กระ ฝ้า ส่วนมากมักจะขึ้นบริเวณใบหน้า ลำคอ และแขน

กระ ฝ้า ส่วนมากมักจะขึ้นบริเวณใบหน้า ลำคอ และแขน สามารถเห็นได้ชัดเจนในกลุ่มคนผิวขาว พบได้ตั้งแต่วัยเด็ก และสามารถมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีสีคล้ำขึ้นเมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ เรียกได้ว่าพัฒนาความรุนแรงไปตามวันกันเลยทีเดียว กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า ซึ่งกระบวนการที่ทำให้เกิดกระก็เหมือน ๆ กับการเกิดฝ้า คือ เม็ดสีเมลานิน (Melanin pigment) ทำงานผิดปกติจนทำให้บริเวณนั้น ๆ มีสีเข้มขึ้น ส่วนสาเหตุที่ทำให้เม็ดสีเมลานินทำงานผิดปกตินั้น ส่วนมากจะเกิดจากพันธุกรรมและแสงแดด ในส่วนของพันธุกรรมจะเป็นตัวที่ทำให้มีกระตั้งแต่ในวัยเด็ก ส่วนแสงแดดจะเป็นตัวกระตุ้นให้กระนั้นมีขนาดใหญ่และมีสีคล้ำขึ้น อีกทั้งยังทำให้เกิดกระใหม่ได้อีกด้วยสำหรับการรักษากระนั้นต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า ส่วนใหญ่แล้วจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทั้งนี้เป็นเพราะเรา

วิธีรักษากระกระ ฝ้า
หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง สำหรับผู้ที่มีแนวโน้มจะเกิดกระได้ง่าย คุณต้องเริ่มจากการป้องกันและตัดปัจจัยเสี่ยงทุกอย่าง ด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดด แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรทาครีมกันแดดที่สามารถช่วยป้องกันรังสี UVA และ UVB และมีค่า SPF30 PA+++ ขึ้นไป (ถ้าจะเป็นต้องตากแดดเกือบทั้งวัน ก็ควรทาครีมแดดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อให้มั่นใจว่าครีมกันแดดยังมีปริมาณเพียงพอต่อการป้องกันแสงแดด) รวมไปถึงยาคุมกำเนิดที่เราทานเข้าไปก็มีผลต่อการเกิดกระและฝ้าได้เช่นกัน ดังนั้นหากคุณต้องการคุมกำเนิดก็อาจจะหันมาเลือกใช้ยาคุมกำเนิดแบบแปะพลาสเตอร์แทน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมอีกที
เลือกใช้ครีมบำรุง นอกจากการป้องกันด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดดแล้ว การใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมที่ช่วยยับยั้งการเกิดเม็ดสีเมลานิน อย่างครีมพวกไวท์เทนนิ่ง หรือครีมลดกระยี่ห้อต่าง ๆ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันการเกิดกระใหม่ ๆ และไม่ทำให้กระที่มีอยู่เดิมมีขนาดใหญ่ขึ้นได้กระ ฝ้า
ลดกระด้วย AHA (กรดผลไม้) เพื่อผลัดเซลล์ผิว AHA สามารถช่วยกำจัดเซลล์ผิวเก่าและช่วยผลักดันให้เซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ได้ และนอกจากจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวเก่าออกไปแล้ว เม็ดสีเมลานินก็จะถูกกำจัดออกไปด้วยเช่นกัน วิธีนี้แม้จะเป็นวิธีที่ได้ผลช้า แต่ก็นับว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัยและทำให้รอยกระของคุณจางลงได้จริง ส่วนกรดวิตามินเอก็สามารถช่วยเร่งการขจัดเซลล์หนังกำพร้ามีผลทำให้เม็ดสีเมลานินถูกจำกัดออกไปได้เร็วขึ้นเช่นกันกระ ฝ้า
รักษาด้วยไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) ตัวยาชนิดนี้สามารถให้ผลดีและทำให้กระของคุณจางลงได้เร็วมาก เพราะมันสามารถเข้าไปยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินได้นั่นเอง แต่มันก็มีผลข้างเคียงอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ที่เห็นได้ชัดคือ มันอาจทำให้กระและฝ้าคล้ำลงเมื่อเจอแสงแดดหากคุณไม่ได้ป้องกัน ที่สำคัญสารชนิดนี้อาจเข้าไปเปลี่ยนโครงสร้างเนื้อเยื่อให้อ่อนแอลง จนเสี่ยงต่อการเป็นโรคผิวหนังที่ร้ายแรงกว่า “กระ” ที่เป็นอยู่ รวมไปถึงความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้ทางทาง อย. สั่งห้ามไม่ให้ครีมที่มีส่วนผสมของไฮโดรควิโนนวางขายได้ทั่วไป แต่แพทย์เท่านั้นที่สามารถจ่ายครีมที่มีส่วนผสมของสารไฮโดรควิโนนได้ โดยสามารถนำสารชนิดนี้มาผสมในครีมได้ไม่เกิน 2% เห็นไหมละว่ามันต้องใช้อย่างระมัดระวังจริง ๆ
เมโสรักษากระ (Mesotherapy) หลักการคือการใช้เข็มเล็ก ๆ ฉีดตัวยาเข้าไปในชั้นผิวตื้น ๆ เพื่อเป็นการกระจายตัวยาที่ใช้รักษากระลงสู่ชั้นเซลล์ที่มีปัญหา โดยจะฉีดลึกลงไปประมาณ 1-2 ม.ม. ระยะห่างกันไม่เกิน 1 เซนติเมตร เฉพาะบริเวณที่มีปัญหากระและฝ้า และจะต้องทำการฉีดซ้ำทุก ๆ 1-2 อาทิตย์ ราคาทำต่อคอร์สก็ประมาณ 1 หมื่นบาทครับ (วิธีนี้ถ้าจะหวังผลการรักษาให้เป็นที่พอใจคงยากครับ ผมคิดว่าอย่างมากก็แค่ช่วยทำให้กระจางลงเท่านั้นครับ)
เลเซอร์รักษากระ การรักษาแบบนี้จะเป็นการยิงคลื่นแสงลงไปถึงชั้นผิวด้านใน เพื่อให้ผิวเกิดการซ่อมแซมตัวเอง พร้อมกับผลัดเซลล์เซลล์ผิวได้ไวยิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้ก็สัมพันธ์กับเงินที่จ่าย เพราะเครื่องเลเซอร์นั้นมีหลายรุ่นหลายยี่ห้อ คุณภาพและราคาก็แตกต่างกันออกไป อย่างเช่น Q Switched Nd YAG, Carbon dioxide laser, Medlite C6, Spectra VRM, MDL, DFML Laser, SPM, Helios, DHL แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ก่อนที่คุณจะเอาหน้าไปฝากหมอทำเลเซอร์ คุณต้องตรวจสอบให้มั่นใจก่อนว่าเราได้เอาหน้าไปฝากไว้กับผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ เพราะกระมีหลายชนิดหลายประเภท การรักษาด้วยเครื่องมือแต่ละชนิดอาจให้ผลไม่เหมือนกัน กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า สำหรับสาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาผิวหนังเป็นฝ้า

