สิวอักเสบ 3 การรักษาสิวอักเสบหลักการรักษาสิวอักเสบก็คือ

สิวอักเสบ 3 การรักษาสิวอักเสบหลักการรักษาสิวอักเสบก็คือ เราจะต้องเอาหัวหนองออกให้หมด จากนั้นจึงค่อยดูแลรักษาด้วยการรับประทานยาปฏิชีวนะหรือทายาภายนอก โดยการรักษาสิวอักเสบสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ สิวอักเสบ.

สิวอักเสบ

 

สิวอักเสบ 1 . สิวเป็นไต มีลักษณะเป็นตุ่มแดงและแข็ง เมื่อกดหรือสัมผัสจะรู้สึกเจ็บแต่ว่าไม่มีหัวหนอง เวลาล้างหน้าแล้วมือไปโดนนั้นเจ็บมาก ก่อให้เกิดความรำคาญและรักษาหายช้า อีกทั้งยังเห็นเป็นรอยนูนแดงชัดเจน สำหรับวิธีการรักษาคือให้แต้มยาทาสิวหรือสมุนไพรสำหรับทาสิวเพื่อลดการอักเสบ สิวจะค่อยๆ ยุบลงไปโดยไม่มีหัวหนอง แต่จะต้องใช้เวลานานพอสมควร

2 . มีหัวหนองและหัวสิวยังไม่สุก วิธีการรักษาที่ดีที่สุดในระยะนี้คือ ควรกระตุ้นให้หัวสิวสุกโดยเร็วที่สุด เพราะเราจะต้องเอาหนองออกมาให้หมด แต่เพื่อเป็นการป้องกันเกิดรอยแผลเป็น ควรจะต้องเอาหนองออกในช่วงเวลาที่สิวสุก ด้วยการออกกำลังกายให้ร่างกายของเราเกิดความร้อน

ซึ่งจะช่วยเร่งให้สิวสุกเป็นหนองเร็วมากขึ้น และเมื่อสิวสุกแล้วควรกดเอาหนองออกให้หมด จากนั้นใช้ครีมแต้มสิวทาบ่อยๆ ก็จะเริ่มตกสะเก็ดแล้วค่อยแต้มด้วยครีมลดรอยแผลเป็นจากสิว ทั้งนี้เราต้องไม่ลืมว่าการกดสิวจะต้องทำในช่วงที่สิวสุกเท่านั้น มิเช่นนั้นจะเกิดสิวหัวหนองซ้ำที่บริเวณเดิมๆ

3 . สิวสุก เราสามารถเจาะเอาหัวหนองออกให้หมดในระยะนี้ได้ ซึ่งสิวจะหายไปเองโดยไม่เกิดการติดเชื้อ หรืออาจจะทาครีมแต้มสิวและครีมลดรอย เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นในระยะยาว

วิธีป้องกันสิวอักเสบเบื้องต้น

1 . เลิกสัมผัสใบหน้าด้วยมือ เราต้องเลิกแคะ แกะ หรือเกาบนใบหน้าด้วยมือเสียที เนื่องจากมือของเราที่สัมผัสผิวหน้ามักจะมีสิ่งสกปรกและเชื้อแบคทีเรียที่มองไม่เห็น ซึ่งถ้าหากมีสิวอยู่แล้วก็อาจจะทำให้เชื้อโรคเข้าสู่หัวสิวแล้วพัฒนาเป็นสิวอักเสบได้สิวอักเสบ

2 . หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมบางชนิด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Olive oil และ Lanolin หรือมีส่วนประกอบของน้ำมัน เพราะจะทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนได้

3 . ล้างหน้าให้สะอาด เป็นการทำความสะอาดผิวหน้าเพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่คั่งค้างหรืออุดตันในรูขุมขนออกให้มากที่สุด ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงการล้างหน้าบ่อยๆ เท่านั้น แต่ต้องล้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจะช่วยขับของเสียและน้ำมันที่ตกค้างบนผิวหน้าไม่ให้อุดตันจนกลายเป็นสิว

4 . เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักและไม่ก่อให้เกิดสิว ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้าประเภท Water – based หรือ Oil – free จะเหมาะกับผิวที่เป็นสิวมากกว่า เพราะผิวหน้าของเราต้องการความชุ่มชื้นมากกว่า เพื่อเป็นการสร้างความยืดหยุ่นเต่งตึงให้กับผิวพรรณ และไม่ก่อให้เกิดสิวเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย (Non – Comedogence)

5 . การมาส์กหน้าด้วยสมุนไพร เป็นการรักษาสิวอักเสบด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติ โดยให้ประสิทธิภาพในการรักษาแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน ดังนั้นเราจึงควรเลือกสูตรมาส์กหน้าให้เหมาะกับสภาพผิวของตนเองด้วยสมุนไพรรักษาสิว สิวอักเสบ.

วิตามินซี มีประโยชน์มากมากหลายอย่างไม่ว่าจะช่วยปกป้องเซล

วิตามินซี มีประโยชน์มากมากหลายอย่างไม่ว่าจะช่วยปกป้องเซล เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สุขภาพและความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับ เส้นเอ็น และคอลลาเจน ก็มีผลมาจากปริมาณ วิตามินซี ในร่างกาย และ วิตามินซี ยังมีฤทธิ์ในการเป็นสารแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ที่ดี จึงสามารถป้องกันการทำลายเซลจากอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี และมันช่วยให้ร่างกายสามารถรีไซเคิลสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ ดังนั้นเพื่อประโยชน์สูงสุดจึงควรที่จะรับประทาน วิตามินซี ร่วมกับสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินอี แคโรทีน ฟลาโวนอย เป็นต้น วิตามินซี.

