วิตามินผิวขาว รู้จักวิตามินที่ช่วยบำรุงผิวกันแล้ว

วิตามินผิวขาว รู้จักวิตามินที่ช่วยบำรุงผิวกันแล้ว เวลาเลือกครีมทาผิวหรืออาหารเสริม ก็อย่าลืมดูว่ามีส่วนผสมของวิตามินเหล่านี้ เพื่อการดูแลผิวพรรณที่เห็นผลได้มากกว่า สุดท้ายอย่าลืมทานผักผลไม้ที่มีประโยชน์ร่วมด้วยนะคะ วิตามินผิวขาว.

วิตามินผิวขาว
วิตามินผิวขาว เกิดเป็นมนุษย์ คงไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงภาวะชราได้ แต่คำถามยอดฮิตที่คนไข้มักถามแพทย์ในห้องตรวจ ก็เช่นว่า ทำอย่างไรให้วิตามินผิวขาว
แก่น้อยกว่าเพื่อนในรุ่นเดียวกัน แต่ถ้าต้องฉีดโบท๊อกซ์ (Botox) หรือผ่าตัดก็ขอให้อายุมากกว่านี้, อยากได้วิธีธรรมชาติ หรือแม้แต่
ทานอะไรจึงจะช่วยกระชากวัยได้ ฯลฯวิตามินผิวขาว

โดยปกติ ขบวนการชราของผิวหนังแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ

ความชราที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ (Intrinsic aging) ซึ่งในส่วนนี้ วิทยาการปัจจุบันยังไม่สามารถป้องกันภาวะนี้ได้
ความชราที่ร่างกายเสื่อมโดยการทำลายของอนุมูลอิสระ หรือสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น แสงแดด มลพิษ หรือยา (Extrinsic aging) ซึ่งการแพทย์ปัจจุบันแนะนำให้ใช้วิตามินที่สามารถต่อต้านอนุมูลอิสระ
วิตามินบำรุงผิว วิตามินผิวขาว.

รอยแตกลาย ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเกิดรอยแตกลายหญิงตั้งครรภ์ร้อยละ 80-90

รอยแตกลาย ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเกิดรอยแตกลายหญิงตั้งครรภ์ร้อยละ 80-90 พบกับปัญหารอยแตกลาย เนื่องจากระหว่างตั้งครรภ์เป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงของไขมันที่มีการสะสมมากขึ้น และยังมมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ ทำให้หญิงที่ตั้งครรภ์มีรอยแตกสีแดง บริเวณท้อง สะโพก หลัง และเต้านม จากการศึกษาวิจัย พบว่าหญิงตั้งครรภ์มักจะมีรอยแตกช่วงปลายของการตั้งครรภ์ (เดือนที่ 6-7) ร้อยละ 75-90 เลยทีเดียว และมีการศึกษาหนึ่งของนักวิจัยชาวเยอรมัน ได้นำครีมที่มีส่วนผสมของสาร (Trofolastin) containing Gotu Kola extract and vitamin E มานวดบริเวณท้องของคนตั้งครรภ์ พบว่ามีแค่เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น ที่ไม่เป็นรอยแตกลาย และพบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นวัยรุ่นจะมีโอกาสเกิดรอยแตกลาย ขณะท้องได้มากกว่า และรุนแรงกว่า รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย
รอยแตกลาย ส่วนรอยแตกลายพบในกลุ่มคนอื่นๆ เช่น คนที่เล่นฟิตเนตแล้วมีรอยแตกนั้น มักจะพบสัมพันธ์กับการยืดตัวของกล้ามเนื้อที่รวดเร็วเกินไป และจะพบบ่อยในกลุ่มคนที่ใช้ยา steriod ทั้งประเภทฉีดและกิน เนื่องจากยากลุ่มนี้จะทำให้ผิวหนังแตกได้ และทำให้มีการสะสมของไขมันและกล้ามเนื้อเพิ่มได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้มีโอกาสเกิดรอยแตกได้มากกว่า และคนอีกประเภทที่พบว่าเป็นรอยแตกลายได้บ่อยคือ วัยรุ่น ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งหญิงชาย มักพบบริเวณหลัง สะโพก เพราะวัยนี้เป็นช่วงเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ ทำให้เป็นรอยแตกได้ง่ายรอยแตกลาย
ในช่วงแรกของการเกิดรอยแตกลายจะเป็นรอยสีชมพู แดง และสีม่วง ตามลำดับ ช่วงนี้เรียกว่า รอยแตกลายใหม่ หากอยากหายต้องได้รับการรักษาตั้งแต่ช่วงนี้ เพราะหายได้เร็วที่สุด ถ้าปล่อยไว้จนรอยแตกนั้นจะค่อยๆกลายเป็นสีขาวซีด เห็นเป็นร่องเป็นรอยแตกระแหง เรียกว่า รอยแตกลายเก่า (Scar like) แบบนี้จะรักษาได้ยากกว่า

วิธีลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติรอยแตกลาย
1.ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ โดยอาหารที่ควรบริโภคนั้นควรมีสารอาหารที่มี วิตามิน A C D และ สังกะสี เนื่องจากเป็นสารสำคัญในการซ่อมแซมแผลที่มักจะเกิดขึ้น รวมถึงช่วยลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติได้ โดยเรามักจะเห็นในตำแหน่งที่มีไขมันสะสมมาก เช่น หน้าอก สะโพก หลัง ต้นขา และอีกหนึ่งแหล่งอาหารที่สำคัญคือ “น้ำเปล่า” หากดื่มน้ำอย่างน้อย วันละ 6-8 แก้วขึ้นไป จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง เพราะพบว่าคนที่ดื่มน้ำน้อย มีโอกาสเกิดรอยแตกได้มากกว่า สำหรับอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ชา กาแฟ และน้ำอัดลม
2.ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ผิวหนังยืดหยุ่น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นและกระชับชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นที่ 2 ที่ประกอบไปด้วยคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวหนังที่กำลังเป็นหรือเสี่ยงต่อรอยแตกลาย แลดูจางลงได้ ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็วจนเกินไป
3.ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โดยเฉพาะที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์ จะช่วยให้ผิวชุ่มน้ำ มีความยืดหยุ่นได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้วิตามินซี และเรตินอยด์ มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในช่วงต้น ทำให้รอยแตกลายดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เรตินอยด์จะไม่มีประสิทธิภาพถ้ารอยแตกลายเป็นสีขาว ที่สำคัญคือคุณแม่ที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ต้องหลีกเลี่ยงการใช้เรตินอยด์ เพราะเกิดผลกระทบต่อลูกในท้อง เช่น อาจทำให้ทารกเกิดความพิการได้ รอยแตกลาย.

กระชับรูขุมขน ปัญหารูขุมขนกว้าง ถือเป็นปัญหาใหญ่ของสาว ๆ หลายคน

กระชับรูขุมขน ปัญหารูขุมขนกว้าง ถือเป็นปัญหาใหญ่ของสาว ๆ หลายคน ที่ทำให้ต้องกลุ้มใจไปตาม ๆ กัน เพราะเวลาแต่งหน้าออกมาทีไรก็จะดูไม่เนียนใส แถมยังเป็นตัวการทำให้เกิดสิวอักเสบขึ้นได้ง่าย นี่แหละจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนต้องมองหาวิธีกำจัดรูขุมขนกว้างให้กระชับและเล็กลง ทั้งนี้กระปุกดอทคอมเองก็เข้าใจถึงหัวอกของคุณสาว ๆ ดีค่ะ จึงได้นำวิธีจัดการปัญหารูขุมขนกว้างมาให้สาว ๆ ได้ลองเอาไปใช้กันดู ถ้าอยากรู้ว่าจะมีวิธีไหนบ้าง ตามมาดูกันเลย กระชับรูขุมขน.

กระชับรูขุมขน

กระชับรูขุมขน ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นและน้ำเย็น

โดยในตอนเช้าและตอนเย็น ให้ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นก่อนเพื่อเป็นการเปิดรูขุมขนให้กว้าง จากนั้นทำความสะอาดตามปกติ แล้วปิดท้ายด้วยการล้างน้ำเย็นเพื่อกระชับรูขุมขน วิธีนี้จะช่วยทำให้ทำความสะอาดใบหน้าได้อย่างล้ำลึก และทำบ่อย ๆ รูขุมขนก็จะค่อย ๆ กระชับขึ้นอีกด้วยกระชับรูขุมขน

ประคบน้ำแข็ง

หลังจากล้างหน้าเสร็จ ให้ใช้น้ำแข็งก้อนประคบบนใบหน้าและบริเวณรูขุมขนประมาณ 2-3 นาที จะช่วยทำให้รูขุมขนตึงกระชับมากขึ้น และถ้าหากทำบ่อย ๆ รูขุมขนจะเล็กลงจนสังเกตเห็นได้ชัด

ใช้โทนเนอร์เช็ดทำความสะอาดใบหน้า

หลังล้างหน้าทุกครั้งให้ใช้โทนเนอร์เช็ดทำความสะอาด เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่บนใบหน้าให้สะอาดหมดจด เพราะถ้าหากใบหน้าสะอาด รูขุมขนก็จะไม่มีสิ่งอุดตัน ซึ่งจะส่งผลให้รูขุมขนค่อย ๆ เล็กลง และหน้าก็จะดูใสขึ้นด้วยกระชับรูขุมขน

มาสก์หน้าด้วยแตงกวากับน้ำผึ้ง

นำแตงกวามาปอกเปลือกสับให้ละเอียด ใส่น้ำผึ้งลงไปเล็กน้อย ผสมให้เข้ากัน จากนั้นให้นำมามาสก์หน้าทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก ทำบ่อย ๆ จะช่วยกระชับรูขุมขน ลดความมันบนใบหน้า และทำให้หน้ากระจ่างขาวใสขึ้นได้ กระชับรูขุมขน.

