วิตามินซี ทุกวันนี้เราสามารถหาซื้อวิตามินซีมาทานกันได้โดยง่าย

วิตามินซี ทุกวันนี้เราสามารถหาซื้อวิตามินซีมาทานกันได้โดยง่าย และที่สำคัญราคาไม่แพงอีกด้วย มีประโยชน์มากมายในเรื่องของความสวยความงามสำหรับสาวๆ วิตามินซีนอกจากรับประทานจากอาหารเสริมแล้ว เรายังสามารถรับประทานวิตามินซีได้จากธรรมชาติอีกด้วย วิตามินซีพบมากใน ฝรั่งไร้เมล็ด ส้ม มะละกอ สตรอเบอรี่ มะขามเทศ พุทรา แอปเปิ้ล และมะเขือ เป็นต้น มาดูกันดีกว่าว่าวิตามินซีมีดีอะไรสำหรับผิวพรรณของเรากันบ้างค่ะ วิตามินซี.

วิตามินซี

วิตามินซี ช่วยในการลบเลือนจุดด่างดำ เพราะเป็นสารที่อยู่ในกลุ่มแอนตี้ออกซิแดนท์ มีคุณสมบัติในการช่วยลบเลือนจุดด่างดำ ช่วยทำให้สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ สามารถละลายในน้ำได้ ผลิตภัณฑ์หลายชนิดจึงมักมีวิตามินซีเป็นส่วนผสม เพื่อช่วยในการปรับสภาพผิวหน้าให้กระจ่างใส ลบเลือนจุดด่างดำ เราสามารถใช้วิตามินซี เพื่อช่วยในการทำให้ผิวใสไร้ริ้วรอย ทั้งในรูปแบบการทานและการทา แต่ถ้าอยากให้ได้ผลดีควรใช้ทั้งวิธีทานและวิธีทาควบคู่กันไป เพราะการทานวิตามินซีจะเป็นการช่วยส่งเสริมวิตามินอี ที่เป็นวิตามินอีกตัวที่สามารถช่วยลบเลือนจุดด่างดำได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้วิตามินอีทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการช่วยลบเลือนจุดด่างดำได้ดียิ่งขึ้นวิตามินซี
วิตามินซีช่วยให้ผิวขาวขึ้นได้มีคุณสมบัติในการช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสี และช่วยส่งเสริมให้ร่างกายดูดซึมกลูต้าไธโอนทั้งจากตามธรรมชาติและแบบทานเสริมเข้าไปได้ดียิ่งขึ้น และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำไมผลิตภัณฑ์เสริมกลูต้าต่างๆ จึงมักแนะนำให้ทานวิตามินซีควบคู่กันไปด้วย สำหรับในคนที่ขาดวิตามินซีมักมีใบหน้าที่หมองคล้ำไม่สดใส การที่เราทานวิตามินซีเพิ่มขึ้นตามที่ร่างกายต้องการ จึงช่วยให้ผิวขาวใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติได้ แต่จะให้ได้ผลดีและมีผิวขาวได้ตามต้องการควรทานไปสักระยะหนึ่ง ผิวของคุณก็จะค่อยๆ ขาวขึ้นได้วิตามินซี
วิตามินซีช่วยทำให้ผิวพรรณเต่งตึง เพราะมีความสามารถในการช่วยสร้างคอลลาเจนให้กับผิวพรรณ คลอลาเจนมีส่วนช่วยในการทำให้ผิวพรรณเต่งตึงไร้ริ้วรอย ถ้าผิวขาดคอลลาเจนผิวพรรณจะเหี่ยวย่นเกิดริ้วรอยได้ง่ายวิตามินซี  ดังนั้นการทานวิตามินซีให้พอเพียงต่อความต้องการของร่างกายจะสามารถช่วยให้เราดูแลรักษาชั้นคอลลาเจนให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ แต่ถ้าเราทานคอลลาเจนควบคู่กับการทานวิตามินซี ร่างกายก็จะสามารถดูดซึมคอลลาเจนได้ดียิ่งขึ้น สามารถช่วยทำให้ผิวพรรณกระชับแต่งตึงมากขึ้นอีกด้วยวิตามินซี.

ลดความอ้วน วิธีออกกำลังกายเพื่อควบคุมและลดน้ำหนักแต่ปลอดภัย

ลดความอ้วน วิธีออกกำลังกายเพื่อควบคุมและลดน้ำหนักแต่ปลอดภัย มีวิธีไหนกันบ้างวิธีการลดความอ้วนอย่างได้ผลและปลอดภัยในปัจจุบันมีวิธีการลดความอ้วนอย่างได้ผลง่ายๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวคุณเอง โดยมีวิธีกว้างๆอยู่ 4 วิธี ได้แก่ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน 1. การควบคุมอาหาร (diet)

หลักการควบคุมอาหารเพื่อลดความอ้วนคือ การรับอาหารเข้าไปในร่างกายในปริมาณที่น้อยกว่าที่ร่างกายต้องการใช้ ทำให้ร่างกายเกิดการสลายพลังงานที่เก็บเอาไว้ในร่างกายออกมาใช้น้ำหนักจึงลดลง ซึ่งการลดน้ำหนักโดยวิธีนี้ต้องอาศัยความแน่วแน่ของจิตใจ เพราะถ้าไม่ตั้งใจจริงในการควบคุมอาหาร ผลสำเร็จที่ได้ก็จะลดลง แต่ไม่ควรที่จะใช้วิธีการอดอาหารอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น ควรเปลี่ยนมาเป็นการควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า