กระ ฝ้า สำหรับสาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาผิวหนังเป็นฝ้า เป็นรอยด่าง ๆ ดำ ๆ ราวกับว่ามีตำหนิประทับอยู่บนใบหน้า วันนี้กระปุกดอทคอมขอพาไปดูวิธีรักษาฝ้าแบบไม่ต้องหาครีมและลงคอร์สแพง ๆ ให้ยุ่งยาก เพียงใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติไม่กี่ชนิด แค่นี้ก็ช่วยขจัดปัญหาฝ้ากวนใจ เตรียมเผยผิวหน้าขาวกระจ่างใสได้เลย กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า มะขามเปียก นำเนื้อมะขามเปียกมาพอกหรือทาไปยังบริเวณผิวที่เป็นรอยฝ้า โดยทาบาง ๆ ให้ทั่วรอยฝ้า ทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างออก จะสามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้รอยฝ้าดูจางลงและลดรอยด่างดำได้ ทั้งนี้ หากไม่มีมะขามเปียกอาจใช้เป็นน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวแทนก็ได้ค่ะ

หัวไชเท้า เพียงนำหัวไชเท้ามาล้างให้สะอาด แล้วปอกเปลือกออกให้หมด จากนั้นจึงนำไปหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วปั่นพอละเอียด (อาจบีบน้ำมะนาวผสมลงไปนิดหน่อย) นำมาพอกไว้ให้ทั่วหน้าหรือบริเวณที่เป็นฝ้าประมาณ 15 นาที รับรองว่าทำเป็นประจำฝ้าหายเกลี้ยง ! ว้าว ๆ ..เพิ่งจะรู้ว่าหัวไชเท้านอกจากอร่อยแล้ว ยังช่วยให้หน้าสวยได้ด้วยนะเนี่ย กระ ฝ้า

ว่านหางจระเข้ เพราะในว่านหางจระเข้มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยลบเลือนริ้วรอย จุดด่างดำได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีกรดอ่อน ๆ ช่วยลดความมันบนใบหน้า สำหรับวิธีการรักษาฝ้าด้วยว่านหางจระเข้ก็ทำได้ง่าย ๆ เพียงนำเนื้อวุ้นในว่านหางจระเข้มาทาบริเวณใบหน้าวันละ 2 ครั้ง ทำต่อเนื่องกัน 1-2 เดือน จะสังเกตได้ว่ารอยฝ้า รอยดำต่าง ๆ จะดูจางอย่างเห็นได้ชัดกระ ฝ้า

ใบบัวบก จากการวิจัยพบว่าใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณรักษาอาการของโรคผิวหนัง โดยเฉพาะกระ ฝ้าและสิว ไม่ว่าจะคั้นน้ำดื่มเย็น ๆ เป็นประจำหรือนำมาปั่นแล้วนำน้ำใบบัวบกมาเช็ดแทนโทนเนอร์ก่อนนอนทุกวัน เท่านี้บรรดารอยฝ้าต่าง ๆ เตรียมย้ายบ้านหนี เหลือไว้แต่หน้าขาวเนียนสดใสกระ ฝ้า

น้ำแอปเปิลไซเดอร์ ใครจะรู้ว่าน้ำส้มสายชูจากผลแอปเปิลจะมีประโยชน์ในด้านการดูแลผิวได้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เพราะในน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรด จึงช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใส เนียนนุ่มขึ้นได้ ด้วยการน้ำแอปเปิลไซเดอร์มาผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย แล้วใช้สำลีเช็ดให้ทั่วใบหน้า รอจนแห้งแล้วล้างออก

ไข่ขาว เพียงแยกไข่ขาวดิบออกจากไข่แดง แล้วนำไข่ขาวบริเวณรอบ ๆ ไข่แดงมาทาบางให้ทั่วบริเวณที่เป็นฝ้า (อาจทาทั่วหน้าเพื่อช่วยลอกสิวเสี้ยนไปในตัว) ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ทำเป็นประจำทุกวัน ไข่ขาวจะช่วยดูดซับรอยฝ้าและสิ่งสกปรกให้หมดไปจากใบหน้า
เมื่อได้วิธีรักษาฝ้าด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติกันไปแล้ว สิ่งที่สาว ๆ ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือ การดูแลและปกป้องผิว ด้วยการทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันและควรรับประทานผัก-ผลไม้เยอะๆ เพื่อช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนสวยอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ฝ้ากลับมาเยือนผิวหน้าแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า วิธีเยียวยารักษาฝ้าบนใบหน้านั้น ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด

กระ ฝ้า วิธีเยียวยารักษาฝ้าบนใบหน้านั้น ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจซื้อคอสแพงๆในการรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์ หรือสารเคมีลอกฝ้า เรามาลองเยียวยารักษาฝ้าด้วยวิธีธรรมชาติกันก่อนดีกว่า แล้วจะรู้ว่าการรักษาฝ้าด้วยสมุนไพรนั้นดี และเห็นผลจริงขนาดไหน กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า สาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้า
ฝ้า มักเกิดจากคลื่นรังสี UV จากแสงแดดที่ทำร้ายผิวหน้า ทำให้เมานินทำงานผิดปกติ จนเกิดรอยฝ้าตามส่วนต่างๆของใบหน้าที่กระทบแสงแดดเป็นประจำ ได้แก่ จมูก แก้ม ริมฝีปาก คาง หน้าผาก และส่วนอื่นที่กระทบแสงแดดได้แก่ หัวไหล่ แขน ฯลฯ นอกจากแสงแดดแล้ว ความเครียด การตั้งครรภ์ ยาคุม ยากันชัก และมีปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เกิดรอยฝ้า

วิธีรักษาฝ้าให้หายขาด ด้วยสูตรสมุนไพรรักษาฝ้า

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย น้ำมันมะพร้าวกระ ฝ้า

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น มีกรดลอริก ที่จะเปลี่ยนเป็นโมโนลอริน ซึ่งเป็นสารฆ่าเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำต่างๆ ทำให้รอยฝ้าจางลง และยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มาจากแสงแดด สามารถช่วยกันแดดได้ระดับหนึ่ง ทำให้ช่วยยับยั้งเม็ดสี melanin ที่แปรปรวนจนเกิดฝ้า น้ำมันมะพร้าวจึงสามารถช่วยยับยั้ง และรักษาฝ้า รวมถึงความหมองคล้ำได้เป็นอย่างดี เมื่อใช้แล้วไม่เหนียวเหนอะหนะผิวหน้า ซึมไว กลิ่นหอม ใช้ได้ทุกวัน
นอกจากนี้น้ำมันมะพร้าวยังมีวิตาอีช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น ขาวใสขึ้น และช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยได้ดีอีกด้วย บางคนใช้เช็ดเครื่องสำอางก่อนล้างหน้าด้วยนะ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเป็นสมุนไพรรักษาฝ้าที่ดีอีกตัวเลือกหนึ่ง สามารถสั่งซื้อได้จาก Herb & Her Click

วิธีใช้น้ำมันมะพร้าว รักษาฝ้า
ใช้น้ำมันมะพร้าวทาบำรุงผิวหน้าหลังอาบน้ำทุกวัน เช้า-เย็น (หากตอนเช้าที่ต้องออกไปทำงานไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ค่ะ เพราะผิวหน้าจะมันระหว่างวัน แต่เหมาะกับคนผิวแห้่งใช้ได้ดีเลยทีเดียว) จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น กระจ่างใสขึ้น รอยฝ้า กระ จุดด่างดำจะค่อยๆจางลง สิวลดลง ริ้วรอยตื้นขึ้นดีด้วย สามารถใช้ได้ทุกวัน เห็ผเปลี่ยนแปลงภายใน 2 สัปดาห์

