ลดริ้วรอย เคล็ดลับลบริ้วรอยที่จะช่วยคืนความสดใสอ่อนเยาว์

 

ลดริ้วรอย เคล็ดลับลบริ้วรอยที่จะช่วยคืนความสดใสอ่อนเยาว์ อยู่เสมอให้แก่ผู้หญิง มีอะไรบ้างเราลองมาดูกันเลยค่ะ ลดริ้วรอย.

ลดริ้วรอย

ลดริ้วรอย 1. สารเติมเต็มผิว

หนึ่งในวิทยาการไฮเทคที่เห็นผลทันตาในการกำจัดริ้วรอยและร่องลึกบนผิวก็คือ การฉีดสารเติมเต็มผิวอย่างเช่น กรดไฮยาลูรอนิค ซึ่งข้อดีของมันก็คือ มันช่วยให้การทำงานของเซลล์ผิวหนังดีขึ้นรวมทั้งยังทำให้สิ่งที่ครีมทำไม่ได้ก็คือ แทรกลึกลงไปในผิวชั้นล่างและเปลี่ยนความเสียหายของเซลล์ผิวให้กลับดีดังเดิม ผลการฉีดจะยืดยาวราว 4-5 เดือน ซึ่งนอกจะมีประสิทธิภาพสูงแล้ว ยังไม่มีอันตราย

2. คลื่นวิทยุจนถึงขณะนี้ยังเป็นที่ยอมรับกันว่า การใช้คลื่นวิทยุ หรือ เทอร์มาจ เป็นวิธีการอย่างเดียวที่ช่วยยกคิ้ว แนวกราม และทำให้ผิวดึงขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักพื้น มันเป็นการใช้คลื่นวิทยุเข้าไปกระตุ้นการเติบโตและปรับโครงสร้างของคอลลาเจนในผิวเสียใหม่ ซึ่งการใช้แสงชนิดเข้มข้นอย่าง IPL อาจจะกระตุ้นคอลลาเจนได้แต่เทอร์มาจทำงานลึกลงไปในผิวหนังชั้นในทำให้คุณดูดีทันทีหลังทำ และยิ่งดูดีขึ้นเรื่อง ๆ ในช่วง 6 เดือนถัดไป เนื่องคอลลาเจนสร้างตัวขึ้นมามันอาจไม่ใช่คู่แข่งของการผ่าตัดยกหน้าแต่สำหรับในการรักษาความหย่อนคล้อยของผิวโดยเจ็บตัวน้อยที่สุดล่ะก็มันถือเป็นปรากฎการณ์สำคัญเลยทีเดียว

3. เป็ปไทด์ลดริ้วรอย

ปัจจัยสำคัญของการเกิดริ้วรอยก็คือ คอลลาเจนในผิวลดน้อยลงไม่ต้องสงสัยว่า วิทยาศาสตร์จะต้องมองหาวิธีแก้ไขโครงสร้างที่จะช่วยพยุงผิวหน้าและก็พบว่า เมื่อคอลลาเจนเรื่มเสื่อมสลายลงเป็ปไทด์จะถูกปล่อยเข้ามาแทนมากขึ้น ครีมที่มีเป็ปไทด์จะเป็นการส่งสัญญาณเตือนผิวหลอก ๆ ให้ชดเชยการสร้างคอลลาเจนเพื่อให้ผิวกระชับและริ้วรอยลดน้อยลง

4. ความเครียดของผิว

งานวิจัยชี้ว่า ผิวร่วงโรยได้เร็วขึ้นในช่วงที่มีความเครียดทางอารมณ์ แต่นอกเหนือการบำบัดทางจิตใจและการผ่อนคลาย อย่างเช่น การเล่นโยคะ แล้วหนทางช่วยเหลืออื่นอย่างสำหรับผิวก็คือ การควบคุมไม่ให้ผิวมีการอักเสบด้วยการเพิ่มการป้องกันรังสียูวี การให้ความชุ่มชื่น การบริโภคแอนตี้ออกซิแดนซ์และการหลีกเลี่ยงการให้ผิวเครียด อย่างเช่น การขัดผิวหน้าด้วยเกร็ดอัญมณี หรือการลอกหน้าด้วยเคมี

5. อาหารผิว

ไม่จำเป็นว่าการชะลอความร่วงโรยของผิวจะเป็นไฮเทคเสมอไป งานวิจัยล่าสุดพบว่า น้ำมันโรสฮิป เป็นสารที่ช่วยต่อต้านความร่วงโรยตามธรรมชาติที่ทรงประสิทธิภาพและบำรุงผิวอย่างน่าประทับใจด้วย เช่นเดียวกับการรับประทานน้ำมันดอกอิฟนิ่งพริมโรสเป็นอาหารเสริมซึ่งอาจไม่ใช่หน้าใหม่ของวงการต่อต้านริ้วรอย หากในการศึกษาวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ใน The international Journat of Cosmetic Science ได้แสดงให้เห็นว่า การรับประทานน้ำมันอิฟนิ่งพริมโรสเม็ดละ 500 มก. จำนวน 6 เม็ด ทุกวัน สามารถช่วยหยุดการร่วงโรยของผิวได้ใน 3 เดือน

6.ขัดลอกผิวลดริ้วรอย

การทรีตเมนต์อย่างการลอกผิวด้วยสารเคมีและการขัดผิวด้วยเกร็ดอัญมณีเป็นการดูแลความงามที่แพร่หลายกระจายไปอย่างรวดเร็วในร้านเสริมสวย แต่งานวิจัยชี้ว่า การขัดลอกผิวเช่นนี้ไม่ได้วิเศษอะไรมากมายนักมันยิ่งอาจทำให้ผิวชั้นบนบางลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย ซึ่งเป็นการรบกวนการป้องกันผิวและต้องใช้เวลาหลายวันในการซ่อมแซมตัวเอง มันอาจนำไปสู่อาการระคายเคืองผิวหนังและไวต่อแสงอีกด้วย ใช้การขัดลอกผิวอย่างอ่อนโยนเป็นประจำทุกวันด้วยตัวเองดีกว่า มันจะทำให้ผิวชั้นบนดีขึ้นให้ความชุ่มชื่น และยังลดเลือนริ้วรอยได้

