กระ ฝ้า วิธีเยียวยารักษาฝ้าบนใบหน้านั้น ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด

กระ ฝ้า วิธีเยียวยารักษาฝ้าบนใบหน้านั้น ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจซื้อคอสแพงๆในการรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์ หรือสารเคมีลอกฝ้า เรามาลองเยียวยารักษาฝ้าด้วยวิธีธรรมชาติกันก่อนดีกว่า แล้วจะรู้ว่าการรักษาฝ้าด้วยสมุนไพรนั้นดี และเห็นผลจริงขนาดไหน กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า สาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้า
ฝ้า มักเกิดจากคลื่นรังสี UV จากแสงแดดที่ทำร้ายผิวหน้า ทำให้เมานินทำงานผิดปกติ จนเกิดรอยฝ้าตามส่วนต่างๆของใบหน้าที่กระทบแสงแดดเป็นประจำ ได้แก่ จมูก แก้ม ริมฝีปาก คาง หน้าผาก และส่วนอื่นที่กระทบแสงแดดได้แก่ หัวไหล่ แขน ฯลฯ นอกจากแสงแดดแล้ว ความเครียด การตั้งครรภ์ ยาคุม ยากันชัก และมีปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เกิดรอยฝ้า

วิธีรักษาฝ้าให้หายขาด ด้วยสูตรสมุนไพรรักษาฝ้า

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย น้ำมันมะพร้าวกระ ฝ้า

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น มีกรดลอริก ที่จะเปลี่ยนเป็นโมโนลอริน ซึ่งเป็นสารฆ่าเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำต่างๆ ทำให้รอยฝ้าจางลง และยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มาจากแสงแดด สามารถช่วยกันแดดได้ระดับหนึ่ง ทำให้ช่วยยับยั้งเม็ดสี melanin ที่แปรปรวนจนเกิดฝ้า น้ำมันมะพร้าวจึงสามารถช่วยยับยั้ง และรักษาฝ้า รวมถึงความหมองคล้ำได้เป็นอย่างดี เมื่อใช้แล้วไม่เหนียวเหนอะหนะผิวหน้า ซึมไว กลิ่นหอม ใช้ได้ทุกวัน
นอกจากนี้น้ำมันมะพร้าวยังมีวิตาอีช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น ขาวใสขึ้น และช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยได้ดีอีกด้วย บางคนใช้เช็ดเครื่องสำอางก่อนล้างหน้าด้วยนะ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเป็นสมุนไพรรักษาฝ้าที่ดีอีกตัวเลือกหนึ่ง สามารถสั่งซื้อได้จาก Herb & Her Click

วิธีใช้น้ำมันมะพร้าว รักษาฝ้า
ใช้น้ำมันมะพร้าวทาบำรุงผิวหน้าหลังอาบน้ำทุกวัน เช้า-เย็น (หากตอนเช้าที่ต้องออกไปทำงานไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ค่ะ เพราะผิวหน้าจะมันระหว่างวัน แต่เหมาะกับคนผิวแห้่งใช้ได้ดีเลยทีเดียว) จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น กระจ่างใสขึ้น รอยฝ้า กระ จุดด่างดำจะค่อยๆจางลง สิวลดลง ริ้วรอยตื้นขึ้นดีด้วย สามารถใช้ได้ทุกวัน เห็ผเปลี่ยนแปลงภายใน 2 สัปดาห์

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย น้ำมันละหุ่ง

น้ำมันละหุ่ง อุดมไปด้วย วิตามินอี ไตรกลีเซอไรด์ ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระใช้มานานหลายศตวรรษ เพื่อประโยชน์ในการรักษารอยฝ้า เอาน้ำมันละหุ่งนวด ทุกวันๆ ฝ้าก็จะจางลงได้แต่ต้องใช้เวลา เมื่อใช้แล้วหน้าชุ่มชื้นขึ้น ช่วยลดริ้วรอยได้ดี และยังช่วยยับยั้งแบคทีเรีย ไม่ทำให้เกิดสิว บางคนนำไปทำ Cleansing Oil เองโดยใช้น้ำมันละหุ่ง แล้วนวดหน้า ล้างเครื่องสำอางได้ดีเลยทีเดียวกระ ฝ้า

วิธีใช้น้ำมันละหุ่ง รักษาฝ้า
เพียงทาน้ำมันละหุ่งหลังล้างหน้า เช้า-เย็น จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น กระจ่างใส รอยดำฝ้า กระ ค่อยๆจางลง พร้อมทั้งยังช่วยลดเลือนริ้วรอยอันไม่พึงประสงค์บนใบหน้าได้ดีอีกด้วยค่ะ สามารถใช้ได้ทุกวัน และจะค่อยๆเห็นผลเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 ขึ้นไปค่ะ

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย น้ำมันมะรุม

น้ำมันมะรุม มีวิตามินซี โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ที่จะช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ผลัดเซลล์ผิวคล้ำให้ค่อยๆหลุดลอกอย่้าอ่อนโยน มีเนื้อบางเบา ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ใช้แล้วหน้าไม่มัน และหลังใช้ตื่นเช้ามาจะรู้สึกได้ทันทีว่าผิวนุ่มและตึงกระชับ ใช้ไปซักระยะผิวจะค่อยๆสดใสไม่หมองคล้ำ ฝ้าจะค่อยๆจางลง แต่ในเรื่อง ฝ้า กระ ในขวดแรกอาจจะไม่ค่อยชัดเจนมาก เข้าเดือนที่ 2 ประมาณกลางเดือนจะสังเกตุเห็นชัดเจนเลยถึงการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น สามารถสั่งซื้อได้จาก Herb & Her Click

วิธีใช้น้ำมันมะรุม รักษาฝ้า
เพียงทาน้ำมันมะรุมหลังล้างหน้า เช้า-เย็น จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น กระจ่างใส รอยดำฝ้า กระ ค่อยๆจางลง พร้อมทั้งยังช่วยลดเลือนริ้วรอยอันไม่พึงประสงค์บนใบหน้าได้ดีอีกด้วยค่ะ สามารถใช้ได้ทุกวัน และจะค่อยๆเห็นผลเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 – 4 ขึ้นไปค่ะ

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย แอปเปิ้ลไซเดอร์ (น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล)