ลดหน้าท้อง พุงพะโล้เป็นสิ่งที่สาวๆ หลายคนไม่อยากมีแน่นอน

ลดหน้าท้อง พุงพะโล้เป็นสิ่งที่สาวๆ หลายคนไม่อยากมีแน่นอน เพราะทำให้เราใส่เสื้อผ้าชุดไหนก็ไม่สวย โดยเฉพาะชุดที่รัดรูปทำให้ไม่สามารถโชว์หน้าท้องแบนราบหรืออวดสัดส่วนได้รูปอย่างใจได้ ลดหน้าท้อง.

ลดหน้าท้อง

ลดหน้าท้อง

1.กินผลไม้รสเปรี้ยว
เนื่องจากผลไม้รสเปรี้ยวมีวิตามินซีสูงเป็นผลดีต่อการช่วยย่อยและการดูดซึมสารอาหาร กระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ ได้ สำหรับผลไม้รสเปรี้ยวที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญไขมันได้อย่างดีเยี่ยมที่สุดก็คือ ส้ม มะนาวผิวเหลือง (Lemon) มะนาว (Lime) ส้มจีน (Tangerine) และกีวี พร้อมกันนี้ เมื่อสาวๆ เริ่มลดน้ำหนักก็สามารถหันมากินผลไม้รสเปรี้ยวไปพร้อมกับผลไม้ชนิดอื่นที่มีคุณสมบัติช่วยลดน้ำหนักได้ดีเช่นกัน ซึ่งได้แก่ สับปะรด แตงโม องุ่น ส้มและแอปเปิ้ล เป็นต้น

2.ผักหลากชนิด
ผักต่างๆ ล้วนมีเกลือแร่และให้แคลอรีต่ำ แต่อุดมด้วยใยอาหารสูง เช่น บล็อกโคลี คะน้า ผักบุ้ง กะหล่ำปลี ผักโขม ถั่วและมะเขือเทศ เป็นต้น ผักเหล่านี้นอกจากวิตามิน แร่ธาตุสูงแล้ว ยังไร้ไขมันอีกด้วย แต่หากนำมาประกอบอาหารไม่ควรใช้น้ำมันที่ทำให้อ้วน อาจจะใช้น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันดอกทานตะวันในการผัดปรุงอาหารเพียงเล็กน้อยก็พอค่ะ เพราะน้ำมันเหล่านี้เป็นไขมันประเภทไม่อิ่มตัว กินแล้วไม่ทำให้อ้วนง่ายนั่นเอง และที่สำคัญการกินอาหารที่มีไขมันดีบ้างจะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

หน้าท้องแบนราบกับ 8 สุดยอดอาหารสลายพุงลดหน้าท้อง

3.ข้าวโอ๊ต
เป็นอาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรตบางชนิดที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับ ให้พลังงานแต่ไม่ทำให้อ้วน เพราะมีไฟเบอร์สูง กินแล้วจึงช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องนานและแก้ปัญหาท้องผูกได้ด้วย

4.ปลา
ปลาทะเลต่างๆ เช่น ทูน่า แซลมอนและแมคคาเรล เป็นต้น ล้วนเปี่ยมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่มีประโยชน์ มีโปรตีนและแคลอรีต่ำ ทานเป็นประจำดีต่อสมองและหัวใจ แถมยังช่วยเผาผลาญไขมันหน้าท้องได้ด้วยนะคะ

หน้าท้องแบนราบกับ 8 สุดยอดอาหารสลายพุง

5.ถั่ว
เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าถั่วเป็นเมล็ดพืชจากธรรมชาติที่มีสารอาหารดีๆ ต่อร่างกายหลายด้าน มีไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ ทำให้เราอิ่มท้องนานและควบคุมอาการหิวโหยได้ดี ไม่ว่าจะเป็นวอลนัทหรือเมล็ดอัลมอนด์ กินเพียงวันละ 1 กำมือยามท้องว่าง รับรองแก้อาการหิวจุบจิบได้ดีสุดๆลดหน้าท้อง

6.ถั่ว Pulses และถั่วดาล (Dals)
เป็นถั่วที่มีกรดอะมิโนที่ดีต่อสุขภาพ ที่สำคัญไขมันต่ำไม่ทำลายสุขภาพอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีถั่วงอกที่เหมาะสมกับการนำมาทำอาหารทานเพื่อสุขภาพเป็นประจำ