2. การออกกำลังกาย (exercise)ลดความอ้วน

การออกกำลังกายถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการลดน้ำหนัก เมื่อร่างกายใช้พลังงานมากกว่าปริมาณอาหารที่ได้รับ ร่างกายจะนำไขมันส่วนเกินที่เก็บสะสมเอาไว้มาเปลี่ยนเป็นพลังงานในการออกกำลังกายทำให้น้ำหนักลดลง การออกกำลังกายยังมีผลดีในระยะยาว ทำให้สุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจดีขึ้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ววิธีลดน้ำหนักโดยการออกกำลังกายมักที่จะทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร ซึ่งการออกกำลังอย่างได้ผล ควรจะใช้เวลาในการออกกำลังกายประมาณ 30-60 นาที ต่อครั้ง สัปดาห์ละ 3-5 ครั้งลดความอ้วน

3. เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง โดยความสำเร็จในการลดน้ำหนักจะขึ้นอยู่กับความตั้งใจว่ามีความแน่วแน่มากน้อยเพียงใด โดยเริ่มจากการลดละเลิก นิสัยการชอบกินแบบจุกจิก ชอบทานขนมก่อนนอน ชอบทานอาหารมันๆ พฤติกรรมเหล่านี้ถือว่าไม่เหมาะสม จำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยพยายามเปลี่ยนมาเป็นการทานอาหารเฉพาะมื้อหลัก พร้อมกับงดอาหารว่างระหว่างมื้อ และที่สำคัญคือ ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันเป็นจำนวนมาก

4. การใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยลดความอ้วนลดความอ้วน

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันการที่จะทำตามขั้นตอนวิธีการลดน้ำหนักในข้างต้นถือว่าเป็นสิ่งที่ลำบากมากขึ้น เนื่องจากในหนึ่งวันที่ต้องมีความเร่งรีบในการใช้ชีวิต ทั้งการทำงาน การเรียน การแบ่งเวลาว่างเพื่อไปออกกำลังกายกลายเป็นสิ่งที่ยุ่งยาก แม้แต่การรับประทานอาหารในแต่ละมื้อเองก็ต้องเร่งรีบขาดความพิถีพิถัน บางคนเองก็ทำงานจนนอนดึกดื่นเป็นประจำจนไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสมได้สำเร็จ ลดความอ้วน.

ลดต้นขา ในปัจจุบันนี้ไม่ได้มีแค่เพียงหน้าตาอีกต่อไป

ลดต้นขา ในปัจจุบันนี้ไม่ได้มีแค่เพียงหน้าตาอีกต่อไป แม้แต่รูปร่างก็ต้องเป๊ะทุกสัดส่วน ตั้งแต่ทรวดทรงองค์เอวจนไปถึงเรียวขา จะมาเป็นสาวหน้าสวยแต่น่องตันก็คงไม่งามสักเท่าไร ดังนั้นเราจึงควรดูแลเรียวขาให้เรียบเนียนและกระชับได้สัดส่วนที่ดีอยู่เสมอ ด้วยวิธีลดต้นขาดังต่อไปนี้ ลดต้นขา.

ลดต้นขา
ลดต้นขา 1. ลดต้นขา ลดแป้งและไขมัน

ลดต้นขา ควรรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการให้ครบทั้ง 3 มื้อ แต่เน้นผักและผลไม้สด รับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์และนมแค่พอดี โดยหลีกเลี่ยงอาหารประเภทข้าวหรือแป้งขัดสี อาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง เพื่อป้องกันการสะสมไขมันส่วนเกินในร่างกาย นอกจากนี้ควรดื่มเปล่าอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

2. ออกกำลังกายลดต้นขา อย่างสม่ำเสมอลดต้นขา

ออกกำลังกายลดต้นขา ออกกำลังกายวันละ 15 – 30 นาที หรือสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพื่อเผาผลาญพลังงานและไขมันส่วนเกินในร่างกาย โดยเน้นท่าออกกำลังกายตรงส่วนขาให้มากๆ อย่างเช่น การปั่นจักรยาน กระโดดเชือก เวทเทรนนิ่ง หรือเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเล็กๆ น้อยๆ เช่น ขึ้นบันได้แทนการใช้ลิฟต์ในที่ทำงาน เป็นต้น

3. โยคะลดต้นขา

โยคะลดต้นขา หนึ่งในการออกกำลังกายที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้หญิง เนื่องจากช่วยลดการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายแบบอื่นๆ ได้พอสมควร และยังมีอีกหลายๆ ท่า ที่สามารถช่วยกระชับต้นขาอย่างได้ผล เมื่อปฏิบัติเป็นประจำและสม่ำเสมอ

4. นวดลดต้นขา เพื่อสลายเซลลูไลต์

นวดลดต้นขา ใช้เจลลดต้นขาหรือครีมลดต้นขาหรือครีมกระชับต้นขา นำมานวดบริเวณต้นขาประมาณ 20 – 30 นาทีต่อวัน เพื่อให้สารสกัดและส่วนประกอบต่างๆ ซึมซาบลงสู่ชั้นใต้ผิวหนัง และเข้าไปสลายไขมันและเซลลูไลต์ที่สะสมตามต้นขา จึงทำให้ต้นขากระชับและเล็กลง

5. เครื่องออกกำลังกายลดต้นขา

เครื่องออกกำลังกายลดต้นขา การออกกำลังที่มีอุปกรณ์ช่วยทำให้การลดต้นขานั้นสนุกและง่ายมากขึ้น ซึ่งมีหลากหลายชนิดให้เลือก แต่อุปกรณ์ที่น่าแนะนำมากที่สุดก็คือ “จักรยานไฟฟ้า” หรือ “เครื่องบริหารช่วงขา” เนื่องจากหาซื้อได้ง่ายและราคาไม่สูงมาก ลดต้นขา.