7. ไลฟ์สไตล์ของคุณลดริ้วรอย

การเผชิญหน้ากับรังสียูวี มลภาวะ และการสูบบุหรี่ยังเป็นปัจจัยสำคัญ 3 อันดับแรกของการทำให้ผิวร่วงโรย แต่การนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ใกล้เกินไปก็ทำให้ใบหน้าเสี่ยงต่อการร่วงโรยได้เร็วขึ้นเช่นกัน เนื่องมาจากรังสีไอโอนิกที่จะสะท้อนออกมจากหน้าจอนั่นเอง นอกจากนี้คุณอาจเคยได้ยินว่า การนอนตะแคงข้างทำให้คุณมีริ้วรอยแพทย์ผิวหนังยังให้คำอธิบายว่า คุณไม่มีวันมีริ้วรอยในแนวตั้งได้เนื่องจากแรงโน้มถ่วงตามธรรมชาติจะทำให้เกิดริ้วรอยในแนวนอน พูดอีกอย่างหนึ่งคือ กล้ามเนื้อเคลื่อนไหวตัวขึ้นและลงไม่ใช่เคลื่อนที่ไปข้าง ๆ ริ้วรอยที่เกิดจากการนอนตะแคงข้างนั้นปกติจะจางหายไปเอง เว้นแต่มันจะถูกทำให้ผิวย่นซ้ำแล้วซ้ำอีกริ้วรอยพวกนั้นจะเกิดขึ้นอีกเป็นการถาวร ดังนั้น ถ้าการนอนหงายไม่ใช่ทางเลือกของคุณลองใช้หมอนผ้าไหมหรือซาตินมักจะลดริ้วรอยจากการนอนให้น้อยลงได้

8.ความลับของขิงและมะนาว

เป็นที่รู้กันว่าขิงมีคุณสมบัติช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและยังเสริมสร้างสุขภาพและจากการทดลองในห้องแล็ปพบว่า สารสกัดจากขิงนั้นสามารถลดการหดตัวของกล้ามเนื้อผิวหนังได้ด้วย จึงช่วยคลายริ้วรอยลึกให้ตื้นขึ้นได้และยกกระชับผิวให้เนียนเรียบ ส่วนมะนาวก็มีคุณสมบัติในการช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าและลดการผลิตเมลานิน เมื่อนำมาร่วมกันแล้วขิงและมะนาวก็เป็นส่วนผสมจากธรรมชาติที่ทรงอำนาจอย่างยิ่งในการช่วยคุณต่อสู้ริ้วรอยอย่างได้ผล ลดริ้วรอย.

 

ครีมรักษาสิว การรักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติ

ครีมรักษาสิว การรักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติ เมื่อป้องกันแล้วยังเอาไม่อยู่ เป็นสิวขึ้นมาจนได้… ขอแนะน่าวิธี ธรรมชาติบำบัด เพราะประหยัด ง่าย ปลอดภัย โดยการใช้สมุนไพร (ไพล, ขมิ้น, ทานาคาฯ) ขัดเบาๆ อย่าง น้อย 1 ครั้ง/อาทิตย์ ครีมรักษาสิว.

ครีมรักษาสิว
ครีมรักษาสิว สิวเสี้ยนและรูขุมขนกว้าง ทำแบบง่ายๆ ประหยัด ให้ใช้ไข่ขาวทาบางๆ แล้วใช้กระดาษไข (สำหรับม้วนผมตามร้านเสริมสวยทั่วไปก็ได้) ปิดทับบริเวณที่ต้องการ ปล่อยให้แห้งแล้วดึงย้อนเส้นขนขึ้นนะคะ (ทำได้บ่อยๆ)
หลังจากนั้นพอกหน้าเพื่อกระชับรูขุมขน และเพื่อดูดสิ่งสกปรกที่ยังตกค้างอยู่ออกให้หมด 2 ครั้งต่ออาทิตย์ ด้วยสาหร่าย, ว่านนางคำ ฯลฯ
สิวอักเสบ สิวหัวหนอง ห้ามขัด ให้เพิ่มน้ำมะนาวเล็กน้อยเวลาพอก (แต้มหัวสิว)
วิธีการรักษาสิวแบบเร่งด่วนครีมรักษาสิว

แต่เมื่อมีความจำเป็นที่คุณต้องการกำจัดสิวให้หายไปในเพียงชั่วข้ามคืน ลองใช้วิธีการต่อไปนี้เพื่อการกำจัดสิวได้อย่างรวดเร็ว

ยาสีฟัน

” วิธีการรักษาสิว “ ด้วยยาสีฟัน คือ ยาสีฟันจะมีสารไทรโคลซาน (triclosan) มีคุณสมบัติ เป็นสารยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของสิว โดยเริ่มจากล้างหน้าก่อนนอน และเช็ดให้แห้ง จากนั้น ใช้ยาสีฟันสีขาวแต้มที่สิว ทิ้งไว้ 30 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด

และที่สำคัญตัวยาสีฟันควรใช้แบบครีม ไม่ควรใช้เป็นแบบเจลยาสีฟัน เพราะมักจะมีส่วนผสมอื่น ๆ ที่สามารถทำให้ผิวของคุณระคายเคืองได้

แพ็คน้ำแข็งครีมรักษาสิว

โดยนำก้อนน้ำแข็ง ไปห่อในผ้าขนหนูนุ่ม แล้วนำไปวาง บนสิวของคุณ มันจะช่วยลด การอักเสบบวม และอาการคันได้ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยง การใช้น้ำแข็ง ในบริเวณอื่นๆของใบหน้า ที่ไม่ได้เป็นสิว เพราะมันจะทำให้ผิวแห้ง

น้ำมะนาว

ใช้น้ำมะนาว แต้มที่สิวก่อนเข้านอน ในน้ำมะนาวประกอบด้วย วิตามินซี ซึ่งทำหน้าที่เป็นยาสมานแผล มันมีประสิทธิภาพ ช่วยในการทำให้สิวของคุณแห้ง

นอกจากนี้ การดื่มน้ำมะนาวยังเป็นการทำดีท็อกซ์จะช่วยขจัดสารพิษที่สะสมในร่างกายด้วย นะค่ะ ครีมรักษาสิว.

ลดความอ้วนผู้ชาย วิธีลดหน้าท้อง ลดพุง ด้วยการควบคุมคุณภาพของอาหาร

ลดความอ้วนผู้ชาย วิธีลดหน้าท้อง ลดพุง ด้วยการควบคุมคุณภาพของอาหาร ลดพุงด้วยการควบคุมอาหารการใส่ใจกับอาหารที่กินในแต่ละมื้อ ว่ามีประโยชน์หรือคุณค่าทางโภชนาการมากน้อยแค่ไหน มีประโยชน์หรือจำเป็นต่อร่างกายหรือเปล่า หรือกินเพราะตามใจปากเฉยๆ ลดความอ้วนผู้ชาย.

