคี้ยว น้ำเชื่อม หรือเรียกได้ว่าแทบจะทุกรูปแบบ
วิตามินซีบริสุทธิ์ คือรูปที่แปลงมาจากน้ำตาลเดกซ์โทรสจากข้าวโพด (แม้จะไม่มีข้าวโพดหรือเดกซ์โทรสหลงเหลืออยู่เลย)
ความแตกต่างระหว่างวิตามินซีจากธรรมชาติ หรือแบบอินทรีย์ (ออแกนิค) และกรดแอสคอร์บิกสังเคราห์โดยทั่วไป คือความยากง่ายในการย่อยและการดูดซึม ซึ่งต่างกันไปตามความสามารถของแต่ละคนวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี
วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี อาหารเสริมวิตามินซีที่ดีที่สุดคือวิตามินซีที่ประกอบไปด้วย ไบโอฟลาโวนอยด์ เฮาเพอริดิน และรูติน (บางครั้งอาจเห็นชื่อในฉลากว่า เกลือซิตรัส)
วิตามินซีในรูปแบบเม็ดหรือแคปซูลส่วนมากจะมีขนาดตั้งแต่ 100 – 1,000 mg. ส่วนในรูปแบบผงละลายน้ำจะมีขนาดประมาณ 5,000 mg. ต่อช้อนชา
ขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันสำหรับวิตามินซีเสริมอาหารคือ 500 – 4,000 mg.
อะซีโรลาซี (Acerola C) คือ วิตามินซีที่สกัดมาจากผลอะซีโรลาเบอร์รี่
วิตามินซีจากโรสฮิปหรือผลกุหลาบ จะมีไบโอฟลาโวนอยด์และเอนไซม์อื่น ๆ ที่ช่วยให้วิตามินซีแตกตัวได้ดี ถือเป็นแหล่งของวิตามินซีตามธรรมชาติที่ดีที่สุดวิตามินซียี่ห้อไหนดี
ประโยชน์ของวิตามินซี
ประโยชน์ของวิตามินซีช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่และลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
การรับประทานเป็นประจำจะช่วยให้ผิวใส เนียน นุ่มลื่นอย่างเป็นธรรมชาติ
ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี
ช่วยในการรักษาและป้องกันโรคหวัด
ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน
ประโยชน์วิตามินซี ช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้หลายชนิด
ช่วยต่อต้านการสร้างสารไนโตรซามีน (สารก่อมะเร็ง)
ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
ประโยชน์ของวิตามินซี ช่วยลดความดันเลือด
ช่วยลดการเกิดเส้นเลือดเลือดอุดตัน ในหลอดเลือดดำ
ช่วยต่อชีวิตให้เซลล์โดยช่วยให้โปรตีนในเซลล์เกาะเกี่ยวกันได้ดีขึ้น
ช่วยเพิ่มการดูดซึมของธาตุเหล็กวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี
เป็นยาระบายตามธรรมชาติ
เพิ่มประสิทธิภาพของยาที่ใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
ช่วยลดอาการที่เป็นผลมาจากสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้
ช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียหลายชนิด
ช่วยเร่งให้แผลหลังผ่าตัดหายเร็วยิ่งขึ้น
ช่วยในการรักษาแผลสด แผลไหม้ให้หายเร็วยิ่งขึ้นวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมสุขภาวะที่ดี ซึ่งการออกกำลังกาย