วิตามินซี

วิตามินซี นอกจากนี้ วิตามินซี ยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆ อีก คือ

-วิตามินซี ช่วยบรรเทาความรุนแรงและระยะเวลาของการเป็นโรคหวัด หากเริ่มรับประทาน วิตามินซี ตั้งแต่เริ่มแรกที่เห็นอาการของโรคหวัด จะช่วยให้อาการป่วยลดความรุนแรงและหายได้เร็วขึ้น มีการศึกษาเมื่อปี 1995 พบว่าหากรับประทาน วิตามินซี 1,000 ถึง 6,000 มิลลิกรัมต่อวันตั้งแต่เริ่มมีอาการของโรคหวัด จะช่วยให้หายได้เร็วขึ้น 21% แต่ก็ยังไม่มีรายงานว่า วิตามินซี สามารถช่วยป้องกันโรคหวัดได้

วิตามินซี ช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น เนื่องจาก วิตามินซี ช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมและรักษาตัวเองโดยการไปเสริมสร้างผนังเซล ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง และต่อต้านอาการอักเสบ จึงทำให้แผลหายได้เร็วขึ้น ในทางกลับกันการขาด วิตามินซี ก็สงผลให้แผลให้ได้ช้าลงเช่นกัน

-หากรับประทาน วิตามินซีเป็นประจำทุกวัน มันจะช่วยให้เหงือกมีสุขภาพแข็งแรง โดย วิตามินซี จะไปช่วยรักษาเซลที่ถูกทำลายและช่วยให้แผลที่เหงือกหายเร็ว

-เพิ่มความต้านทานต่อ โรคหัวใจ โดยการไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับ คลอเรสเตอรอล ในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานร่วมกับ วิตามินอี โดยมันจะไปลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด

-เนื่องจาก วิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี มันจึงอาจจะช่วยในการป้องกันและต่อสู้กับโรค มะเร็ง ได้ มีการศึกษาอย่างมากในเรื่องนี้แต่ก็ยังไม่ข้อสรุปที่ชัดเจน โดยยังมีการถกเถียงกันอย่างมากเกี่ยว วิตามินซี กับการป้องกันและต่อสู้กับโรค มะเร็ง

-ช่วยในการป้องกันโรคต้อกระจก เนื่องจาก วิตามินซี สามารถช่วยปกป้องเลนส์ตาจากอันตรายต่างๆ เช่น ควันบุหรี่ แสงอุลตร้าไวโอเลต ที่เป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดโรคต้อกระจก มีการศึกษาอันหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่รับประทานวิตามินซีมาอย่างน้อย 10 ปี พบว่ามีความเสี่ยงที่จะมีอาการเลนส์ตาขุ่นมัวซึ่งเป็นอาการเริ่มแรกของโรคต้อกระจก ลดลงถึง 77%

-บรรเทาอาการแพ้ หอบหืด ไซนัส ทั้งนี้เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้ว วิตามินซี มีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านภูมิแพ้ต่างๆ เช่น ฝุ่นละออง เกษรดอกไม้ ซึ่งอาการแพ้เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของโรคไซนัส นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่า วิตามินซี ช่วยป้องกันและทำให้อาการหอบหืดดีขึ้น

-ช่วยป้องกันอาการไมเกรน เมื่อรับประทานร่วมกับ pantothenic acid โดย วิตามินซี จะไปช่วยร่างกายในการต่อสู้กับความเครียดได้ดีขึ้น

-ช่วยเรื่องความจำ โดย วิตามินซี จะไปช่วยรักษาสภาพของเซลประสาทและจะได้ผลดียิ่งขึ้นหากรับประทานร่วมกับอาหารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินอี แคโรทีน กิงโกะไบโลบ้า และโคเอนไซม์ Q10

ขนาดที่รับประทาน
ในสภาวะปกติปริมาณที่แนะนำให้รับประทานคือ 60 มิลลิกรัมต่อวัน (แต่ในคนที่สูบบุหรี่ 200 มิลลิกรัมต่อวัน) อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารเสริมสุขภาพได้แนะนำว่าเพื่อประสิทธิภาพที่ดีต่อสุขภาพควรจะต้องรับประทานอย่างน้อย 100-200 มิลลิกรัมต่อวัน คนที่มีความเครียดควรรับประทานวันละ 500 มิลลิกรัมต่อวัน แต่หากต้องการผลในด้านการป้งกันโรคต่างๆ เช่น มะเร็ง ความชรา ควรจะรับประทาน 250 – 1,000 มิลลิกรัม วิตามินซี.

ลดความอ้วน ต้องรู้ก่อนลดน้ำหนักหลักการง่ายๆ

ลดความอ้วน ต้องรู้ก่อนลดน้ำหนักหลักการง่ายๆ ที่เราเน้นกันบ่อยๆ ครับ ถ้าต้องการควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เปลี่ยนแปลง คุณควรรับประทานอาหารที่มีปริมาณแคลอรีเท่ากับที่ใช้ออกไปในแต่ละวัน น้ำหนักตัวที่ได้ก็จะมีค่าคงที่ ในกรณีที่ต้องการให้น้ำหนักตัวลดลง จำเป็นต้องใช้พลังงานออกไปมากกว่าการได้รับพลังงานเข้ามา ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน ในทางตรงข้ามถ้ารับประทานอาหารเข้าไปมากเกินความต้องการของร่างกาย พลังงานหรือแคลอรีส่วนเกินจะถูกเก็บสะสมในรูปของไขมัน พบว่าการเผาผลาญไขมัน 0.45 กิโลกรัม (1 ปอนด์) จำเป็นต้องใช้พลังงานถึง 3,500 แคลอรีโดยประมาณเชียวครับลดความอ้วน

การลดน้ำหนักให้ได้ผล ควรประกอบไปด้วย 3 วิธีดังนี้

1. ลดปริมาณอาหารหรือแคลอรีที่รับประทานเข้าไปให้ต่ำกว่าปกติ แต่รักษาระดับของการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายให้คงที่

2. รักษาระดับของอาหารหรือแคลอรีที่รับประทานเข้าไปให้คงที่ แต่เพิ่มการใช้พลังงานมากขึ้นกว่าปกติลดความอ้วน

3. ปริมาณอาหารหรือแคลอรีที่รับประทานเข้าไปลง และเพิ่มการใช้พลังงานมากขึ้นในแต่ละวัน

ข้อควรจำ : น้ำหนักที่เหมาะสมในการลดน้ำหนักควรอยู่ระหว่าง 0.45-0.90 กิโลกรัม (1-2 ปอนด์) ต่อสัปดาห์ จะไม่มีผลต่อการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และไม่ทำให้ร่างกายเกิดความเครียดมากเกินไปลดความอ้วน.