ลดความอ้วนผู้ชาย

ลดความอ้วนผู้ชาย ควรเลี่ยงอาหารประเภทที่มีน้ำตาลสูง อย่างเช่น พวกน้ำอัดลม คุกกี้ เค้ก น้ำหวาน ไอศกรีม และ อาหารประเภทมันๆ ทอดๆ ดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยขับของเสียออกมาในรูปน้ำ

กินอาหารประเภทที่มีกากใย อย่างผักผลไม้ เพื่อช่วยในการย่อยและการขับถ่าย กินอาหารที่ผลิตจากธรรมชาติเท่าที่จะเป็นไปได้ลดความอ้วนผู้ชาย

เพราะสารปรุงแต่งหรือสารสังเคราะห์ทั้งหลาย มีผลทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติ ซึ่งจะทำให้การลดหน้าท้องนั้น ไม่เห็นผลตามที่คาดหวังได้

วิธีลดหน้าท้อง ลดพุง ด้วยการออกำลังกายแบบซิทอัพลดความอ้วนผู้ชาย

นอกจากการควบคุมอาหารแล้ว การลดพุง ลดหน้าท้องด้วยตัวเอง หากจะให้เห็นผลเร็วและถาวรยิ่งขึ้น ต้องควบคู่ไปกับการออกกำลังกายเป็นประจำ

วิธีการออกกำลังกาย ที่ช่วยให้ลดหน้าท้องด้วยตัวเองได้ผล วิธีที่ง่ายได้ผลเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย คือ

การ ซิทอัพ สามารถทำได้ง่ายๆด้วยตัวเอง อาจเริ่มจากสิบยี่สิบครั้งแล้วเพิ่มจำนวนครั้งขึ้นเรื่อย

การออกกำลังกายด้วยการ ซิทอัพ ที่ทั้งเหนื่อย และต้องใช้ความอดทนสูงแล้ว ยังมีอีกหนึ่งวิธีง่าย ในการลดหน้าท้อง ลดพุง เพื่อรูปร่างเพรียวกระชับ ของสาวๆ ได้

หากทำเป็นประจำ นอกจากจะกระชับหน้าท้องแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการขับถ่าย และบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ได้อีกด้วยค่ะ ลดความอ้วนผู้ชาย.

สิวอุดตัน สาเหตุการเกิดสิวอุดตัน ประเภทของสิวอุดตัน

สิวอุดตัน สาเหตุการเกิดสิวอุดตัน ประเภทของสิวอุดตัน การป้องกันการเกิดสิวอุดตันและการรักษาสิวอุดตันรวมถึงผลของการใช้ยาละลายสิวอุดตัน สิวอุดตัน.

สิวอุดตัน

สิวอุดตัน สาเหตุการเกิดสิวอุดตัน

1. ต่อมไขมัน Sebaceous สร้างไขมันมากเกินไป โดยอาจเกิดจากสาเหตุฮอร์โมนเพศชายแอนโดรเจน ชนิด Testosterone ซึ่งควบคุมการเจริญเติบโตและการสร้างไขมัน สูงมากกว่าปกติแล้วไขมันเกิดจากอุดตันในท่อไขมันที่ระบายไขมัน ออกสู่ผิวหนังด้านนอก อันนำมาซึ่งปัญหาสิวอุดตัน
2. ผิวแพ้ง่าย มักพบเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้บ่อยเช่นกันสิวอุดตัน
3. ความผิดปกติของการลอกผิวในท่อขุมขนเอง แล้วทำให้เกิดการอุดตัน
4. สิวจากเครื่องสำอาง มักเกิดจากอาการแพ้เครื่องสำอางบางชนิด
5. สิวจากสเตียรอยด์ มักเกิดในผู้ที่ใช้ครีมทาที่ผสมสเตียรอยด์ ในการรักษาผิวแพ้ หรือรับประทานยา Prednislone เป็นประจำ เช่นผู้ป่วยโรคไต Nephrotic syndrome หรือ SLE
6. ความเครียดสิวอุดตัน
7. ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น ในภาวะใกล้หรือหมดประจำเดือน สิวอุดตัน.

ลดความอ้วน 1 เดือน ท่าง่ายๆที่ลดน้ำหนักได้ด้วยโยคะ

ลดความอ้วน 1 เดือน ท่าง่ายๆที่ลดน้ำหนักได้ด้วยโยคะ หลายๆคนอาจคิดว่าโยคะทำยาก มีแต่ท่ายากๆ กลัวทำไม่ได้จึงไม่คิดออกกำลังกายแบบโยคะ แต่วันนี้ถ้าหากคุณได้ลองทำมันแล้วคุณจะคิดว่ามันง่ายนิดเดียว และก็สามารถทำให้ร่างกายของคุณแข็งแรง หุ่นดีอีกด้วย มาดูกันเลยว่าท่าโยคะลดน้ำหนักจะมีท่าอะไรกันบ้าง ลดความอ้วน 1 เดือน.

ลดความอ้วน 1 เดือน

ลดความอ้วน 1 เดือน 1.ท่าโยคะแบบหน้าวัวประยุกต์
เริ่มต้นขั้นแรกคือ ยืนตัวตรงเท้าชิดติดกัน และเอามือขวาจับปลายผ้าขนหนูข้างหนึ่ง ให้ยกแขนขวาขึ้นแล้วงอข้อศอกลงไปด้านหลังศีรษะ ให้แขนซ้ายแนบติดลำตัวงอแขนไว้ด้านหลังขนานกับช่วงเอว จับปลายผ้าขนหนูอีกข้าง หายใจเข้า และเอามือขวาออกแรงดึงผ้าขนหนูขึ้นให้แขนขวาชิดใบหูโดยสนิท หายใจออก มือซ้ายดึงผ้าขนหนูลงจนแขนซ้ายตึง และระวังอย่าให้แขนซ้ายแยกออกจากลำตัวโดยเด็ดขาด และต้องดึงผ้าให้ตึงตลอด ทำต่อเนื่องจนครบ 10 ครั้ง และครั้งที่11 ลดแขนทั้งสองให้ขนานกัน แล้วออกแรงดึงผ้าให้ตึง ปล่อยแขนลงผ่อนคลาย ทำซ้ำอีกข้าง ท่านี้จะช่วยลดไขมันส่วนเกินบริเวณท้องแขนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวเชียวแหละลดความอ้วน 1 เดือน
2. ท่าเรือกลไฟ
เริ่มต้นขั้นตอนแรกโดย ยืนตัวตรงกางขาออกกว้างเป็น 3 เท่าของช่วงไหล่ และให้เอาขาเหยียดตรงเปิดปลายเท้าขวาให้ตั้งฉากกับลำตัว หายใจเข้า จากนั้นให้หงายฝ่ามือยกแขนทั้ง 2 ข้างขึ้นขนานกับพื้น หายใจออก และหมุนตัวมาทางขวามือ 90 องศา ให้หายใจเข้าประสานมือดันนิ้วชี้ขึ้นเหนือศีรษะ ยืดแขนให้ตึง แล้วหายใจออก งอเข่าขวาให้ตั้งฉากไม่เกินนิ้วโป้งเท้า หายใจเข้า เกรงขายืดแขนให้ตึง หายใจออก ยืดตัวตรง แขม่วท้อง หายใจเข้า เกร็งขายืดตรง แล้วกลับไปท่าเริ่มต้น ทำแบบนี้ซ้ำกันไปเรื่อยๆข้างละ 3 ครั้ง ท่านี้จะช่วยลดไขมันท้องแขน และสะโพก ได้บริหารปีกสะบักกลางหลัง และกล้ามเนื้อต้นขา