น้ำส้มสายชูที่เกิดจากหมักแอปเปิ้ลสด (น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล) ด้วยการนำมาบดและปล่อยให้เกิดการหมักตัวในถังไม้ โดยไม่ผ่านกระบวนการความร้อนและการคัดกรอง จึงยังคงเอนไซม์และแร่ธาตุจากธรรมชาติไว้อย่างครบถ้วน มีคุณสมบัติเป็นกรดสูง มีรสเปรี้ยวจัด มีสีเหลืองคล้ายน้ำชา มีเส้นใยบางๆ ลอยอยู่ มีความเป็นกรดประมาณ 5% (Acetic Acid) มีส่วนประกอบของธาตุโพแทสเซียมสูง ที่ช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสและเนียนนุ่มขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดรอยฝ้า กระ จุดด่างดำบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี

วิธีใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ รักษาฝ้า
ใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ ผสมน้ำอุ่นเล็กน้อย นำสำลีชุบ เช็ดหน้า 15 นาที ก่อนอาบน้ำทุกวัน วันละ 2 เวลา เช้า-เย็น (อาจจะมีกลิ่นฉุน เมื่อใช้ทาหน้า) สามารถทำได้ทุกวัน หรือทำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เท่านี้รอยฝ้าก็จะค่อยๆจางได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า และจุดด่างดำเป็นปัญหาด้านผิวพรรณ

กระ ฝ้า และจุดด่างดำเป็นปัญหาด้านผิวพรรณ ที่อาจะเกิดขึ้นได้กับทุกคน สาเหตุส่วนใหญมักจะมาจากการสัมผัสกับแสงแดด หรือไฟที่ถูกทำขึ้นเลียนแบบด้วงอาทิตย์ ที่สามารถปล่อยรังสีอีลตราไวโอเลตออกมาได้ เมื่อผิวสัมผัสกับรังสียูวี อัตราการผลิตเม็ดสีเมลานิลจะเพิ่มสูงมากขึ้น เพื่อป้องกันผิวจากแสงแดดในอนาคต กระ ฝ้า และจุดด่างดำ เกิดขึ้นจากการกระจายตัวอย่างไม่สม่ำเสมอ ของเม็ดสีเมลานิล ทำให้เกิดจุดที่ผิดปกติ เป็นผิวหนังกระจายเป็นจุดๆ กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิปัญหาด้านผิวพรรณเหล่านี้ขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าใครก็คงอยากที่จะรีบจัดการปัญหาเหล่านี้ให้หายไปอย่างรวดเร็วที่สุด ซึ่งหนึ่งวิธีการจัดการอย่างได้ผล คือ การเลือกใช้ ครีมรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ฝ้า ในการบำรุงผิวพรรณให้กลับมาเรียบเนียน มีสีที่สม่ำเสมอเหมือนเดิมอีกครั้ง ซึ่งในปัจจุบัน ครีมรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ฝ้า ที่มีวางจำหน่ายในท้องตลาดก็มีอยู่อย่างมากมายเลยทีเดียว แต่ที่น่าสนใจในฐานะ ครีมรักษากระที่ดีที่สุด จะมีอะไรกันบ้างนั้น คุณสามารถติดตามอ่าน ได้จากบทความชิ้นนี้กันเลย

ครีมรักษากระที่ดีที่สุด เลือก ครีมรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ฝ้า อย่างไรให้โดนใจกระ ฝ้า
สำหรับการเลือก ครีมรักษากระที่ดีที่สุด เลือก ครีมรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ฝ้า อย่างไรให้โดนใจ นั้น สามารถทำได้อย่างง่ายๆ ด้วยการพิจราณาส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิว ดังต่อไปนี้

1.Hydroquinone และกรดโคจิก โดยส่วนใหญ่แล้ว ครีมรักษากระที่ดีที่สุด จะมีปริมาณของ Hydroquinone ผสมอยู่ไม่เกิน 2% หากสูงกว่านั้น จำเป็นที่จะต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ สารเหล่านี้ สามารถช่วยปรับสภาพผิวให้ขาวขึ้น หากใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนแรก และจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อทำการใช้ร่วมกับครีมกันแดด และการหลีกเลี่ยงแสงแดดกระ ฝ้า

2. Retin-A หรือ กรดวิตามินเอ นิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสมของ ครีมรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ฝ้า ด้วยการช่วยปรับสภาพของสีผิวให้ขาวเนียนมากขึ้น เมื่อมีการใช้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

3.ครีมกันแดด เป็นพื้นฐานสำคัญ ที่ควรปรับนำมาใช้ควบคู่กับ ครีมรักษา กระ ฝ้า จุดด่างดำ ฝ้า โดยควรเลือกใช้ครีมกันแดด ที่มีค่า SPF อย่างน้อย 50 เพื่อปกป้องผิวพรรณของคุณ พร้อมกับสวมใส่เสื้อผ้า หมวกปีก ที่ช่วยในการปกป้องแสงแดด และพยายามหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ ส่องแสงแรงกล้ามากที่สุด ในช่วงเวลา 10.00 – 16.00 น.

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในปัจจุบันจะมี ครีมรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ฝ้า ที่มีประสิทธิภาพสูงออกมาวางจำหน่ายให้เลือกสรรตามความพอใจของตัวเอง แต่วิธีที่ดีสุด ก็ยังคงเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นกับผิวพรรณของตัวคุณเสียตั้งแต่เนิ่นๆ โดยการพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด และพื้นที่ที่มีมลภาวะหนาแน่น ซึ่งงจะช่วยลดโอกาสในการเปิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น แถมยังไม่ต้องไปค่อยสอดส่องมองหา ครีมรักษากระที่ดีที่สุด อยู่ตลอดเวลาอีกด้วย กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า สาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้าฝ้ามักเกิดจากคลื่นรังสี UV

กระ ฝ้า สาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้าฝ้ามักเกิดจากคลื่นรังสี UV จากแสงแดดที่ทำร้ายผิวหน้า ทำให้เมานินทำงานผิดปกติ จนเกิดรอยฝ้าตามส่วนต่างๆของใบหน้าที่กระทบแสงแดดเป็นประจำ ได้แก่ จมูก แก้ม ริมฝีปาก คาง หน้าผาก และส่วนอื่นที่กระทบแสงแดดได้แก่ หัวไหล่ แขน ฯลฯ นอกจากแสงแดดแล้ว ความเครียด การตั้งครรภ์ ยาคุม ยากันชัก และมีปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เกิดรอยฝ้า กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า วิธีรักษาฝ้าให้หายขาด ด้วยสูตรสมุนไพรรักษาฝ้าสมุนไพรรักษาฝ้าด้วย น้ำมันมะพร้าวกระ ฝ้า

