รอยแตกลาย บอกลารอยแตกลายวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือ

รอยแตกลาย บอกลารอยแตกลายวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือ กับผิวแตกลายคือการป้องกัน เพราะถ้าผิวแตกลายแล้วจะรักษาให้หายได้ยาก แต่ทุกวันนี้ก็มีครีมและอุปกรณ์ที่ใช้ในการแก้ไขรอยแตกลายให้เลือกใช้มากมายในท้องตลาด ลองมาดูกันดีกว่าว่าอะไรได้ผล หรือไม่ได้ผลเพราะอะไร รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย

– กรดไกลโคลิก เป็นที่รู้จักว่ามีคุณสมบัติคืนความอ่อนเยาว์ สามารถช่วยให้รอยแตกลายจางลงได้ แต่อาจทำให้ผิวหนังลอกได้ เนื่องจากกรดไกลโคลิกเผยผิวที่สุขภาพดีกว่าโดยการลอกผิวหนังชั้นบนสุดออก รอยแตกลาย
– วิตามินซี ช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจน (ที่เป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง) และทำงานร่วมกับกรดไกรโคลิกได้ดี
– เปปไทด์ ยังไม่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเปปไทด์ช่วยฟื้นฟูผิวได้จริง
– เรตินอยด์ อยู่ในกลุ่มของผลิตภัณฑ์วิตามินเอ มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในช่วงต้น ทำให้รอยแตกลายดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เรตินอยด์จะไม่มีประสิทธิภาพถ้ารอยแตกลายเป็นสีขาว ที่สำคัญคือต้องหลีกเลี่ยงการใช้เรตินอยด์ในขณะตั้งครรภ์ เพราะอาจทำให้ทารกเกิดความพิการได้รอยแตกลาย
– กรดไกลโคลิกและเรตินอยด์ มีประสิทธิภาพรักษารอยแตกลายได้ดีกว่าเมื่อใช้ร่วมกัน เพราะจะเพิ่มความยืดหยุ่นของรอยแตกลายได้
– น้ำมันวีทเจิร์ม อุดมไปด้วยวิตามินอี มีการศึกษาพบว่าน้ำมันวีทเจิร์มทำให้รอยแตกลายดีขึ้นได้ถ้าใช้ตอนเริ่มเป็น รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย ความจริงเรื่องรอยแตกลาย

รอยแตกลาย ความจริงเรื่องรอยแตกลาย รอยแตกลายเกิดจากผิวหนังและเนื้อเยื่อที่ยืดขยายจนแตก (ลองนึกภาพหนังยางที่ถูกดึงจนแตกดู) โดยในระยะแรกรอยแตกจะเป็นสีชมพูหรือม่วง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีขาวหรือสีเงิน และมีรอยขรุขระลึก ซึ่งรักษาได้ยาก โดยลักษณะรอยแตกขึ้นอยู่กับสีผิวและสภาพผิวว่าได้รับผลกระทบจากรอยแตกมากแค่ไหน รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย ส่วนใหญ่รอยแตกลายจะเกิดขึ้นหลังจากน้ำหนักขึ้นหรือลงอย่างรวดเร็ว จึงพบได้เสมอในผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์และวัยรุ่นที่กำลังเจริญเติบโต และมีระดับฮอร์โมนสเตียรอยด์เพิ่มขึ้นจนทำให้ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นชัด นอกจากนี้ถ้าแม่มีรอยแตก ลูกสาวก็อาจจะมีรอยแตกลายได้ด้วยเช่นกัน สำหรับผู้ชายนั้น การยกน้ำหนัก กรรมพันธุ์ และความอ้วน เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดรอยแตกลายได้รอยแตกลาย

หลีกเลี่ยงรอยแตกลาย

จริงๆ แล้วรอยแตกลายก็คือแผลเป็นนั่นเอง การกำจัดรอยแตกลายให้หายไปเลยจึงทำได้ยาก การป้องกันจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยสามารถป้องกันได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