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย น้ำมันละหุ่ง

น้ำมันละหุ่ง อุดมไปด้วย วิตามินอี ไตรกลีเซอไรด์ ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระใช้มานานหลายศตวรรษ เพื่อประโยชน์ในการรักษารอยฝ้า เอาน้ำมันละหุ่งนวด ทุกวันๆ ฝ้าก็จะจางลงได้แต่ต้องใช้เวลา เมื่อใช้แล้วหน้าชุ่มชื้นขึ้น ช่วยลดริ้วรอยได้ดี และยังช่วยยับยั้งแบคทีเรีย ไม่ทำให้เกิดสิว บางคนนำไปทำ Cleansing Oil เองโดยใช้น้ำมันละหุ่ง แล้วนวดหน้า ล้างเครื่องสำอางได้ดีเลยทีเดียว

วิธีใช้น้ำมันละหุ่ง รักษาฝ้า
เพียงทาน้ำมันละหุ่งหลังล้างหน้า เช้า-เย็น จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น กระจ่างใส รอยดำฝ้า กระ ค่อยๆจางลง พร้อมทั้งยังช่วยลดเลือนริ้วรอยอันไม่พึงประสงค์บนใบหน้าได้ดีอีกด้วยค่ะ สามารถใช้ได้ทุกวัน และจะค่อยๆเห็นผลเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 ขึ้นไปค่ะ

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย น้ำมันมะรุมกระ ฝ้า

น้ำมันมะรุม มีวิตามินซี โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ที่จะช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ผลัดเซลล์ผิวคล้ำให้ค่อยๆหลุดลอกอย่้าอ่อนโยน มีเนื้อบางเบา ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ใช้แล้วหน้าไม่มัน และหลังใช้ตื่นเช้ามาจะรู้สึกได้ทันทีว่าผิวนุ่มและตึงกระชับ ใช้ไปซักระยะผิวจะค่อยๆสดใสไม่หมองคล้ำ ฝ้าจะค่อยๆจางลง แต่ในเรื่อง ฝ้า กระ ในขวดแรกอาจจะไม่ค่อยชัดเจนมาก เข้าเดือนที่ 2 ประมาณกลางเดือนจะสังเกตุเห็นชัดเจนเลยถึงการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น สามารถสั่งซื้อได้จาก Herb & Her Click

วิธีใช้น้ำมันมะรุม รักษาฝ้า
เพียงทาน้ำมันมะรุมหลังล้างหน้า เช้า-เย็น จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น กระจ่างใส รอยดำฝ้า กระ ค่อยๆจางลง พร้อมทั้งยังช่วยลดเลือนริ้วรอยอันไม่พึงประสงค์บนใบหน้าได้ดีอีกด้วยค่ะ สามารถใช้ได้ทุกวัน และจะค่อยๆเห็นผลเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 – 4 ขึ้นไปค่ะ

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย แอปเปิ้ลไซเดอร์ (น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล)

น้ำส้มสายชูที่เกิดจากหมักแอปเปิ้ลสด (น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล) ด้วยการนำมาบดและปล่อยให้เกิดการหมักตัวในถังไม้ โดยไม่ผ่านกระบวนการความร้อนและการคัดกรอง จึงยังคงเอนไซม์และแร่ธาตุจากธรรมชาติไว้อย่างครบถ้วน มีคุณสมบัติเป็นกรดสูง มีรสเปรี้ยวจัด มีสีเหลืองคล้ายน้ำชา มีเส้นใยบางๆ ลอยอยู่ มีความเป็นกรดประมาณ 5% (Acetic Acid) มีส่วนประกอบของธาตุโพแทสเซียมสูง ที่ช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสและเนียนนุ่มขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดรอยฝ้า กระ จุดด่างดำบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี

วิธีใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ รักษาฝ้า
ใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ ผสมน้ำอุ่นเล็กน้อย นำสำลีชุบ เช็ดหน้า 15 นาที ก่อนอาบน้ำทุกวัน วันละ 2 เวลา เช้า-เย็น (อาจจะมีกลิ่นฉุน เมื่อใช้ทาหน้า) สามารถทำได้ทุกวัน หรือทำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เท่านี้รอยฝ้าก็จะค่อยๆจางได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า และจุดด่างดำ อันเนื่องจากมาจากสภาพอากาศ

กระ ฝ้า และจุดด่างดำ อันเนื่องจากมาจากสภาพอากาศ รวมทั้งมลภาวะรอบๆตัว ที่ทำให้ผิวสะสมสารพิษไว้มากๆ แล้วเกิดเป็นปัญหาผิวขึ้นในที่สุด แม้ว่าปัญหาฝ้า กระ จะป้องกันได้ด้วยการใช้กันแดดปกป้องผิว แต่คนส่วนใหญ่มักละเลย ไม่ค่อยใส่ใจในการป้องกัน เมื่อเกิดเป็นปัญหาแล้วจึงค่อยมาให้วิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำเอาทีหลัง กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า
กระ ฝ้า แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องหาทางแก้ไขกันไป จะได้ไม่ต้องทนอยู่กับปัญหาผิว อย่างฝ้า กระ จุดด่างดำไปนานๆ หรืออาจทวีความรุนแรงขึ้นหากไม่ได้รับการรักษา โดยบทความนี้ได้หยิบวิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบธรรมชาติมาให้ท่านผู้อ่านได้ลองนำไปใช้กัน ต้องทำอย่างไรบ้างมาดูกัน
การรักษากระ ฝ้า จุดด่างดำ แบบธรรมชาติ
1.มะนาว ให้ใช้มะนาวที่มีกันอยู่ในครัวนี้ จำนวน 2-3 ลูก แล้วหั่นเอาแต่น้ำ จากนั้นใช้นิ้วแตะน้ำมะนาวสด ทาวนลงไปที่กระ จะส่งผลให้กระค่อยๆหลุดลอกออกไปอย่างง่ายดาย เพราะน้ำมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ที่ทำให้การผลัดเซลล์ผิวเป็นไปได้อย่างอ่อนโยน และไม่ระคายผิวจนเกินไป ช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดําได้ ควรใช้วิธีนี้เป็นประจำเพื่อให้ปัญหาผิวแลดูจางลง
อย่างไรก็ดี เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ปัญหาฝ้า กระ ควรใช้น้ำผึ้งที่มีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้นกับผิวพรรณมาผสมด้วย โดยให้นำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมะนาว ทาลงบนใบหน้า แต่ต้องระวังในผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย หากรู้สึกแสบหน้าจนแดงควรหลีกเลี่ยงวิธีนี้
2.แตงกวา มีสรรพคุณที่ช่วยในการลดฝ้า กระ จุดด่างดําให้จางลงได้ ยิ่งถ้าอยากให้ได้ผลเร็ว ควรทำการคั้นเอาน้ำแตงกวา 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมะนาวอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ ทาบนหน้าทิ้งไว้ประมาน 20 นาทีจึงล้างออก แตงกวาจะทำให้ผิวหน้าของเราเนียนนุ่มขึ้น ที่สำคัญทำให้ฝ้า กระ จุดด่างดำจางลงอย่างเห็นได้ชัดกระ ฝ้า
3.ว่านหางจระเข้ วิธีนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดําได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ฝานเอาเฉพาะเจลว่านหางจระเข้ บีบน้ำออกมาประมาณเท่าเม็ดถั่วเขียว แต้มและนวดบริเวณที่เป็นปัญหา วันละ 2 เวลา แต่ถ้าที่บ้านมีการปลูกต้นว่านหางจระเข้อยู่แล้ว ให้ตัดเอาส่วนวุ้นมาปั่นให้ละเอียด แล้วนำมาแต้มบริเวณที่เป็นฝ้า กระ หรือจุดด่างดำ จะช่วยแก้ปัญหาได้ชะงัด
4.หอมแดง การใช้หอมแดงเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่ช่วยลดผิวที่ดำคล้ำ แก้ปัญหาฝ้า กระ และจุดด่างดำได้ วิธีการง่ายๆคือให้ฝานหอมออกเป็นแว่นๆ และถูลงไปบนหน้าบริเวณที่เป็นปัญหา มีรอยดำ รอยแดง ฝ้า และกระ หรืออาจใช้วิธีทุบแล้วบีบน้ำออกมาและทาตรงผิวก็ได้ โดยให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีจึงล้างออก ทว่าหากมีอาการแสบคันผิวหน้ามาก แสดงว่าอาจมีอาการแพ้ ให้รีบล้างออกทันที
กระนั้นก็ตาม วิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำแบบธรรมชาติ ท่านผู้อ่านต้องทำอย่างระมัดระวัง เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจมีผิวที่แพ้ง่าย ดังนั้น อีกตัวช่วยหนึ่งที่จะทำให้ผิวหน้าของคุณกลับมาสวยสุขภาพดีอีกครั้ง ก็คือการผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างอ่อนโยน ไม่ทำร้ายผิว แม้จะเป็นผิวแพ้ง่าย กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า หากใครที่กำลังประสบปัญหาฝ้าบนใบหน้า