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น มีกรดลอริก ที่จะเปลี่ยนเป็นโมโนลอริน ซึ่งเป็นสารฆ่าเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำต่างๆ ทำให้รอยฝ้าจางลง และยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มาจากแสงแดด สามารถช่วยกันแดดได้ระดับหนึ่ง ทำให้ช่วยยับยั้งเม็ดสี melanin ที่แปรปรวนจนเกิดฝ้า น้ำมันมะพร้าวจึงสามารถช่วยยับยั้ง และรักษาฝ้า รวมถึงความหมองคล้ำได้เป็นอย่างดี เมื่อใช้แล้วไม่เหนียวเหนอะหนะผิวหน้า ซึมไว กลิ่นหอม ใช้ได้ทุกวัน
นอกจากนี้น้ำมันมะพร้าวยังมีวิตาอีช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น ขาวใสขึ้น และช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยได้ดีอีกด้วย บางคนใช้เช็ดเครื่องสำอางก่อนล้างหน้าด้วยนะ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเป็นสมุนไพรรักษาฝ้าที่ดีอีกตัวเลือกหนึ่ง สามารถสั่งซื้อได้จาก Herb & Her Click

วิธีใช้น้ำมันมะพร้าว รักษาฝ้า
ใช้น้ำมันมะพร้าวทาบำรุงผิวหน้าหลังอาบน้ำทุกวัน เช้า-เย็น (หากตอนเช้าที่ต้องออกไปทำงานไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ค่ะ เพราะผิวหน้าจะมันระหว่างวัน แต่เหมาะกับคนผิวแห้่งใช้ได้ดีเลยทีเดียว) จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น กระจ่างใสขึ้น รอยฝ้า กระ จุดด่างดำจะค่อยๆจางลง สิวลดลง ริ้วรอยตื้นขึ้นดีด้วย สามารถใช้ได้ทุกวัน เห็ผเปลี่ยนแปลงภายใน 2 สัปดาห์

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย น้ำมันละหุ่ง

น้ำมันละหุ่ง อุดมไปด้วย วิตามินอี ไตรกลีเซอไรด์ ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระใช้มานานหลายศตวรรษ เพื่อประโยชน์ในการรักษารอยฝ้า เอาน้ำมันละหุ่งนวด ทุกวันๆ ฝ้าก็จะจางลงได้แต่ต้องใช้เวลา เมื่อใช้แล้วหน้าชุ่มชื้นขึ้น ช่วยลดริ้วรอยได้ดี และยังช่วยยับยั้งแบคทีเรีย ไม่ทำให้เกิดสิว บางคนนำไปทำ Cleansing Oil เองโดยใช้น้ำมันละหุ่ง แล้วนวดหน้า ล้างเครื่องสำอางได้ดีเลยทีเดียว

วิธีใช้น้ำมันละหุ่ง รักษาฝ้า
เพียงทาน้ำมันละหุ่งหลังล้างหน้า เช้า-เย็น จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น กระจ่างใส รอยดำฝ้า กระ ค่อยๆจางลง พร้อมทั้งยังช่วยลดเลือนริ้วรอยอันไม่พึงประสงค์บนใบหน้าได้ดีอีกด้วยค่ะ สามารถใช้ได้ทุกวัน และจะค่อยๆเห็นผลเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 ขึ้นไปค่ะ

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย น้ำมันมะรุมกระ ฝ้า

น้ำมันมะรุม มีวิตามินซี โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ที่จะช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ผลัดเซลล์ผิวคล้ำให้ค่อยๆหลุดลอกอย่้าอ่อนโยน มีเนื้อบางเบา ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ใช้แล้วหน้าไม่มัน และหลังใช้ตื่นเช้ามาจะรู้สึกได้ทันทีว่าผิวนุ่มและตึงกระชับ ใช้ไปซักระยะผิวจะค่อยๆสดใสไม่หมองคล้ำ ฝ้าจะค่อยๆจางลง แต่ในเรื่อง ฝ้า กระ ในขวดแรกอาจจะไม่ค่อยชัดเจนมาก เข้าเดือนที่ 2 ประมาณกลางเดือนจะสังเกตุเห็นชัดเจนเลยถึงการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น สามารถสั่งซื้อได้จาก Herb & Her Click

วิธีใช้น้ำมันมะรุม รักษาฝ้า
เพียงทาน้ำมันมะรุมหลังล้างหน้า เช้า-เย็น จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น กระจ่างใส รอยดำฝ้า กระ ค่อยๆจางลง พร้อมทั้งยังช่วยลดเลือนริ้วรอยอันไม่พึงประสงค์บนใบหน้าได้ดีอีกด้วยค่ะ สามารถใช้ได้ทุกวัน และจะค่อยๆเห็นผลเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 – 4 ขึ้นไปค่ะ

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย แอปเปิ้ลไซเดอร์ (น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล)

น้ำส้มสายชูที่เกิดจากหมักแอปเปิ้ลสด (น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล) ด้วยการนำมาบดและปล่อยให้เกิดการหมักตัวในถังไม้ โดยไม่ผ่านกระบวนการความร้อนและการคัดกรอง จึงยังคงเอนไซม์และแร่ธาตุจากธรรมชาติไว้อย่างครบถ้วน มีคุณสมบัติเป็นกรดสูง มีรสเปรี้ยวจัด มีสีเหลืองคล้ายน้ำชา มีเส้นใยบางๆ ลอยอยู่ มีความเป็นกรดประมาณ 5% (Acetic Acid) มีส่วนประกอบของธาตุโพแทสเซียมสูง ที่ช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสและเนียนนุ่มขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดรอยฝ้า กระ จุดด่างดำบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี

วิธีใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ รักษาฝ้า
ใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ ผสมน้ำอุ่นเล็กน้อย นำสำลีชุบ เช็ดหน้า 15 นาที ก่อนอาบน้ำทุกวัน วันละ 2 เวลา เช้า-เย็น (อาจจะมีกลิ่นฉุน เมื่อใช้ทาหน้า) สามารถทำได้ทุกวัน หรือทำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เท่านี้รอยฝ้าก็จะค่อยๆจางได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า หากใครที่กำลังประสบปัญหาฝ้าบนใบหน้า หรือบริเวณอื่นๆ