หน้าท้องแบนราบกับ 8 สุดยอดอาหารสลายพุง

7.ไข่
อาหารที่หากินง่าย ได้ประโยชน์จากโปรตีนสูง แถมยังมีแคลอรีต่ำแต่ให้พลังงานที่ดีต่อร่างกาย และยังช่วยกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญพลังงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นด้วย

8.น้ำเปล่า
หากอยากให้หน้าท้องแบนราบ ป้องกันไขมันเข้ามาสะสมภายในร่างกาย แนะนำให้สาวๆ หมั่นจิบน้ำบ่อยๆ ค่ะ เพราะมันจะช่วยควบคุมความหิว ทำให้เรากินมื้อหลักเพียงน้อยนิดก็อิ่มได้ง่ายแล้ว

อยากมีหน้าท้องแบนราบ อย่าลืมหันมากินสุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพ 8 อย่างดังที่แก้วใสแนะนำกันนะคะ แล้วคุณจะมีทั้งสุขภาพดีและมีหน้าท้องสวยเซ็กซี่ในแบบที่ต้องการแน่นอนลดหน้าท้อง.

สิวอักเสบ ถ้าพูดถึงศัตรูอันดับ 1 ที่ทำร้ายใบหน้าของเรา

สิวอักเสบ ถ้าพูดถึงศัตรูอันดับ 1 ที่ทำร้ายใบหน้าของเรา ทำให้เราดูขี้เหร่ไปได้ในทันที นั่นก็คือ “สิว” นั่นเอง เพราะนอกจากจะเป็นจุดเด่นบนใบหน้าแล้ว เมื่อสิวจากไปก็อาจจะทิ้งรอยดำ รอยแดง ฝากเอาไว้ให้เราดูเป็นของต่างหน้าอีกต่างหาก และที่แย่ไปกว่านั้น  สิวอักเสบ.

สิวอักเสบ

สิวอักเสบ หากว่าเราเป็นคนผิวมัน ผิวเป็นสิวง่าย และเป็นสิวอักเสบ ก็จะทำให้เรามีสิวเต็มหน้าและอาจจะมีร่องรอยหรือว่า หลุมสิวทิ้งเอาไว้บนหน้า ครั้นจะมาฟื้นฟูผิวนั้นก็ยากลำบาก อย่าว่าแต่ผู้ใหญ่ที่อายุมากแล้วเลย เด็กวัยรุ่นที่ผิวยังฟื้นฟูง่าย ก็ยังต้องรักษาร่องรอยของสิวอีกนานเลยทีเดียว

เมื่อสิวแวะเข้ามาทักทายเรา แน่ละว่า เราก็คงจะกังวลและอยากจะให้มันออกไปจากหน้าเราเสียตอนนั้น และที่สำคัญ สิวนั้นสร้างความกังวลใจให้กับเราอยางไม่น่าเชื่อทีเดียว

อย่างไรก็ดี ก่อนที่จะรักษาสิวนั้น เราควรรู้ข้อปฏิบัติเมื่อมีสิว ว่าควรหรือไม่ควรทำอะไร เพื่อที่สิวจะได้หายไป โดยที่ผิวเราบอบช้ำน้อยที่สุด

วิธีปฏิบัติตัว เมื่อเป็นสิวมีดังนี้สิวอักเสบ

ห้ามบีบหรือแกะสิวเป็นอันขาด เพราะการแกะหรือบีบสิวจะทำให้เกิดรอยแผลเป็น หรือหลุมสิวได้
ล้างหน้าให้สะอาด ในแต่ละวันเราจะต้องเจอ โดยเฉพาะวันที่มีเหงื่อมากๆ
ไม่เอามือไปจับหรือสัมผัสที่หัวสิว เพราะจะยิ่งทำให้สิวยิ่งอักเสบ
ไม่ขัดผิวหรือถูแรงๆ บริเวรณที่เป็นสิว เพราะจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองและติดเชื้อได้
ไม่ใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ใส่ผมต่างๆ ที่มีส่วนประกอบของน้ำมัน เพราะจะเพิ่มความอักเสบให้เพิ่มขึ้นไปอีก
หากว่า เราสามารถปฏิบัติและดูแลได้อย่างที่กล่าวไปแล้ว ก็จะช่วยทำให้รักษาสิวได้ง่ายขึ้น และเวลาที่สิวหายก็มีโอกาสสูงที่จะไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ เอาไว้ให้เราดูต่างหน้า ไม่ว่าจะเป็น รอยแผลเป็น หรือว่าจุดด่างดำก็ตาม