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมสุขภาวะที่ดี ซึ่งการออกกำลังกายที่ดีนั้นต้องขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของแต่ละบุคคลด้วย โดยที่สามารถแบ่งประเภทของการออกกำลังกายได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
1. แอนาแอโรบิค คือการออกกำลังกายแบบไม่ใช้ออกซิเจนช่วยในการเผาผลาญพลังงาน เป็นการระเบิดพลังงานในเวลาสั้นๆ เช่น การเล่นเวทหรือ ยกน้ำหนัก กล้ามเนื้อที่ได้จากการออกกำลังกายประเภทนี้จะเป็นมัดกล้ามเนื้อขาว ซึ่งจะระเบิดพลังงานสูงสุดในระยะเวลาสั้นๆ พลังงานที่เผาผลาญไม่ใช่ไขมัน แต่จะเป็นพลังงานสะสมที่ร่างกายเก็บไว้ที่กล้ามเนื้อและตับ ซึ่งในระยะยาวกล้ามเนื้อที่ใหญ่ขึ้นจากการออกกำลังกายแบบ (Weight Training) จะช่วยเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดี แม้ขณะนั่งอยู่เฉยๆหรือนอนหลับ
2. แอโรบิค คือการออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจนช่วยในการเผาผลาญไขมันไปใช้เป็นพลังงาน เป็นการออกกำลังกายแบบค่อยเป็นค่อยไป มีความต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 30 นาที เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิค กล้ามเนื้อที่ได้จากการออกกำลังกายประเภทนี้ คือมัดกล้ามเนื้อแดง ซึ่งจะเน้นความทนทาน
ดังนั้นถ้าบุคคลนั้นๆจะต้องการออกกำลังกายเพื่อลดความอ้วนและไขมัน จะต้องออกกำลังกายแบบแอโรบิค โดยที่สามารถเลือกชนิดกีฬาหรือการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลด้วย โดยเน้นการออกกำลังกายที่มีความต่อเนื่องกันอย่างน้อย 30 นาที และออกกำลังกายอย่างน้อย 3 – 4 ครั้งต่อสัปดาห์ ครับออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก
ออกกำลังกายลดน้ำหนัก ความอ้วนหรือน้ำหนักเกินเป็นภาวะที่ไม่พึงปรารถนาของบุคคลทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ เพราะภาพพจน์ที่ปรากฏออกมานั้นนอกจากจะสร้างความอึดอัด อุ้ยอ้าย เทอะทะไม่คล่องตัวแล้ว ยังทำให้อวัยวะภายในร่างกายต้องทำงานหนัก เสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน แรงดันเลือดสูง เส้นเลือดขอด ไขมันอุดตันหลอดเลือด ส่วนภาพพจน์ในสายตาผู้อื่นจะสะท้อนให้เห็นว่า บุคคลนั้นขาดความเอาใจใส่ดูแลสุขภาพและบุคลิกภาพ ขาดความมั่นใจ จึงไม่สามารถควบคุมน้ำหนักและทรวดทรงให้น่าดูได้

คนอ้วนเกือบจะเรียกได้ว่าทุกคนถ้าถามว่าอยากลดความอ้วนหรือไม่ มักจะตอบได้ทันทีว่าต้องการลด และหลายคนก็ได้พยายามลดน้ำหนักมาแล้ว แต่ลดได้ชั่วระยะหนึ่ง พอเผลอตามใจปากขาดการควบคุมอารมณ์ก็มักจะเรียกน้ำหนักกลับคืนมาในเวลาไม่นานนัก คนอ้วนจึงพยายามแสวงหาวิธีลดน้ำหนักด้วยวิธีการต่างต่าง นานาออกกำลังกายลดน้ำหนัก

การลดความอ้วนนั้นเป็นเรื่องไม่ยาก ท่านสามารถลดน้ำหนักภายในเวลา 1-3 เดือนอย่างรวดเร็ว แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรจึงจะควบคุมน้ำหนักให้พอเหมาะตลอดไป หรือที่เรียกว่าเป็นการลดน้ำหนักอย่างถาวรตลอดชีวิต คำตอบก็ไม่ยากเช่นกัน แต่จุดที่ยากที่สุดคือ เวลาปฏิบัติจะทำได้หรือไม่ จะทำได้จริง ทำต่อเนื่อง ทำจนเป็นนิสัย ทำอย่างมีเหตุผล และทำอย่างมีหลักการได้อย่างไร

หลักในการลดความอ้วนนั้นก็มีอยู่ง่าย ๆ ดังนี้ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

1. การลดน้ำหนักควรใช้วิธีควบคุมน้ำหนักอย่างมีเหตุผล รู้จักวิเคราะห์ วินิจฉัย ประเมินสาเหตุและผลลัพธ์ เข้าใจว่าความอ้วนเกิดขึ้นได้อย่างไร จะควบคุมด้วยวิธีไหน และจะเลือกวิธีใดที่เหมาะกับตัวเอง

2. ในการลดน้ำหนักควรเข้าใจว่าเรื่องของน้ำหนักเป็นผลมาจากปัจจัยหลายด้าน การลดจึงควรใช้รูปแบบผสมผสานตั้งแต่การควบคุมทางโภชนาการ การออกกำลังกาย การสร้างกำลังใจ และการระบายความเครียดที่ถูกต้อง

3. การลดควรตั้งเป้าหมายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ลดในอัตราสัปดาห์ละครึ่งกิโลกรัม หรือเดือนละสองกิโลกรัม การลดแบบค่อย ๆ ทำไปนี้จะช่วยให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวตามไป ไม่ทุรนทุรายจนหมดความอดทนจนต้องหวนกลับไปอ้วนอีก