กระ ฝ้า หากใครที่กำลังประสบปัญหาฝ้าบนใบหน้า หรือบริเวณอื่นๆ และกำลังมองหาวิธีรักษาฝ้า ขอแนะนำวิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ ซึ่งเป็นการนำเอาวัตถุดิบจากธรรมชาติ ที่มีสรรพคุณช่วยในการป้องกัน ยับยั้ง ฟื้นฟูและปรับสภาพเซลล์ผิวหนัง มาประยุกต์ใช้ในการรักษาฝ้าด้วยวิธีต่างๆเช่น ขัด ทา ถู พอกบนผิวหนัง ซึ่งวิธีการรักษาฝ้าแบบนี้จะปราศจากการใช้สารเคมี สารปรอท สิ่งเจือปนและเครื่องมือที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง นอกจากนี้แล้วยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการรักษาอีกด้วย เนื่องจากวัตถุดิบที่นำมารักษานั้นหาได้ง่ายภายในครัวเรือน กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ มีอะไรบ้าง ?

มะขามเปียก
มะขามเปียกมีสรรพคุณช่วยลบเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำได้เป็นอย่างดีเช่นกัน สำหรับวิธีการรักษาฝ้าด้วยมะขามเปียกก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำเนื้อมะขามเปียกมาพอกหรือทาไปยังบริเวณผิวที่เป็นรอยฝ้า โดยทาบางๆให้ทั่วรอยฝ้า ทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะสามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้รอยฝ้าดูจางลงและลดรอยด่างดำได้ดีเยี่ยม ทำเป็นประจำทุกวัน ประมาณ 2-3 สัปดาห์ รอยฝ้า รอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้แล้วหากไม่มีมะขามเปียกอาจใช้เป็นน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวแทนก็ได้เช่นกัน

หัวไชเท้ากระ ฝ้า
หัวไชเท้านอกจากใช้ทำอาหารแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยลบเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำได้เป็นอย่างดี สำหรับวิธีการรักษาฝ้าด้วยหัวไชเท้าก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำหัวไชเท้ามาล้างให้สะอาด แล้วปอกเปลือกออกให้หมด จากนั้นนำไปหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วปั่นพอละเอียด (อาจบีบน้ำมะนาวผสมลงไปนิดหน่อย) แล้วนำมาพอกไว้ให้ทั่วใบหน้าหรือบริเวณที่เป็นฝ้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำทุกวัน เพียง 2-3 สัปดาห์ รอยฝ้า กระ และรอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด

วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ

หอมแดงกระ ฝ้า
หอมแดงเป็นพืชผักคู่ครัวไทยอีกชนิดหนึ่งที่เรารู้จักกันมานาน มีสรรพคุณมากมาย ในทางยาหอมแดงช่วยลบเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำได้เป็นอย่างดี สาเหตุที่หอมแดงมีส่วนช่วยในการรักษาฝ้าและรอยดำต่างๆ ก็เป็นเพราะในหอมแดง ประกอบไปด้วยน้ำมันหอมระเหย ที่มีสารไดอัลลิน ไตรซัลไฟ กลูโคคินิน (เช่นเดียวที่อยู่ในกระเทียม) ส่วนวิธีการรักษาฝ้าด้วยหอมแดงก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำหอมแดงมาทุบหรือฝานให้เป็นแว่นบางๆ แล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นฝ้ารอยดำจากสิว หรือจุดด่างดำต่างๆ ทำเป็นประจำทุกวัน เพียงไม่กี่สัปดาห์ ฝ้าและรอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด

วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ

ว่านหางจระเข้กระ ฝ้า
ว่านหางจระเข้มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยลบเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ และรอยด่างดำต่างๆได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีกรดอ่อนๆ ช่วยลดความมันบนใบหน้าได้อีกด้วย สำหรับวิธีการรักษาฝ้าด้วยว่านหางจระเข้ก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำใบว่านหางจระเข้มาปลอกเปลือกออกให้เหลือแต่เนื้อสีขาวๆ จากนั้นนำมาทาบริเวณที่เป็นฝ้า กระ หรือจุดด่างดำต่างๆ ทำเป็นประจำทุกวันประมาณ 2-3 สัปดาห์ ก็จะสังเกตุได้ว่ารอยฝ้า กระ และรอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด

วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ

ใบบัวบก
ใบบัวบก จากการวิจัยพบว่าใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณรักษาอาการของโรคผิวหนัง โดยเฉพาะฝ้า กระ และสิวได้เป็นอย่างดี ส่วนวิธีการรักษาฝ้าด้วยใบบัวบกก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำใบบัวบกมาตำหรือจะปั่นก็ได้ และผสมน้ำลงไปเล็กน้อย จากนั้นก็นำใบบัวบกที่ได้จากการปั่นมาพอกหน้าทิ้งไว้สักประมาณ 15-20 นาทีแล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดเป็นอันเสร็จสิ้น ทำเป็นประจำทุกวัน เพียง 2-3 สัปดาห์ ฝ้าและรอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด

วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ

ทั้งหมดนี้เป็นเคล็ดลับ วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ ซึ่งใช้วัตถุดิบที่ได้มาจากธรรมชาติล้วนๆไม่เป็นอันตราย ปลอดภัยจากสารเคมี หากใครที่สนใจก็ลองนำไปประยุกต์ใช้กันได้เลย
* หมายเหตุพืชสมุนไพรบางชนิดอาจจะมีส่วนที่ทำให้เกิดการระคายเคืองได้เช่น ยาง, เศษดินที่ปะปนติดมากับพืชสมุนไพร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชคลุมดิน อย่างเช่น ใบบัวบก, ว่านหางจระเข้ ดังนั้นจึงควรนำพืชสมุนไพรมาล้างทำความสะอาดก่อนการใช้งานทุกครั้ง กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า สำหรับสาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาผิวหนังเป็นฝ้า