ป้องกันสิวอย่างไรดี
แน่หละว่า คงไม่มีใครปลาบปลื้มเวลาที่มีสิวอยู่บนหน้าเพราะ มันทำให้เรารู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมาเสียเฉยๆ แต่เราก็สามารถดูแลรักษาตัวของเราเองให้ปราศจากสิว โดยสามารถทำได้ง่าย ดังต่อไปนี้
ควบคุมความมันบนใบหน้า หากว่า บนหน้าของเรามีน้ำมันส่วนเกินมาก โอกาสที่ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกจะมาติดก็มากตาม และก็จะทำให้รูขุมขนอุดตันเกิดเป็นสิวได้
รักษาความสะอาดของผิวหน้า โดยล้างหน้าให้สะอาด เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกมาอุดตัน
ไม่ไว้ผมละหน้าผาก หรือหน้าม้า และควรดูแลทำความสะอาดผมให้สะอาด เพราะความสกปรกจากเส้นผมก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นสิว
สำหรับคนที่มีผิวมันอยู่แล้ว ไม่ควรจะใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหรือมอยส์เจอไรเซอร์ เพราะว่าจะทำให้มีโอกาสเป็นสิวมากขึ้น
นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ก็จะเป็นการรักษาความสะอาดของใบหน้าทั่วไป รวมไปถึงการรับประทานอาหารไม่ให้เลอะติดปาก เพราะเศษอาหารก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรามีสิวบริเวณรอบปากนั่นเอง สิวอักเสบ.

วิตามินซี (Vitamin C) หรือ L-ascorbic acid คืออะไร

วิตามินซี (Vitamin C) หรือ L-ascorbic acid คืออะไร วิตามินซี (อังกฤษ: vitamin C) หรือ กรดแอล-แอสคอร์บิก (อังกฤษ: L-ascorbic acid) หรือ แอล-แอสคอร์เบต (อังกฤษ: L-ascorbate) เป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ ร่างกายไม่สามารถที่จะสร้างขึ้นเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับ จากการรับประทานเข้าไป วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยเพิ่มภูมิชีวิตได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถป้องกัน และ รักษาการอักเสบ อันเนื่องมาจากแบคทีเรียและไวรัสได้ วิตามินซี.

วิตามินซี

วิตามินซี ในอาหารมี 2 รูปแบบซึ่งร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทั้ง 2 ชนิดคือ Ascorbic acid และ Dehydroascorbic acid ซึ่ง Ascorbic acid มีผลึกสีขาวมีรสเปรี้ยว วิตามินซี เป็นวิตามินชนิดที่ละลายน้ำได้ (WATER SOLUBLE) เมื่อละลายน้ำมีฤทธิ์เป็นกรด และเป็นวิตามินที่สลายตัวเร็วที่สุดในจำพวกวิตามินด้วยกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งไวต่อออกซิเจนมาก (ปฏิกิริยา oxidation) เมื่อตั้งทิ้งไว้ในบรรยากาศที่มีทองแดง และในสิ่งแวดล้อมที่มีสภาพเป็นด่าง และAscorbic oxidase enzyme ที่มีอยู่ในผลไม้ คุณสมบัติอย่างหนึ่งของวิตามินซีที่ทราบกันดีก็คือช่วยป้องกันและรักษาโรคลักปิดลักเปิด (scurvy)ได้วิตามินซี

ประโยชน์วิตามินซี
เป็นตัวสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นเส้นใย ทำหน้าที่เชื่อมเนื้อเยื่อต่างๆ ไว้ด้วยกัน ทั้งยังเป็นตัวสร้างกระดูก ฟัน เหงือก และเส้นเลือด
ช่วยให้แผลสดและแผลไฟไหม้หายเร็วขึ้น
ช่วยให้การดูดซึมธาตุเหล็กดีขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างเม็ดเลือดทางอ้อม
ช่วยป้องกัน การเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (Mutation)
ช่วยป้องกัน ไม่ให้เกิดโรคนอนหลับตาย ในกรณีเด็กอ่อน (SIDS: Sudden Infant Death Syndrome)
ช่วยแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน
ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด
ช่วยคลายเครียด
การฉีดด้วยวิตามินซีปริมาณสูง อาจช่วยหยุดยั้งโรคมะเร็งได้ โดยวิตามิน อาจเข้าทำปฏิกิริยาทางเคมีในเซลล์ มะเร็ง ให้กลายเป็นกรดขึ้น ทำให้เนื้อร้ายชะงักและน้ำหนักลดไปได้
แหล่งวิตามินซี

แหล่งวิตามินซีมีมากในผัก ตระกูลกะหล่ำ การเก็บเกี่ยวผักผลไม้ตั้งแต่ยังไม่แก่จัด ไม่สุกดี หรือนำไปผ่านการแปรรูป ไม่ว่าจะเป็นการตากแห้ง หมักดอง จะทำลายวิตามินซีที่อยู่ในอาหารไปในปริมาณมาก

ความร้อนทำลายวิตามินซีได้ง่าย จึงไม่ควรต้มหรือผัดนานเกินไป แต่การแช่เย็นไม่ได้ทำให้ผักผลไม้สูญเสียวิตามินซีเพียงข้อเสีย

บางข้อมูลแนะนำว่าขนาดที่เหมาะสมมากที่สุดต่อวัน สำหรับผู้ใหญ่ คือ 250-500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง วิตามินซี.