3. ท่าบิดลำตัว

ท่านี้ให้เริ่มต้นจากนั่งหลังตรง และใช้ขาซ้ายไขว้ขาขวา ปลายเท้าขวาวางข้างสะโพก อกชิดติดเข่า แขนซ้ายกอดหัวเข่าขวา หายใจเข้าให้ลึก วาดแขนขวาไปทางด้านหลังและให้วางไว้ที่เอว หายใจออก แขม่วท้องบิดเอวหันหน้าไปทางด้านหลัง และหายใจเข้าหันหน้ากลับท่าเริ่มต้น ทำแบบเดิมซ้ำกัน 3 รอบแล้วเปลี่ยนข้าง ท่านี้จะช่วยลดเอว หน้าท้อง ต้นขา ปีกสะบัก และแนวขอบอก

4. ท่ายืดส่วนหลัง
ท่านี้ให้เริ่มต้นขั้นแรกโดยนั่งหลังตรง และจากนั้นให้ยืดขาทั้งสองข้างไปด้านหน้าเกร็งปลายเท้าให้ตั้งฉาก และหายใจ เข้ายกแขนทั้งสองข้างเหนือศีรษะ หายใจออก คว่ำมือแล้วค่อยๆ ก้มตัวลง เกร็งกล้ามเนื้อบริเวณช่วงเอว แล้วใช้นิ้วชี้เกี่ยวนิ้วโป้งเท้า จากนั้นจึงค่อยๆ ก้มตัวลงอีก งอศอกเล็กน้อยค้างไว้ประมาณครึ่งนาที และสำหรับท่านที่ไม่สามารถเกี่ยวนิ้วได้ อย่าฝืน ให้จับบริเวณใต้เข่าแต่ให้ก้มตัวเท่าที่ทำได้ก็พอ จากนั้นให้ยืดตัวขึ้นช้าๆ ท่านี้จะช่วยกระตุ้นการขับถ่าย บริหารกล้ามเนื้อส่วนหลัง และต้นขา

5. ท่าสะพาน

ท่านี้ให้เริ่มต้นจากหายใจเข้านอนหงายขนานกับพื้น แล้วให้งอขาชันเข่า เอามือจับที่ส้นเท้า เกร็งหัวเข่ากดคางกับหน้าอก เมื่อหายใจเข้า ยกสะโพกขึ้นเท่าที่ทำได้ และสามารถใช้มือค้ำที่เอวได้ และหายใจออก หายใจเข้าอีกครั้ง เกร็งกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพก หายใจออก ค่อยๆ วางตัวลงกับพื้น ทำ 4 ครั้ง ท่านี้จะช่วยลดไขมันหน้าท้อง ต้นขา และบริหารกล้ามเนื้อหลัง

6. ท่าศพ
ท่านี้ทำโดยให้เริ่มนอนเหยียด ขา แล้วกระดกปลายเท้า เกร็งเท้า เข่า ขมิบก้น ต้นขา สะโพก เกร็งส่วนคอ กำหมัดแล้วเกร็ง โดยเกร็งส่วนละ 2 วินาที แล้วปล่อยให้ผ่อนคลายเป็นท่าจบและนอนพักไปสักพักก่อน การเกร็งส่วนต่างๆ จะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและรู้สึกสบสบายตัวมากขึ้น

7.ท่าหมุนท้อง (ชฐระ ปริวรรตนาสระ)
ท่านี้ช่วยให้คุณได้บริหารช่วงเอวเป็นส่วนมาก โดยเป็นท่าทางนอนเหวี่ยงขาไปมา คล้ายการหมุนเข็มนาฬิกา ช่วยสลายไขมันหน้าท้อง กระชับสะโพก และต้นขา รวมถึงบรรเทาอาการปวดสะโพก ได้เป็นอย่างดี เคล็ดลับฉบับคนอ้วน “ช่วงนั้นน้ำหนักตัวยังมากอยู่ ยกขาตั้งฉากกับพื้นแทบไม่ขึ้น ต้องแก้ด้วยการงอเข่าเล็กน้อย แล้วค่อยๆ ทำจนกว่าขาจะเหยียดตรงได้เอง บางวันก็ให้ใช้ตัวช่วยเพื่อเสริมแรงเหวี่ยงขา โดยใช้มือยึดสิ่งของไว้ เช่น ขาโต๊ะ ขาเก้าอี้ หรือวางเชือกไว้ใต้ลำตัวระดับไหล่ กำเชือกในมือแต่ละด้านให้ตึง เมื่อจะเหวี่ยงขาไปทางไหน ก็ให้ดึงเชือกไปทางฝั่งตรงข้าม และในการฝึกท่านี้ ควรออกแรงกดไหล่และหลังให้ชิดพื้นมากที่สุด แล้วออกแรงเหวี่ยงขา โดยใช้แรงจากช่วงเอวและต้นขา อย่าเกร็งหลัง นอกจากช่วยให้ได้บริหารช่วงล่างเต็มที่แล้ว ยังช่วยป้องกันอาการปวดหลังที่อาจเกิดขึ้นลดความอ้วน 1 เดือน

8 ท่านักรบ (วีราสนะ)
สำหรับท่านี้ เป็นการรวมท่ายืดเหยียดร่างกายไว้ในท่าเดียว ทั้งย่อขาโน้มตัว และยืดเหยียดแขนขา โดยเฉพาะได้ออกกำลังช่วงสะโพกมาก ทำให้ต้นขากระชับ ท่านี้ช่วยบรรเทาอาการปวดเอว น่อง และเข่า ที่เกิดจากแรงกดของน้ำหนักตัว การเหยียดมือข้ามศีรษะยังช่วยเปิดช่วงอกให้หายใจได้ลึกขึ้น เพราะต้องอาศัยช่วงขามากในท่านี้ จึงควรก้าวขาข้างที่ต้องย่อเข่าตั้งฉากออกไปให้กว้างๆ แล้วหันปลายเท้าให้ตรงกับแนวหัวเข่าพอดี ส่วนขาอีกข้างพยายามเหยียดให้ตึง วางเท้าทั้งสองข้างให้เต็มฝ่าเท้า วิธีนี้จะช่วยให้ทรงตัวดี ไม่ล้มง่าย แต่หากติดพุง ยังไม่ต้องย่อเข่ามาก ย่อแค่พอรู้สึกตึงหน้าขา หรือยืดขาให้ตรงก็พอ ก่อนโน้มตัวทุกครั้ง ควรหายใจเอาลมหายใจออกให้หมดท้องเสียก่อน ช่วยลดปัญหาติดพุงอีกทาง