ลดต้นขา แม้แต่รูปร่างก็ต้องเป๊ะทุกสัดส่วน

ลดต้นขา  แม้แต่รูปร่างก็ต้องเป๊ะทุกสัดส่วน ตั้งแต่ทรวดทรงองค์เอวจนไปถึงเรียวขา จะมาเป็นสาวหน้าสวยแต่น่องตันก็คงไม่งามสักเท่าไร ดังนั้นเราจึงควรดูแลเรียวขาให้เรียบเนียนและกระชับได้สัดส่วนที่ดีอยู่เสมอ ด้วยวิธีลดต้นขาดังต่อไปนี้ ลดต้นขา.

ลดต้นขา
ลดต้นขา 1. ลดต้นขา ลดแป้งและไขมัน

ลดต้นขา ควรรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการให้ครบทั้ง 3 มื้อ แต่เน้นผักและผลไม้สด รับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์และนมแค่พอดี โดยหลีกเลี่ยงอาหารประเภทข้าวหรือแป้งขัดสี อาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง เพื่อป้องกันการสะสมไขมันส่วนเกินในร่างกาย นอกจากนี้ควรดื่มเปล่าอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

2. ออกกำลังกายลดต้นขา อย่างสม่ำเสมอ

ออกกำลังกายลดต้นขา ออกกำลังกายวันละ 15 – 30 นาที หรือสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพื่อเผาผลาญพลังงานและไขมันส่วนเกินในร่างกาย โดยเน้นท่าออกกำลังกายตรงส่วนขาให้มากๆ อย่างเช่น การปั่นจักรยาน กระโดดเชือก เวทเทรนนิ่ง หรือเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเล็กๆ น้อยๆ เช่น ขึ้นบันได้แทนการใช้ลิฟต์ในที่ทำงาน เป็นต้น

3. โยคะลดต้นขา

โยคะลดต้นขา หนึ่งในการออกกำลังกายที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้หญิง เนื่องจากช่วยลดการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายแบบอื่นๆ ได้พอสมควร และยังมีอีกหลายๆ ท่า ที่สามารถช่วยกระชับต้นขาอย่างได้ผล เมื่อปฏิบัติเป็นประจำและสม่ำเสมอ

4. นวดลดต้นขา เพื่อสลายเซลลูไลต์

นวดลดต้นขา ใช้เจลลดต้นขาหรือครีมลดต้นขาหรือครีมกระชับต้นขา นำมานวดบริเวณต้นขาประมาณ 20 – 30 นาทีต่อวัน เพื่อให้สารสกัดและส่วนประกอบต่างๆ ซึมซาบลงสู่ชั้นใต้ผิวหนัง และเข้าไปสลายไขมันและเซลลูไลต์ที่สะสมตามต้นขา จึงทำให้ต้นขากระชับและเล็กลง

5. เครื่องออกกำลังกายลดต้นขา

เครื่องออกกำลังกายลดต้นขา การออกกำลังที่มีอุปกรณ์ช่วยทำให้การลดต้นขานั้นสนุกและง่ายมากขึ้น ซึ่งมีหลากหลายชนิดให้เลือก แต่อุปกรณ์ที่น่าแนะนำมากที่สุดก็คือ “จักรยานไฟฟ้า” หรือ “เครื่องบริหารช่วงขา” เนื่องจากหาซื้อได้ง่ายและราคาไม่สูงมากลดต้นขา

6. กางเกงลดต้นขา

กางเกงลดต้นขา เป็นกางเกงที่ผลิตจากผ้าไนลอน มีลักษณะคล้ายกางเกงเลกกิ้งผสมกับถุงน่อง เมื่อสวมใส่เข้าไปจะช่วยยกเก็บกระชับต้นขาที่หย่อนคล้อยให้ดูเรียวขึ้น จากนั้นจึงค่อยสวมทับด้วยกางเกงขายาวหรือกระโปรงยาว ซึ่งวิธีนี้จะเห็นผลเฉพาะตอนที่สวมใส่กางเกงลดต้นขาเท่านั้น

7. ดูดไขมันลดต้นขา

ดูดไขมันลดต้นขา วิธีนี้ได้ผลลัพธ์ที่ดีมาก แต่ถ้าไม่ควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายก็จะเกิดการสะสมไขมันขึ้นมาใหม่ รวมถึงยังมีค่าใช้จ่ายสูงและค่อนข้างเจ็บตัวพอสมควร โดยใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียง (Ultrasound) เข้าไปทำให้ไขมันแตกตัวหรือสลายกลายเป็นของเหลว จากนั้นจึงใช้เครื่องดูดของเหลวนั้นออกมา

8. ฉีดโบทอกซ์ลดต้นขา

ฉีดโบทอกซ์ลดต้นขา การฉีดโบทอกซ์หรือ Botulinum Toxin เหมาะสำหรับผู้ที่มีต้นขาใหญ่อันเนื่องมาจากกล้ามเนื้อเท่านั้น เมื่อหลังจากฉีดได้ประมาณ 1 – 2 เดือน ก็จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนว่าต้นขาเล็กลงนั่นเอง และควรฉีดซ้ำทุก 4 – 6 เดือนลดต้นขา

9. ทำคาร์บ็อกซี่ลดต้นขา

ทำคาร์บ็อกซี่ลดต้นขา Carboxy Therapy เป็นเทคนิคการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาเร่งสลายไขมัน ขณะเดินก๊าซจะรู้สึกเจ็บยุบยิบๆ วิธีนี้จะเห็นผลเพียงใดขึ้นอยู่กับผู้ที่รับการบริการด้วย และอาจจะต้องทำซ้ำ 3 – 4 ครั้ง

10. ฉีดลดต้นขา

ฉีดลดต้นขา เรียกว่า Lipodissolve เป็นการฉีดกลุ่มตัวยาที่มีสรรพคุณในการสลายไขมันเข้าไปที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ทำให้ผนังไขมันเกิดการแตกตัวกลายเป็นไขมันเหลว จากนั้นร่างกายก็จะดูดซึมกลับไป ซึ่งวิธีนี้จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพราะการฉีดแต่ละครั้งจะสลายไขมันได้แค่เพียงบางส่วน ลดต้นขา.

