ลดความอ้วนผู้ชาย เคล็ดลับการลดพุงสาเหตุของพุงป่อง

ลดความอ้วนผู้ชาย เคล็ดลับการลดพุงสาเหตุของพุงป่อง ไม่ใช่จากการรับประทานเพียงอย่างเดียว และคนพุงป่องก็ไม่ได้แปลว่าอ้วนด้วย แต่อาจเป็นเพียงอาการบวมน้ำเท่านั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นวิธีดังกล่าวต่อไปนี้อาจช่วยท่านได้บ้างไม่มากก็น้อย ลดความอ้วนผู้ชาย.

ลดความอ้วนผู้ชาย

ลดความอ้วนผู้ชาย กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา สำหรับผู้ที่สนใจทั่ว ๆ ไป

10 เคล็ดลับ การลดพุงของท่านชาย

1. ร่างกายไม่สามารถเลือกกำจัดเฉพาะไขมันที่พอกอยู่ที่พุงได้ คุณต้องกระตุ้นการเผาผลาญไขมันทั้งตัว ทำได้ง่าย ๆ โดยเพิ่มกิจกรรมเคลื่อนไหวตลอดทั้งวัน เช่น เดินขึ้นลงบันไดแทนขึ้นลิฟต์ หรือจอดรถไกลๆ แล้วเดินเร็ว ๆ เพื่อให้ทันเข้าประชุม หรือซื้อน้ำดื่มขวดใหญ่สัก 2 ขวดหิ้วไว้ให้แขนทั้งสองข้างก่อน เริ่มเดินช็อปปิ้งกับหวานใจ และหากเธอทำงานอยู่ใกล้ ๆ ลองงดการโทรศัพท์ แล้วใช้วิธีเดินไปหาแทน จะได้เผาผลาญไขมันที่สะสมให้เป็นเพลิงรักของคุณเสียลดความอ้วนผู้ชาย
2. งานวิจัยยืนยันมาว่า ไขมันจะสลายตัวได้ง่ายหากอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เย็น ดังนั้นช่วงลดหน้าท้อง อาจต้องงดอบซาวนา หรือสตรีมสักเดือน หันมาอาบน้ำเย็นหลังการออกกำลังกาย แถมยังได้ช่วยชาติประหยัดพลังงาน อีกต่างหาก
3. เหล้าและเครื่องดื่มบำรุงกำลัง มีผลทำให้พุงคุณป่องออกมาได้ เพราะฉะนั้นลงมือจัดการเกี่ยวกับตัวปัญหาตั้งแต่วันนี้กันเลย
4. เข้านอนเร็ว ดับไฟ งดดูทีวีก่อนนอน ฝึกทำสมาธิเพื่อการหลับสมบูรณ์ที่สุด เพื่อโกรทฮอร์โมนจะหลั่งออกมาในช่วงหลับ เป็นกุญแจสำคัญที่เร่งการเผาผลาญไขมันได้อย่างราบคาบลดความอ้วนผู้ชาย
5. ทานมื้อเย็นอย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนนอน เพราะมีผลต่อการหลั่งโกรทฮอร์โมน เพราะฉะนั้น วางแผนกินมื้อเย็นให้เร็วขึ้น งดปาร์ตี้และบุฟเฟต์รอบดึก เผลอ ๆ สิ้นเดือนอาจเหลือค่าขนมมาซื้อกางเกงตัวใหม่ ต้อนรับเอวที่กระชับของคุณได้
6. ควบคุมการทำงานในช่องปากของคุณในแต่ละมื้อ การรับประทานอาหารช้า ๆ จะช่วยควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อ และควรเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลายครบถ้วนทุกมื้อถ้าเป็นไปได้
7. อย่ามัวแต่บริหารหน้าท้องอย่างเดียว คุณต้องกระตุ้นการเผาผลาญไขมันทั้งตัวด้วย การเน้นกล้ามเนื้อท้องอาจทำให้หน้าท้องคุณกลายเป็นซิกแพ็ก แต่ถ้าไขมันไม่หายไปซิกแพ็กก็อาจเหลือแค่แพ็กเดียว ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า การเล่นกล้ามเนื้อต้นขา และสะโพกเป็นการกระตุ้นการเผาผลาญไขมันได้ดีที่สุดลดความอ้วนผู้ชาย
8. ไม่ต้องถึงกับฟิตหน้าท้องทุกวันหรอก ลองจัดโปรแกรมฟิตกล้ามเนื้อหน้าท้อง 2-3 เซ็ต ไว้สักสองวันต่อสัปดาห์ สลับกับการเล่นส่วนอื่น ๆ ด้วยการเล่นที่เหมาะสมอาจทำให้กล้ามเนื้อมีเวลาฟอร์มตัวได้ดีกว่า และทำให้กล้ามท้องเกิดได้เร็วกว่าด้วย
9. จุดอ่อนที่ทำให้พุงเกิดอยู่เสมอ คือ คุณมีท่ายืนหลังค่อม ทำให้พุงดูเป็นกองไขมันน่าเกลียดน่ากลัว แม้จะไม่อ้วนก็ตามที การยืนหลังตรง อกผาย ไหล่ผึ่ง จะกระตุ้นกล้ามเนื้อหน้าท้องให้ตึงตัวตลอดเวลา ฝึกยืน เดิน และออกกำลังกายในท่าตรงหลังเสมอ จะทำให้คุณสมาร์ตทั้งตัวครับ ไม่ใช่แค่พุง
10. ท่าบริหารหน้าท้องที่นิยมกันมากที่สุด คือ ท่านอนยกขาหนีบ เท้าลอย ยกศีรษะ เรียกว่า Abs Crunch with Leg Lift ถ้าให้ทันสมัยและเวิร์กยิ่งขึ้น ก้ต้องทำบนลูกบอลออกกำลังกาย ลดความอ้วนผู้ชาย.