ลดพุง ข้อดีของการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องคือจะทำให้เรารู้สึกแข็งแรง

ลดพุง ข้อดีของการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องคือจะทำให้เรารู้สึกแข็งแรง กระฉับกระเฉง ลดอาการปวดเมื่อยจากการนั่งหรือยืนเป็นเวลานาน จึงเหมาะกับชาวออฟฟิศซินโดรมสุดๆ ค่ะ โดยเริ่มแรกให้เริ่มทำ 3 ท่า 3 นาทีวันละ 1 รอบก่อน จากนั้นเมื่อเราฟิตแอนด์เฟิร์มขึ้นแล้ว คราวนี้จะเพิ่มเวลาให้นานขึ้น หรือเพิ่มท่าบริหารกล้ามเนื้อส่วนอื่นก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วล่ะค่ะ ลดพุง.

ลดพุง

ลดพุง สิ่งที่ต้องเตรียม

รองเท้ากีฬา (กันลื่น)

เสื่อโยคะ (กันลื่นและกันศอกด้าน)

นาฬิกาหรือมือถือไว้คอยจับเวลา
ท่าที่ 1 Rolling

ท่านี้บริหารหน้าท้องไปพร้อมกับการนวดหลัง ดูสนุกแถมยังได้ผลอีกด้วย จะออกคนเดียวหรือออกกับเจ้าตัวเล็กที่บ้านก็สนุกเพลินเชียวล่ะค่ะ

วิธีบริหารลดพุง

1.นอนราบลงกับเสื่อ แขนชูเหนือศรีษะ ขาชี้ตรง โดยมีเพียงหลังและสะโพกแตะพื้น ส่วนไหล่และต้นขาให้ยกขึ้นจากพื้น

2. เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องแล้วกลิ้งตัวไปด้านข้างโดยใช้แรงเหวี่ยงจากสะโพกและลำตัว

3. เมื่อกลิ้งจนสุดแล้ว งอเข่าขึ้นและยกตัวขึ้นเพื่อทำท่าครั้นช์

4. ทำซ้ำ 10-15 ครั้งลดพุง

ท่าที่ 2 Bird Dog With a Twist

ส่วนท่านี้จะเน้นบริเวณหลังส่วนล่างและก้น เหมาะกับสาวออฟฟิศที่นั่งนานๆ ทั้งวันค่ะ เพราะจะช่วยให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรง ลดความเสี่ยงของอาการกระดูกทับเส้นประสาท และยังช่วยกระชับก้นให้กลมได้รูป ดูเซ็กซี่ขึ้นอีกด้วยนะคะ
ท่าที่ 3 Push-Up Walks

สำหรับท่านี้เหมือนท่า Plank แต่เพิ่มเลเวลกันอีกนิดด้วยการค่อยๆ วางศอกกับพื้นสลับซ้าย-ขวาต่อเนื่องนาน 1 นาที จะสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อหน้าท้อง แขน และลำตัวที่เกร็งสุดๆ ไปเลย

หากใครเพิ่งเริ่มต้น สามารถพักระหว่างท่าได้ 1 นาทีก่อนเริ่มต้นท่าต่อไปนะคะ แต่ถ้าใครเริ่มฟิตแล้วก็สามารถทำท่าละ 2-3 รอบได้เลยค่ะ

ดูแล้วไม่น่ายากเกินไปใช่ไหมคะ ถึงวันแรกอาจจะเหนื่อยหน่อย แต่เชื่อเถอะว่าวันต่อๆ ไปมันจะยิ่งง่ายขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน ขอให้มีความสุขกับการออกกำลังกายทุกคนนะคะ ลดพุง.

ลดต้นแขน สำหรับวิธีการลดต้นขาที่สามารถทำได้ง่าย

ลดต้นแขน สำหรับวิธีการลดต้นขาที่สามารถทำได้ง่าย ได้ผลจริงและยิ่งทำร่วมกับการออกกำลังกายจะยิ่งทำให้เห็นผลเร็วมากยิ่งขึ้น มีท่าบริหารอยู่ทั้งหมด 6 ท่า ด้วยกัน ซึ่งอาจจะเลือกออกกำลังจากเพียงบางท่าที่เหมาะสมกับตัวเรามากที่สุด โดยที่ไม่ต้องทำทุกท่าก็ได้ ดังต่อไปนี้ ลดต้นแขน.

ลดต้นแขน

ลดต้นแขน

ท่าที่ 1 : นอนราบกับพื้น ไขว้ข้อเท้าทั้งสองข้างเอาไว้ด้วยกัน จากนั้นงอเข่าทั้งสองข้างเข้ามาให้ชิดลำตัวมากที่สุด โดยข้อเท้าทั้งสองข้างยังไขว้กันอยู่ ค้างไว้สักพัก แล้วค่อยๆยืดขาออก และคลายข้อเท้าทั้งสองข้างออกจากกัน แล้วเริ่มทำใหม่อีกครั้งลดต้นแขน

ท่าที่ 2 : นอนราบกับพื้น เหยียดขาให้ตรงและตึง แล้วค่อยๆยกขาขึ้น ปล่อยค้างไว้ 15-20 วินาที แล้วทำซ้ำๆกันหลายๆครั้ง

ท่าที่ 3 : ปั่นจักรยานกลางอากาศ ประมาณ 200 ครั้งต่อวัน

ท่าที่ 4 : นั่งตัวตรงบนเกาอี้ โดยนั่งชิดกับพนักพิง ยกขาขึ้นมาให้อยู่ในแนวเดียวกับหน้าตัก หายใจเข้า แล้วค่อยๆวางขาลงที่พื้น หายใจออกเบาๆ แล้วเริ่มทำใหม่อีกครั้ง ทำซ้ำๆ ประมาณ 20 ครั้งลดต้นแขน

ท่าที่ 5 : นอนหงายราบกับพื้น มือทั้งสองข้างประสานกันใต้ศีรษะ แล้วงอเข่าข้างซ้ายเข้ามาให้ชิดหน้าอก แล้วเหยียดขาข้างขวาขึ้นไปด้านบนอย่างช้าๆ จนสุด แล้วค้างไว้สักพัก จากนั้นสลับข้างกัน

ท่าที่ 6 : ให้นั่งตัวตรง หลังพิงพนักเกาอี้ หนีบหนังสือเล่มหนาๆไว้ที่ระหว่างขา อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายเฉพาะส่วนเพื่อรีดไขมันนั้น ควรที่จะทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งกว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจอาจจะต้องใช้เวลานานหลายเดือนทีเดียว

เมื่อเห็นผลลัพธ์แล้วก็ควรที่จะออกกำลังกายต่อไปเป็นประจำ พร้อมกับควบคุมพฤติกรรมการกินอาหารให้เหมาะสม เพื่อให้ต้นแขนต้นขาที่เรียวเล็กสวยงามยังคงอยู่กับเราต่อไปอีกนาน  ลดต้นแขน.