9 ท่าหงส์เหิน (นาฏราชอาสนะ)ลดความอ้วน 1 เดือน
และสำหรับท่านี้ต้องอาศัยการเกร็งร่างกายในการทรงตัวมากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้ล้มขณะยืนด้วยขาเดียว ยิ่งกล้ามเนื้อได้ออกแรงเกร็งมากเท่าไร ยิ่งช่วยให้เผาผลาญไขมันดีขึ้น ท่านี้ยังช่วยในการฝึกสมาธิให้แน่วแน่ และข้อควรระวังสำหรับคนอ้วน คือ เซล้มง่าย เนื่องจากน้ำหนักตัวที่มากเกินไป ทำให้การทรงตัวลำบาก แล้วไหนจะต้องยกขาอีกข้างขึ้นอีก เคล็ดลับท่านี้อยู่ที่ว่าต้องสร้างฐานยืนให้มั่นที่สุด โดยยืดขาหลักให้ตรง ให้รู้สึกตึงที่หัวเข่า น้ำหนักตัวจะถ่ายลงบนเท้า จากนั้นจึงใช้ปลายเท้าจิกพื้นไว้ เท่านี้ก็ช่วยให้ฐานแน่นแล้ว และนอกจากนี้ การเกร็งข้อเท้าเอาไว้ จะช่วยไม่ให้ข้อเท้าพลิกถ้าเกิดเซล้มขึ้นมา โดยเฉพาะคนอ้วน ที่มักบาดเจ็บจากอาการข้อเท้าพลิกได้ง่ายกว่าปกติ

และในแผนการลดน้ำหนักให้เห็นผลอย่างเร่งด่วน เลือกฝึกท่าโยคะที่ได้ออกแรงมากเป็นพิเศษ รวมถึงเน้นท่าที่ได้บริหารส่วนไขมันพอกพูนให้ได้ลดได้มากที่สุด และจะต้อง ปรับอาหารให้ทานน้อนลงไปด้วย จากกินข้าวมื้อละสี่จานลดเหลือหนึ่งจาน เน้นกินกับข้าวมากกว่าข้าว งดมื้อดึกอย่างเด็ดขาด แล้วดื่มน้ำแทนมากๆ บางมื้อกินแต่ผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้ที่มีน้ำมาก เพื่อช่วยคลายอาการเหนื่อยร้อนจากการฝึกโยคะไปในตัวด้วย เช่น แตงโม ชมพู่ ฝรั่ง เพราะผลไม้จำพวกนี้สามารถช่วยลดน้ำหนักได้เช่นเดียวกัน

ถ้าหากคุณอยากลดน้ำหนักแล้วละก็วิธีนี้ นั่นคือ โยคะลดน้ำหนักรับรองว่าได้ผลแน่นอน แต่ไม่ว่าคุณจะด้วยวิธีไหนเพียงแค่คุณออกกำลังกายสม่ำเสมอไม่ว่าจะออกกำลังกายด้วยวิธีไหนก็ตามก็ทำให้คุณสุขภาพดีได้เหมือนกัน ไม่แค่นั้นคุณจะต้องรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอแค่นี้คุณก็จะมีสุขภาพกาย และสุขภาพใจที่ดีแล้ว ลดความอ้วน 1 เดือน.

วิธีกินวิตามินซี การรับประทานวิตามินซีเป็นประจำทุกวัน

วิธีกินวิตามินซี การรับประทานวิตามินซีเป็นประจำทุกวัน นอกจากจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ให้ปลอดภัย ลดโอกาสเสี่ยงจากการเกิดโรคภัยต่างๆแล้ว วิตามินซี ยังเป็นหนึ่งใน วิธีผิวใส อย่างง่ายๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม โดยเมื่อทำการทานวิตามินซีแล้ว จะช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้มีสุขภาพที่ดีอย่างรอบด้าน ดังต่อไปนี้ วิธีกินวิตามินซี.

วิธีกินวิตามินซี

วิธีกินวิตามินซี

1.ช่วยในการป้องกัน และบำรุงผิวพรรณให้ขาว สดใส เรียบเนียน ชวนสัมผัสวิธีกินวิตามินซี

2.ช่วยในการต่อต้าน และกำจัดอนุมูลอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจากความชราของผิว

3.ช่วยบรรเทาอาการอักเสบของผิวเมื่อถูกแสงแดดวิธีกินวิตามินซี

4.ช่วยกระตุ้นการสร้าง รักษาและปรับสภาพระดับคอลลาเจนที่ผิวชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวแน่น กระชับ ยืดหยุ่น ลดรอยเหี่ยวย่น และรอยตีนกาให้น้อยลง

5.ช่วยลดการทำงานของเอนไซต์ที่ผลิตเม็ดสีผิว ส่งผลให้ริ้วรอย จุดด่างดำ รอยสิวต่างๆ ลดลงอย่างเป็นธรรมชาติวิธีกินวิตามินซี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี ประโยชน์ของวิตามินซีโรคหวัดกับวิตามินซี

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี ประโยชน์ของวิตามินซีโรคหวัดกับวิตามินซี โรคหวัด เป็นโรคที่รักษาหายยากโรคหนึ่งและโรคหวัดมักเป็นต้นเหตุที่จะนำไปสู่การเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงต่าง ๆ เช่น ปอดบวม และไม่มีวิธีใด ๆ ที่จะป้องกันมิให้เกิดโรคหวัด สาเหตุส่วนใหญ่ของโรคหวัด เกิดขากเชื้อไวรัส แต่เชื้อไวรัสนั้นมีมากมายหลายพันธุ์ เพราะฉะนั้นวัคซีนที่ได้จัดเตรียมขึ้นเพื่อต่อต้านเชื้อไวรัส 2 – 3 ชนิด จึงไม่สามารถจะใช้ป้องกันโรคหวัดที่เกิดจากเชื้อไวรัสทุกชนิดได้ “ยาบรรเทาอาการหวัด” ที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาดยาปัจจุบันก็เป็นเพียงยาลดใข้หรือแก้ปวด ซึ่งเกิดจากโรคหวัดไม่ใช่ยาที่ออกฤทธิ์รักษาโรคหวัดโดยตรง วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วิตามินซี มีกลไกออกฤทธิ์ต่อโรคหวัดได้อย่างไรนั้นยากที่จะอธิบายให้เข้าใจได้ แต่ก็มีจุดสำคัญ ๆ พอที่จะนำมาสรุปได้ดังนี้

1. วิตามินซี ออกฤทธิ์โดยตรงต่อเชื้อไวรัสที่เป็นต้นเหตุของโรคหวัด เชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่และเชื้อไวรัสชนิดอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้ฤทธิ์ของเชื้อไวรัสเหล่านั้นอ่อนแอลงวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