กระ ฝ้า สำหรับสาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาผิวหนังเป็นฝ้า เป็นรอยด่าง ๆ ดำ ๆ ราวกับว่ามีตำหนิประทับอยู่บนใบหน้า วันนี้กระปุกดอทคอมขอพาไปดูวิธีรักษาฝ้าแบบไม่ต้องหาครีมและลงคอร์สแพง ๆ ให้ยุ่งยาก เพียงใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติไม่กี่ชนิด แค่นี้ก็ช่วยขจัดปัญหาฝ้ากวนใจ เตรียมเผยผิวหน้าขาวกระจ่างใสได้เลย กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า มะขามเปียก นำเนื้อมะขามเปียกมาพอกหรือทาไปยังบริเวณผิวที่เป็นรอยฝ้า โดยทาบาง ๆ ให้ทั่วรอยฝ้า ทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างออก จะสามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้รอยฝ้าดูจางลงและลดรอยด่างดำได้ ทั้งนี้ หากไม่มีมะขามเปียกอาจใช้เป็นน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวแทนก็ได้ค่ะ

หัวไชเท้า เพียงนำหัวไชเท้ามาล้างให้สะอาด แล้วปอกเปลือกออกให้หมดจากนั้นจึงนำไปหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วปั่นพอละเอียด (อาจบีบน้ำมะนาวผสมลงไปนิดหน่อย) นำมาพอกไว้ให้ทั่วหน้าหรือบริเวณที่เป็นฝ้าประมาณ 15 นาที รับรองว่าทำเป็นประจำฝ้าหายเกลี้ยง ! ว้าว ๆ ..เพิ่งจะรู้ว่าหัวไชเท้านอกจากอร่อยแล้ว ยังช่วยให้หน้าสวยได้ด้วยนะเนี่ยกระ ฝ้า

ว่านหางจระเข้ เพราะในว่านหางจระเข้มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยลบเลือนริ้วรอย จุดด่างดำได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีกรดอ่อน ๆ ช่วยลดความมันบนใบหน้า สำหรับวิธีการรักษาฝ้าด้วยว่านหางจระเข้ก็ทำได้ง่าย ๆ เพียงนำเนื้อวุ้นในว่านหางจระเข้มาทาบริเวณใบหน้าวันละ 2 ครั้ง ทำต่อเนื่องกัน 1-2 เดือน จะสังเกตได้ว่ารอยฝ้า รอยดำต่าง ๆ จะดูจางอย่างเห็นได้ชัด

ใบบัวบก จากการวิจัยพบว่าใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณรักษาอาการของโรคผิวหนัง โดยเฉพาะกระ ฝ้าและสิว ไม่ว่าจะคั้นน้ำดื่มเย็น ๆ เป็นประจำหรือนำมาปั่นแล้วนำน้ำใบบัวบกมาเช็ดแทนโทนเนอร์ก่อนนอนทุกวัน เท่านี้บรรดารอยฝ้าต่าง ๆ เตรียมย้ายบ้านหนี เหลือไว้แต่หน้าขาวเนียนสดใสกระ ฝ้า

น้ำแอปเปิลไซเดอร์ ใครจะรู้ว่าน้ำส้มสายชูจากผลแอปเปิลจะมีประโยชน์ในด้านการดูแลผิวได้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เพราะในน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรด จึงช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใส เนียนนุ่มขึ้นได้ ด้วยการน้ำแอปเปิลไซเดอร์มาผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย แล้วใช้สำลีเช็ดให้ทั่วใบหน้า รอจนแห้งแล้วล้างออกกระ ฝ้า

ไข่ขาว เพียงแยกไข่ขาวดิบออกจากไข่แดง แล้วนำไข่ขาวบริเวณรอบ ๆ ไข่แดงมาทาบางให้ทั่วบริเวณที่เป็นฝ้า (อาจทาทั่วหน้าเพื่อช่วยลอกสิวเสี้ยนไปในตัว) ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ทำเป็นประจำทุกวัน ไข่ขาวจะช่วยดูดซับรอยฝ้าและสิ่งสกปรกให้หมดไปจากใบหน้า
เมื่อได้วิธีรักษาฝ้าด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติกันไปแล้ว สิ่งที่สาว ๆ ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือ การดูแลและปกป้องผิว ด้วยการทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันและควรรับประทานผัก-ผลไม้เยอะๆ เพื่อช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนสวยอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ฝ้ากลับมาเยือนผิวหน้าแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า ผิวหน้า เป็นส่วนที่ถือว่ามีปัญหาสารพัดไม่ว่าจะเป็นสิว

กระ ฝ้า ผิวหน้า เป็นส่วนที่ถือว่ามีปัญหาสารพัดไม่ว่าจะเป็นสิว เรื่องฝ้า กระและจุดด่างดำหากใบหน้าสาวคนไหน ที่กำลังเผชิญกับปัญหาต่างๆ แน่นอนว่าคุณจะรู้สึกเขินอาย จนไม่อยากออกจากบ้านไปไหนด้วยซ้ำเพราะสมัยนี้ใครๆ ก็หันมาใส่ใจเรื่องความสวยความงามกัน ใบหน้าต้องโดดเด้ง ใส ขาวเนียน กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า ทำให้กระแส การทำหน้าใส ไร้ปัญหาผิวหน้ามีอยู่ทุกเพศทุกวัย ซึ่งคนที่ไม่อยากจะเสียตังค์ ก็หันมาใช้สมุนไพรธรรมชาติ

ซึ่งก็สามารถช่วยทำให้เห็นผลได้เช่นกัน เพราะมีสมุนไพรธรรมชาติบางตัวที่สามารถและรักษาปัญหาผิวหน้าต่างๆ ได้เป็นอย่างดีกระ ฝ้า

สมุนไพรธรรมชาติอะไรบ้างที่ช่วยรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ?สุดยอดสมุนไพร ลดเลือน ฝ้า สารสกัดจากพืช (Garden Cress Sprouts) ที่อยู่ในรูปของ Liposome มีสารสำคัญ คือ Sulforaphane ออกฤทธิ์เป็น Whitening agent

โดยยับยั้งการทำงานของ MSH ซึ่งเป็น hormone ที่กระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสี และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี
ว่านหางจระเข้

สุดยอด สมุนไพรธรรมชาติ ที่เป็นสมุนไพรไทยที่สามารถหาได้ทั่วไปคือ ว่านหางจระเข้ เพราะเป็นสมุนไพรธรรมชาติกระ ฝ้า

ที่มากด้วยสรรพคุณ และสามารถเยียวยาปัญหาผิวได้สารพัดเป็นสมุนไพรธรรมชาติ ที่ช่วยเรื่องการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น