ลดพุง เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยว่าปัญหาเกี่ยวกับรูปร่างที่กวนใจ

ลดพุง เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยว่าปัญหาเกี่ยวกับรูปร่างที่กวนใจทั้งหญิงและชาย ในอันดับต้น ๆ นั่นคือปัญหาที่เกี่ยวกับ “พุง” เพราะการที่เรามี “พุง” ทำให้เราเสียบุคลิกแล้ว ยังลำบากในเรื่องการเลือกซื้อเสื้อผ้า เพื่ออำพราง ยิ่งไปกว่านั้นความมั่นใจต่อเพศตรงข้าม ไม่ต้องพูดถึงหายไปกว่าครึ่ง ดังนั้น จึงมีการเสาะหาวิธีการต่าง ๆ วิธีลดพุง วิธีลดพุงเร่งด่วน ที่จะช่วยในการลดพุงให้ได้ผล แต่ก็นั่นแหละ แต่ละวิธีการที่มีการแนะนำ ถามว่า ถ้าทำได้จริง ๆ ก็ได้ผลแน่นอน แต่ในสภาพสังคม ลดพุง.

ลดพุง

ลดพุง ปัจจุบันที่ทุกอย่างเร่งรีบ สภาพการจราจรติดขัด ผู้คนส่วนใหญ่จะหาเวลาที่ไหนไปออกกำลังกายลดพุง แค่วิธีการควบคุมอาหารในแต่ละมื้อยังเป็นเรื่องยุ่งยาก เนื่องด้วยฝากท้องไว้กับร้านอาหารข้างทางซะส่วนใหญ่ จึงสามารถสรุปได้ว่า ปัญหาเรื่อง “พุง” เกิดง่ายแต่แก้ยากในภาวะการณ์ปัจจุบันลดพุง

แต่ทุกปัญหาย่อมมีทางออก วันนี้เรามี วิธีการลดพุงผู้ชาย และ วิธีการลดพุงผู้หญิง มาแนะนำ โดยไม่ต้องไปออกกำลังกายหนัก ๆ ไม่ต้องลดอาหาร เพียงแค่ปรับพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้นเอง

1. เปลี่ยนความเชื่อผิด ๆ โดยหลายคนมักบอกว่า “อย่าพยายามเปลี่ยนขนาดของเสื้อผ้า” กล่าวคือ ถ้าอ้วนก็ให้ทนใส่เสื้อผ้าคับ ๆ ต่อไปเพื่อเป็นการเตือนตัวเองว่า “เธออ้วนนะ” ทราบหรือไม่ว่าการกระทำเช่นนั้นทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตมีปัญหา รวมทั้งไขมันในส่วนที่โดยรัดก็ไม่ได้สลายหายไป แต่เปลี่ยนจุดไปกระจายอยู่ในส่วนต่าง ๆของร่างกายแทน

และความเชื่อที่ผิดอีกอย่างคือ “ถ้าอยากลดพุง ต้องอดอาหาร” โดยร่างกายเราต้องมีสารอาหารไปหล่อเลี้ยงอวัยวะอื่นทุก ๆ วัน ดังนั้น การอดอาหารจะส่งผลให้ขาดสารอาหาร ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย หงุดหงิด มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน รวมทั้ง เมื่อเรากินร่างกายก็เริ่มกักเก็บไขมันเช่นเดิม ก็ไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุแต่อย่างใด

2. ไม่นอนดึกและพักผ่อนให้เพียงพอ กล่าวคือพักผ่อนไม่ต่ำกว่าวันละ 6 ชั่วโมง และนอนไม่เกิน 4 ทุ่ม ซึ่งการพักผ่อนในช่วงเวลาดังกล่าวร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยในการเผาผลาญพลังงานออกมา ซึ่งจะช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินได้ลดพุง

3. อย่าเครียด เพราะการเครียดจะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมน ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งไขมันไปสะสมบริเวณหน้าท้อง ดังนั้นถ้าไม่อยากมีพุง อย่าเครียด

4. การออกกำลังกายในระหว่างการใช้ชีวิตประจำวัน โดยมีการขยับร่างกายไปมา เพื่อให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญอย่างต่อเนื่อง เช่น

แขม่วนหน้าท้อง เป็นการออกกำลังกายง่ายๆที่สามารถทำได้อยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังเป็นการช่วยบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องอีกด้วย โดยการหายใจเข้าแล้วแขม่วท้องเอาให้ได้มากที่สุด จากนั้นค่อยๆผ่อนลมหายใจออกจากท้องให้มากที่สุด ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง
การนั่งยกขา โดยการนั่งหลังตรงพิงกับเกาอี้ ค่อยๆยกขาขึ้นให้ปลายเท้าลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย ประมาณ 2-5 นิ้ว ขณะที่ทำการยกขาให้ใช้แรงจากหน้าท้องส่วนล่าง โดยยกขาค้างเอาไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วสลับข้าง ให้ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง
การเดิน ในขณะที่การออกกำลังกายโดยการเดิน หน้าท้องของจะเกร็งโดยอัตโนมัติ ทำให้หน้าท้องกระชับ และยังช่วยลดต้นขาอีกด้วย

5. หากไม่สามารถ วิธีลดพุง ทำตามที่กล่าวมาได้ หรืออยากได้เครื่องมือที่ช่วยในการทุ่นแรงและทุ่นเวลาในการลดน้ำหนักหรือลดพุง ก็ให้มองหาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนักที่ช่วยเรื่องการแก้ปัญหาอย่างตรงจุด เพราะเป็นอีกทางเลือกนึงที่ทำให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายในการลดพุงได้ ลดพุง.