2. วิตามินซี มีส่วนสัมพันธ์กับการสังเคราะห์โปรตีนชนิดหนึ่งของร่างกาย คือ คอลลาเจน ( ลักษณะคล้ายวัสดุซีเมนต์ ) ซึ่งมีปริมาณประมาณ 30 % ของปริมาณของโปรตีนทั้งหมดในร่างกายหน้าที่ของคอลลาเจน คือ สารคล้ายกาวที่ยึดเซลล์ไว้ด้วยกัน วิตามินซี นอกจากออกฤทธิ์โดยตรงต่อเชื้อไวรัสแล้ว ยังออกฤทธิ์บางส่วนในการเสริมความแข็งแรงโดยสารซีเมนต์นั้นต่อระบบชีวภาพของร่างกายด้วย ด้วยเหตุนี้อัตราการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสผ่านเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ จะถูกปิดกั้น และลดโอกาสการบุกทะลวงของเชื้อไวรัสเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ ได้ ด้วยผลดังกล่าวเมื่อเชื้อไวรัสผ่านเข้าสู่ระบบชีวภาพจึงถูกควบคุมให้อยู่กับที่โดยเฉพาะไม่เปิดโอกาสให้เชื้อไวรัสได้แผลงฤทธิ์ต่อไปได้ ส่วนทางด้านตัวผู้ป่าวยจะเกิดอาการหวัดเพียงเล็กน้อยหรือไม่เกิดอาการขึ้นเลย ถึงแม้อาการบางอย่างจะปรากฏขึ้นก็เกิดขึ้นอย่างเบาบางและปราบสิ้นไปซึ่งระยะเวลาอันสั้น ถ้าเชื้อไวรัสหวัดสามารถบุกทะลวงเข้าสู่ร่างกายได้ มันจะทำลายเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทำให้เกิดอาการปวดหัวหรือไข้ ท้องเสีย และปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อต่าง ๆ วิตามินซี ก็จะช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหายไปให้กลับดีดังเดิม ( ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสหวัด ) ได้ในระยะฟักพื้นวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

3. การบริโภควิตามินซี ในขนาดสูง ๆ จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งแก่กลไกป้องกันทางชีววิทยา สิ่งนี้เป็นสิ่งซึ่งเป็นกุญแจดอกสำคัญในการป้องการโรคสำหรับร่างกาย ถ้าหากเราสมมุตว่าเชื้อโรคเป็นเชื้อไวรัสและแบคทีเรียเป็นข้าศึกศัตรู อำนาจป้องกันร่วมกันเพื่อต่อสู้ข้าศึกศัตรูก็คือ กลไกป้องกันทางชีววิทยานั่นเอง และพลังอำนาจในการป้องกันนี้เพิ่มสูงขึ้นได้ ก็โดยการบริโภควิตามินซี เพราะฉะนั้นให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งได้บริโภควิตามินซี ในประมาณมาก ๆ กลไกในการป้องกันโรคจะเพิ่มมากขึ้้น

วิตามินซี ยังช่วยกระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกป้องกันทางชีววิทยาและกระตุ้นการผลิตแอนตี้บอดี้ ( ภูมิคุ้มกันโรค ) ด้วย ซึ่งได้มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ในสัตว์พบว่าวิตามินซี ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคอย่างแน่นอน

4. วิตามินซี ช่วยเพิ่มอัตราการผลิตสารอินเตอร์เฟอรอน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความต้านทานโรคของเซลล์ต่อเชื้อไวรัสมากขึ้น อินเตอร์เฟอรอนในปัจจุบันเป็นสารสำคัญยิ่งทางด้านการแพทย์ปัจจุบัน เพราะจะออกฤทธิ์โดยตรงต้านโรคมะเร็งและโรคไวรัสตับอักเสบ การผลิตอินเตอร์เฟอรอนนั้น จะเพิ่มประมาณขึ้นโดยฤทธิ์ของวิตามินซี เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เป็นการสนับสนุนอย่างกว้างขวางในการยอมรับที่ว่าวิตามินซี สามารถป้องกันโรคมะเร็งและโรคที่รักษาหายยากได้

อินเตอร์เฟอรอน หรือ “ปัจจัยในการกดกั้นการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส” สารนี้จะออกฤทธิ์ทำลายโรคติดเชื้อไวรัสได้ นอกจากนี้สารนี้ยังป้องกันการแพร่พันธุ์ ของเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราและริคเกตเซียอีกด้วย กลไกของสารนี้ในการทำลายเชื้อไวรัสไม่ได้กระทำโดยตรงต่อเชื้อไวรัสแต่ออกฤทธิ์ต่อเซลล์ที่ถูกรุกรานด้วยเชื้อไวรัส โดยจะหยุดยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

 

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก เรื่องของสุขภาพเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก เรื่องของสุขภาพเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ กำลังให้ความสนใจ เพราะอะไรเหรอค่ะ …? คงเป็นเพราะว่าเดี๋ยวนี้ เทรนด์ของสุขภาพกำลังมาแรง ประกอบกับโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายก็ได้วิวัฒนาการตัวเองแบบก้าวกระโดด ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก จะด้วยเหตุผลเรื่องโรคต่างๆ หรือว่าต้องการมีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนก็แล้วแต่ วิธีการรับมือที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน คือ“การออกกำลังกาย” ไม่ว่าจะออกกำลังแบบเพาะกาย

แอโรบิค วิ่ง ตีเทนนิส ว่ายน้ำ ฯลฯ ล้วนส่งผลดีต่อร่างกายทั้งสิ้น

ว่าแต่จะเลือกออกกำลังกายเวลาไหน ถึงจะดีที่สุด “เช้า” หรือ “เย็น”? คงเป็นคำถามที่หลายๆ คนอยากรู้ รวมทั้งตัวดิฉันเองด้วย วันนี้ดิฉันได้อ่านเจอบทความเรื่องนี้มา เลยนำมาเขียนเป็นไดอารี่แบ่งปันกับเพื่อนๆ สาวกเว็บ muscle.in.th ค่ะ

การออกกำลังกายไม่ว่าจะ “เช้า” หรือ “เย็น” ต่างก็ให้ผลดีต่อสุขภาพทั้งสิ้น ใครที่สะดวกช่วงเวลาไหนก็สามารถออกกำลังกายช่วงนั้นได้ สิ่งที่สำคัญมากกว่าการเลือกช่วงเวลาในการออกกำลังกาย คือ ความสม่ำเสมอหรือความถี่ในการออกกำลังกาย อย่างน้อยควรออกกำลังกาย 3-4 ครั้ง/สัปดาห์ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ผลการวิจัยล่าสุดของ ดร.เซดริก ไบร์อัน นักสรีรวิทยา (ที่ปรึกษาการออกกำลังกายแห่งสมาคมเพื่อการออกกำลังกายแห่งสหรัฐอเมริกา) อ้างว่า ผลการวิจัยเกี่ยวกับการออกกำลังกายของกลุ่มตัวอย่างผู้หญิงที่น้ำหนักเกินค่ามาตรฐาน ในช่วงอายุ50-75 ปี ที่เข้ารับการทดลองโดยควบคุมให้ออกกำลังกายช่วงเช้าโดยเฉลี่ย 4 ชั่วโมง/สัปดาห์ พบว่า การนอนหลับของกลุ่มตัวอย่างเป็นไปได้ดีขึ้นและจากการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี ทำให้ผู้หญิงกลุ่มนี้สามารถลดน้ำหนักได้มากกว่า 13 กิโลกรัมออกกำลังกายลดน้ำหนัก