ช่วยป้องกันและแก้ปัญหาสิว ฝ้า และกระรวมถึงจุดด่างดำ ซึ่งใครที่เป็นสิวเพียงนำวุ้นสดของว่านหางจระเข้ทาเช้า-เย็นโดยไม่ต้องล้างออก

ไม่นานปัญหาสิวก็จะลดลง สภาพผิวหน้าก็จะค่อยๆ ดีขึ้น เนียนนุ่มชุ่มชื้น และช่วยลดเลือนทั้งฝ้า กระและจุดด่างดำให้จางลงได้ดีอีกด้วย

น้ำมะนาวและหัวไชเท้า

สำหรับสาวคนไหนที่ใบหน้ามีฝ้า กระ หรือจุดด่างดำให้ปอกเปลือกหัวไชเท้าออกสับหรือปั่นให้ละเอียด ผสมน้ำมะนาวคนให้เข้ากัน

นำมาพอกหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ 20 นาที ทำเป็น รับรองว่าปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำจะค่อยๆ จางลง

มะนาว และหัวไชเท้า ซึ่งเป็นสมุนไพรธรรมชาติ อีกตัวที่จะช่วยเผยผิวหน้าคุณให้ขาวใสขึ้น

ขมิ้นชัน

เป็นสมุนไพรธรรมชาติ อีกหนึ่งอย่างเพื่อผิวพรรณที่ผุดผ่องอย่างขมิ้นชัน ที่มีคุณสมบัติช่วยยับยั้ง และฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนัง

และเป็นสมุนไพรธรรมชาติที่ช่วยสมานผิวแก้ปัญหาผดผื่นคันได้ดี เหมาะสำหรับคนที่มีสิว

โดยนำขมิ้น มาผสมกับปูนแดงและน้ำมะนาว คนให้เข้ากันแล้วใช้แต้มสิวให้ยุบลง หรือจะนำมาผสมกับดินสอพอง และมะขามเปียก เพื่อพอกหน้า พอกผิวกายให้ไร้ปัญหาผิวด่างดำได้ด้วย

สำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาผิวหน้าเรื่องรอยสิว ฝ้า กระหรือจุดด่างดำ สามารถนำน้ำมะนาว ผสมน้ำเปล่าให้เจือจาง แล้วทาหน้าทิ้งไว้แล้วค่อยล้างออก

ซึ่งกับการใช้สมุนไพรธรรมชาติที่หาได้ง่ายๆ เท่านี้ผิวหน้าคุณก็จะกระจ่างใส และช่วยลดเลือนทุกปัญหาผิวได้แล้ว

สุดท้าย อย่าลืมทาครีมกันแดด จะได้ช่วยปกป้องฝ้า และกระไม่ให้มากวนใจมากขึ้น กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า สาเหตุการเกิดฝ้า ฝ้าเกิดจากอะไรฝ้า หรือ Melasma

กระ ฝ้า สาเหตุการเกิดฝ้า ฝ้าเกิดจากอะไรฝ้า หรือ Melasma เกิดจากการที่เม็ดสีผิวหรือเม็ดสีเมลานิน (Melanin pigment) ทำงานมากเกินไป จึงทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ เนื่องมาจากเจ้าเม็ดสีเมลานินนั้นมีหน้าที่กรองรังสียูวี เมื่อผิวได้รับแสงแดดมากขึ้น เมลานินก็จะถูกผลิตออกมามากขึ้นตามไปด้วย โดยรังสีที่มีผลต่อการเกิดฝ้าคือ “รังสี UVA” ซึ่งรังสียูวีเอจะมีช่วงคลื่นที่ยาวกว่ารังสียูวีบี จึงสามารถทำลายผิวได้ลึก จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเมื่อตากแดดนาน ๆ แล้วผิวถึงคล้ำเสียได้ และนอกจากแสงแดดแล้ว กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า เรื่องของการใช้เครื่องสำอางบางชนิด การทานยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด รวมไปถึงฮอร์โมนและกรรมพันธุ์ ก็เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้าได้เช่นกัน (ถ้าสาเหตุการเกิดฝ้ามาจากกรรมพันธุ์ โอกาสฝ้าจะกลับมาเกิดซ้ำจะมีสูงมาก และปริมารอาจเท่าเดิมหรือลดลงกว่าเดิมเล็กน้อย จึงไม่คุ้มค่ากับการทุ่มเงินรักษาเท่าไหร่)กระ ฝ้า

ฝ้าต่างจากกระ “เพราะฮอร์โมน” ถ้าเป็นกระส่วนใหญ่แล้วจะเกิดจากแสงแดด ความร้อน และอายุ แต่ในกรณีของฝ้ามักจะมีปัจจัยฮอร์โมนเข้ามาค่อนข้างเยอะ เช่น มีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนอย่างรวดเร็วตอนตั้งครรภ์ รวมไปถึงการที่ฮอร์โมนลดลงอย่างรวดเร็วก็ทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน อย่างช่วงการเข้าสู่วัยทอง และวัยหมดประจำเดือน เป็นต้น