ลดต้นแขน สำหรับวิธีลดต้นแขนนั้นก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายวิธี

ลดต้นแขน สำหรับวิธีลดต้นแขนนั้นก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายวิธี มีทั้งได้ผลบ้างและไม่ได้ผลบ้าง แต่วันนี้เราจะมาแนะนำมีวิธีลดต้นแขนแบบง๊ายง่าาย ที่คุณสามารถทำได้สบาย ๆ มาฝาก โดยจะทำให้แขนของคุณเรียวสวยขึ้นได้ภายใน 7 วัน ลดต้นแขน.

ลดต้นแขน

ลดต้นแขน
ออกกำลังกาย การออกกำลังกายโดยเน้นลดต้นแขนจะต้องโฟกัสไปที่กล้ามเนื้อแขนด้านหน้าและด้านหลังเพื่อให้เกิดความกระชับทุกส่วนเท่า ๆ กัน ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลานานหน่อยแต่เห็นผลแน่นอนลดต้นแขน
เปลี่ยนพฤติกรรม หากต้องการมีรูปร่างที่ดูดีอยู่กับเราไปนาน ๆ คุณควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างน้ำสะอาด นม ผักและผลไม้ และให้ลดหรือหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารจำพวกทอด ๆ ที่มีไขมันสูง แป้ง น้ำตาล ฯลฯ แล้วหันมาออกกำลังแขนเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอ
เลือกสวมใส่เสื้อผ้าสักนิด เสื้อแขนสั้นมักจะรัดต้นแขนทำให้เห็นความใหญ่ของแขนชัดเจน ส่วนเสื้อแขนยาวก็อาจทำให้แขนดูตัน ๆ แต่ถ้าคุณลองเปลี่ยนมาใส่เสื้อแขนสามส่วน ความยาวของแขนเสื้อจะมาสิ้นสุดเอาตรงส่วนที่เล็กที่สุดของท่อนแขนพอดี จะทำให้แขนดูไม่ใหญ่ได้ หรือเลือกใส่เสื้อแขนยาวซีทรู เพื่อให้มองเห็นได้ลาง ๆ ซึ่งจะช่วยทำให้แขนไม่ดูตันหรือจงใจปกปิดมากจนเกินไป หรืออีกวิธีให้เลือกใส่เสื้อที่เปิดให้เห็นเนื้อแค่เพียงช่วงไหล่ จะเป็นแขนสั้นหรือยาวขนาดใดก็ได้ วิธีนี้จะช่วยพรางต้นแขนได้ดีเลยทีเดียว เพราะจุดสนใจจะเปลี่ยนไปอยู่ตรงที่เปิดโชว์แทน (แทนที่จะเป็นต้นแขน) และสิ่งที่ต้องระวังก็คืออย่าเลือกใส่เสื้อที่แขนเสื้อดูรัดแน่นหรือใหญ่เกินไปจนดูรุงรัง เพราะจะยิ่งกลายเป็นการเน้นให้เห็นถึงความใหญ่ของต้นแขนให้ชัดขึ้น ลดต้นแขน
ปลอกกระชับต้นแขน มีให้เลือกอยู่หลายเกรดหลายราคา มีทั้งแบบเนื้อผ้าทอด้วยเส้นใยพิเศษหรือเป็นแบบพลาสติกตั้งแต่ราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักพัน วิธีใช้ก็ง่ายและสะดวกมาก แค่สวมใส่ติดแขนไว้ ก็จะช่วยทำให้ต้นแขนดูฟิตขึ้นได้ทุกเวลา จะสวมใส่ตอนอยู่บ้าน ตอนนอน หรือใส่ไปทำงานก็ได้ลดต้นแขน
ปลอกกระชับต้นแขน
ครีมลดต้นแขน หรือครีมร้อน-เย็นกระชับสัดส่วน ส่วนใหญ่ที่มีขายจะเป็นในรูปแบบของโลชั่น ครีม หรือเจล ที่มีสารสกัดจากสมุนไพร เมื่อทาแล้วจะเกิดความร้อนในอุณหภูมิที่ทนได้ ความร้อนและเย็นเหล่านี้จะไปช่วยสลายไขมันได้หากถูนวดเป็นประจำ ทำให้ผิวบริเวณนั้นดูกระชับและเล็กลง
ฉีดลดต้นแขน หรือ เมโสแฟต (Mesotherapy) เป็นการฉีดยาที่มีสรรพคุณช่วยสลายไขมันต้นแขนส่วนเกินเข้าไปที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังโดยตรง โดยยาที่ใช้จะเป็นกลุ่มยาหลาย ๆ ตัวผสมกันแล้วฉีด เช่น Phosphatidylcholine, L-carnitine, Deoxycholate, Dexpanthenol (B5), Amino acids, Minerals ฯลฯ ซึ่งตัวยาจะเข้าไปทำให้ผนังไขมันเกิดการแตกตัว ไขมันที่จับตัวกันเป็นก้อนจะสลายออกเป็นไขมันเหลว แล้วรอร่างกายดูดซึมกลับไปเอง โดยวิธีนี้อาจจะต้องฉีดต่อเนื่องอยู่เรื่อย ๆ เพราะการฉีดครั้งหนึ่งจะละลายไขมันได้แค่เพียงบางส่วนเท่านั้น จึงทำให้หลายคนทำแล้วไม่ได้ผล (ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่เป็นอย่างในภาพ) ลดต้นแขน.

ครีมหน้าขาว ผิวพรรณเปล่งปลั่งหน้าใสพ่วงด้วยใบหน้าไร้ริ้วรอย

ครีมหน้าขาว ผิวพรรณเปล่งปลั่งหน้าใสพ่วงด้วยใบหน้าไร้ริ้วรอย ดูเด็กกว่าวัยของชาวแดนอาทิตย์อุทัย คงทำให้หลายคนอิจฉาจนอยากรู้เคล็ดลับใช่ไหมคะ นั่นเพราะพวกเขาสอดแทรกการดูแลตัวเองเล็กๆ น้อยๆ ลงในไลฟ์สไตล์ประจำวัน จึงป้องกันไม่ให้ภาวะเสื่อมมาเยือนร่างกายเร็ว ซึ่งนับว่าเป็นวิธีที่เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นสุขภาพ เนื่องจากทำตามง่ายโดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนมาก เพียงปฏิบัติตามกฎทองดังนี้ค่ะ ครีมหน้าขาว.