นอกจากนี้ ดร.เซดริก ได้ให้ความเห็นถึงเบื้องหลังความสำเร็จของการออกกำลังกายของผู้หญิงกลุมนี้ว่า เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างเวลาและการออกกำลังกาย อันเนื่องมาจากการออกกำลังกายตอนเช้าเปิดโอกาสให้คนหันมาออกกำลังกายจนติดเป็นนิสัยได้มากกว่าการเลือกที่จะออกกำลังกายในช่วงเย็น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คนเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ซึ่งเหตุผลเรื่องความเหน็ดเหนื่อยจากงานเป็นสาเหตุหลักที่คนส่วนใหญ่ต้องเลื่อนหรืองดการออกกำลังกาย

ดร.เซดริก ยังได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ การออกกำลังกายแบบต่างๆ ที่มีผลต่อการเผาผลาญแคลอรี่ ดังนี้

การยกน้ำหนักฟรีเวท เผาผลาญได้ 110 กิโลแคลอรี
เดินเร็ว 3.5 ไมล์ / ชั่วโมง เผาผลาญได้ 140 กิโลแคลอรี
การวิ่งจ็อกกิ้ง ความเร็ว 5 ไมล์ / ชั่วโมง เผาผลาญได้ 295 กิโลแคลอรี
การขี่จักรยาน ความเร็วต่ำกว่า 10 ไมล์ / ชั่วโมง เผาผลาญได้ 145 กิโลแคลอรี
การขี่จักรยาน ความเร็ว 10 ไมล์ / ชั่วโมง เผาผลาญได้ 195 กิโลแคลอรี
ว่ายน้ำฟรีสไตล์เร็วปานกลาง เผาผลาญได้ 255 กิโลแคลอรี
แอโรบิก เผาผลาญได้ 240 กิโลแคลอรี
บาสเก็ตบอล เผาผลาญได้ 220 กิโลแคลอรี
เต้นรำ เผาผลาญได้ 165 กิโลแคลอรี ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

วิตามินผิวขาว ทุกวันนี้ความขาวกลายเป็นมาตรฐานความงามของสาวไทยไปแล้ว

วิตามินผิวขาว ทุกวันนี้ความขาวกลายเป็นมาตรฐานความงามของสาวไทยไปแล้ว แต่ไม่ใช่แค่ขาวธรรมดา ต้องขอขาววิ้ง, ขาวอมชมพู, ขาวออร่า และขาวโอโม่แบบดาราสาวเกาหลี ซึ่งวิธีทำให้ขาวก็รุดหน้าตามเทคโนโลยีที่อะไรก็ได้ขอให้ขาวไวที่สุด ทางลัดอย่างการกินอาหารเสริมจนกระทั่งถึงขั้นฉีดสารอันจะเรียกว่ายาทางการแพทย์ก็ได้นั้น จึงกลายเป็นที่นิยมของสาวไทยยุคนี้อย่างมาก และกลูต้าไธโอน (Glutathione) ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่หาซื้อกันมาทำให้ผิวขาวได้ตลอดช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีข่าวฉีดสารแล้วช็อกเสียชีวิต หรือราคากลูต้าฯ บางตัวที่แพงมาก ซึ่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าของจริงหรือไม่ แต่สาวไทยตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยทำงานก็ยังติดต่อขอซื้อผ่านทางโซเชียลมีเดียกันง่าย ๆ เพราะคนที่ใช้ได้ผลมีมากกว่าคนที่ผิดหวัง…แล้วเรื่องทั้งหมดที่ว่ามาเป็นความจริงอย่างนั้นหรือ วิตามินผิวขาว.

วิตามินผิวขาว

วิตามินผิวขาว พิสูจน์ความขาวแบบโอโม่

จะใช้กลูต้าฯ ก็ควรรู้จักกันหน่อยว่ากลูต้าฯ เป็นโปรตีนขนาดเล็กที่ประกอบไปด้วยกรดอะมิโน 3 ชนิดคือ ซิสเทอีน (Cysteine), กลูตามิค (Glutamic Acid) และไกลซีน (Glycine) พบได้ทุกเซลล์ในร่างกายมีบทบาทสำคัญในกระบวนการเมตาบอลิซึมของเซลล์ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันความเสื่อมของเซลล์ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและช่วยตับในการขจัดสารพิษออกจากร่างกาย ทางการแพทย์มีการนำกลูต้าฯ มาศึกษา และใช้เสริมการรักษาโรคอย่างมะเร็ง ถุงลมโป่งพอง พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ โรคตับ เอดส์ เป็นต้น หลังพบว่าผู้ป่วยโรคเหล่านี้จะมีระดับกลูต้าฯ ลดลง อย่างไรก็ตามหลังนำไปใช้กับผู้ป่วยผลปรากฏว่า พวกเขามีผิวขาวขึ้น ! ด้วยคุณสมบัติทางอ้อมที่ไปยับยั้งการทำงานของเซลล์เม็ดสีนี่เองจึงเป็นที่มาของการนำกลูต้าฯ มาใช้ในวงการความงาม

สำหรับประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อนุญาตให้จำหน่ายได้เฉพาะรูปแบบรับประทาน (กรดอะมิโน) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและครีมทาผิวเท่านั้น ส่วนรูปแบบฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือเส้นเลือดยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยที่เพียงพอวิตามินผิวขาว

กระนั้นก็ตาม ประสิทธิภาพและประโยชน์ของกลูต้าฯ ในการทำให้ผิวขาวก็ยังไม่มีผลทางวิทยาศาสตร์รองรับหรือยืนยัน จึงไม่น่าแปลกใจที่กลูต้าฯ ไม่ผ่านการรับรองข้อบ่งใช้โดยองค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกาว่าทำให้ผิวขาวได้ แต่ที่แน่นอนก็คือ การกินกลูต้าฯ โดยตรงแทบจะไม่ให้ผลอะไรเลย ส่วนการฉีดเข้าเส้นเลือดหรือกล้ามเนื้อก็เสี่ยงต่อชีวิตที่ไม่คุ้มกัน เราเชื่อว่า สาว Lisa ก็รักสุขภาพ ไม่อยากพาตัวเองไปเสี่ยงเหมือนกัน จริงไหม ?