ครีมหน้าขาว ทุกวันนี้ผิวโดนทำร้ายมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นแสงแดด

ครีมหน้าขาว ทุกวันนี้ผิวโดนทำร้ายมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นแสงแดด หรือมลภาวะต่างๆ ถึงเวลา Back to the nature เพิ่มเติมความสดใสคืนสู่ผิวกันแล้วนะจ๊ะ สำหรับหนุ่มสาวที่อยากหน้าใสสวยเด้ง ฟังทางนี้ เรามี 6 สูตรมาร์คหน้าง่ายๆ ที่จะทำให้หน้าขาวใส มาฝากกันโดยใช้ผลไม้มาเป็นส่วนประกอบหลัก ครีมหน้าขาว.

ครีมหน้าขาว

ครีมหน้าขาว 1.สูตรหน้าใสด้วยน้ำผึ้งผสมมะนาว
ส่วนผสม: น้ำผึ้ง 1 ถ้วย
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
วิธีทำ: ผสมน้ำผึ้งกับน้ำมะนาวให้เข้ากัน นำมานวดให้ทั่วใบหน้าประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด
มะนาว จะช่วยขจัดเซลล์ผิวเช่นเดียวกับครีมที่ผสมกรด AHA ส่วนน้ำผึ้งจะทำให้ผิวหน้านุ่มและชุ่มชื้น
2. สูตรหน้าใสด้วยแอปเปิ้ลครีมหน้าขาว
ส่วนผสม: แอปเปิ้ล ปอกเปลือกแล้วคว้านเอาเฉพาะเนื้อ
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ: นำเนื้อแอปเปิ้ลมาปั่นรวมกับน้ำผึ้ง ทาให้ทั่วใบหน้าแล้วนวดเบาๆ ทิ้งไว้ 15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็น
สูตรนี้จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไป เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า ทำให้ใบหน้าดูสดใสเปล่งปลั่ง อีกด้วย
3. สูตรกระชับรูขุมขนครีมหน้าขาว
ส่วนผสม: กล้วยหอม แตงกวาหรือมะเขือเทศ เลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งปอกเปลือก เอาเมล็ดออกให้หมดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
น้ำผึ้งหรือนมเปรี้ยว
วิธีทำ: ใช้กล้วยหอม แตงกวาหรือมะเขือเทศก็ได้ เติมน้ำผึ้งหรือนมเปรี้ยว นำไปปั่นให้ละเอียดจนเป็นเนื้อครีม นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น
สูตรนี้จะ ช่วยทำความสะอาดใบหน้า และกระชับรูขุมขนและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น
4. สูตรครีมทำความสะอาดผิวหน้า (Cleanser)
ส่วนผสม: โยเกิร์ต ? ถ้วย
น้ำมันดอกทานตะวัน
มะนาวสด1? ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ: ผสมโยเกิร์ต น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมะนาวสดให้เข้ากัน นำมาพอกให้ทั่วหน้าประมาณ 5 นาที ทุกเช้าและก่อนนอน แล้วจึงล้างออก ด้วยน้ำสะอาด
สูตรนี้ใช้ได้กับทุกสภาพผิว จะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอีกด้วย
5. สูตรสาวผิวแห้ง มอยเจอร์ไรเซอร์จากกล้วย
ส่วนผสม: กล้วย 1 ผลครีมหน้าขาว
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ: บดกล้วยกับน้ำผึ้ง ผสมให้เข้ากัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น จะทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น
สูตรนี้เหมาะกับผิวแห้ง
6. สูตรพอกหน้าใสจากแตงกวา
ส่วนผสม: แตงกวา 1 ผล หั่นแตงกวาเป็น ชิ้นบางๆ
ไข่ไก่ 1 ฟอง(ใช้เฉพาะไข่ขาว)
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ: นำแตงกวา ไข่ไก่(ใช้เฉพาะไข่ขาว)และมะนาว ไปปั่นจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบปากและดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงล้างหน้าตามปกติ หมั่นทำบ่อยๆ ทุกสัปดาห์ จะช่วยลดความมันส่วนเกิน และยังช่วยกระชับรูขุมขน ผิวหน้าจะ ดูเนียนเรียบและชุ่มชื้น
เหมาะสำหรับผิวมันและผิวผสม
Tips:
ผลไม้ที่ใช้ต้องสด มีคุณภาพดี
ภาชนะที่ใช้ใส่ผลไม้ ส่วนผสมต่างๆ ควรใช้แก้วหรือกระเบื้อง
ก่อนทำการพอกหน้า ควรทำความสะอาดใบหน้าให้สะอาด โดยการอัง ใบหน้ากับไอน้ำและนวดเบาๆ เพื่อเปิดรูขุมขน
เวลาพอกหน้าไม่ควรพูดคุยหรืออ่านหนังสือ ครีมหน้าขาว.

ลดริ้วรอย เคล็ดลับลบริ้วรอยที่จะช่วยคืนความสดใสอ่อนเยาว์

ลดริ้วรอย เคล็ดลับลบริ้วรอยที่จะช่วยคืนความสดใสอ่อนเยาว์ อยู่เสมอให้แก่ผู้หญิง มีอะไรบ้างเราลองมาดูกันเลยค่ะ ลดริ้วรอย.