กระ ฝ้า หากใครที่กำลังประสบปัญหาฝ้าบนใบหน้า หรือบริเวณอื่นๆ และกำลังมองหาวิธีรักษาฝ้า ขอแนะนำวิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ ซึ่งเป็นการนำเอาวัตถุดิบจากธรรมชาติ ที่มีสรรพคุณช่วยในการป้องกัน ยับยั้ง ฟื้นฟูและปรับสภาพเซลล์ผิวหนัง มาประยุกต์ใช้ในการรักษาฝ้าด้วยวิธีต่างๆเช่น ขัด ทา ถู พอกบนผิวหนัง ซึ่งวิธีการรักษาฝ้าแบบนี้จะปราศจากการใช้สารเคมี สารปรอท สิ่งเจือปนและเครื่องมือที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง นอกจากนี้แล้วยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการรักษาอีกด้วย เนื่องจากวัตถุดิบที่นำมารักษานั้นหาได้ง่ายภายในครัวเรือน กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ มีอะไรบ้าง ?

มะขามเปียก
มะขามเปียกมีสรรพคุณช่วยลบเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำได้เป็นอย่างดีเช่นกัน สำหรับวิธีการรักษาฝ้าด้วยมะขามเปียกก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำเนื้อมะขามเปียกมาพอกหรือทาไปยังบริเวณผิวที่เป็นรอยฝ้า โดยทาบางๆให้ทั่วรอยฝ้า ทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะสามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้รอยฝ้าดูจางลงและลดรอยด่างดำได้ดีเยี่ยม ทำเป็นประจำทุกวัน ประมาณ 2-3 สัปดาห์ รอยฝ้า รอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้แล้วหากไม่มีมะขามเปียกอาจใช้เป็นน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวแทนก็ได้เช่นกัน

หัวไชเท้ากระ ฝ้า
หัวไชเท้านอกจากใช้ทำอาหารแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยลบเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำได้เป็นอย่างดี สำหรับวิธีการรักษาฝ้าด้วยหัวไชเท้าก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำหัวไชเท้ามาล้างให้สะอาด แล้วปอกเปลือกออกให้หมด จากนั้นนำไปหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วปั่นพอละเอียด (อาจบีบน้ำมะนาวผสมลงไปนิดหน่อย) แล้วนำมาพอกไว้ให้ทั่วใบหน้าหรือบริเวณที่เป็นฝ้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำทุกวัน เพียง 2-3 สัปดาห์ รอยฝ้า กระ และรอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด

วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ

หอมแดงกระ ฝ้า
หอมแดงเป็นพืชผักคู่ครัวไทยอีกชนิดหนึ่งที่เรารู้จักกันมานาน มีสรรพคุณมากมาย ในทางยาหอมแดงช่วยลบเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำได้เป็นอย่างดี สาเหตุที่หอมแดงมีส่วนช่วยในการรักษาฝ้าและรอยดำต่างๆ ก็เป็นเพราะในหอมแดง ประกอบไปด้วยน้ำมันหอมระเหย ที่มีสารไดอัลลิน ไตรซัลไฟ กลูโคคินิน (เช่นเดียวที่อยู่ในกระเทียม) ส่วนวิธีการรักษาฝ้าด้วยหอมแดงก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำหอมแดงมาทุบหรือฝานให้เป็นแว่นบางๆ แล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นฝ้ารอยดำจากสิว หรือจุดด่างดำต่างๆ ทำเป็นประจำทุกวัน เพียงไม่กี่สัปดาห์ ฝ้าและรอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด

วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ

ว่านหางจระเข้กระ ฝ้า
ว่านหางจระเข้มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยลบเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ และรอยด่างดำต่างๆได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีกรดอ่อนๆ ช่วยลดความมันบนใบหน้าได้อีกด้วย สำหรับวิธีการรักษาฝ้าด้วยว่านหางจระเข้ก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำใบว่านหางจระเข้มาปลอกเปลือกออกให้เหลือแต่เนื้อสีขาวๆ จากนั้นนำมาทาบริเวณที่เป็นฝ้า กระ หรือจุดด่างดำต่างๆ ทำเป็นประจำทุกวันประมาณ 2-3 สัปดาห์ ก็จะสังเกตุได้ว่ารอยฝ้า กระ และรอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด

วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ

ใบบัวบก
ใบบัวบก จากการวิจัยพบว่าใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณรักษาอาการของโรคผิวหนัง โดยเฉพาะฝ้า กระ และสิวได้เป็นอย่างดี ส่วนวิธีการรักษาฝ้าด้วยใบบัวบกก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำใบบัวบกมาตำหรือจะปั่นก็ได้ และผสมน้ำลงไปเล็กน้อย จากนั้นก็นำใบบัวบกที่ได้จากการปั่นมาพอกหน้าทิ้งไว้สักประมาณ 15-20 นาทีแล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดเป็นอันเสร็จสิ้น ทำเป็นประจำทุกวัน เพียง 2-3 สัปดาห์ ฝ้าและรอยด่างดำต่างๆ จะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด

วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ

ทั้งหมดนี้เป็นเคล็ดลับ วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ ซึ่งใช้วัตถุดิบที่ได้มาจากธรรมชาติล้วนๆไม่เป็นอันตราย ปลอดภัยจากสารเคมี หากใครที่สนใจก็ลองนำไปประยุกต์ใช้กันได้เลย
* หมายเหตุพืชสมุนไพรบางชนิดอาจจะมีส่วนที่ทำให้เกิดการระคายเคืองได้เช่น ยาง, เศษดินที่ปะปนติดมากับพืชสมุนไพร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชคลุมดิน อย่างเช่น ใบบัวบก, ว่านหางจระเข้ ดังนั้นจึงควรนำพืชสมุนไพรมาล้างทำความสะอาดก่อนการใช้งานทุกครั้ง กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า อีกหนึ่งปัญหาผิวที่เป็นกันมากในเมืองร้อน