ลดความอ้วน สำหรับผู้ที่ไม่สามารถทำตามวิธีการลดน้ำหนัก

ลดความอ้วน สำหรับผู้ที่ไม่สามารถทำตามวิธีการลดน้ำหนัก ดังที่ได้แนะนำไปแล้วในข้างต้น คงพยายามมองหาทางเลือกอื่นที่ง่ายกว่าสะดวกกว่าในการลดน้ำหนักอย่างได้ผล คือการใช้ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักนั่นเอง ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน ต้องรู้…ก่อนลดน้ำหนัก

หลักการง่ายๆ ที่เราเน้นกันบ่อยๆ ครับ ถ้าต้องการควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เปลี่ยนแปลง คุณควรรับประทานอาหารที่มีปริมาณแคลอรีเท่ากับที่ใช้ออกไปในแต่ละวัน น้ำหนักตัวที่ได้ก็จะมีค่าคงที่ ในกรณีที่ต้องการให้น้ำหนักตัวลดลง จำเป็นต้องใช้พลังงานออกไปมากกว่าการได้รับพลังงานเข้ามา

ในทางตรงข้ามถ้ารับประทานอาหารเข้าไปมากเกินความต้องการของร่างกาย พลังงานหรือแคลอรีส่วนเกินจะถูกเก็บสะสมในรูปของไขมัน พบว่าการเผาผลาญไขมัน 0.45 กิโลกรัม (1 ปอนด์) จำเป็นต้องใช้พลังงานถึง 3,500 แคลอรีโดยประมาณเชียวครับลดความอ้วน

การลดน้ำหนักให้ได้ผล ควรประกอบไปด้วย 3 วิธีดังนี้ลดความอ้วน

1. ลดปริมาณอาหารหรือแคลอรีที่รับประทานเข้าไปให้ต่ำกว่าปกติ แต่รักษาระดับของการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายให้คงที่

2. รักษาระดับของอาหารหรือแคลอรีที่รับประทานเข้าไปให้คงที่ แต่เพิ่มการใช้พลังงานมากขึ้นกว่าปกติ

3. ปริมาณอาหารหรือแคลอรีที่รับประทานเข้าไปลง และเพิ่มการใช้พลังงานมากขึ้นในแต่ละวัน

ข้อควรจำ : น้ำหนักที่เหมาะสมในการลดน้ำหนักควรอยู่ระหว่าง 0.45-0.90 กิโลกรัม (1-2 ปอนด์) ต่อสัปดาห์ จะไม่มีผลต่อการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และไม่ทำให้ร่างกายเกิดความเครียดมากเกินไป ลดความอ้วน.

ลดต้นขา สาวๆทั้งหลายที่กำลังกังวลกับต้นขาของตัวเองที่ดูใหญ่

ลดต้นขา สาวๆทั้งหลายที่กำลังกังวลกับต้นขาของตัวเองที่ดูใหญ่ จนไม่กล้าที่จะใส่กางเกงอวดเรียวขาของตัวเอง หันไปเห็นขาของสาวอื่นก็เกิดอิจฉาตาร้อน อยากจะใส่กางเกงสวยๆรัดรูปแนบเนื้อ หรือขาสั้นโชว์ความเซ็กซี่บ้าง แต่รูปร่างกลับไม่เอื้ออำนวย เกรงว่าใส่แล้วจะไม่สวยเหมือนที่คิดเอาไว้ แต่สาวๆอย่างเพิ่งหมดหวังไปคะ เพราะวันนี้มีวิธีทําให้ขาเล็ก มาฝากสาวขาใหญ่ทั้งหลายให้สามารถลดต้นขาได้สมใจอยาก ลดต้นขา.