4. ถ้าไม่สามารถลดน้ำหนักด้วยตนเอง หรือลองมาหลายวิธีแล้วไม่ได้ผลดี ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะวิธีลดน้ำหนักอย่างถาวรนั้นคือ การเปลี่ยนรูปแบบของวิถีชีวิตที่เป็นอยู่ในชีวิตประจำวันด้วยการกินที่พอเหมาะ การออกกำลังกายอย่างเพียงพอ และความตั้งใจกำลังใจที่กลายเป็นวินัยควบคุมตนเองจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา

5. การบันทึกแสดงสัดส่วนของร่างกายเป็นระยะ เช่น บันทึกน้ำหนัก ส่วนรอบของอก-เอว ตะโพก ไว้เป็นรายเดือนหรือทุกสามเดือน ถ้าสามารถแสดงเป็นกราฟหรือถ่ายภาพเปรียบเทียบไว้ ก็จะช่วยให้ท่านมองเห็นผลสำเร็จหรือล้มเหลวของการควบคุมน้ำหนัก

6. การดูแลสุขภาพและสุขภาพจิตขั้นพื้นฐานเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักลดน้ำหนัก เพราะร่างกายและจิตใจสัมพันธ์กัน ถ้าสุขภาพโดยทั่วไปของท่านสุขกายสบายใจจะช่วยให้ภาวะการควบคุมน้ำหนักเป็นไปด้วยดี อารมณ์มั่นคง การควบคุมวินัยของตนเองจะทำได้ดีกว่าในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอหรืออารมณ์หงุดหงิด

คนอ้วนจะออกกำลังกายอย่างไรออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ในส่วนของการออกกำลังกายนั้นจะช่วยให้การควบคุมน้ำหนักได้ผลเร็วขึ้น ถ้าใช้ควบคู่กับการจำกัดอาหาร แต่ถ้าใช้วิธีออกกำลังกายอย่างเดียวจะต้องฝึกอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างหนัก (ประมาณร้อยละ 70 ของความสามารถในการฝึกของท่าน) หรือที่เรียกว่าวิธีการออกกำลังกายอย่างแอโรบิค (ฝึกนานอย่างน้อย 30-45 นาทีติดต่อกัน หัวใจเต้นประมาณ 120-130 ครั้งต่อนาที) ซึ่งต้องทำเป็นประจำทุกวัน, วันเว้นวัน หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน ทำให้บางคนหมดความอดทนที่จะออกกำลังกาย หรือมีข้อแก้ตัวนานาประการ เช่น ไม่มีเวลา, ไม่มีสถานที่, ไม่มีอุปกรณ์ เป็นต้น

หลักการออกกำลังกายของคนอ้วนมีดังนี้ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

วิตามินผิวขาว เป็นใครก็อยากผิวขาวใสกันทั้งนั้น โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ให้สำคัญกับการดูแลผิวพรรณเป็นพิเศษ

วิตามินผิวขาว เป็นใครก็อยากผิวขาวใสกันทั้งนั้น โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ให้สำคัญกับการดูแลผิวพรรณเป็นพิเศษ ทั้งรับประทานอาหารเสริมเพิ่มความขาว ชโลมครีมบำรุงผิวแสนแพง หรือบางคนถึงกับไปฉีดสีผิวก็มี นั่นแสดงให้เห็นว่าสาวๆในบ้านเราส่วนมากอยากผิวขาวใสอ่อนกว่าวัยกันมากแค่ไหน
อย่างไรก็ตาม ถ้าอยากผิวขาวใสออกมาจากข้างใน สิ่งที่จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้ก็คือสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อผิวอย่าง “วิตามินซี” ซึ่งต่างก็ทราบกันดีว่าวิตามินชนิดนี้มีอยู่ในผักผลไม้ เช่น ฝรั่ง ส้ม มะละกอ สตรอเบอร์รี่ เป็นต้น ทว่าส่วนใหญ่มักไม่ชอบรับประทานผักผลไม้กัน ฉะนั้น อาหารเสริมวิตามินซี 1000 mg จึงเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์คนที่อยากผิวขาวใส ขาวไวนั่นเอง
การทำงานของ วิตามินซี 1000 mgวิตามินผิวขาว.