ครีมหน้าขาว

ครีมหน้าขาว กินพออิ่ม ชาวญี่ปุ่นยึดถือหลักการดูแลสุขภาพของ ไคบาระ เอ็กเค็ง (นักปราชญ์ยุคเอโดะ) มาช้านาน ซึ่งแนะนำให้กินแค่พออิ่มหรือกินอิ่มร้อยละ 80 แล้วเน้นอาหารที่มีไขมันต่ำ ทั้งปลา เต้าหู้ ข้าว ผัก และผลไม้ โดยใช้กรรมวิธีการปรุงไม่มาก เช่น นึ่ง ย่าง ต้ม ผัดเร็วๆ วิธีนี้ช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดี ทำให้ไม่อ้วนจนสุขภาพทรุดโทรมและดูแก่ครีมหน้าขาว

จิบชาเขียว สารฟลาโวนอยด์ โพลีฟีนอล และคาเทชิน (catechin) ในชาเขียว ช่วยต้านฟรีแรดิคัล (free radical) ในร่างกาย ที่เป็นตัวการทำร้ายเซลล์ผิวจนเกิดริ้วรอยบนใบหน้าครีมหน้าขาว

เดินแทนใช้รถ เช่น ไปทำงาน ไปทำธุระตามสถานที่ที่ไม่ไกลมากนัก การเดินเป็นการออกกำลังกายที่สร้างความสดชื่น และกระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะกระตุ้นให้ใบหน้ามีเลือดฝาด

สังสรรค์ผ่อนคลาย หลังเลิกงานหรือช่วงวันหยุด ควรหาเวลาพักผ่อนกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เมื่อหายเครียดจากงานหรือชีวิตที่เร่งรีบ จะช่วยลดการเกิดฟรีแรดิคัลและท็อกซินในร่างกาย

กิน นอน พักผ่อน ออกกำลังกาย และทำงานให้สมดุลแบบชีวจิตเป็นสุดยอดเทคนิคเพิ่มหน้าอ่อนใสได้สุขภาพเช่นเดียวกันค่ะ ครีมหน้าขาว.

ลดริ้วรอย คำว่าริ้วรอยหรือตีนกาเป็นคำที่แสลงใจ

ลดริ้วรอย คำว่าริ้วรอยหรือตีนกาเป็นคำที่แสลงใจ สำหรับสาวๆ ทุกคน ที่พออายุเริ่มขึ้นเลขสาม ริ้วรอยบนใบหน้า ก็ถามหาทันที เนื่องจาก เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น ความยืดหยุ่นของผิวหนังก็ยิ่งลดลง การสร้างคอลลาเจนก็ลดลง ทำให้ผิวไม่นุ่ม ชุ่มชื้น ดึ๋งดั๋งเหมือนตอนสาวๆ ลดริ้วรอย.

ลดริ้วรอย

ลดริ้วรอย ริ้วรอยรอบดวงตา เป็นสัญญาณบ่งบอกของการมีอายุที่มากขึ้น เป็นอันดับต้นๆ ที่จะโผล่มาประดับบนใบหน้าเรา เพราะรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บอบบาง ทำให้เวลายิ้ม เวลาแสดงอารมณ์ กล้ามเนื้อบริเวณนี้จะทำงานหนักกว่าส่วนอื่นๆ จึงเป็นที่มาของ ริ้วรอยรอบดวงตา หรือเรียกภาษาชาวบ้านว่า “ตีนกา” นั่นเอง

วันนี้เรามี วิธีลดริ้วรอยรอบดวงตา ด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ง้อโบทอกซ์ สำหรับสาวอารมณ์ดี ให้คุณยิ้มได้สบายใจ ไม่กลัวริ้วรอยมาฝากกันค่ะ

วิธีลดริ้วรอยรอบดวงตา ด้วยวิธีธรรมชาติ

วิธีลดริ้วรอยรอบดวงตา

พักผ่อนให้เพียงพอ

การลดริ้วรอยรอบดวงตา ด้วยการพาร่างกายให้พักบ้าง การทำงานระหว่างวันที่เต็มไปด้วยความเครียด เวลาพักผ่อน นอนน้อย เป็นปัจจัยที่สำคัญที่ก่อให้เกิด ริ้วรอยรอบดวงตา ได้ เคยสังเกตกันไหมคะว่า วันไหนที่นอนไม่หลับ นอนไม่พอ รอบตาจะดำคล้ำคล้ายหมีแพนด้า แถมริ้วรอยยังตามมาเพียบ ดังนั้น ทางแนวทางการรักษาใบหน้าให้อ่อนเยาว์ ลดการเกิดริ้วรอบรอบดวงตา ที่ง่ายที่สุดและดีต่อสุขภาพนั่นคือ การพักผ่อนนอนหลับต่อวันให้เพียงพอ แค่นั้นเองค่ะ

ไม่สัมผัสกับแสงแดดมากเกินไป

แสงแดดยามเช้า อาจจะส่งผลดีต่อผิวหนังและร่างกายก็จริง แต่การสัมผัสแสงแดดร้อนๆ เป็นเวลานานๆ ก็ส่งผลเสียต่อผิวหนังได้อย่างใหญ่หลวงเช่นกัน เนื่องจากในแสงแดดมีรังสียูวีเอ (UVA) และยูวีบี (UVB) ที่เป็นอันตรายต่อชั้นผิวหนัง และสามารถทำลายผิวหน้าของเราได้ ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานาน หรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็อย่าลืมทาครีมกันแดด ที่มีค่า SPF สูงๆ และค่า PA+++ ด้วยนะคะ แค่นี้ก็สามารถป้องกันและลดริ้วรอยรอบดวงตา และจุดด่างดำบนใหบหน้าได้แล้วค่ะ