ลดต้นขา

ลดต้นขา วิธีลดต้นขาของสาวตัวเล็กขาใหญ่ที่เกิดจากการสะสมของไขมัน

1.ลดปริมาณอาหารจำพวกไขมัน ของทอด และคาร์โบไฮเดรต
2.ออกกำลังกายด้วยวิธีปั่นจักรยานกลางอากาศ ประมาณ 2 รอบต่อวัน รอบละ 100 ครั้งลดต้นขา
3.นอนหงาย เหยียดขาทั้งสองข้างให้ตึง ค่อยๆยกทีละข้างสลับกันขึ้นลง โดยค้างไว้ในอากาศนับ 1-15 แล้วเอาลง ทำข้างละ 10 รอบสลับกันไปมา หรือถ้าไหวจะยกพร้อมๆกันทั้งสองข้างก็ได้ลดต้นขา
4.การยกเวท ในท่านั่ง ใช้เวทประมาณ 1 กิโลกรัม ใช้เวทวางที่ขาแล้วยกขึ้นตั้งประมาณ 45 องศาจากพื้นค้างไว้ 30 วินาที ทำ 20-30 ครั้งต่อวัน

สุดท้ายนี้ สำหรับวิธีทําให้ขาเล็กก็คงจะทราบและพร้อมที่จะนำไปใช้กันแล้ว สาวๆก็ควรไปหาสาเหตุว่าที่ขาใหญ่นั้นเกิดจากการสะสมของไขมันหรือกล้ามเนื้อกันแน่ จะได้หันมาออกกำลังกายกันได้อย่างถูกวิธี และจะได้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ผิดๆจากการออกกำลังกาย เมื่อทราบดังนี้แล้วสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้ความตั้งใจนี้ได้สำเร็จผล คือความไม่ย่อท้อและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เชื่อว่าสาวๆทุกคนที่พยายามและตั้งใจจริงจะกลับมามีเรียวขาที่สวยสมใจและมั่นใจได้อีกครั้งอย่างแน่นอน ลดต้นขา.

สูตรลดริ้วรอย เมื่ออายุก้าวมาถึงจุดหนึ่ง สักช่วง 20 ปลาย ๆ

สูตรลดริ้วรอย เมื่ออายุก้าวมาถึงจุดหนึ่ง สักช่วง 20 ปลาย ๆ จากผิวหน้าที่เคยใสกิ๊งตึงเปรี๊ยะ ก็เริ่มจะสังเกตเห็นริ้วรอยจาง ๆ ผุดขึ้นมาทักทายบนผิวหน้ากันบ้างแล้วล่ะค่ะ ริ้วรอยเล็ก ๆ ที่ยังไม่ลึกมากแบบนี้ ถึงจะไม่ได้ดูน่าเกลียดมากมาย แต่ถ้าไม่รีบไหวตัวรับมือจัดการกับปัญหามันจะกลายเป็นริ้วรอยลึกได้ในไม่ช้าแน่นอน ฉะนั้นสาว ๆ ห้ามชะล่าใจ รีบจัดการผิวหน้าเสียตั้งแต่สังเกตเห็นริ้วรอยจาง ๆ เส้นแรกปรากฏขึ้นมาเลยดีกว่า ด้วย 7 วิธีง่าย ๆ ที่สามารถจัดการริ้วแรกแรกบนใบหน้าได้ชะงัดตามนี้เลย สูตรลดริ้วรอย.

สูตรลดริ้วรอย

สูตรลดริ้วรอย

1. โจโจบาออยล์สูตรลดริ้วรอย

เริ่มดูแลผิวขั้นเริ่มต้นด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของโจโจบาออยล์อย่างเข้มข้นในการบำรุงผิว ด้วยคุณสมบัติของโจโจบาออยล์ที่เข้าฟื้นฟูเซลล์ผิวชั้นนอก ทำให้ผิวดูฟูขึ้น ริ้วรอยจาง ๆ จึงหายไป แถมผิวยังชุ่มชื้นนุ่มนิ่มมาก ๆ อีกด้วยล่ะ

2. อะโวคาโด

สลัดชามต่อไปของคุณอย่าลืมหั่นอะโวคาโดเพิ่มลงไปด้วยนะคะ เพราะว่าอะโวคาโดอุดมไปด้วยกรดไขมันที่มีประโยชน์ มีคุณสมบัติในการทำให้ผิวเต่งและฟูขึ้นได้เช่นกัน แต่ถ้ากินจนเบื่อแล้วลองสลับกับนำอะโวคาโดมาทำเป็นมาส์กสำหรับผิวหน้าดูบ้างก็ได้นะ เมื่อทำเป็นประจำ ริ้วรอยที่เคยสังเกตเห็นก็จะค่อย ๆ โบกมือลาไป

3. อย่าลืมใช้ครีมกันแดดทุกวันนะ

ถ้าอยากให้ริ้วรอยจาง ๆ ที่โผล่มาทักทายเก็บกระเป๋าหายไปจากผิวหน้าคุณล่ะก็ นอกจากจะเน้นการบำรุงฟื้นฟูแล้ว ก็ยังต้องเน้นการปกป้องผิวด้วย โดยเฉพาะการปกป้องผิวจากรังสีทั้ง UVA และ UVB ในแสงแดด ที่สามารถทำให้ผิวกร้านหยาบ แห้ง ทำให้ริ้วรอยชัดและลึกกว่าเดิม คุณจึงต้องสร้างปราการปกป้องผิวในทุก ๆ วันด้วยการทาครีมกันแดด รวมถึงเลือกใช้เครื่องสำอางที่ผสมสารกันแดดด้วยค่ะ