สิวอุดตัน เป็นประเภทของสิวที่พบได้บ่อย มากกว่า 70 %ของปัญหาสิว

สิวอุดตัน เป็นประเภทของสิวที่พบได้บ่อย มากกว่า 70 %ของปัญหาสิว ซึ่งพบได้ทุกกลุ่ม อายุ ทุกเพศแต่ส่วนใหญ่จะพบในวัยรุ่น และวัยหนุ่มสาว เกิดได้บ่อยบริเวณใบหน้า ลำคอ และลำตัว(โดยเฉพาะที่หลัง) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีต่อมไขมัน Sebaceous gland จำนวนมาก วันนี้เราจะคุยถึงสิวอุดตันใน 4 หัวข้อ คือ สิวอุดตัน.

สิวอุดตัน

สิวอุดตัน สาเหตุการเกิดสิวอุดตัน ประเภทของสิวอุดตัน การป้องกันการเกิดสิวอุดตันและการรักษาสิวอุดตันรวมถึงผลของการใช้ยาละลายสิวอุดตัน

สาเหตุการเกิดสิวอุดตัน

1. ต่อมไขมัน Sebaceous สร้างไขมันมากเกินไป โดยอาจเกิดจากสาเหตุฮอร์โมนเพศชายแอนโดรเจน ชนิด Testosterone ซึ่งควบคุมการเจริญเติบโตและการสร้างไขมัน สูงมากกว่าปกติแล้วไขมันเกิดจากอุดตันในท่อไขมันที่ระบายไขมัน ออกสู่ผิวหนังด้านนอก อันนำมาซึ่งปัญหาสิวอุดตัน
2. ผิวแพ้ง่าย มักพบเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้บ่อยเช่นกัน
3. ความผิดปกติของการลอกผิวในท่อขุมขนเอง แล้วทำให้เกิดการอุดตัน
4. สิวจากเครื่องสำอาง มักเกิดจากอาการแพ้เครื่องสำอางบางชนิด
5. สิวจากสเตียรอยด์ มักเกิดในผู้ที่ใช้ครีมทาที่ผสมสเตียรอยด์ ในการรักษาผิวแพ้ หรือรับประทานยา Prednislone เป็นประจำ เช่นผู้ป่วยโรคไต Nephrotic syndrome หรือ SLE
6. ความเครียด
7. ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น ในภาวะใกล้หรือหมดประจำเดือน สิวอุดตัน.

ลดความอ้วน 1 เดือน เคล็ดลับการลดน้ำหนักทำไมลดน้ำหนักไม่ลง

ลดความอ้วน 1 เดือน เคล็ดลับการลดน้ำหนักทำไมลดน้ำหนักไม่ลง มีคนบางประเภทที่พยายามลดความอ้วน แต่ก็ไม่สามารถลดความอ้วนได้ เพราะว่านิสัยของตัวเองนั้นเป็นเหตุ ดังนั้น หากเราต้องการจะลดความอ้วน เราก็ควรละเลิกนิสัยดังต่อไปนี้ลดความอ้วน 1 เดือน.