กระ ฝ้า  อีกหนึ่งปัญหาผิวที่เป็นกันมากในเมืองร้อน ได้แก่ ฝ้า กระ และจุดด่างดำ อันเนื่องจากมาจากสภาพอากาศ รวมทั้งมลภาวะรอบๆตัว ที่ทำให้ผิวสะสมสารพิษไว้มากๆ แล้วเกิดเป็นปัญหาผิวขึ้นในที่สุด แม้ว่าปัญหาฝ้า กระ จะป้องกันได้ด้วยการใช้กันแดดปกป้องผิว แต่คนส่วนใหญ่มักละเลย ไม่ค่อยใส่ใจในการป้องกัน เมื่อเกิดเป็นปัญหาแล้วจึงค่อยมาให้วิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำเอาทีหลัง กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า
กระ ฝ้า แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องหาทางแก้ไขกันไป จะได้ไม่ต้องทนอยู่กับปัญหาผิวอย่างฝ้า กระ จุดด่างดำไปนานๆ หรืออาจทวีความรุนแรงขึ้นหากไม่ได้รับการรักษา โดยบทความนี้ได้หยิบวิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบธรรมชาติมาให้ท่านผู้อ่านได้ลองนำไปใช้กัน ต้องทำอย่างไรบ้างมาดูกันกระ ฝ้า
การรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบธรรมชาติ
1.มะนาว ให้ใช้มะนาวที่มีกันอยู่ในครัวนี้ จำนวน 2-3 ลูก แล้วหั่นเอาแต่น้ำ จากนั้นใช้นิ้วแตะน้ำมะนาวสด ทาวนลงไปที่กระ จะส่งผลให้กระค่อยๆหลุดลอกออกไปอย่างง่ายดาย เพราะน้ำมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ที่ทำให้การผลัดเซลล์ผิวเป็นไปได้อย่างอ่อนโยน และไม่ระคายผิวจนเกินไป ช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดําได้ ควรใช้วิธีนี้เป็นประจำเพื่อให้ปัญหาผิวแลดูจางลง
อย่างไรก็ดี เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ปัญหาฝ้า กระ ควรใช้น้ำผึ้งที่มีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้นกับผิวพรรณมาผสมด้วย โดยให้นำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมะนาว ทาลงบนใบหน้า แต่ต้องระวังในผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย หากรู้สึกแสบหน้าจนแดงควรหลีกเลี่ยงวิธีนี้
2.แตงกวา มีสรรพคุณที่ช่วยในการลดฝ้า กระ จุดด่างดําให้จางลงได้ ยิ่งถ้าอยากให้ได้ผลเร็ว ควรทำการคั้นเอาน้ำแตงกวา 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมะนาวอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ ทาบนหน้าทิ้งไว้ประมาน 20 นาทีจึงล้างออก แตงกวาจะทำให้ผิวหน้าของเราเนียนนุ่มขึ้น ที่สำคัญทำให้ฝ้า กระ จุดด่างดำจางลงอย่างเห็นได้ชัดกระ ฝ้า
3.ว่านหางจระเข้ วิธีนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดําได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ฝานเอาเฉพาะเจลว่านหางจระเข้ บีบน้ำออกมาประมาณเท่าเม็ดถั่วเขียว แต้มและนวดบริเวณที่เป็นปัญหา วันละ 2 เวลา แต่ถ้าที่บ้านมีการปลูกต้นว่านหางจระเข้อยู่แล้ว ให้ตัดเอาส่วนวุ้นมาปั่นให้ละเอียด แล้วนำมาแต้มบริเวณที่เป็นฝ้า กระ หรือจุดด่างดำ จะช่วยแก้ปัญหาได้ชะงัด
4.หอมแดง การใช้หอมแดงเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่ช่วยลดผิวที่ดำคล้ำ แก้ปัญหาฝ้า กระ และจุดด่างดำได้ วิธีการง่ายๆคือให้ฝานหอมออกเป็นแว่นๆ และถูลงไปบนหน้าบริเวณที่เป็นปัญหา มีรอยดำ รอยแดง ฝ้า และกระ หรืออาจใช้วิธีทุบแล้วบีบน้ำออกมาและทาตรงผิวก็ได้ โดยให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีจึงล้างออก ทว่าหากมีอาการแสบคันผิวหน้ามาก แสดงว่าอาจมีอาการแพ้ ให้รีบล้างออกทันที
กระนั้นก็ตาม วิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำแบบธรรมชาติ ท่านผู้อ่านต้องทำอย่างระมัดระวัง เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจมีผิวที่แพ้ง่าย ดังนั้น อีกตัวช่วยหนึ่งที่จะทำให้ผิวหน้าของคุณกลับมาสวยสุขภาพดีอีกครั้ง ก็คือการผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างอ่อนโยน ไม่ทำร้ายผิว แม้จะเป็นผิวแพ้ง่าย กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า นอกจากเรื่องสิวๆแล้วอีกหนึ่งปัญหาผิวที่เป็นกันมาก

กระ ฝ้า นอกจากเรื่องสิวๆแล้วอีกหนึ่งปัญหาผิวที่เป็นกันมาก ในเมืองร้อน ได้แก่ ฝ้า กระ และจุดด่างดำ อันเนื่องจากมาจากสภาพอากาศ รวมทั้งมลภาวะรอบๆตัว ที่ทำให้ผิวสะสมสารพิษไว้มากๆ แล้วเกิดเป็นปัญหาผิวขึ้นในที่สุด แม้ว่าปัญหาฝ้า กระ จะป้องกันได้ด้วยการใช้กันแดดปกป้องผิว แต่คนส่วนใหญ่มักละเลย ไม่ค่อยใส่ใจในการป้องกัน เมื่อเกิดเป็นปัญหาแล้วจึงค่อยมาให้วิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำเอาทีหลัง กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า
กระ ฝ้า แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องหาทางแก้ไขกันไป จะได้ไม่ต้องทนอยู่กับปัญหาผิวอย่างฝ้า กระ จุดด่างดำไปนานๆ หรืออาจทวีความรุนแรงขึ้นหากไม่ได้รับการรักษา โดยบทความนี้ได้หยิบวิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบธรรมชาติมาให้ท่านผู้อ่านได้ลองนำไปใช้กัน ต้องทำอย่างไรบ้างมาดูกันกระ ฝ้า
การรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบธรรมชาติ
1.มะนาว ให้ใช้มะนาวที่มีกันอยู่ในครัวนี้ จำนวน 2-3 ลูก แล้วหั่นเอาแต่น้ำ จากนั้นใช้นิ้วแตะน้ำมะนาวสด ทาวนลงไปที่กระ จะส่งผลให้กระค่อยๆหลุดลอกออกไปอย่างง่ายดาย เพราะน้ำมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ที่ทำให้การผลัดเซลล์ผิวเป็นไปได้อย่างอ่อนโยน และไม่ระคายผิวจนเกินไป ช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดําได้ ควรใช้วิธีนี้เป็นประจำเพื่อให้ปัญหาผิวแลดูจางลง
อย่างไรก็ดี เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ปัญหาฝ้า กระ ควรใช้น้ำผึ้งที่มีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้นกับผิวพรรณมาผสมด้วย โดยให้นำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมะนาว ทาลงบนใบหน้า แต่ต้องระวังในผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย หากรู้สึกแสบหน้าจนแดงควรหลีกเลี่ยงวิธีนี้
2.แตงกวา มีสรรพคุณที่ช่วยในการลดฝ้า กระ จุดด่างดําให้จางลงได้ ยิ่งถ้าอยากให้ได้ผลเร็ว ควรทำการคั้นเอาน้ำแตงกวา 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมะนาวอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ ทาบนหน้าทิ้งไว้ประมาน 20 นาทีจึงล้างออก แตงกวาจะทำให้ผิวหน้าของเราเนียนนุ่มขึ้น ที่สำคัญทำให้ฝ้า กระ จุดด่างดำจางลงอย่างเห็นได้ชัดกระ ฝ้า
3.ว่านหางจระเข้ วิธีนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดําได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ฝานเอาเฉพาะเจลว่านหางจระเข้ บีบน้ำออกมาประมาณเท่าเม็ดถั่วเขียว แต้มและนวดบริเวณที่เป็นปัญหา วันละ 2 เวลา แต่ถ้าที่บ้านมีการปลูกต้นว่านหางจระเข้อยู่แล้ว ให้ตัดเอาส่วนวุ้นมาปั่นให้ละเอียด แล้วนำมาแต้มบริเวณที่เป็นฝ้า กระ หรือจุดด่างดำ จะช่วยแก้ปัญหาได้ชะงัด
4.หอมแดง การใช้หอมแดงเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่ช่วยลดผิวที่ดำคล้ำ แก้ปัญหาฝ้า กระ และจุดด่างดำได้ วิธีการง่ายๆคือให้ฝานหอมออกเป็นแว่นๆ และถูลงไปบนหน้าบริเวณที่เป็นปัญหา มีรอยดำ รอยแดง ฝ้า และกระ หรืออาจใช้วิธีทุบแล้วบีบน้ำออกมาและทาตรงผิวก็ได้ โดยให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีจึงล้างออก ทว่าหากมีอาการแสบคันผิวหน้ามาก แสดงว่าอาจมีอาการแพ้ ให้รีบล้างออกทันที กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า วิธีเยียวยารักษาฝ้าบนใบหน้านั้นไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด

กระ ฝ้า วิธีเยียวยารักษาฝ้าบนใบหน้านั้นไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจซื้อคอสแพงๆในการรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์ หรือสารเคมีลอกฝ้า เรามาลองเยียวยารักษาฝ้าด้วยวิธีธรรมชาติกันก่อนดีกว่า แล้วจะรู้ว่าการรักษาฝ้าด้วยสมุนไพรนั้นดี และเห็นผลจริงขนาดไหน! กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า สาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้า
ฝ้า มักเกิดจากคลื่นรังสี UV จากแสงแดดที่ทำร้ายผิวหน้า ทำให้เมานินทำงานผิดปกติ จนเกิดรอยฝ้าตามส่วนต่างๆของใบหน้าที่กระทบแสงแดดเป็นประจำ ได้แก่ จมูก แก้ม ริมฝีปาก คาง หน้าผาก และส่วนอื่นที่กระทบแสงแดดได้แก่ หัวไหล่ แขน ฯลฯ นอกจากแสงแดดแล้ว ความเครียด การตั้งครรภ์ ยาคุม ยากันชัก และมีปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เกิดรอยฝ้า

วิธีรักษาฝ้าให้หายขาด ด้วยสูตรสมุนไพรรักษาฝ้า

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย น้ำมันมะพร้าวกระ ฝ้า

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น มีกรดลอริก ที่จะเปลี่ยนเป็นโมโนลอริน ซึ่งเป็นสารฆ่าเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำต่างๆ ทำให้รอยฝ้าจางลง และยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มาจากแสงแดด สามารถช่วยกันแดดได้ระดับหนึ่ง ทำให้ช่วยยับยั้งเม็ดสี melanin ที่แปรปรวนจนเกิดฝ้า น้ำมันมะพร้าวจึงสามารถช่วยยับยั้ง และรักษาฝ้า รวมถึงความหมองคล้ำได้เป็นอย่างดี เมื่อใช้แล้วไม่เหนียวเหนอะหนะผิวหน้า ซึมไว กลิ่นหอม ใช้ได้ทุกวัน
นอกจากนี้น้ำมันมะพร้าวยังมีวิตาอีช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น ขาวใสขึ้น และช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยได้ดีอีกด้วย บางคนใช้เช็ดเครื่องสำอางก่อนล้างหน้าด้วยนะ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเป็นสมุนไพรรักษาฝ้าที่ดีอีกตัวเลือกหนึ่ง สามารถสั่งซื้อได้จาก Herb & Her Click

วิธีใช้น้ำมันมะพร้าว รักษาฝ้า
ใช้น้ำมันมะพร้าวทาบำรุงผิวหน้าหลังอาบน้ำทุกวัน เช้า-เย็น (หากตอนเช้าที่ต้องออกไปทำงานไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ค่ะ เพราะผิวหน้าจะมันระหว่างวัน แต่เหมาะกับคนผิวแห้่งใช้ได้ดีเลยทีเดียว) จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น กระจ่างใสขึ้น รอยฝ้า กระ จุดด่างดำจะค่อยๆจางลง สิวลดลง ริ้วรอยตื้นขึ้นดีด้วย สามารถใช้ได้ทุกวัน เห็ผเปลี่ยนแปลงภายใน 2 สัปดาห์

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย น้ำมันละหุ่ง

น้ำมันละหุ่ง อุดมไปด้วย วิตามินอี ไตรกลีเซอไรด์ ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระใช้มานานหลายศตวรรษ เพื่อประโยชน์ในการรักษารอยฝ้า เอาน้ำมันละหุ่งนวด ทุกวันๆ ฝ้าก็จะจางลงได้แต่ต้องใช้เวลา เมื่อใช้แล้วหน้าชุ่มชื้นขึ้น ช่วยลดริ้วรอยได้ดี และยังช่วยยับยั้งแบคทีเรีย ไม่ทำให้เกิดสิว บางคนนำไปทำ Cleansing Oil เองโดยใช้น้ำมันละหุ่ง แล้วนวดหน้า ล้างเครื่องสำอางได้ดีเลยทีเดียว

วิธีใช้น้ำมันละหุ่ง รักษาฝ้า
เพียงทาน้ำมันละหุ่งหลังล้างหน้า เช้า-เย็น จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น กระจ่างใส รอยดำฝ้า กระ ค่อยๆจางลง พร้อมทั้งยังช่วยลดเลือนริ้วรอยอันไม่พึงประสงค์บนใบหน้าได้ดีอีกด้วยค่ะ สามารถใช้ได้ทุกวัน และจะค่อยๆเห็นผลเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 ขึ้นไปค่ะ

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย น้ำมันมะรุม

น้ำมันมะรุม มีวิตามินซี โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ที่จะช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ผลัดเซลล์ผิวคล้ำให้ค่อยๆหลุดลอกอย่้าอ่อนโยน มีเนื้อบางเบา ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ใช้แล้วหน้าไม่มัน และหลังใช้ตื่นเช้ามาจะรู้สึกได้ทันทีว่าผิวนุ่มและตึงกระชับ ใช้ไปซักระยะผิวจะค่อยๆสดใสไม่หมองคล้ำ ฝ้าจะค่อยๆจางลง แต่ในเรื่อง ฝ้า กระ ในขวดแรกอาจจะไม่ค่อยชัดเจนมาก เข้าเดือนที่ 2 ประมาณกลางเดือนจะสังเกตุเห็นชัดเจนเลยถึงการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น สามารถสั่งซื้อได้จาก Herb & Her Click

วิธีใช้น้ำมันมะรุม รักษาฝ้า
เพียงทาน้ำมันมะรุมหลังล้างหน้า เช้า-เย็น จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น กระจ่างใส รอยดำฝ้า กระ ค่อยๆจางลง พร้อมทั้งยังช่วยลดเลือนริ้วรอยอันไม่พึงประสงค์บนใบหน้าได้ดีอีกด้วยค่ะ สามารถใช้ได้ทุกวัน และจะค่อยๆเห็นผลเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 – 4 ขึ้นไปค่ะ