ลดริ้วรอย

ลดริ้วรอย 1. สารเติมเต็มผิว

หนึ่งในวิทยาการไฮเทคที่เห็นผลทันตาในการกำจัดริ้วรอยและร่องลึกบนผิวก็คือ การฉีดสารเติมเต็มผิวอย่างเช่น กรดไฮยาลูรอนิค ซึ่งข้อดีของมันก็คือ มันช่วยให้การทำงานของเซลล์ผิวหนังดีขึ้นรวมทั้งยังทำให้สิ่งที่ครีมทำไม่ได้ก็คือ แทรกลึกลงไปในผิวชั้นล่างและเปลี่ยนความเสียหายของเซลล์ผิวให้กลับดีดังเดิม ผลการฉีดจะยืดยาวราว 4-5 เดือน ซึ่งนอกจะมีประสิทธิภาพสูงแล้ว ยังไม่มีอันตราย

2. คลื่นวิทยุจนถึงขณะนี้ยังเป็นที่ยอมรับกันว่า การใช้คลื่นวิทยุ หรือ เทอร์มาจ เป็นวิธีการอย่างเดียวที่ช่วยยกคิ้ว แนวกราม และทำให้ผิวดึงขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักพื้น มันเป็นการใช้คลื่นวิทยุเข้าไปกระตุ้นการเติบโตและปรับโครงสร้างของคอลลาเจนในผิวเสียใหม่ ซึ่งการใช้แสงชนิดเข้มข้นอย่าง IPL อาจจะกระตุ้นคอลลาเจนได้แต่เทอร์มาจทำงานลึกลงไปในผิวหนังชั้นในทำให้คุณดูดีทันทีหลังทำ และยิ่งดูดีขึ้นเรื่อง ๆ ในช่วง 6 เดือนถัดไป เนื่องคอลลาเจนสร้างตัวขึ้นมามันอาจไม่ใช่คู่แข่งของการผ่าตัดยกหน้าแต่สำหรับในการรักษาความหย่อนคล้อยของผิวโดยเจ็บตัวน้อยที่สุดล่ะก็มันถือเป็นปรากฎการณ์สำคัญเลยทีเดียว

3. เป็ปไทด์ลดริ้วรอย

ปัจจัยสำคัญของการเกิดริ้วรอยก็คือ คอลลาเจนในผิวลดน้อยลงไม่ต้องสงสัยว่า วิทยาศาสตร์จะต้องมองหาวิธีแก้ไขโครงสร้างที่จะช่วยพยุงผิวหน้าและก็พบว่า เมื่อคอลลาเจนเรื่มเสื่อมสลายลงเป็ปไทด์จะถูกปล่อยเข้ามาแทนมากขึ้น ครีมที่มีเป็ปไทด์จะเป็นการส่งสัญญาณเตือนผิวหลอก ๆ ให้ชดเชยการสร้างคอลลาเจนเพื่อให้ผิวกระชับและริ้วรอยลดน้อยลง

4. ความเครียดของผิว

งานวิจัยชี้ว่า ผิวร่วงโรยได้เร็วขึ้นในช่วงที่มีความเครียดทางอารมณ์ แต่นอกเหนือการบำบัดทางจิตใจและการผ่อนคลาย อย่างเช่น การเล่นโยคะ แล้วหนทางช่วยเหลืออื่นอย่างสำหรับผิวก็คือ การควบคุมไม่ให้ผิวมีการอักเสบด้วยการเพิ่มการป้องกันรังสียูวี การให้ความชุ่มชื่น การบริโภคแอนตี้ออกซิแดนซ์และการหลีกเลี่ยงการให้ผิวเครียด อย่างเช่น การขัดผิวหน้าด้วยเกร็ดอัญมณี หรือการลอกหน้าด้วยเคมี

5. อาหารผิวลดริ้วรอย

ไม่จำเป็นว่าการชะลอความร่วงโรยของผิวจะเป็นไฮเทคเสมอไป งานวิจัยล่าสุดพบว่า น้ำมันโรสฮิป เป็นสารที่ช่วยต่อต้านความร่วงโรยตามธรรมชาติที่ทรงประสิทธิภาพและบำรุงผิวอย่างน่าประทับใจด้วย เช่นเดียวกับการรับประทานน้ำมันดอกอิฟนิ่งพริมโรสเป็นอาหารเสริมซึ่งอาจไม่ใช่หน้าใหม่ของวงการต่อต้านริ้วรอย หากในการศึกษาวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ใน The international Journat of Cosmetic Science ได้แสดงให้เห็นว่า การรับประทานน้ำมันอิฟนิ่งพริมโรสเม็ดละ 500 มก. จำนวน 6 เม็ด ทุกวัน สามารถช่วยหยุดการร่วงโรยของผิวได้ใน 3 เดือน

6.ขัดลอกผิวลดริ้วรอย

การทรีตเมนต์อย่างการลอกผิวด้วยสารเคมีและการขัดผิวด้วยเกร็ดอัญมณีเป็นการดูแลความงามที่แพร่หลายกระจายไปอย่างรวดเร็วในร้านเสริมสวย แต่งานวิจัยชี้ว่า การขัดลอกผิวเช่นนี้ไม่ได้วิเศษอะไรมากมายนักมันยิ่งอาจทำให้ผิวชั้นบนบางลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย ซึ่งเป็นการรบกวนการป้องกันผิวและต้องใช้เวลาหลายวันในการซ่อมแซมตัวเอง มันอาจนำไปสู่อาการระคายเคืองผิวหนังและไวต่อแสงอีกด้วย ใช้การขัดลอกผิวอย่างอ่อนโยนเป็นประจำทุกวันด้วยตัวเองดีกว่า มันจะทำให้ผิวชั้นบนดีขึ้นให้ความชุ่มชื่น และยังลดเลือนริ้วรอยได้