ลดความอ้วน 1 เดือน
ลดความอ้วน 1 เดือน เลือกกิน เฉพาะอาหารที่ตนชอบ โดยไม่ยอมกินอาหารแบบอื่นที่มีประโยชน์ต่อการลด น้ำหนักเลย ดังนั้น แม้ว่าเราจะไม่ชอบกินอาหารชนิดไหน แต่ถ้ามันมีประโยชน์ก็ให้ฝืนกินไปเถอะ
กินไม่เลือก คุณเป็นคนที่กินทุกอย่างที่ขวางหน้าหรือเปล่า ไม่ว่าอาหารนั้นจะมีประโยชน์หรือไม่ก็ตาม ดังนั้น คุณควรปรับระดับการกินมาอยู่ที่ความพอดี กินอย่างพอเพียง ไม่มากหรือน้อยเกินไปลดความอ้วน 1 เดือน
ความอดทนต่ำ ความอดทนเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่ช่วยทำให้เราประสบความสำเร็จ เราจึงต้องมีความอดทนต่อสิ่งยั่วยุต่าง ๆ อย่างเช่นอาหารที่ให้คุณค่าทางอาหารต่ำและมีปริมาณของน้ำตาลและไขมันสูงให้ได้
ไม่มีความพยายาม การออกกำลังกายนั้นเป็นสิ่งสำคัญรองลงมาจากการควบคุมอาหาร ถ้าคุณออกกำลังกายบ้างไม่ออกบ้าง ในที่สุดเราก็จะกลายเป็นไม่ออกกำลังกายไปเลย ดังนั้น เราจะต้องบังคับตัวเองให้ได้และพยายามจัดตารางออกกำลังกายในแต่ละวัน
เป็นคนขี้เกียจ ในความเป็นจริงแล้ว คนที่ขี้เกียจมักจะอ้วนก็ไม่ผิด เพราะว่าวัน ๆ จะไม่ค่อยได้ทำอะไร นอกจากกินแล้วก็นอนดูทีวี ดังนั้น ถ้าเราไม่อยากอ้วนก็ให้ลุกขึ้นมาทำโน่นทำนี่บ้าง เพื่อเป็นการเผาผลาญไขมันในร่างกาย
ชอบผัดวันประกันพรุ่ง การคิดว่าพรุ่งนี้จะลดความอ้วน เป็นความคิดที่แย่และผิด เพราะส่วนใหญ่ของผู้ที่คิดแบบนี้จะไม่สามารถลดความอ้วนได้ประสบความสำเร็จ เพราะมีความอดทนและพยายามไม่พอ ดังนั้น ถ้าเราอยากลดน้ำหนักได้ให้ก็ควรจะตั้งอกตั้งใจทำตามแผนที่วางไว้ให้ได้ลดความอ้วน 1 เดือน
ท้อแท้ง่าย แม้ว่าคุณจะลดน้ำหนักได้ช้า ขึ้น ๆ ลง ๆ ไปบ้าง แต่ก็อย่าท้อใจเด็ดขาด เพราะการควบคุมอาหารและออกกำลังกายจะไม่ได้ผลในทันที เพราะการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงขึ้น น้ำหนักของเราที่เคยมาจากไขมันส่วนเกิน มันก็จะกลายเป็นน้ำหนักที่มาจากกล้ามเนื้อแทน
มักเสียดายของ ไม่ว่าจะซื้อขนมหรือว่ากินอาหารที่ไหน เมื่อมีของเหลืออยู่ก็จะพยายามกินให้หมด แม้ว่าเราจะรู้สึกเสียดายแค่ไหน แต่ถ้ารู้สึกเริ่มอิ่มหรือว่ากินอย่างพอเพียงแล้วก็ควรจะหยุดกิน เพราะถ้าเรากินอาหารมากเกินไป จะทำให้อาหารเหล่านั้นกลายเป็นของเหลือในร่างกายที่จะแปรเปลี่ยนเป็นไขมันส่วนเกิน
สร้างกำลังใจและแรงผลักดัน การลดน้ำหนักจะต้องใช้แรงใจและแรงผลักดันอย่างมาก เพราะเราต้องทนกับสิ่งยั่วยุต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ขอให้เรานึกอยู่เสมอว่าสิ่งยั่วยุเหล่านั้นจะทำให้เราอ้วนและดูน่าเกลียด ซึ่งเราอาจจะมีชุดที่เราชอบมาก ๆ และคิดว่าน่าจะเหมาะกับเราถ้าเราผอมกว่านี้ ดังนั้น ให้เรานำชุดมาแขวนเอาไว้หน้ากระจุกแล้วก็ท่องว่าเราจะต้องใส่ชุดนี้ให้ได้ แต่อย่าเอาชุดต่างไซส์กันจนเกินไปมาเป็นแรงผลักดันล่ะ เพราะเราอาจจะหมดกำลังใจไปก่อนลดความอ้วน 1 เดือน
ตั้งเป้าหมายอย่างสมเหตุสมผล เช่น เราหนัก 55 กิโล แต่สูงเพียง 155 เซนติเมตร ซึ่งดูอวบไปนิด เราอาจตั้งเป้าหมายใหญ่ว่าจะลดน้ำหนักให้ได้ 10 กิโลกรัม จากนั้นเราอาจจะตั้งเป้าหมายย่อยอีกว่าในเดือนนี้จะลดให้ได้ก่อนสัก 3 กิโลกรัมเป็นอย่างต่ำ เมื่อครบเดือนและเราสามารถทำได้อย่างที่ตั้งใจ เราก็จะมีกำลังใจที่จะลดน้ำหนักต่อไป (อย่าพยายามตั้งเป้าหมายที่ไกลเกินไป เพราะถ้าเราทำไม่ได้ เราจะท้อแท้และหมดกำลังใจเป็นเสียก่อน) ลดความอ้วน 1 เดือน.

วิธีกินวิตามินซี กินอย่างไรให้ร่างกายได้ประโยชน์สูงสุด

วิธีกินวิตามินซี กินอย่างไรให้ร่างกายได้ประโยชน์สูงสุด หลาๆยคนเข้าใจผิดว่าจะต้องมีวิธีกินวิตามินซีที่ถูกต้อง จึงจะสามารถช่วยทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด แต่ในความเป็นจริงแล้ววิธีกินวิตามินซีที่ถูกต้องนั้น ไม่มีเคล็ดลับ หรือขั้นตอนที่ยุ่งยากอะไรเลย วิธีกินวิตามินซี.