ประเภทของฝ้า
ฝ้าแบบตื้น จะอยู่ในระดับผิวหนังกำพร้า (ผิวหนังชั้นนอก) ฝ้าชนิดนี้จะเป็นสีน้ำตาล ขอบชัด เกิดขึ้นได้ง่าย และสามารถรักษาให้หายได้โดยใช้เวลาไม่นานกระ ฝ้า
ฝ้าแบบลึก จะอยู่ในระดับที่ลึกกว่าผิวหนังกำพร้า ความลึกของมันจะทำให้เกิดการแสดงสีออกมาเป็นสีน้ำตาลอมฟ้าหรือสีน้ำตาลอมม่วง เป็นฝ้าที่รักษาได้ยาก การทายามักให้ผลเพียงแค่ทำให้ดูจางลงเท่านั้น
วิธีรักษาฝ้า
การป้องกันเป็นเรื่องสำคัญที่สุด คุณควรเริ่มต้นจากการหลีกเลี่ยงแสงแดด ถ้าหากต้องเผชิญแสงแดดก็ควรแต่งกายแบบไม่เผยผิวพร้อมกับทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันผิวจากรังสียูสี โดยเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF30 ขึ้นไป และต้องเป็นแบบ PA+++ ด้วย ถึงจะช่วยปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าต้องอยู่ภายใต้แสงแดดตลอดทั้งวัน คุณอาจเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงมากกว่านี้ แต่ให้หมั่นทาครีมกันแดดบ่อย ๆ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าครีมกันแดดยังมีประสิทธิภาพดีพอต่อการป้องกันแสงแดด ส่วนไอร้อนจากเตา รังสีจากหน้าจอคอมพ์ ก็เป็นเหตุทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน ดังนั้นเลี่ยงได้ควรเลี่ยงเลย นอกจากนี้คุณควรสังเกตตัวเองด้วยว่าเรารับประทานยาอะไรที่เสี่ยงต่อการเกิดฝ้าหรือเปล่า เช่น ยาคุมกำเนิด ใช้เครื่องสำอางอะไรแล้วแพ้จนเป็นรอยคล้ายฝ้าหรือไม่ (ส่วนมากแล้วจะเป็นเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำหอมจะเป็นตัวการทำให้เกิดฝ้าลึก รวมไปถึงครีมทาผิวประเภทไวท์เทนนิ่งที่มีส่วนผสมของสารอันตรายอย่างสาร “ไฮโดรควิโนน“) เป็นต้น กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า ผิวหน้า เป็นส่วนที่ถือว่ามีปัญหาสารพัดไม่ว่าจะเป็นสิว

กระ ฝ้า ผิวหน้า เป็นส่วนที่ถือว่ามีปัญหาสารพัดไม่ว่าจะเป็นสิว เรื่องฝ้า กระและจุดด่างดำหากใบหน้าสาวคนไหน ที่กำลังเผชิญกับปัญหาต่างๆ แน่นอนว่าคุณจะรู้สึกเขินอาย จนไม่อยากออกจากบ้านไปไหนด้วยซ้ำเพราะสมัยนี้ใครๆ ก็หันมาใส่ใจเรื่องความสวยความงามกัน ใบหน้าต้องโดดเด้ง ใส ขาวเนียนกระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า ทำให้กระแส การทำหน้าใส ไร้ปัญหาผิวหน้ามีอยู่ทุกเพศทุกวัย ซึ่งคนที่ไม่อยากจะเสียตังค์ ก็หันมาใช้สมุนไพรธรรมชาติ

ซึ่งก็สามารถช่วยทำให้เห็นผลได้เช่นกัน เพราะมีสมุนไพรธรรมชาติบางตัวที่สามารถและรักษาปัญหาผิวหน้าต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

สมุนไพรธรรมชาติอะไรบ้างที่ช่วยรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ?

ต้น Sulforawhiteกระฝ้า

ต้น Sulforawhite

สุดยอดสมุนไพร ลดเลือน ฝ้า สารสกัดจากพืช (Garden Cress Sprouts) ที่อยู่ในรูปของ Liposome มีสารสำคัญ คือ Sulforaphane ออกฤทธิ์เป็น Whitening agent

โดยยับยั้งการทำงานของ MSH ซึ่งเป็น hormone ที่กระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสี และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี
ว่านหางจระเข้

สุดยอด สมุนไพรธรรมชาติ ที่เป็นสมุนไพรไทยที่สามารถหาได้ทั่วไปคือ ว่านหางจระเข้ เพราะเป็นสมุนไพรธรรมชาติ

ที่มากด้วยสรรพคุณ และสามารถเยียวยาปัญหาผิวได้สารพัดเป็นสมุนไพรธรรมชาติ ที่ช่วยเรื่องการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น

ช่วยป้องกันและแก้ปัญหาสิว ฝ้า และกระรวมถึงจุดด่างดำ ซึ่งใครที่เป็นสิวเพียงนำวุ้นสดของว่านหางจระเข้ทาเช้า-เย็นโดยไม่ต้องล้างออก

ไม่นานปัญหาสิวก็จะลดลง สภาพผิวหน้าก็จะค่อยๆ ดีขึ้น เนียนนุ่มชุ่มชื้น และช่วยลดเลือนทั้งฝ้า กระและจุดด่างดำให้จางลงได้ดีอีกด้วย

น้ำมะนาวและหัวไชเท้ากระ ฝ้า

สำหรับสาวคนไหนที่ใบหน้ามีฝ้า กระ หรือจุดด่างดำให้ปอกเปลือกหัวไชเท้าออกสับหรือปั่นให้ละเอียด ผสมน้ำมะนาวคนให้เข้ากัน

นำมาพอกหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ 20 นาที ทำเป็น รับรองว่าปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำจะค่อยๆ จางลง

มะนาว และหัวไชเท้า ซึ่งเป็นสมุนไพรธรรมชาติ อีกตัวที่จะช่วยเผยผิวหน้าคุณให้ขาวใสขึ้น

ขมิ้นชัน

เป็นสมุนไพรธรรมชาติ อีกหนึ่งอย่างเพื่อผิวพรรณที่ผุดผ่องอย่างขมิ้นชัน ที่มีคุณสมบัติช่วยยับยั้ง และฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนัง

และเป็นสมุนไพรธรรมชาติที่ช่วยสมานผิวแก้ปัญหาผดผื่นคันได้ดี เหมาะสำหรับคนที่มีสิว

โดยนำขมิ้น มาผสมกับปูนแดงและน้ำมะนาว คนให้เข้ากันแล้วใช้แต้มสิวให้ยุบลง หรือจะนำมาผสมกับดินสอพอง และมะขามเปียก เพื่อพอกหน้า พอกผิวกายให้ไร้ปัญหาผิวด่างดำได้ด้วยกระ ฝ้า

สำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาผิวหน้าเรื่องรอยสิว ฝ้า กระหรือจุดด่างดำ สามารถนำน้ำมะนาว ผสมน้ำเปล่าให้เจือจาง แล้วทาหน้าทิ้งไว้แล้วค่อยล้างออก

ซึ่งกับการใช้สมุนไพรธรรมชาติที่หาได้ง่ายๆ เท่านี้ผิวหน้าคุณก็จะกระจ่างใส และช่วยลดเลือนทุกปัญหาผิวได้แล้ว

สุดท้าย อย่าลืมทาครีมกันแดด จะได้ช่วยปกป้องฝ้า และกระไม่ให้มากวนใจมากขึ้นกระ ฝ้า.