7. ไลฟ์สไตล์ของคุณ

การเผชิญหน้ากับรังสียูวี มลภาวะ และการสูบบุหรี่ยังเป็นปัจจัยสำคัญ 3 อันดับแรกของการทำให้ผิวร่วงโรย แต่การนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ใกล้เกินไปก็ทำให้ใบหน้าเสี่ยงต่อการร่วงโรยได้เร็วขึ้นเช่นกัน เนื่องมาจากรังสีไอโอนิกที่จะสะท้อนออกมจากหน้าจอนั่นเอง นอกจากนี้คุณอาจเคยได้ยินว่า การนอนตะแคงข้างทำให้คุณมีริ้วรอยแพทย์ผิวหนังยังให้คำอธิบายว่า คุณไม่มีวันมีริ้วรอยในแนวตั้งได้เนื่องจากแรงโน้มถ่วงตามธรรมชาติจะทำให้เกิดริ้วรอยในแนวนอน พูดอีกอย่างหนึ่งคือ กล้ามเนื้อเคลื่อนไหวตัวขึ้นและลงไม่ใช่เคลื่อนที่ไปข้าง ๆ ริ้วรอยที่เกิดจากการนอนตะแคงข้างนั้นปกติจะจางหายไปเอง เว้นแต่มันจะถูกทำให้ผิวย่นซ้ำแล้วซ้ำอีกริ้วรอยพวกนั้นจะเกิดขึ้นอีกเป็นการถาวร ดังนั้น ถ้าการนอนหงายไม่ใช่ทางเลือกของคุณลองใช้หมอนผ้าไหมหรือซาตินมักจะลดริ้วรอยจากการนอนให้น้อยลงได้

8.ความลับของขิงและมะนาว

เป็นที่รู้กันว่าขิงมีคุณสมบัติช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและยังเสริมสร้างสุขภาพและจากการทดลองในห้องแล็ปพบว่า สารสกัดจากขิงนั้นสามารถลดการหดตัวของกล้ามเนื้อผิวหนังได้ด้วย จึงช่วยคลายริ้วรอยลึกให้ตื้นขึ้นได้และยกกระชับผิวให้เนียนเรียบ ส่วนมะนาวก็มีคุณสมบัติในการช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าและลดการผลิตเมลานิน เมื่อนำมาร่วมกันแล้วขิงและมะนาวก็เป็นส่วนผสมจากธรรมชาติที่ทรงอำนาจอย่างยิ่งในการช่วยคุณต่อสู้ริ้วรอยอย่างได้ผล ลดริ้วรอย.

กระ ฝ้า สำหรับสาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาผิวหนังเป็นฝ้า

กระ ฝ้า สำหรับสาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาผิวหนังเป็นฝ้า เป็นรอยด่าง ๆ ดำ ๆ ราวกับว่ามีตำหนิประทับอยู่บนใบหน้า วันนี้กระปุกดอทคอมขอพาไปดูวิธีรักษาฝ้าแบบไม่ต้องหาครีมและลงคอร์สแพง ๆ ให้ยุ่งยาก เพียงใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติไม่กี่ชนิด แค่นี้ก็ช่วยขจัดปัญหาฝ้ากวนใจ เตรียมเผยผิวหน้าขาวกระจ่างใสได้เลย กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า มะขามเปียก นำเนื้อมะขามเปียกมาพอกหรือทาไปยังบริเวณผิวที่เป็นรอยฝ้า โดยทาบาง ๆ ให้ทั่วรอยฝ้า ทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างออก จะสามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้รอยฝ้าดูจางลงและลดรอยด่างดำได้ ทั้งนี้ หากไม่มีมะขามเปียกอาจใช้เป็นน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวแทนก็ได้ค่ะ

หัวไชเท้า เพียงนำหัวไชเท้ามาล้างให้สะอาด แล้วปอกเปลือกออกให้หมดจากนั้นจึงนำไปหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วปั่นพอละเอียด (อาจบีบน้ำมะนาวผสมลงไปนิดหน่อย) นำมาพอกไว้ให้ทั่วหน้าหรือบริเวณที่เป็นฝ้าประมาณ 15 นาที รับรองว่าทำเป็นประจำฝ้าหายเกลี้ยง ! ว้าว ๆ ..เพิ่งจะรู้ว่าหัวไชเท้านอกจากอร่อยแล้ว ยังช่วยให้หน้าสวยได้ด้วยนะเนี่ยกระ ฝ้า

ว่านหางจระเข้ เพราะในว่านหางจระเข้มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยลบเลือนริ้วรอย จุดด่างดำได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีกรดอ่อน ๆ ช่วยลดความมันบนใบหน้า สำหรับวิธีการรักษาฝ้าด้วยว่านหางจระเข้ก็ทำได้ง่าย ๆ เพียงนำเนื้อวุ้นในว่านหางจระเข้มาทาบริเวณใบหน้าวันละ 2 ครั้ง ทำต่อเนื่องกัน 1-2 เดือน จะสังเกตได้ว่ารอยฝ้า รอยดำต่าง ๆ จะดูจางอย่างเห็นได้ชัด

ใบบัวบก จากการวิจัยพบว่าใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณรักษาอาการของโรคผิวหนัง โดยเฉพาะกระ ฝ้าและสิว ไม่ว่าจะคั้นน้ำดื่มเย็น ๆ เป็นประจำหรือนำมาปั่นแล้วนำน้ำใบบัวบกมาเช็ดแทนโทนเนอร์ก่อนนอนทุกวัน เท่านี้บรรดารอยฝ้าต่าง ๆ เตรียมย้ายบ้านหนี เหลือไว้แต่หน้าขาวเนียนสดใสกระ ฝ้า