วิธีกินวิตามินซี

วิธีกินวิตามินซี คุณสามารถกินวิตามินซีได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่จำเป็นที่จะต้องขึ้นอยู่กับข้อจำกัดใดๆ มีเพียงเรื่องเดียวที่คุณจำเป็นที่จะต้องให้ความใส่ใจในการทานวิตามินซีก็คือ การกินให้ได้ปริมาณที่เหมาะสมกับตัวเองในแต่ละวันอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งคุณสามารถเปรียบเทียบปริมาณของวิตามินซีในแต่ละวันของคุณที่บทความชิ้นนี้จะขอแนะนำวิธีกินวิตามินซี ได้จากตารางดังต่อไปนี้วิธีกินวิตามินซี
1.เด็กแรกเกิด – 6 เดือน ควรทานวิตามินซีวันละ 40 มิลลิกรัม
2.ทารก 7-12 เดือน ควรทานวิตามินซีวันละ 50 มิลลิกรัม
3.เด็ก 1-3 ปี ควรทานวิตามินซีวันละ 15 มิลลิกรัม
4.เด็ก 4-8 ปี ควรทานวิตามินซีวันละ 25 มิลลิกรัมวิธีกินวิตามินซี
5.เด็ก 9-13 ปี ควรทานวิตามินซีวันละ 45 มิลลิกรัม
6.วัยรุ่น 14-18 ปี (ชาย) ควรทานวิตามินซีวันละ 75 มิลลิกรัม
7.วัยรุ่น 14-18 ปี (หญิง) ควรทานวิตามินซีวันละ 65 มิลลิกรัม
8.ผู้ใหญ่ (ชาย) ควรทานวิตามินซีวันละ 90 มิลลิกรัม
9.ผู้ใหญ่ (หญิง) ควรทานวิตามินซีวันละ 75 มิลลิกรัม
10.วัยรุ่นตั้งครรภ์ ควรทานวิตามินซีวันละ 80 มิลลิกรัม
11.หญิงตั้งครรภ์ ควรทานวิตามินซีวันละ 85 มิลลิกรัม
12.วัยรุ่นเลี้ยงบุตรด้วยนม ควรทานวิตามินซีวันละ 115 มิลลิกรัม
13.ผู้หญิงเลี้ยงลูกด้วยนม ควรทานวิตามินซีวันละ 120 มิลลิกรัม
ถ้าหากคุณมีการสูบบุหรี่ ควรทำการเพิ่มปริมาณการกินวิตามินซีให้มากขึ้น โดยทำการบวกเพิ่มจากการทานปกติในแต่ละวันเข้าไปอีกเป็นจำนวน 35 มิลลิกรัม วิธีกินวิตามินซี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี หากเราได้รับวิตามินซีน้อยกว่าที่ร่างกายควรจะได้รับ

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี หากเราได้รับวิตามินซีน้อยกว่าที่ร่างกายควรจะได้รับ ก็จะเกิดลักปิดลักเปิด ซึ่งจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นหากขาดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานและไม่ต้องกังวัลว่าจะได้รับมากเกินไป เนื่องจาก วิตามินซี สามารถละลายน้ำได้ดี หากร่างกายไม่ได้ใช้ก็จะมีการขับออกมาได้ทางปัสสาวะ อีกทั้งยังไม่เคยมีรายงานเกี่ยวกับพิษที่เกิดจากการรับประทาน วิตามินซี แม้จะรับประทานในปริมาณที่สูงกว่า 6,000 – 18,000 มิลลิกรัม วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี ข้อปฏิบัติในการรับประทานเพื่อประโยชน์สูงสุด

-เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดควรพิจารณารับประทานร่วมกับสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ เช่น วิตามินอี ฟลาโวนอย จะไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ วิตามินซีวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

-เพื่อสุขภาพทั่วไป ควรรับประทานอย่างน้อย 500 มิลลิกรัมต่อวัน

-สำหรับการรับประทานเพื่อการรักษาหรือการป้องกัน ควรรับประทาน 1,000 – 6,000 มิลลิกรัม ขึ้นกับโรคแต่ละชนิด

-การรับประทานไม่จำเป็นต้องรับประทานในครั้งเดียวต่อวัน สามารถแบ่งรับประทานเป็นหลายๆ ครั้งต่อวันวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

-การรับประทาน วิตามินซี ไม่จำเป็นต้องรับประทานพร้อมอาหาร หรือทานอาหารก่อนการรับประทาน

-ยังไม่มีรายงานว่า วิตามินซี ชนิดพิเศษพวก Esterifies วิตามินซี จะให้ผลดีกว่าวิตามินซีแบบธรรมดา

ข้อควรระวังวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

-การรับประทานในปริมาณสูงๆ อาจจะมีผลต่อการดูดซึมแร่ธาตุอื่นๆ เช่น Copper Selenium

-การรับประทานในปริมาณสูงๆ อาจจะมีผลต่อการผิดพลาดของผลตรวจระดับน้ำตาลในปัสสาวะได้

-วิตามินซี ทำให้การดูดซึมธาตุเหล็กได้ดี จึงอาจจะเกิดภาวะได้รับธาตุเหล็กเกิน วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก หุ่นสวยสุขภาพร่างกายแข็งแรง

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก หุ่นสวยสุขภาพร่างกายแข็งแรง เรื่องง่ายๆที่ใครๆก็ทำได้ เพียงแค่ออกกำลังกายวันละนิด ก็สามารถทำให้คุณมีรูปร่างดี สุขภาพร่างกายแข็งแรง และยังช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้อีกด้วย นอกจากนี้การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานมากขึ้น และช่วยทำให้ระบบการหมุนเวียนของเลือดดีขึ้น ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกอารมณ์ดี หน้าตาสดใส ผิวพรรณเปล่งปลั่งดูมีน้ำมีนวลมากขึ้น อีกทั้งการออกกำลังกายยังช่วยควบคุมความอยากอาหาร ซึ่งทำให้คุณหิวน้อยลงได้อีกด้วย ออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายลดน้ำหนัก การออกกําลังกายเพื่อลดน้ําหนักมีอะไรบ้าง?