วิตามินผิวขาว
วิตามินผิวขาว เมื่อได้รับวิตามินซีเข้าสู่ร่างกาย จะทำให้มีสารอาหารที่เข้าไปกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตของผิว เมื่อเซลล์ผิวได้รับอาหารและมีระบบการไหลเวียนที่ดีขึ้นก็จะทำงานได้ดีขึ้น ผิวจึงแลดูมีสุขภาพดี เรียบเนียน สดใส ออร่าจับมากขึ้น รวมทั้งวิตามินซีเป็นสารอาหารที่ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวแน่น มีความยืดหยุ่นที่ดีขึ้น จึงทำให้ผิวเต่งตึง ไม่เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร
การรับประทานวิตามินซี นอกจากจะช่วยให้ผิวขาวสว่างกระจ่างใสขึ้นแล้ว ยังช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น เพราะวิตามินซีช่วยให้ผิวมีกระบวนการซ่อมแซมและรักษาตัวเองได้ดี โดยไปเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง และต่อต้านการอักเสบ นั่นหมายความว่าวิตามินชนิดนี้ช่วยทำให้จุดดำจุดแดง หรือรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวหายได้เร็ว ใบหน้าที่หมองคล้ำ จึงกลับมาสดใสมากขึ้นวิตามินผิวขาว
สำหรับคำถามที่ว่า ถ้าอยากผิวขาวใส ขาวไว ทำไมถึงต้องรับประทานวิตามินซี 1000 mg คำตอบคือ การใช้วิตามินซีเพื่อช่วยให้ผิวขาวสดใสขึ้นนั้นควรรับประทานในปริมาณวันละ 1,000 มิลลิกรัมขึ้นไป เพราะเป็นปริมาณที่เหมาะสม และไม่ส่งผลอันตราย จึงไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียง เนื่องจากวิตามินชนิดนี้มีคุณสมบัติละลายในน้ำ ร่างกายจึงขับมันออกจากร่างกายทางปัสสาวะ และยังไม่เคยมีรายงานเกี่ยวกับพิษภัยร้ายแรงที่เกิดจากการได้รับวิตามินซีมากเกินไป

ประโยชน์ที่มากกว่าผิวขาวใสวิตามินผิวขาว
ประโยชน์จากวิตามินซีนั้นมีมากมายสารพัด ไม่ว่าจะช่วยปกป้องเซลล์ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับเส้นเอ็นและคอลลาเจน ทั้งยังมีฤทธิ์ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยม นอกจากนี้ วิตามินซียังมีประโยชน์ด้านอื่นๆอีก
1.แก้โรคหวัด หากเริ่มรับประทาน วิตามินซี ตั้งแต่เริ่มแรกที่เห็นอาการของโรคหวัด จะช่วยให้อาการป่วยลดความรุนแรงและหายได้เร็วขึ้น มีการศึกษาเมื่อปี 1995 พบว่าหากรับประทาน วิตามินซี 1,000-6,000 มิลลิกรัมต่อวัน ตั้งแต่เริ่มมีอาการของโรคหวัด จะช่วยให้หายได้เร็วขึ้นร้อยละ 21 ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานว่าวิตามินซีสามารถช่วยป้องกันโรคหวัดได้
2.เพิ่มความต้านทานต่อโรคหัวใจ โดยการไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับคลอเรสเตอรอลในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานร่วมกับวิตามินอี มันจะไปลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นที่มาของโรคหัวใจนั่นเอง
3.ป้องกันและต่อสู้กับมะเร็ง มีการศึกษาอย่างมากในเรื่องนี้แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน โดยยังมีการถกเถียงกันอย่างมากเกี่ยววิตามินซีกับการป้องกันและต่อสู้กับโรคมะเร็ง แต่เนื่องจากวิตามินเป็นสารต่ออนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยม จึงสามารถยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้วิตามินผิวขาว
4.ป้องกันโรคต้อกระจก เนื่องจากวิตามินซีสามารถช่วยปกป้องเลนส์ตาจากอันตรายต่างๆ เช่น ควันบุหรี่ แสงอุลตร้าไวโอเลตที่เป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดโรคต้อกระจก ทั้งยังมีการศึกษาหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่รับประทานวิตามินซีมาอย่างน้อย 10 ปี มีความเสี่ยงที่จะมีอาการเลนส์ตาขุ่นมัวซึ่งเป็นอาการเริ่มแรกของโรคต้อกระจก ลดลงถึงร้อยละ 77
5.บรรเทาอาการแพ้ หอบหืด ไซนัส โดยธรรมชาติแล้ววิตามินซีมีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านภูมิแพ้ต่างๆ เช่น ฝุ่นละออง เกษรดอกไม้ ซึ่งอาการแพ้เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของโรคไซนัส ที่สำคัญคือมีการศึกษาค้นคว้าพบว่า วิตามินซีช่วยป้องกันและทำให้อาการหอบหืดดีขึ้น
6.ช่วยป้องกันอาการไมเกรน เมื่อรับประทานร่วมกับ pantothenic acid โดยวิตามินซีจะเข้าไปช่วยในการต่อสู้กับความเครียดได้ดีขึ้น
7.ช่วยเรื่องความจำ โดยวิตามินซีจะช่วยรักษาสภาพของเซลประสาทและจะได้ผลดียิ่งขึ้นหากรับประทานร่วมกับอาหารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินอี แคโรทีน กิงโกะไบโลบ้า และโคเอนไซม์ Q10วิตามินผิวขาว.