น้ำแอปเปิลไซเดอร์ ใครจะรู้ว่าน้ำส้มสายชูจากผลแอปเปิลจะมีประโยชน์ในด้านการดูแลผิวได้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เพราะในน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรด จึงช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใส เนียนนุ่มขึ้นได้ ด้วยการน้ำแอปเปิลไซเดอร์มาผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย แล้วใช้สำลีเช็ดให้ทั่วใบหน้า รอจนแห้งแล้วล้างออกกระ ฝ้า

ไข่ขาว เพียงแยกไข่ขาวดิบออกจากไข่แดง แล้วนำไข่ขาวบริเวณรอบ ๆ ไข่แดงมาทาบางให้ทั่วบริเวณที่เป็นฝ้า (อาจทาทั่วหน้าเพื่อช่วยลอกสิวเสี้ยนไปในตัว) ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ทำเป็นประจำทุกวัน ไข่ขาวจะช่วยดูดซับรอยฝ้าและสิ่งสกปรกให้หมดไปจากใบหน้า
เมื่อได้วิธีรักษาฝ้าด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติกันไปแล้ว สิ่งที่สาว ๆ ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือ การดูแลและปกป้องผิว ด้วยการทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันและควรรับประทานผัก-ผลไม้เยอะๆ เพื่อช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนสวยอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ฝ้ากลับมาเยือนผิวหน้าแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระ ฝ้า.

ครีมรักษาสิว สิวเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายๆ คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับวัยรุ่นด้วยแล้ว

ครีมรักษาสิว สิวเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายๆ คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับวัยรุ่นด้วยแล้ว สิวสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทั้งสิวอักเสบ สิวเสี้ยน สิวหัวดำ สิวหัวขาว สิวหัวช้าง หรือสิวเรื้อรังที่อาจขยายลุกลามกลายเป็นรอยแผลหรือหลุมสิวได้หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ยอมรักษา อย่างไรก็ตาม อย่าได้กังวลใจไป เพราะมีหลายวิธีดีๆ และสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองเพื่อกำจัดสิว ครีมรักษาสิว.

ครีมรักษาสิว

ครีมรักษาสิว วิธีการกำจัดสิวแบบเร่งด่วน
แต่เมื่อมีความจำเป็นที่คุณต้องการกำจัดสิวให้หายไปในเพียงชั่วข้ามคืน ลองใช้วิธีการต่อไปนี้เพื่อการกำจัดสิวได้อย่างรวดเร็ว

1 ครีมแต้มสิวครีมรักษาสิว
หากท่านเป็นสิวอักเสบ สิวบวมแดง สิวหัวหนอง ต้องใช้ตัวช่วยนี้เลย “ครีมแต้มสิว” ซึ่งมีตัวยาช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่หัวสิว ทำให้สิวแห้งและยุบเร็ว โดยครีมแต้มสิวที่มีหลายยี่ห้อให้เลือกด้วยกัน แถมราคาไม่แพง เช่น ครีม TOMEI, ครีม Smooth E Acne Hydro Gel, Clindalin Gel, ครีมภูมิพฤกษา 15, Benzac ac, ผงวิเศษ เป็นต้น
ดูบทความ แนะนำ 9 ครีมแต้มสิวให้สิวยุบชั่วข้ามคืน
และดูวิธีรักษาสิวอักเสบ Step by step อย่างได้ผลในบทความ การรักษาสิวอักเสบ

2 ยาสีฟัน
ในตัวยาสีฟันจะมีสารไทรโคลซาน (triclosan) มีคุณสมบัติเป็นสารยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว โดยเริ่มจากล้างหน้าก่อนนอนและเช็ดให้แห้ง(เบาๆ) ใช้ยาสีฟันแต้มที่สิว หลังจากนั้น 30 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำให้สะอาด
ข้อแนะนำคือ ใช้เป็นแบบครีมตัวยาสีฟัน ไม่ควรใช้เป็นแบบเจลยาสีฟัน เพราะมักจะมีส่วนผสมอื่น ๆ ที่สามารถทำให้ผิวของคุณระคายเคืองได้

3 น้ำมะนาว ครีมรักษาสิว
ใช้น้ำมะนาวแต้มที่สิวก่อนเข้านอน ในน้ำมะนาวประกอบด้วยวิตามินซี ซึ่งทำหน้าที่เป็นยาสมานแผล มันมีประสิทธิภาพช่วยในการทำให้สิวของคุณแห้ง นอกจากนี้ การดื่มน้ำมะนาวยังเป็นการทำดีท็อกซ์จะช่วยขจัดสารพิษที่สะสมในร่างกายด้วยนะค่ะ

4 เบรคกิ้งโซดา
เบรคกิ้งโซดา ก็คือ ผงฟูหรือโซเดียมไบคาร์บอเนตนั่นเอง ที่จะช่วยควบคุมระดับ pH ของผิว คุณสามารถใช้ผงฟูเพื่อผลัดผิวหน้าของคุณ โดยการนำผงฟูผสมกับน้ำ จากนั้นนำไปแต้มสิวบริเวณที่ติดเชื้อเท่านั้น และตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้ทิ้งไว้นานเกินไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมีผิวที่บอบบาง โดยผงฟูมีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบและยังช่วยกำจัดรอยแผลเป็นจากสิวได้ด้วยนะค่ะ

5 ใช้อบเชยผสมน้ำผึ้ง
น้ำผึ้งเป็นยาประจำบ้านที่ดีในการรักษาสิว มันช่วยให้ผิวของคุณสามารถเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้ น้ำผึ้งยังมีสารอาหารที่จำเป็นและช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว โดยเรานำน้ำผึ้งแต้มที่สิวที่มีการติดเชื้อและทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น หรืออีกวิธีคือ นำน้ำผึ้งมาผสมกับอบเชย จากนั้นพอกให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น หากกลัวเปื้อนที่นอนสามารถใช้ผ้าบางรองไว้บนหมอน