การออกกําลังกายเพื่อลดน้ําหนักนั้นมีวิธีการง่ายๆอย่างเช่น การวิ่งเหยาะๆ การเดินแบบเร็วๆ การปั่นจักรยาน การว่ายน้ำ และการออกกําลังกายแบบแอโรบิค (Aerobic exercise) ออกกำลังกายลดน้ำหนักเป็นการออกกำลังกายที่กล้ามเนื้อได้พลังงานจากการใช้ออกซิเจน ช่วยในการเผาผลาญอาหารได้เป็นอย่างดี ซึ่งมักจะต้องมีการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ที่สำคัญคือสามารถควบคุมน้ำหนักได้อีกด้วย และนอกจากนี้แล้ว การออกกําลังกายเพื่อลดน้ําหนักนั้น ถ้าจะให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและมีประสิทธิภาพสูงสุด ควรทำอย่างต่อเนื่องและมีระยะเวลาที่นานพอสมควร ซึ่งระยะเวลาของการออกกำลังกายในแต่ละครั้งนั้นควรไม่ต่ำกว่า 20-30 นาที สาเหตุที่ต?องนานถึงขนาดนั้น เนื่องมาจากการเผาผลาญอาหาร เพื่อให้ได้พลังงานในการออกกำลังกายในนาทีที่ 20 เป็นต้นไป ซึ่งจะใช้ไขมันเป็นหลัก จึงช่วยทำให้สามารถลดไขมันได้ แต่หากใครที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกาย ช่วงแรกๆอาจจะใช้เวลาประมาณ 5-10 นาทีก็พอ และถ้ากล้ามเนื้อเริ่มปรับสภาพได้แล้ว ก็เพิ่มระยะเวลาเป็น 10-15 นาที ตามลำดับ เพื่อไม่ให้เป็นการหักโหมจนเกินไป เพราะอาจทําให?เกิดการบาดเจ็บ และล?มเลิกการออกกําลังกายไปในที่สุดนั่นเองออกกำลังกายลดน้ำหนัก

การออกกําลังกายเพื่อลดน้ําหนัก

ท้ายนี้ การออกกําลังกายเพื่อลดน้ําหนัก ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆที่ช่วยให้คุณมีหุ่นสวยสุขภาพร่างกายแข็งแรง ได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล แต่ทั้งนี้ก็ควรดูแลเรื่องอาหารการกินควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้การลดน้ําหนักนั้นมีประสิทธิภาพสูงสุด และได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วยิ่งขึ้นออกกำลังกายลดน้ำหนัก.

วิตามินผิวขาว วันนี้เราจะมาพูดถึงการเพิ่มความขาวด้วยวิธีดังกล่าว

วิตามินผิวขาว วันนี้เราจะมาพูดถึงการเพิ่มความขาวด้วยวิธีดังกล่าว และไขข้อข้องใจว่าการรับประทานวิตามินบำรุงผิว กระจ่างใส ซึ่งเป็นอีกวิธีที่นิยมกันมากนั้นได้ผลจริงหรือไม่ จะช่วยให้คุณขาวอย่างเป็นธรรมชาติจากข้างในได้อย่างไร และมีวิตามินอะไรบ้างที่จะช่วยให้ผิวสวยแป๊ะ ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มกันเลย วิตามินผิวขาว.