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย แอปเปิ้ลไซเดอร์ (น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล)

น้ำส้มสายชูที่เกิดจากหมักแอปเปิ้ลสด (น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล) ด้วยการนำมาบดและปล่อยให้เกิดการหมักตัวในถังไม้ โดยไม่ผ่านกระบวนการความร้อนและการคัดกรอง จึงยังคงเอนไซม์และแร่ธาตุจากธรรมชาติไว้อย่างครบถ้วน มีคุณสมบัติเป็นกรดสูง มีรสเปรี้ยวจัด มีสีเหลืองคล้ายน้ำชา มีเส้นใยบางๆ ลอยอยู่ มีความเป็นกรดประมาณ 5% (Acetic Acid) มีส่วนประกอบของธาตุโพแทสเซียมสูง ที่ช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสและเนียนนุ่มขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดรอยฝ้า กระ จุดด่างดำบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี

วิธีใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ รักษาฝ้า
ใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ ผสมน้ำอุ่นเล็กน้อย นำสำลีชุบ เช็ดหน้า 15 นาที ก่อนอาบน้ำทุกวัน วันละ 2 เวลา เช้า-เย็น (อาจจะมีกลิ่นฉุน เมื่อใช้ทาหน้า) สามารถทำได้ทุกวัน หรือทำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เท่านี้รอยฝ้าก็จะค่อยๆจางได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย แตงกวา

แตงกวา มีวิตามินซี ฟอสฟอรัส เมทิโอนิน และมีสารซิสทิน ทำให้ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ผลัดเซลล์ผิวหมองคล้ำ ช่วยรักษาฝ้า ให้ค่อยๆจางลง พร้อมกระตุ้นคอลลาเจน ช่วยให้หน้าเนียนนุ่ม รูขุมขนเล็กลง ชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้น ผิวขาวกระจ่างใสมากขึ้น ช่วยบรรเทาอาการไหม้แดดได้ดี ผิวหน้าผ่อนคลายดียิ่งขึ้น

วิธีใช้แตงกวา รักษาฝ้า
ปั่นแตงกวาให้ละเอียดนำมาพอกหน้าให้ทั่ว เว้นตา ปาก ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด หรือจะฝานแตงกวาเป็นแผ่นบางๆ นำมาโปะพอกหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออก สูตรนี้จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น กระจ่างใสขึ้น รอยดำ ฝ้า กระ จางลงได้เป็นอย่างดี

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย มะนาวกระ ฝ้า

มะนาว มีกรด AHA และ VitaminC ที่สูงมาก ทำให้ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ผลัดเซลล์ผิวที่มีรอยดำคล้ำ ให้ค่อยๆหลุดลอกได้เป็นอย่างดี แถมยังลดปัญหาผิวมัน และการเกิดสิวได้ พร้อมทั้งยังช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น เนียนนุ่มมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ (สำหรับใครที่มีผิวบอบบางควรทดสอบก่อนใช้ด้วยนะคะ)

วิธีใช้น้ำมะนาว รักษาฝ้า
นำน้ำมะนาว 1 ลูก ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน นำมานวดใบหน้า 2-3 นาที และพอกทิ้งไว้ 15-20 นาที ยิบๆเล็กน้อย แล้วอาการยิบๆจะทุเลาลงได้ ทำ 3-4 วัน ต่อสัปดาห์ เท่านี้รอยฝ้า หน้าหมองก็จะจางลง ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น แถมยังช่วยลดอาการเกิดสิว และผิวมันได้ดีอีกด้วย ทั้งถูกและดีจริงๆ (ผิวบอบบางไม่ควรใช้มะนาวอย่างเดียวในการพอกหน้านะคะ)

สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย หัวหอม

หัวหอม มีกำมะถัน และแร่ธาตุที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว รอยดำจากฝ้า จึงค่อยๆจางลงได้ดี อาจมีกลิ่นฉุนสักหน่อย แต่หัวหอมจะช่วยรักษารอยดำจากฝ้าได้เป็นอย่างดี อยากสวยต้องอดทนนะคะ (หากใครที่มีผิวบอบบาง ควรทดสอบก่อน)

วิธีใช้หัวหอม รักษาฝ้า
ฝานหัวหอมเป็นแว่นๆ หรือสามารถคั้นเอาเฉพาะน้ำของหัวหอมแล้วนำไปแช่ตู้เย็นเพื่อดับกลิ่นและลดความซ่าที่อาจทำให้แสบผิวสัก 5-10 นาที นำมาพอกหน้า 15 นาที ล้างออกให้สะอาด เมื่อทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง รอยฝ้าก็จะสามารถจางลงได้

สูตรเหล่านี้สามารถบรรเทารักษาฝ้าให้ค่อยๆจางลงได้ในระดับหนึ่ง แต่หากอยากให้การรักษาฝ้าได้ประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นก็ควรใช้ครีมรักษาฝ้าควบคู่ไปกับการทาครีมกันแดดด้วยนะคะ แล้วก็อย่าลืมเลือกใช้ผลิตภัณฑ์รักษาฝ้าที่เชื่อถือได้ และสารสกัดหลักจากสมุนไพรธรรมชาติ อย่างชุดรักษาฝ้า Herb & Her ที่มีสารสกัดหลักจากรากปอสาและหัวไชเท้า สามารถช่วยยับยั้งเมลานินทำให้รอยฝ้าจางลงได้ดีเลยทีเดียว กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า อีกหนึ่งปัญหาผิวที่เป็นกันมากในเมืองร้อน