ดื่มน้ำลดน้ำหนัก

กินอาหารที่มีประโยชน์

ควรรับประทานอาหารดีๆ มีประโยชน์ต่อร่างกาย และผิวพรรณ อาหารหลายอย่างสามารถเพิ่มการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวได้ จึงสามารถช่วย ลดริ้วรอยรอบดวงตา ได้ เช่น อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ จะกระตุ้นการทำงานของเซลล์ ต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน โดยเฉพาะวิตามินซี นอกจากนั้นสารสีต่างๆ ในพืชผักและผลไม้ก็มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านการเสื่อมสลายของเซลล์ ลดริ้วรอยรอบดวงตา ได้ด้วยเช่นกัน

ลดริ้วรอยรอบดวงตา ด้วยผลไม้ในครัว

หลายๆ คนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับ วิธีการมาส์กหน้าด้วยผลไม้ในครัวเรือน เช่น แตงกวา มะเขือเทศ กล้วย แครอท เป็นต้น วิธีทำส่วนมากก็แค่นำผลไม้เหล่านี้ มาบดแล้วนำไปแปะรอบดวงตา ก็ถือเป็นวิธี ลดริ้วรอยรอบดวงตา ด้วยวิธีธรรมชาติและปลอดภัยที่สุดค่ะ

ริ้วรอยรอบดวงตา ถึงแม้ว่าเราจะอายุมากขึ้น แต่ใครๆ ก็ไม่อยากเจอ ไม่อยากมีเป็นของตัวเองใช่ไหมคะ ถ้าเกิดขึ้นมาแล้วการรักษาให้หายนั้นแสนยากลำบาก ดังนั้น การป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียง กินอาหารที่มีประโยชน์ ไม่เครียด แค่นี้ก็เป็นวิธีรักษาใบหน้าให้อ่อนเยาว์ ไร้ริ้วรอยรอบดวงตา มากวนใจแล้วค่ะ ลดริ้วรอย.

กระ ฝ้า สำหรับสาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาผิวหนังเป็นฝ้า

กระ ฝ้า สำหรับสาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาผิวหนังเป็นฝ้า เป็นรอยด่าง ๆ ดำ ๆ ราวกับว่ามีตำหนิประทับอยู่บนใบหน้า วันนี้กระปุกดอทคอมขอพาไปดูวิธีรักษาฝ้าแบบไม่ต้องหาครีมและลงคอร์สแพง ๆ ให้ยุ่งยาก เพียงใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติไม่กี่ชนิด แค่นี้ก็ช่วยขจัดปัญหาฝ้ากวนใจ เตรียมเผยผิวหน้าขาวกระจ่างใสได้เลย กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า มะขามเปียก นำเนื้อมะขามเปียกมาพอกหรือทาไปยังบริเวณผิวที่เป็นรอยฝ้า โดยทาบาง ๆ ให้ทั่วรอยฝ้า ทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างออก จะสามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้รอยฝ้าดูจางลงและลดรอยด่างดำได้ ทั้งนี้ หากไม่มีมะขามเปียกอาจใช้เป็นน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวแทนก็ได้ค่ะ

หัวไชเท้า เพียงนำหัวไชเท้ามาล้างให้สะอาด แล้วปอกเปลือกออกให้หมด จากนั้นจึงนำไปหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วปั่นพอละเอียด (อาจบีบน้ำมะนาวผสมลงไปนิดหน่อย) นำมาพอกไว้ให้ทั่วหน้าหรือบริเวณที่เป็นฝ้าประมาณ 15 นาที รับรองว่าทำเป็นประจำฝ้าหายเกลี้ยง ! ว้าว ๆ ..เพิ่งจะรู้ว่าหัวไชเท้านอกจากอร่อยแล้ว ยังช่วยให้หน้าสวยได้ด้วยนะเนี่ย กระ ฝ้า

ว่านหางจระเข้ เพราะในว่านหางจระเข้มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยลบเลือนริ้วรอย จุดด่างดำได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีกรดอ่อน ๆ ช่วยลดความมันบนใบหน้า สำหรับวิธีการรักษาฝ้าด้วยว่านหางจระเข้ก็ทำได้ง่าย ๆ เพียงนำเนื้อวุ้นในว่านหางจระเข้มาทาบริเวณใบหน้าวันละ 2 ครั้ง ทำต่อเนื่องกัน 1-2 เดือน จะสังเกตได้ว่ารอยฝ้า รอยดำต่าง ๆ จะดูจางอย่างเห็นได้ชัดกระ ฝ้า

ใบบัวบก จากการวิจัยพบว่าใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณรักษาอาการของโรคผิวหนัง โดยเฉพาะกระ ฝ้าและสิว ไม่ว่าจะคั้นน้ำดื่มเย็น ๆ เป็นประจำหรือนำมาปั่นแล้วนำน้ำใบบัวบกมาเช็ดแทนโทนเนอร์ก่อนนอนทุกวัน เท่านี้บรรดารอยฝ้าต่าง ๆ เตรียมย้ายบ้านหนี เหลือไว้แต่หน้าขาวเนียนสดใสกระ ฝ้า

น้ำแอปเปิลไซเดอร์ ใครจะรู้ว่าน้ำส้มสายชูจากผลแอปเปิลจะมีประโยชน์ในด้านการดูแลผิวได้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เพราะในน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรด จึงช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใส เนียนนุ่มขึ้นได้ ด้วยการน้ำแอปเปิลไซเดอร์มาผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย แล้วใช้สำลีเช็ดให้ทั่วใบหน้า รอจนแห้งแล้วล้างออก

ไข่ขาว เพียงแยกไข่ขาวดิบออกจากไข่แดง แล้วนำไข่ขาวบริเวณรอบ ๆ ไข่แดงมาทาบางให้ทั่วบริเวณที่เป็นฝ้า (อาจทาทั่วหน้าเพื่อช่วยลอกสิวเสี้ยนไปในตัว) ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ทำเป็นประจำทุกวัน ไข่ขาวจะช่วยดูดซับรอยฝ้าและสิ่งสกปรกให้หมดไปจากใบหน้า
เมื่อได้วิธีรักษาฝ้าด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติกันไปแล้ว สิ่งที่สาว ๆ ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือ การดูแลและปกป้องผิว ด้วยการทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันและควรรับประทานผัก-ผลไม้เยอะๆ เพื่อช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนสวยอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ฝ้ากลับมาเยือนผิวหน้าแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระ ฝ้า.