วิตามินผิวขาว

วิตามินผิวขาว กระจ่างใส
1.วิตามินซี (Vitamin C) ตัวแรกเป็นวิตามินที่ขึ้นชื่อเรื่องการบำรุงผิง กระจ่างใส เพราะมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ เป็นสารอาหารที่ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวแน่น มีความยืดหยุ่นที่ดีขึ้น จึงทำให้ผิวเต่งตึง แถมยังช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น เพราะวิตามินซีช่วยให้ผิวมีกระบวนการซ่อมแซมและรักษาตัวเองได้ดี โดยไปเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง และต่อต้านการอักเสบ ช่วยทำให้จุดดำจุดแดง หรือรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวหายได้เร็ว ใบหน้าที่หมองคล้ำ จึงกลับมาสดใสมากขึ้น
2.วิตามินรวม จะประกอบด้วยวิตามินตั้งแต่เอถึงซี (A-Z) เลยทีเดียว ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่ทำงานหนักมากจนไม่ค่อยมีเวลารับประทานอาหาร โดยเฉพาะให้ได้ครบทั้ง 5 หมู่ หรือไม่ค่อยได้รับประทานผักผลไม้สดๆ การรับประทาน วิตามินรวมเสริม ก็จัดว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายโดยรวม และช่วยให้สุขภาพผิวดีขึ้นวิตามินผิวขาว
3.น้ำมันปลา (Fish oil) ช่วยต่อต้านการอักเสบในร่างกาย เล่ากันไว้ว่า การแก่นั้นเกิดจากการอักเสบระดับเซลล์ซึ่งเราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ดังนั้น การรับประทานน้ำมันปลา ซึ่งมาการ อีพีเอ (EPA) และดีเอชเอ (DHA) สูง จะช่วยลดการอักเสบและอีกทั้งชะลอความชราได้ ทำให้สุขภาพผิวดี ขาวขึ้นได้อย่างใจหมาย นอกจากนี้ยังมีประโยชน์อื่นๆอีกมากมาย เช่น ช่วยลดคลอเรสเตอรอลในเลือด เป็นต้นวิตามินผิวขาว
4.แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) เป็นสารในกลุ่มแซนโทรฟิลล์ / ตระกูลแคโรทีนอยด์ (Xanthophyll group / Carotenoid family) พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ เป็นสารสีแดงที่พบในปลาแซลมอน ไข่ปลาคาเวียร์ เปลือกกุ้งปู และ Microalgae Haematococcus Pluvialis ร่างกายไม่สามารถสร้างสารชนิดนี้ขึ้นเองได้ เราจะได้รับสารชนิดนี้จากอาหารที่รับประทานเข้าไป ในปริมาณที่น้อยมาก เช่น ปลาแซลมอน 200 กรัม จะมีแอสตาแซนธิน เพียง 1 มิลลิกรัม อย่างไรก็ดี แอสตาแซนธินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยม จึงเหมาะสมในการใช้บำรุงผิว กระจ่างใสเป็นอย่างยิ่ง
5.โคเอนไซม์คิวเทน ประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายแขนง มีส่วนช่วยในการชะลอริ้วรอยบนใยหน้าได้ด้วย โดยเฉพาะโคเอนไซม์คิวเท็น ซึ่งเป็นโคแฟกเตอร์ที่ช่วยทำให้ผิวไม่ถูกอนุมูลอิสระจากแสงยูวีทำร้าย และเบต้าแคโรทีน ซึ่งเปรียบเสมือนสารกันแดดจากภายใน ทั้งนี้ ควรเลือกรับประทานคิวเท็นในตอนเช้าหลังมื้ออาหาร
ทั้งหมดนี้คือวิตามินบำรุงผิว กระจ่างใส ที่จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้ไม่ยาก ซึ่งเป็นวิตามินที่หาซื้อได้ทั่วไป แต่ต้องพิจารณาดูให้ดีว่ายี่ห้อไหนดีที่สุด เหมาะกับเรามากที่สุด ซึ่งจะเห็นว่าสารอาหารเหล่านี้จะเน้นไปที่การต่อต้านอนุมูลอิสระ เนื่องจากเป็นกระบวนการที่จะทำให้ผิวแข็งแรง สุขภาพดี ยิ่งถ้าหากมีการทาครีมบำรุง รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับรองว่าผิวขาวสวยสดใส อ่อนกว่าวัยเหมือนสาวเกาหลีจะเป็นของคุณ วิตามินผิวขาว.

รอยแตกลาย บอกลารอยแตกลายวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือ

รอยแตกลาย บอกลารอยแตกลายวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือ กับผิวแตกลายคือการป้องกัน เพราะถ้าผิวแตกลายแล้วจะรักษาให้หายได้ยาก แต่ทุกวันนี้ก็มีครีมและอุปกรณ์ที่ใช้ในการแก้ไขรอยแตกลายให้เลือกใช้มากมายในท้องตลาด ลองมาดูกันดีกว่าว่าอะไรได้ผล หรือไม่ได้ผลเพราะอะไร รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย – กรดไกลโคลิก เป็นที่รู้จักว่ามีคุณสมบัติคืนความอ่อนเยาว์ สามารถช่วยให้รอยแตกลายจางลงได้ แต่อาจทำให้ผิวหนังลอกได้ เนื่องจากกรดไกลโคลิกเผยผิวที่สุขภาพดีกว่าโดยการลอกผิวหนังชั้นบนสุดออก
– วิตามินซี ช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจน (ที่เป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง) และทำงานร่วมกับกรดไกรโคลิกได้ดี รอยแตกลาย
– เปปไทด์ ยังไม่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเปปไทด์ช่วยฟื้นฟูผิวได้จริงรอยแตกลาย
– เรตินอยด์ อยู่ในกลุ่มของผลิตภัณฑ์วิตามินเอ มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในช่วงต้น ทำให้รอยแตกลายดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เรตินอยด์จะไม่มีประสิทธิภาพถ้ารอยแตกลายเป็นสีขาว รอยแตกลายที่สำคัญคือต้องหลีกเลี่ยงการใช้เรตินอยด์ในขณะตั้งครรภ์ เพราะอาจทำให้ทารกเกิดความพิการได้
– กรดไกลโคลิกและเรตินอยด์ มีประสิทธิภาพรักษารอยแตกลายได้ดีกว่าเมื่อใช้ร่วมกัน เพราะจะเพิ่มความยืดหยุ่นของรอยแตกลายได้
– น้ำมันวีทเจิร์ม อุดมไปด้วยวิตามินอี มีการศึกษาพบว่าน้ำมันวีทเจิร์มทำให้รอยแตกลายดีขึ้นได้ถ้าใช้ตอนเริ่มเป็น รอยแตกลาย.

กระชับรูขุมขน 5 วิธีสุดเด็ดที่จะช่วยให้คุณบอกลารูขุมขนกว้าง

กระชับรูขุมขน 5 วิธีสุดเด็ดที่จะช่วยให้คุณบอกลารูขุมขนกว้าง บนใบหน้าไปได้เสียที หมั่นทำเป็นประจำรับรองช่วยได้และเห็นผลจริงๆค่ะ กระชับรูขุมขน.