กระ ฝ้า  อีกหนึ่งปัญหาผิวที่เป็นกันมากในเมืองร้อน ได้แก่ ฝ้า กระ และจุดด่างดำ อันเนื่องจากมาจากสภาพอากาศ รวมทั้งมลภาวะรอบๆตัว ที่ทำให้ผิวสะสมสารพิษไว้มากๆ แล้วเกิดเป็นปัญหาผิวขึ้นในที่สุด แม้ว่าปัญหาฝ้า กระ จะป้องกันได้ด้วยการใช้กันแดดปกป้องผิว แต่คนส่วนใหญ่มักละเลย ไม่ค่อยใส่ใจในการป้องกัน เมื่อเกิดเป็นปัญหาแล้วจึงค่อยมาให้วิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำเอาทีหลัง กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า
กระ ฝ้า แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องหาทางแก้ไขกันไป จะได้ไม่ต้องทนอยู่กับปัญหาผิวอย่างฝ้า กระ จุดด่างดำไปนานๆ หรืออาจทวีความรุนแรงขึ้นหากไม่ได้รับการรักษา โดยบทความนี้ได้หยิบวิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบธรรมชาติมาให้ท่านผู้อ่านได้ลองนำไปใช้กัน ต้องทำอย่างไรบ้างมาดูกัน
การรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบธรรมชาติ
1.มะนาว ให้ใช้มะนาวที่มีกันอยู่ในครัวนี้ จำนวน 2-3 ลูก แล้วหั่นเอาแต่น้ำ จากนั้นใช้นิ้วแตะน้ำมะนาวสด ทาวนลงไปที่กระ จะส่งผลให้กระค่อยๆหลุดลอกออกไปอย่างง่ายดาย เพราะน้ำมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ที่ทำให้การผลัดเซลล์ผิวเป็นไปได้อย่างอ่อนโยน และไม่ระคายผิวจนเกินไป ช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดําได้ ควรใช้วิธีนี้เป็นประจำเพื่อให้ปัญหาผิวแลดูจางลงกระ ฝ้า
อย่างไรก็ดี เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ปัญหาฝ้า กระ ควรใช้น้ำผึ้งที่มีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้นกับผิวพรรณมาผสมด้วย โดยให้นำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมะนาว ทาลงบนใบหน้า แต่ต้องระวังในผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย หากรู้สึกแสบหน้าจนแดงควรหลีกเลี่ยงวิธีนี้
2.แตงกวา มีสรรพคุณที่ช่วยในการลดฝ้า กระ จุดด่างดําให้จางลงได้ ยิ่งถ้าอยากให้ได้ผลเร็ว ควรทำการคั้นเอาน้ำแตงกวา 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมะนาวอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ ทาบนหน้าทิ้งไว้ประมาน 20 นาทีจึงล้างออก แตงกวาจะทำให้ผิวหน้าของเราเนียนนุ่มขึ้น ที่สำคัญทำให้ฝ้า กระ จุดด่างดำจางลงอย่างเห็นได้ชัดกระ ฝ้า
3.ว่านหางจระเข้ วิธีนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดําได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ฝานเอาเฉพาะเจลว่านหางจระเข้ บีบน้ำออกมาประมาณเท่าเม็ดถั่วเขียว แต้มและนวดบริเวณที่เป็นปัญหา วันละ 2 เวลา แต่ถ้าที่บ้านมีการปลูกต้นว่านหางจระเข้อยู่แล้ว ให้ตัดเอาส่วนวุ้นมาปั่นให้ละเอียด แล้วนำมาแต้มบริเวณที่เป็นฝ้า กระ หรือจุดด่างดำ จะช่วยแก้ปัญหาได้ชะงัด
4.หอมแดง การใช้หอมแดงเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่ช่วยลดผิวที่ดำคล้ำ แก้ปัญหาฝ้า กระ และจุดด่างดำได้ วิธีการง่ายๆคือให้ฝานหอมออกเป็นแว่นๆ และถูลงไปบนหน้าบริเวณที่เป็นปัญหา มีรอยดำ รอยแดง ฝ้า และกระ หรืออาจใช้วิธีทุบแล้วบีบน้ำออกมาและทาตรงผิวก็ได้ โดยให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีจึงล้างออก ทว่าหากมีอาการแสบคันผิวหน้ามาก แสดงว่าอาจมีอาการแพ้ ให้รีบล้างออกทันที
กระนั้นก็ตาม วิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำแบบธรรมชาติ ท่านผู้อ่านต้องทำอย่างระมัดระวัง เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจมีผิวที่แพ้ง่าย ดังนั้น อีกตัวช่วยหนึ่งที่จะทำให้ผิวหน้าของคุณกลับมาสวยสุขภาพดีอีกครั้ง ก็คือการผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างอ่อนโยน ไม่ทำร้ายผิว แม้จะเป็นผิวแพ้ง่าย กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า และจุดด่างดำ เป็นปัญหาด้านผิวพรรณ

กระ ฝ้า และจุดด่างดำ เป็นปัญหาด้านผิวพรรณ ที่อาจะเกิดขึ้นได้กับทุกคน สาเหตุส่วนใหญมักจะมาจากการสัมผัสกับแสงแดด หรือไฟที่ถูกทำขึ้นเลียนแบบด้วงอาทิตย์ ที่สามารถปล่อยรังสีอีลตราไวโอเลตออกมาได้ เมื่อผิวสัมผัสกับรังสียูวี อัตราการผลิตเม็ดสีเมลานิลจะเพิ่มสูงมากขึ้น เพื่อป้องกันผิวจากแสงแดดในอนาคต กระ ฝ้า และจุดด่างดำ เกิดขึ้นจากการกระจายตัวอย่างไม่สม่ำเสมอ ของเม็ดสีเมลานิล ทำให้เกิดจุดที่ผิดปกติ เป็นผิวหนังกระจายเป็นจุดๆ กระ ฝ้า.

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิปัญหาด้านผิวพรรณเหล่านี้ขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าใครก็คงอยากที่จะรีบจัดการปัญหาเหล่านี้ให้หายไปอย่างรวดเร็วที่สุด ซึ่งหนึ่งวิธีการจัดการอย่างได้ผล คือ การเลือกใช้ ครีมรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ฝ้า ในการบำรุงผิวพรรณให้กลับมาเรียบเนียน มีสีที่สม่ำเสมอเหมือนเดิมอีกครั้ง ซึ่งในปัจจุบัน ครีมรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ฝ้า ที่มีวางจำหน่ายในท้องตลาดก็มีอยู่อย่างมากมายเลยทีเดียว แต่ที่น่าสนใจในฐานะ ครีมรักษากระที่ดีที่สุด จะมีอะไรกันบ้างนั้น คุณสามารถติดตามอ่าน ได้จากบทความชิ้นนี้กันเลยกระ ฝ้า

ครีมรักษากระที่ดีที่สุด เลือก ครีมรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ฝ้า อย่างไรให้โดนใจ
สำหรับการเลือก ครีมรักษากระที่ดีที่สุด เลือก ครีมรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ฝ้า อย่างไรให้โดนใจ นั้น สามารถทำได้อย่างง่ายๆ ด้วยการพิจราณาส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิว ดังต่อไปนี้

1.Hydroquinone และกรดโคจิก โดยส่วนใหญ่แล้ว ครีมรักษากระที่ดีที่สุด จะมีปริมาณของ Hydroquinone ผสมอยู่ไม่เกิน 2% หากสูงกว่านั้น จำเป็นที่จะต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ สารเหล่านี้ สามารถช่วยปรับสภาพผิวให้ขาวขึ้น หากใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนแรก และจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อทำการใช้ร่วมกับครีมกันแดด และการหลีกเลี่ยงแสงแดด

2. Retin-A หรือ กรดวิตามินเอ นิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสมของ ครีมรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ฝ้า ด้วยการช่วยปรับสภาพของสีผิวให้ขาวเนียนมากขึ้น เมื่อมีการใช้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

3.ครีมกันแดด เป็นพื้นฐานสำคัญ ที่ควรปรับนำมาใช้ควบคู่กับ ครีมรักษา กระ ฝ้า จุดด่างดำ ฝ้า โดยควรเลือกใช้ครีมกันแดด ที่มีค่า SPF อย่างน้อย 50 เพื่อปกป้องผิวพรรณของคุณ พร้อมกับสวมใส่เสื้อผ้า หมวกปีก ที่ช่วยในการปกป้องแสงแดด และพยายามหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ ส่องแสงแรงกล้ามากที่สุด ในช่วงเวลา 10.00 – 16.00 น.

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในปัจจุบันจะมี ครีมรักษากระ ฝ้ากระ จุดด่างดำ ฝ้า ที่มีประสิทธิภาพสูงออกมาวางจำหน่ายให้เลือกสรรตามความพอใจของตัวเอง แต่วิธีที่ดีสุด ก็ยังคงเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นกับผิวพรรณของตัวคุณเสียตั้งแต่เนิ่นๆ โดยการพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด และพื้นที่ที่มีมลภาวะหนาแน่น ซึ่งงจะช่วยลดโอกาสในการเปิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น แถมยังไม่ต้องไปค่อยสอดส่องมองหา ครีมรักษากระที่ดีที่สุด อยู่ตลอดเวลาอีกด้วย กระ ฝ้า.