ครีมรักษาสิว สำหรับในบทความนี้จะมาขอแนะนำวิธีการรักษาสิว

ครีมรักษาสิว สำหรับในบทความนี้จะมาขอแนะนำวิธีการรักษาสิว ด้วยวิธีการรักษาสิวอย่างธรรมชาติแบบง่ายๆ ที่คุณสาวๆ สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ครีมรักษาสิว.

ครีมรักษาสิว

ครีมรักษาสิว การรักษาสิวโดยวิธีธรรมชาติ

ก่อนที่จะเริ่มต้นการรักษาสิว ให้พึงระลึกเอาไว้อยู่เสมอว่า วิธีการรักษาสิวที่ดีที่สุด คือ การป้องกัน ไม่ให้สิวใหม่เกิดขึ้นมาอีกนั่นเอง เพราะหากมัวแต่จะรอรักษาสิวใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นเพียงแค่การรักษาที่ปลายเหตุเท่านั้น ปัญหาเรื่องสิวจะยังคงเกิดขึ้นมาใหม่อีกเรื่อยๆ อย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น ดังนั้นการป้องกันไม่ให้สิวเกิดขึ้นตั้งแต่แรก จึงเป็นวิธีที่ได้ผลดีมากที่สุด โดยมีวิธีการปฏิบัติตัว ดังต่อไปนี้ครีมรักษาสิว

หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับฝุ่นละออง ควันรถ หรือควันมากๆ เพราะจะมีแบคทีเรียและคราบสกปรกมาอุดตันที่รูขุมขน ทำให้เกิดสิวอักเสบขึ้น

อย่าเอามือไปยุ่งกับใบหน้าเกินความจำเป็น เช่น การล้วง แคะ แกะ เกา ควรสัมผัสกับใบหน้าเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพราะมือของเรามักเต็มไปด้วยคราบสกปรก และเชื้อแบคทีเรีย

หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่อาจก่อให้เกิดสิว โดยเลือกใช้เครื่องสำอางแบบที่ไม่อุดตันรูขุมขน (Noncomedogenic) หรือแบบที่ไม่มีไขมัน (Oil-Free) ซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงการทำให้เกิดสิวได้

อย่าล้างหน้าบ่อย ควรล้างด้วยน้ำเปล่า เพียงวันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้า และตอนเย็นเท่านั้น ในช่วงกลางวันหากใบหน้ามีความมันมาก ควรใช้กระดาษซับมันแทนการล้างหน้า

สระผมทุกวัน โดยเฉพาะคนที่ผมยาวปิดหน้าผาก หรือแก้มทั้งสองข้าง เพราะผมของเราก็เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค และสิ่งสกปรกเช่นกัน
ไม่ควรนอนดึกเกิน 4 ทุ่ม เพราะยิ่งนอนดึกมากเท่าไหร่ สิวก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้นครีมรักษาสิว

ทำความสะอาดผิวหน้าทุกครั้งก่อนนอน โดยควรใช้คลีนเซอร์อย่างอ่อนในการทำความสะอาด และต้องล้างคลีนเซอร์ออกให้หมด อย่าให้มีคราบตกค้าง

ฝึกควบคุมการขับถ่าย คนที่เป็นท้องผูกบ่อยๆ หรือที่คนที่กลั้นอุจาระบ่อยๆ มักที่จะมีโอกาสเป็นสิวบ่อยกว่าคนที่ขับถ่ายอย่างปกติเป็นประจำทุกวัน การขับถ่ายควรทำในช่วงเวลา 05.00 – 07.00 น. เพราะเป็นช่วงเวลาที่ลำไส้ใหญ่เกิดการบีบตัวเพื่อรีดเอาของเสียออกจากร่างกาย สำหรับคนที่ท้องผูกแนะนำให้ทานผักผลไม้มากๆ ดื่มน้ำตั้งแต่ตอนที่ตื่นนอนมากๆ ดื่มนม หรือดื่มน้ำมะนาว จะเป็นการช่วยในการขับถ่ายให้ดีมากยิ่งขึ้นครีมรักษาสิว

ควบคุมเรื่องอาหารการกิน อาหารต้องห้ามสำหรับคนที่เป็นสิว ได้แก่ อาหารรสจัด ของหวาน ของมัน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเล ซึ่งควรทานในปริมาณที่พอเหมาะ อย่ารับประทานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน เพราะอาหารเหล่านี้จะไปกระตุ้นให้เกิดสิวขึ้น

ดื่มน้ำสะอาดมากๆ การดื่มน้ำสะอาดในจำนวนที่เพียงพอต่อความร่างกายในแต่ละวัน จะเป็นการช่วยรักษาสมดุลในร่างกาย และช่วยล้างสารพิษออกจากร่างกายอีกด้วย

มองโลกในแง่ดีอย่าเครียด ความเครียดเป็นศัตรูตัวฉกาจต่อความงาม และยังผลต่อจำนวนสิวที่เกิดขึ้นบนใบหน้าอีกด้วย เพราะความเครียดจะทำให้คุณสาวๆเสี่ยงต่อการเกิดสภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญหนึ่งที่ทำให้เกิดสิว

ออกกำลังกายบ้าง เมื่อออกำลังกาย เหงื่อจะช่วยผลักดันสิ่งสกปรกออกมาจากรูขุมขน ซึ่งเป็นการทำความสะอาดรูขุมขนไปในตัว นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นอีกด้วย และเมื่อออกกำลังกายเสร็จแล้วอย่าลืมรักษาความสะอาดของใบหน้าด้วย

รักษาความสะอาดของเครื่องนอน ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม เป็นสิ่งที่ต้องสัมผัสกับร่างกายและผิวหน้าของเราอยู่เป็นประจำทุกวัน ดังนั้นจึงควรที่จะทำความสะอาดบ่อยๆ เพื่อไม่ให้มีฝุ่นหรือคราบสกปรกเข้าไปสะสมอยู่ ครีมรักษาสิว.