กระชับรูขุมขน

กระชับรูขุมขน 1.ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้องทุกวัน
แต่ไม่ควรล้างหน้าบ่อยจนเกินไป กางล้างหน้าที่เหมาะสมควรทำเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ตอนเช้าตื่นนอน และตอนกลางคืนในช่วงเวลาชำระล้างร่างกาย การล้างหน้านั้นจะช่วยล้างคราบสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนออกไป ซึ่งเป็นการช่วยกระชับรูขุมขนของคุณให้เล็กลงได้

2.ประคบก้อนน้ำแข็งบนใบหน้า
โดยการนำก้อนน้ำแข็งถูเบาๆ ไปตามบริเวณที่รูขุมขนกว้าง ประมาณ 15-30 วินาที จะช่วยทำให้รูขุมขนกระชับแล้วเล็กลง อีกทั้งยังเรียกความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้อีกด้วย ทำประจำทุกเช้าได้ยิ่งดีค่ะ

3.เบคกิ้งโซดากระชับรูขุมขน
เมคอัพอาร์สติส มืออาชีพเคยบอกไว้ว่า เบคกิ้งโซดาช่วยในการกระชับรูขุมขนบนใบหน้าได้ พร้อมยังต่อต้านการเกิดสิวสำหรับสูตรการใช้เบคกิ้งโซดานั้นไม่ยาก คือ ผสมเบคกิ้งโซดาประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่นประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้ทาลงบนผิวที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง แล้วนวดให้เป็นวลกลมอย่างเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วล่างออกด้วยน้ำเย็น ทำเป็นประจำทุกคืน ประมาณ 5-7 วัน ต่อสัปดาห์หลังจากนั้น จึงค่อยๆ ลดปริมาณลงให้เหลือเพียง 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์…แต่แอบเตือนนะคะ สำหรับคนที่มีผิวที่บอบบาง ควรใช้เบคกิ้งโซดาอย่างระมัดระวัง เพราะอาจทำให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวได้

4.ผ้าขนหนูแช่น้ำผลไม้รสเปรี้ยวกระชับรูขุมขน
นำผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ที่ใช้เช็ดหน้า แช่ในน้ำมะนาว และน้ำสับปะรด หรือนำน้ำผลไม้ทั้งสองชนิดบีบลงผ้าที่เตรียมไว้ ให้พอชื้นๆ ได้เช่นกัน จากนั้นให้นำผ้าขนหนู วางทาบลงไปบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ซึ่งมีน้ำมะนาวและน้ำสับปะรด เขามีเอนไซม์ธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการช่วยกระชับให้ผิวเต่งตึง และช่วยทำให้รูขุมขนหดตัวเล็กลง

5.มาส์กหน้าด้วยโยเกิร์ต
โยเกิร์ตรสธรรมชาติจะมีกรดแลคติกและโปไบโอติก ซึ่งมีคุณสมับติในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้า และยังช่วยลดการขยายขนาดของรูขุมขน ซึ่งวิธีการกระชับรูขุมขนด้วยโยเกิร์ตนั้นก็แสนจะง่ายดาย เพียงแค่นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ไม่ต้องผสมกับอะไรทั้งนั้น ทาบางๆ ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้นก็สามารถสวยได้แล้ว กระชับรูขุมขน.

ลดหน้าท้อง ไม่เพียงแค่มังสวิรัติ เน้นผัก-ผลไม้จะช่วยคุณลดอ้วน

ลดหน้าท้อง ไม่เพียงแค่มังสวิรัติ เน้นผัก-ผลไม้จะช่วยคุณลดอ้วน ลดน้ำหนักได้ดีเท่านั้น แต่อาหารบางอย่างก็สามารถช่วยเผาผลาญสลายไขมันหน้าท้องได้ดีไม่แพ้กัน แถมยังกระตุ้นฮอร์โมน ‘เมลาโทนิน’ ในร่างกาย ช่วยให้คุณซัดดาวน์หลับลึก-สนิทขึ้นตลอดคืน ไม่รู้สึกหิวตื่นกลางดึกอีกด้วย และนี่คือ 4 อาหารเซย์กู๊ดบาย พุงย้วยๆ ของคุณไปได้เลย ลดหน้าท้อง.

ลดหน้าท้อง
ลดหน้าท้อง หุ่นสวยเป๊ะเว่อร์ !
1. เนื้อปลา?

เมื่อคุณเริ่มไดเอท และห่วงเรื่องน้ำหนักมากขึ้น กลัวไขมันรอบเอวปรากฏ นั่นอาจทำให้คุณได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอ โดยเฉพาะโปรตีน และกรดไขมันโอเมก้า 3 (ที่มีอยู่ในปลา) ซึ่งคุณรู้ไหมว่าจริงๆ แล้ว มันเป็นอาหารเกรดเอที่ช่วยลดความอยากอาหารของคุณลงได้ ทำให้คุณรู้สึกเบื่อ เอียน แถมยังช่วยคุณเบิร์นแคลอรีมากกว่าที่คุณทานไขมัน และคาร์โบไฮเดรตเป็นไหนๆ ข้อสำคัญมันจะไปกระตุ้น ‘ต่อมไพเนียล’ ในสมองคุณให้สร้างฮอร์โมน ‘เมลาโทนิน’ ในตอนกลางคืน (ฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกายที่จะช่วยควบคุมการนอนหลับ และตื่นนอน) ทำให้คุณรู้สึกง่วงนอน อยากพักผ่อนมากขึ้น …

เมื่อคุณรู้สึกเพลียอยากพักผ่อน นั่นจึงทำให้คุณไม่รู้สึกหิวท้องร้องกลางดึก (ทานตอนดึก … สาเหตุของความอ้วน) ฉะนั้นหากคุณขาดโอเมก้า 3 มากๆ มันก็จะพลอยส่งผลให้คุณหลับไม่สนิท สุขภาพแย่ และรู้สึกหิวช่วงกลางดึกไปด้วย ในทางกลับกันถ้าคุณได้รับโอเมก้า 3 ที่เพียงพอ มันจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีของหัวใจ และลดความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อม !