6 มากส์หน้าด้วยไข่ขาว
ล้างหน้าและเช็ดหน้าของคุณให้สะอาด จากนั้นตอกไข่และแยกไข่แดงออก เพื่อแยกเอาเฉพาะไข่ขาว จากนั้นทาไข่ขาวบาง ๆ บนใบหน้าที่สะอาดและปล่อยให้แห้งประมาณ 10 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเช่นนี้สัปดาห์ละครั้ง แล้วคุณจะเห็นถึงความแตกต่างว่า ผิวของคุณกระชับขึ้น ครีมรักษาสิว.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วิตามินซี มีกลไกออกฤทธิ์ต่อโรคหวัดได้อย่างไร

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี วิตามินซี มีกลไกออกฤทธิ์ต่อโรคหวัดได้อย่างไร นั้นยากที่จะอธิบายให้เข้าใจได้ แต่ก็มีจุดสำคัญ ๆ พอที่จะนำมาสรุปได้ดังนี้ วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

1. วิตามินซี ออกฤทธิ์โดยตรงต่อเชื้อไวรัสที่เป็นต้นเหตุของโรคหวัด เชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่และเชื้อไวรัสชนิดอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้ฤทธิ์ของเชื้อไวรัสเหล่านั้นอ่อนแอลงวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

2. วิตามินซี มีส่วนสัมพันธ์กับการสังเคราะห์โปรตีนชนิดหนึ่งของร่างกาย คือ คอลลาเจน ( ลักษณะคล้ายวัสดุซีเมนต์ ) ซึ่งมีปริมาณประมาณ 30 % ของปริมาณของโปรตีนทั้งหมดในร่างกายหน้าที่ของคอลลาเจน คือ สารคล้ายกาวที่ยึดเซลล์ไว้ด้วยกัน วิตามินซี นอกจากออกฤทธิ์โดยตรงต่อเชื้อไวรัสแล้ว ยังออกฤทธิ์บางส่วนในการเสริมความแข็งแรงโดยสารซีเมนต์นั้นต่อระบบชีวภาพของร่างกายด้วย ด้วยเหตุนี้อัตราการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสผ่านเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ จะถูกปิดกั้น และลดโอกาสการบุกทะลวงของเชื้อไวรัสเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ ได้ ด้วยผลดังกล่าวเมื่อเชื้อไวรัสผ่านเข้าสู่ระบบชีวภาพจึงถูกควบคุมให้อยู่กับที่โดยเฉพาะไม่เปิดโอกาสให้เชื้อไวรัสได้แผลงฤทธิ์ต่อไปได้ ส่วนทางด้านตัวผู้ป่าวยจะเกิดอาการหวัดเพียงเล็กน้อยหรือไม่เกิดอาการขึ้นเลย ถึงแม้อาการบางอย่างจะปรากฏขึ้นก็เกิดขึ้นอย่างเบาบางและปราบสิ้นไปซึ่งระยะเวลาอันสั้น ถ้าเชื้อไวรัสหวัดสามารถบุกทะลวงเข้าสู่ร่างกายได้ มันจะทำลายเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทำให้เกิดอาการปวดหัวหรือไข้ ท้องเสีย และปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อต่าง ๆ วิตามินซี ก็จะช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหายไปให้กลับดีดังเดิม ( ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสหวัด ) ได้ในระยะฟักพื้นวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

3. การบริโภควิตามินซี ในขนาดสูง ๆ จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งแก่กลไกป้องกันทางชีววิทยา สิ่งนี้เป็นสิ่งซึ่งเป็นกุญแจดอกสำคัญในการป้องการโรคสำหรับร่างกาย ถ้าหากเราสมมุตว่าเชื้อโรคเป็นเชื้อไวรัสและแบคทีเรียเป็นข้าศึกศัตรู อำนาจป้องกันร่วมกันเพื่อต่อสู้ข้าศึกศัตรูก็คือ กลไกป้องกันทางชีววิทยานั่นเอง และพลังอำนาจในการป้องกันนี้เพิ่มสูงขึ้นได้ ก็โดยการบริโภควิตามินซี เพราะฉะนั้นให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งได้บริโภควิตามินซี ในประมาณมาก ๆ กลไกในการป้องกันโรคจะเพิ่มมากขึ้้นวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินซี ยังช่วยกระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกป้องกันทางชีววิทยาและกระตุ้นการผลิตแอนตี้บอดี้ ( ภูมิคุ้มกันโรค ) ด้วย ซึ่งได้มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ในสัตว์พบว่าวิตามินซี ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคอย่างแน่นอน

4. วิตามินซี ช่วยเพิ่มอัตราการผลิตสารอินเตอร์เฟอรอน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความต้านทานโรคของเซลล์ต่อเชื้อไวรัสมากขึ้น อินเตอร์เฟอรอนในปัจจุบันเป็นสารสำคัญยิ่งทางด้านการแพทย์ปัจจุบัน เพราะจะออกฤทธิ์โดยตรงต้านโรคมะเร็งและโรคไวรัสตับอักเสบ การผลิตอินเตอร์เฟอรอนนั้น จะเพิ่มประมาณขึ้นโดยฤทธิ์ของวิตามินซี เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เป็นการสนับสนุนอย่างกว้างขวางในการยอมรับที่ว่าวิตามินซี สามารถป้องกันโรคมะเร็งและโรคที่รักษาหายยากได้

อินเตอร์เฟอรอน หรือ “ปัจจัยในการกดกั้นการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส” สารนี้จะออกฤทธิ์ทำลายโรคติดเชื้อไวรัสได้ นอกจากนี้สารนี้ยังป้องกันการแพร่พันธุ์ ของเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราและริคเกตเซียอีกด้วย กลไกของสารนี้ในการทำลายเชื้อไวรัสไม่ได้กระทำโดยตรงต่อเชื้อไวรัสแต่ออกฤทธิ์ต่อเซลล์ที่ถูกรุกรานด้วยเชื้อไวรัส โดยจะหยุดยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.