4. ลดพฤติกรรมสาวนักดริ๊งค์ลงสูตรลดริ้วรอย

หากคุณเป็นสาวสังคมเพื่อนฝูงเยอะแยะ ก็คงจะมีงานปาร์ตี้หรืองานเลี้ยงสังสรรค์ให้ต้องปลีกตัวไปร่วมงานมากมาย และคงเลี่ยงไม่ได้กับเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นไวน์หรือค็อกเทลต่าง ๆ แต่รู้ไหมคะว่าแอลกอฮอล์นี่เป็นศัตรูตัวร้ายกับผิวเลยเชียวนะ ถ้าดื่มบ่อย ๆ และเยอะ ๆ ผิวมีแต่จะโทรมลงเหี่ยวลงทุกวัน ฉะนั้นสาว ๆ จึงควรลดการดื่มของตัวเองลง ปรับเปลี่ยนเป็นจิบนิด ๆ หน่อย ๆ ดีกว่า แล้วเน้นไปที่การดื่มน้ำเปล่าแทน เพราะน้ำเปล่านี้ล่ะที่จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้เซลล์ผิวจ้ะ
5. สครับผิวกันบ้างดีกว่า

การสครับผิวหน้าเป็นการช่วยกำจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกไป เผยผิวใหม่ที่สดใสกว่า และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ได้ด้วย จะได้มาช่วยเติมร่องริ้วรอยให้ตื้นและเรียบขึ้น รวมถึงยังเปิดทางให้สารบำรุงจากผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ใช้ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดีกว่าเดิม  สูตรลดริ้วรอย.

วิธีขาวเร็วที่สุด วันนี้ มี 4 วิธีทําให้ผิวขาว ใสง่ายๆ

วิธีขาวเร็วที่สุด วันนี้ มี 4 วิธีทําให้ผิวขาว ใสง่ายๆ จากธรรมชาติ เพื่อดูแลผิวพรรณของคุณให้ขาวใสวิ๊งๆ กันมาเริ่มกันเลย วิธีขาวเร็วที่สุด.

วิธีขาวเร็วที่สุด

วิธีขาวเร็วที่สุด

1. ผสมไข่ขาว 3 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันมะกอกเล็กน้อย ผสมให้เข้ากัน และทาทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยนม (อุณหภูมิห้อง) คุณจะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงหรือจะทำซ้ำจนกว่าคุณจะพอใจ

2. ผสมแป้งกับนมในให้เป็นเนื้อเดียวกัน และทาลงบนใบหน้าของคุณ ทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ซึ่งแร่ธาตุในนมนั้นจะช่วยทำให้ผิวหน้าของเราชุ่มชื้น

3. รับประมานอาหารที่มีวิตามินซีสูง ซึ่งจะช่วยให้ลดการผลิตเมลานิน เช่น ส้ม ฝรั่ง เชอร์รี่ เป็นต้น

4. ขัดตัวอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป และควรบำรุงด้วยมอยเจอร์ไรท์เซอร์เพื่อผิวที่ชุ่มชื่นวิธีขาวเร็วที่สุด

Tips & Tricks

1. ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลา 10.00-16.00 น. เพราะช่วงเวลาดังกล่าวแสงแดดจากดวงอาทิตย์จะมีปริมาณแสง UV ที่สามารถทำร้ายผิวเราได้อย่างมาก ถ้าเลี่ยงไมไ่ด้ควรทา ครีมกันแดด เพื่อป้องกันผิวของเราจากแสงแดดเพื่อผิวที่ดูขาวใสกระจ่างอย่างต่อเนื่องวิธีขาวเร็วที่สุด

2. ควรทา ครีมกันแดด เสมอ แม้ว่าจะไม่ได้ออกไปเจอแสงอาทิตย์ แต่คุณทราบหรือไม่ว่าแสงจากหลอดไฟภายในบ้านหรือที่ทำงานก็เป็นตัวการทำให้ผิวของเราคล้ำได้

3. ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสาร Hudroquine หรือสารปรอท เพราะส่วนผสมเหล่านี้ อาจทำให้เกิดรอยแผลหรือเกิดมะเร็งได้หากสะสมในร่างกายมาก

4. ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเร่งให้ผิวขาว ซึ่งมันสามารถทำลายผิวของคุณและอาจเกิดรอยแผลไหม้ได้

5. ห้ามรับประทานวิตามินซีมากเกินไป เพราะจะมีผลต่อสุขภาพของร่างกายได้เช่น อาจทำให้เกิดนิ่วในไตได้ วิธีขาวเร็วที่สุด.