กระ ฝ้า ปัญหา ฝ้า กระ จุดด่างดำบนใบหน้า

กระ ฝ้า ปัญหา ฝ้า กระ จุดด่างดำบนใบหน้า เป็นศัตรูอันร้ายกาจสำหรับผิวหน้า และมีแสงแดดเป็นหัวหน้าหลักในการทำลายผิวพรรณที่ขาวใส ผู้ที่ทำงานทามกลางแสงแดดบ่อยๆ จะพบว่าผิวหน้าแห้งเหี่ยว เกิดริ้วรอย และก่อให้เกิด ฝ้า กระ จุดด่างดำ ตามมาอีกด้วย กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า หลักๆ โดยทั่วไปแล้ว กระ จะแบ่งไว้ 4 ชนิด คือ

1. กระตื้น

ลักษณะกระตื้นจะเป็นจุดสีน้ำตาลเล็กๆ มีขนาดไม่เกิน 0.5 เซนติเมตร มักพบทั่วไปบนใบหน้าและลำคอ สามารถป้องการได้โดยการลดการเผชิญกับแสงแดดโดยตรง กระตื้นนี้ก็สามารถจางลงและหายไปเองได้ อาจหาหมวกและแวนตามาเป็นตัวช่วยดีที่อีกทางหนึ่ง หากโดนแดดนานเข้า กระตื้นจะมีสีเข้นขึ้นจนเห็นได้ชัดเจน

2. กระลึกกระ ฝ้า

ลักษณะกระลึกจะคล้ายๆ กับเงาลึก คือเป็นจุดสีน้ำตาลเทาๆ มักพบกระจายบริเวณโหนกแก้มทั้ง 2 ข้าง กระลึกประเภทนี้จะรักษาได้ยาก ควรทาครีมบำรุงเป็นประจำจะช่วยลดรอยกระได้

3. กระเนื้อกระ ฝ้า

ลักษณะกระเนื้อเป็นตุ่มสีน้ำตาล หรือเป็นสีดำเป็นก้อนเล็กๆ ผิวขรุขระหรือผิวเรียบ บางคนดูคล้ายหูด มักพบบริเวณใบหน้า และลำคอ กระเนื้อชนิดจะต้องรักษาได้โดยการยิงเลเซอร์วิธีเดียวเท่านั้น จะทำให้ผิวเรียบเนียน ขาวใสอย่างเห็นได้ชัดเจน

4. กระแดด

ลักษณะเป็นดวงสีน้ำตาล ผิวเรียบ มักพบในคนสูงอายุหรือคนที่เจอแสงแดดเป็นเวลานาน ควรทาครีมบำรุงเป็นประจำจะช่วยลดรอยกระได้กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า ส่วนมากมักจะขึ้นบริเวณใบหน้า ลำคอ และแขน

กระ ฝ้า ส่วนมากมักจะขึ้นบริเวณใบหน้า ลำคอ และแขน สามารถเห็นได้ชัดเจนในกลุ่มคนผิวขาว พบได้ตั้งแต่วัยเด็ก และสามารถมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีสีคล้ำขึ้นเมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ เรียกได้ว่าพัฒนาความรุนแรงไปตามวันกันเลยทีเดียว กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า ซึ่งกระบวนการที่ทำให้เกิดกระก็เหมือน ๆ กับการเกิดฝ้า คือ เม็ดสีเมลานิน (Melanin pigment) ทำงานผิดปกติจนทำให้บริเวณนั้น ๆ มีสีเข้มขึ้น ส่วนสาเหตุที่ทำให้เม็ดสีเมลานินทำงานผิดปกตินั้น ส่วนมากจะเกิดจากพันธุกรรมและแสงแดด ในส่วนของพันธุกรรมจะเป็นตัวที่ทำให้มีกระตั้งแต่ในวัยเด็ก ส่วนแสงแดดจะเป็นตัวกระตุ้นให้กระนั้นมีขนาดใหญ่และมีสีคล้ำขึ้น อีกทั้งยังทำให้เกิดกระใหม่ได้อีกด้วยสำหรับการรักษากระนั้นต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า ส่วนใหญ่แล้วจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทั้งนี้เป็นเพราะเรากระฝ้า

วิธีรักษากระกระ ฝ้า
หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง สำหรับผู้ที่มีแนวโน้มจะเกิดกระได้ง่าย คุณต้องเริ่มจากการป้องกันและตัดปัจจัยเสี่ยงทุกอย่าง ด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดด แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรทาครีมกันแดดที่สามารถช่วยป้องกันรังสี UVA และ UVB และมีค่า SPF30 PA+++ ขึ้นไป (ถ้าจะเป็นต้องตากแดดเกือบทั้งวัน ก็ควรทาครีมแดดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อให้มั่นใจว่าครีมกันแดดยังมีปริมาณเพียงพอต่อการป้องกันแสงแดด) รวมไปถึงยาคุมกำเนิดที่เราทานเข้าไปก็มีผลต่อการเกิดกระและฝ้าได้เช่นกัน ดังนั้นหากคุณต้องการคุมกำเนิดก็อาจจะหันมาเลือกใช้ยาคุมกำเนิดแบบแปะพลาสเตอร์แทน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมอีกที
เลือกใช้ครีมบำรุง นอกจากการป้องกันด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดดแล้ว การใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมที่ช่วยยับยั้งการเกิดเม็ดสีเมลานิน อย่างครีมพวกไวท์เทนนิ่ง หรือครีมลดกระยี่ห้อต่าง ๆ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันการเกิดกระใหม่ ๆ และไม่ทำให้กระที่มีอยู่เดิมมีขนาดใหญ่ขึ้นได้
ลดกระด้วย AHA (กรดผลไม้) เพื่อผลัดเซลล์ผิว AHA สามารถช่วยกำจัดเซลล์ผิวเก่าและช่วยผลักดันให้เซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ได้ และนอกจากจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวเก่าออกไปแล้ว เม็ดสีเมลานินก็จะถูกกำจัดออกไปด้วยเช่นกัน วิธีนี้แม้จะเป็นวิธีที่ได้ผลช้า แต่ก็นับว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัยและกระ ฝ้า ทำให้รอยกระของคุณจางลงได้จริง ส่วนกรดวิตามินเอก็สามารถช่วยเร่งการขจัดเซลล์หนังกำพร้ามีผลทำให้เม็ดสีเมลานินถูกจำกัดออกไปได้เร็วขึ้นเช่นกันกระ ฝ้า.