กินกลูต้ากินอย่างไร ขาวได้จริงวิตามินผิวขาว

แพทย์และเภสัชกรต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การกินกลูต้าฯ โดยตรงให้ผลไม่มากไปกว่า “สูญ” คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล ให้ข้อมูลไว้ในเว็บไซต์ว่า กลูต้าฯ สามารถถูกทำลายได้ในทางเดินอาหารของมนุษย์ ขณะที่ นพ. สมนึก อมรสิริพาณิชย์ แพทย์อเมริกันบอร์ดทางด้านเส้นผม ผิวหนัง/เลเซอร์ บอกว่าการกินสารกลูต้าฯ โดยตรงจะไม่สามารถดูดซึมได้ดีเท่าที่ควร การกินอาหารที่มีสารวัตถุดิบอย่าง N-Acetyl Cysteine กลับช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างกลูต้าฯ เองได้ดีกว่า และสารนี้มีอยู่ในอาหารอย่างโยเกิร์ต กราโนล่า ข้าวโอ๊ต จมูกข้าวสาลี และคอตเทจชีส หรือจะกินสารนี้ในรูปแบบเม็ดอาหารเสริมก็ได้ ซึ่งสอดคล้องกับที่ Mark Hyman เขียนไว้ในเว็บข่าว Huffingtonpost ตั้งแต่เมื่อกลางปี 2010 ว่า หากร่างกายย่อยโปรตีน มันจะไม่ได้ผลหากเรากินกลูต้าฯ โดยตรงซึ่งก็เป็นโปรตีนเช่นกัน

ทั้งนี้ เขายังให้เคล็ดลับ 4 ข้อในการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างกลูต้าฯ เพื่อสุขภาพที่ดี (แต่เราหวังผลมากกว่านั้นคือเรื่องความขาวออร่านั่นเอง) นั่นก็คือ

หมั่นกินอาหารที่อุดมด้วยซัลเฟอร์อย่างกระเทียม หัวหอม และ ผักตระกูลกะหล่ำ ได้แก่ บรอกโคลี คะน้า ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี วอเตอร์เครส เป็นต้น

กินเวย์โปรตีนประเภท Bioactive ซึ่งเป็นแหล่งกรดอะมิโนซิสเทอีน

ออกกำลังเป็นประจำครั้งละ 50 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยแอโรบิกบำรุงหัวใจ 30 นาที เช่น เดินเร็ว จ็อกกิ้ง ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน สลับกันไป และออกกำลังเสริมความแข็งแรงของร่างกายด้วยการยกเวตอีก 20 นาที

กินอาหารเสริมอย่าง N-AcetylCysteine, Alpha Lipoic Acid, วิตามินบี 6 และ 12, ซีลีเนียม, วิตามินซีและอี และ Milk Thistle ถึงตรงนี้ก็อาจจะมีคนแย้งว่าเคยกินกลูต้าฯ แล้วได้ผลจริง หรือเพื่อนกินแล้วขาวมาก ถ้าอย่างนั้นคงต้องถามกลับว่ามีการดูแลตัวเองด้านอื่นร่วมด้วยหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนั้นเครียดน้อยลง และพักผ่อนเพียงพอด้วยใช่มั้ย เพราะความเครียดมีผลต่อกลูต้าฯ ที่ลดลงเช่นกัน

ที่สำคัญความขาวที่เห็นนั้นดูเป็นธรรมชาติดีหรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้วถ้าเราต้องพึ่งยากลูต้าฯ ไปตลอด การบริโภคอะไรที่มากไป โดยเฉพาะเคมีภัณฑ์ด้วยแล้ว ย่อมไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพในระยะยาวแน่ หันมาเสริมความงามของผิวพรรณด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำ พักผ่อน และไม่เครียดกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ จะดีกว่า รับรองว่ากลูต้าฯ ในร่างกายจะผลิตแทบไม่ทัน และมากกว่านั้น ยอมรับสีผิวที่เกิดจากเมลานินตามธรรมชาติแล้วสวยในแบบของเรากันเถอะ

Tip : หากไม่อยากเสี่ยงกับวิตามินเสริมที่บอกว่ากินแล้วขาว ควรเลี่ยงการสั่งซื้อทางออนไลน์ต่าง ๆ และดูฉลากที่มี อย. ให้การรับรองด้วย วิตามินผิวขาว.

รอยแตกลาย ความจริงเรื่องรอยแตกลาย

รอยแตกลาย ความจริงเรื่องรอยแตกลาย รอยแตกลายเกิดจากผิวหนังและเนื้อเยื่อที่ยืดขยายจนแตก (ลองนึกภาพหนังยางที่ถูกดึงจนแตกดู) โดยในระยะแรกรอยแตกจะเป็นสีชมพูหรือม่วง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีขาวหรือสีเงิน และมีรอยขรุขระลึก ซึ่งรักษาได้ยาก โดยลักษณะรอยแตกขึ้นอยู่กับสีผิวและสภาพผิวว่าได้รับผลกระทบจากรอยแตกมากแค่ไหน รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย ส่วนใหญ่รอยแตกลายจะเกิดขึ้นหลังจากน้ำหนักขึ้นหรือลงอย่างรวดเร็ว จึงพบได้เสมอในผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์และวัยรุ่นที่กำลังเจริญเติบโต และมีระดับฮอร์โมนสเตียรอยด์เพิ่มขึ้นจนทำให้ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นชัด นอกจากนี้ถ้าแม่มีรอยแตก ลูกสาวก็อาจจะมีรอยแตกลายได้ด้วยเช่นกัน สำหรับผู้ชายนั้น การยกน้ำหนัก กรรมพันธุ์ และความอ้วน เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดรอยแตกลายได้รอยแตกลาย

หลีกเลี่ยงรอยแตกลาย

จริงๆ แล้วรอยแตกลายก็คือแผลเป็นนั่นเอง การกำจัดรอยแตกลายให้หายไปเลยจึงทำได้ยาก การป้องกันจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยสามารถป้องกันได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

– การดื่มน้ำเยอะๆ ถือเป็นหนึ่งในการป้องกันที่ดีที่สุด เพราะจะช่วยไม่ให้ผิวหนังเสียความยืดหยุ่น
– กินอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามินเค อี ซี สังกะสี และซิลิกาเพื่อให้ร่างกายผลิตโปรตีนที่จำเป็นต่อการยืดหยุ่นของผิวหนัง
– ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ผิวหนังยืดหยุ่น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นและกระชับชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นที่ 2 ที่ประกอบไปด้วยคอลลาเจนและอิลาสติน
– หลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
– ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์บนผิวที่เสี่ยงต่อการแตกลาย การทำให้ผิวชุ่มน้ำจะทำให้ผิวยืดหยุ่นได้มากขึ้น
– ขัดผิวด้วยสบู่หรือสครับ โดยขัดเบาๆ เพื่อช่วยกระบวนการยืดหยุ่นและหดตัวของผิวหนัง หลีกเลี่ยงการใช้เกลือขัดตัวเพราะจะทำให้ผิวแห้งและทำให้ปัญหาแย่ลง รอยแตกลาย.