ปล. หากใครมีความเครียดสูงทำให้นอนหลับยาก ลองเลือกทานเมนูจากปลาทะเล (เมนูประจำสำหรับมื้อเย็น) ที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3, น้ำมันปลา, และแมกนีเซียม อย่างเช่น ข้าวต้มปลา ปลาผัดขึ้นฉ่าย ปลาย่างซีอิ๊ว ปลานึ่ง สเต๊กปลา ก็ช่วยลดระดับความเครียดลงได้ไม่น้อยนะลดหน้าท้อง

2. ถั่วต่างๆ ?

โดยเฉพาะถั่วฝักยาว แหล่งอุดมแคลเซียม ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียมระดับพรีเมี่ยม … ไม่เพียงมันจะช่วยบำรุงกระดูก และฟัน, ป้องกันโรคกระดูกพรุน, ควบคุมการทำงานของไต หากแต่ยังมีส่วนช่วยเผาผลาญไขมัน คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และทำให้คุณอยากทานอาหารน้อยลงกว่าเดิม รวมถึงช่วยแก้ปัญหาการนอนหลับของคุณให้หลับสนิทขึ้นตลอดคืนด้วย ยิ่งถ้าคุณทานถั่วฝักยาวทุกวัน มันจะช่วยคุณเบิร์นพลังงาน/ไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง ให้เพรียว-แบนราบลงอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะลดหน้าท้อง

อย่างไรก็ดี มันช่วยลดอัตราการเกิดโรคต่างๆ หรือภาวะอื่นๆ ได้เช่นกัน (ต่อต้านระบบภูมิคุ้มกัน) อย่างโรคหัวใจ, โรคเบาหวาน และภาวะน้ำหนักตัวเกิน/โรคอ้วน หากคุณอยากทานถั่วประเภทอื่นๆ นอกจากถั่วฝักยาว เราแนะนำว่าควรทานถั่วที่ ‘ไม่ผ่านการทอด’ เพราะการทอดจะทำให้น้ำมันดูดซับเข้าไปในเนื้อถั่วจำนวนมาก เมื่อทานเข้าไปจะทำให้เกิดไขมันสะสมตามร่างกาย แต่ทว่าคุณควรเน้นทาน ‘ถั่วต้ม’ ที่ช่วยให้รู้สึกอิ่มได้นานกว่า …

3. นมสดลดหน้าท้อง

ใครว่า ‘นมสด’ ดีต่อสุขภาพแค่ช่วยบำรุงร่างกาย ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเพียงอย่างเดียว จริงๆ มันยังมีอีกหนึ่งประโยชน์ซ่อนอยู่! จากผลการวิจัยพบว่า ผู้ที่บริโภค 100 มิลลิกรัมของแคลเซียมต่อวัน (ครึ่งถ้วยของโยเกิร์ตนุ่มๆ) จะสามารถลดสลายไขมันหน้าท้องลงได้ประมาณ 1 นิ้ว และช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มท้อง นอนหลับสนิทมากขึ้น (จนคุณรู้สึกพักผ่อนได้เต็มที่) ถึงแม้ระหว่างนอนหลับ คุณจะมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือเป็นตะคริวขึ้นมา แต่เกลือแร่ และแคลเซียมจากนมสดก็จะช่วยคุณรีแล็กซ์เส้นประสาทกล้ามเนื้อ และเส้นประสาทนำความรู้สึก ให้คุณหลับลึกได้ดีตลอดคืน

เราแนะนำให้คุณเลือกดื่มนมอุ่นๆ ก่อนเข้านอนเป็นประจำทุกวัน เพราะมันจะช่วยสร้าง ‘เมลาโทนิน’ ให้กับร่างกาย คุณจะหลับสนิท และไม่รู้สึกหิวระหว่างนอนหลับ อีกทั้งแคลเซียมจะเข้าไปขัดขวางการสร้าง-สะสมไขมัน (ระหว่างนอนหลับ) เมื่อไขมันลดลง ร่างกายก็จะเกิดการเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น …

4. ผลเชอร์รี่

?ถ้าคุณอยากหาอะไรเบาๆ รองท้องเข้านอนแล้ว ผลเชอร์รี่ ‘Montmorency’ ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวนะ ทั้งมีสารประกอบในธรรมชาติอยู่ถึง 17 ชนิด ที่มีคุณสมบัติป้องกันการอักเสบต่างๆ บรรเทาโรคข้ออักเสบ, ช่วยผลิตฮอร์โมน ‘เมลาโทนิน’ ระหว่างการนอนหลับ ซึ่งจะช่วยให้คุณนอนหลับสบาย-สนิทขึ้นตลอดคืน (คุณภาพการนอนหลับดีขึ้น 5-6% และหลับได้นานขึ้นคืนละ 34 นาที) และไม่ทำให้คุณรู้สึกหิวจนต้องตื่นขึ้นกลางดึก แถมยังอุดมด้วยสารแอนติออกซิแดนท์ … สุดยอดตัวช่วยลดน้ำหนัก ที่ช่วยให้น้ำหนักของคุณลดลงอย่างน่าอัศจรรย์ด้วย ลดหน้าท้อง.