รอยแตกลาย หลีกเลี่ยงรอยแตกลายจริงๆ แล้วรอยแตกลายก็คือแผลเป็นนั่นเอง การกำจัดรอยแตกลายให้หายไปเลยจึงทำได้ยาก

รอยแตกลาย หลีกเลี่ยงรอยแตกลายจริงๆ แล้วรอยแตกลายก็คือแผลเป็นนั่นเอง การกำจัดรอยแตกลายให้หายไปเลยจึงทำได้ยาก การป้องกันจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยสามารถป้องกันได้ด้วยวิธีต่อไปนี้- การดื่มน้ำเยอะๆ ถือเป็นหนึ่งในการป้องกันที่ดีที่สุด เพราะจะช่วยไม่ให้ผิวหนังเสียความยืดหยุ่น
– กินอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามินเค อี ซี สังกะสี และซิลิกาเพื่อให้ร่างกายผลิตโปรตีนที่จำเป็นต่อการยืดหยุ่นของผิวหนัง
– ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ผิวหนังยืดหยุ่น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นและกระชับชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นที่ 2 ที่ประกอบไปด้วยคอลลาเจนและอิลาสติน
– หลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็วรอยแตกลาย.

รอยแตกลาย
รอยแตกลาย – ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์บนผิวที่เสี่ยงต่อการแตกลาย การทำให้ผิวชุ่มน้ำจะทำให้ผิวยืดหยุ่นได้มากขึ้น
– ขัดผิวด้วยสบู่หรือสครับ โดยขัดเบาๆ เพื่อช่วยกระบวนการยืดหยุ่นและหดตัวของผิวหนัง หลีกเลี่ยงการใช้เกลือขัดตัวเพราะจะทำให้ผิวแห้งและทำให้ปัญหาแย่ลงรอยแตกลาย

บอกลารอยแตกลาย วิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับผิวแตกลายคือการป้องกัน เพราะถ้าผิวแตกลายแล้วจะรักษาให้หายได้ยาก แต่ทุกวันนี้ก็มีครีมและอุปกรณ์ที่ใช้ในการแก้ไขรอยแตกลายให้เลือกใช้มากมายในท้องตลาด ลองมาดูกันดีกว่าว่าอะไรได้ผล หรือไม่ได้ผลเพราะอะไร

– กรดไกลโคลิก เป็นที่รู้จักว่ามีคุณสมบัติคืนความอ่อนเยาว์ สามารถช่วยให้รอยแตกลายจางลงได้ แต่อาจทำให้ผิวหนังลอกได้ เนื่องจากกรดไกลโคลิกเผยผิวที่สุขภาพดีกว่าโดยการลอกผิวหนังชั้นบนสุดออก
– วิตามินซี ช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจน (ที่เป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง) และทำงานร่วมกับกรดไกรโคลิกได้ดี รอยแตกลาย
– เปปไทด์ ยังไม่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเปปไทด์ช่วยฟื้นฟูผิวได้จริง
– เรตินอยด์ อยู่ในกลุ่มของผลิตภัณฑ์วิตามินเอ มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในช่วงต้น ทำให้รอยแตกลายดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เรตินอยด์จะไม่มีประสิทธิภาพถ้ารอยแตกลายเป็นสีขาว ที่สำคัญคือต้องหลีกเลี่ยงการใช้เรตินอยด์ในขณะตั้งครรภ์ เพราะอาจทำให้ทารกเกิดความพิการได้
– กรดไกลโคลิกและเรตินอยด์ มีประสิทธิภาพรักษารอยแตกลายได้ดีกว่าเมื่อใช้ร่วมกัน เพราะจะเพิ่มความยืดหยุ่นของรอยแตกลายได้
– น้ำมันวีทเจิร์ม อุดมไปด้วยวิตามินอี มีการศึกษาพบว่าน้ำมันวีทเจิร์มทำให้รอยแตกลายดีขึ้นได้ถ้าใช้ตอนเริ่มเป็นรอยแตกลาย.