– การดื่มน้ำเยอะๆ ถือเป็นหนึ่งในการป้องกันที่ดีที่สุด เพราะจะช่วยไม่ให้ผิวหนังเสียความยืดหยุ่น
– กินอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามินเค อี ซี สังกะสี และซิลิกาเพื่อให้ร่างกายผลิตโปรตีนที่จำเป็นต่อการยืดหยุ่นของผิวหนัง
– ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ผิวหนังยืดหยุ่น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นและกระชับชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นที่ 2 ที่ประกอบไปด้วยคอลลาเจนและอิลาสติน
– หลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
– ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์บนผิวที่เสี่ยงต่อการแตกลาย การทำให้ผิวชุ่มน้ำจะทำให้ผิวยืดหยุ่นได้มากขึ้น
– ขัดผิวด้วยสบู่หรือสครับ โดยขัดเบาๆ เพื่อช่วยกระบวนการยืดหยุ่นและหดตัวของผิวหนัง หลีกเลี่ยงการใช้เกลือขัดตัวเพราะจะทำให้ผิวแห้งและทำให้ปัญหาแย่ลง รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย ส่วนรอยแตกลายพบในกลุ่มคนอื่นๆ

รอยแตกลาย ส่วนรอยแตกลายพบในกลุ่มคนอื่นๆ เช่น คนที่เล่นฟิตเนตแล้วมีรอยแตกนั้น มักจะพบสัมพันธ์กับการยืดตัวของกล้ามเนื้อที่รวดเร็วเกินไป และจะพบบ่อยในกลุ่มคนที่ใช้ยา steriod ทั้งประเภทฉีดและกิน เนื่องจากยากลุ่มนี้จะทำให้ผิวหนังแตกได้ และทำให้มีการสะสมของไขมันและกล้ามเนื้อเพิ่มได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้มีโอกาสเกิดรอยแตกได้มากกว่า และคนอีกประเภทที่พบว่าเป็นรอยแตกลายได้บ่อยคือ วัยรุ่น ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งหญิงชาย มักพบบริเวณหลัง สะโพก เพราะวัยนี้เป็นช่วงเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ ทำให้เป็นรอยแตกได้ง่าย รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย
รอยแตกลาย ในช่วงแรกของการเกิดรอยแตกลายจะเป็นรอยสีชมพู แดง และสีม่วง ตามลำดับ ช่วงนี้เรียกว่า รอยแตกลายใหม่ หากอยากหายต้องได้รับการรักษาตั้งแต่ช่วงนี้ เพราะหายได้เร็วที่สุด ถ้าปล่อยไว้จนรอยแตกนั้นจะค่อยๆกลายเป็นสีขาวซีด เห็นเป็นร่องเป็นรอยแตกระแหง เรียกว่า รอยแตกลายเก่า (Scar like) แบบนี้จะรักษาได้ยากกว่า

วิธีลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติ
1.ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ โดยอาหารที่ควรบริโภคนั้นควรมีสารอาหารที่มี วิตามิน A C D และ สังกะสี เนื่องจากเป็นสารสำคัญในการซ่อมแซมแผลที่มักจะเกิดขึ้น รวมถึงช่วยลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติได้ โดยเรามักจะเห็นในตำแหน่งที่มีไขมันสะสมมาก เช่น หน้าอก สะโพก หลัง ต้นขา และอีกหนึ่งแหล่งอาหารที่สำคัญคือ “น้ำเปล่า” หากดื่มน้ำอย่างน้อย วันละ 6-8 แก้วขึ้นไป จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง เพราะพบว่าคนที่ดื่มน้ำน้อย มีโอกาสเกิดรอยแตกได้มากกว่า สำหรับอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ชา กาแฟ และน้ำอัดลม
2.ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ผิวหนังยืดหยุ่น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นและกระชับชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นที่ 2 ที่ประกอบไปด้วยคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวหนังที่กำลังเป็นหรือเสี่ยงต่อรอยแตกลาย แลดูจางลงได้ ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็วจนเกินไป
3.ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โดยเฉพาะที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์ จะช่วยให้ผิวชุ่มน้ำ มีความยืดหยุ่นได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้วิตามินซี และเรตินอยด์ มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในช่วงต้น ทำให้รอยแตกลายดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เรตินอยด์จะไม่มีประสิทธิภาพถ้ารอยแตกลายเป็นสีขาว ที่สำคัญคือคุณแม่ที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ต้องหลีกเลี่ยงการใช้เรตินอยด์ เพราะเกิดผลกระทบต่อลูกในท้อง เช่น อาจทำให้ทารกเกิดความพิการได้ รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย รอยแตกลายเกิดจากผิวหนังและเนื้อเยื่อที่ยืดขยายจนแตก

รอยแตกลาย รอยแตกลายเกิดจากผิวหนังและเนื้อเยื่อที่ยืดขยายจนแตก (ลองนึกภาพหนังยางที่ถูกดึงจนแตกดู) โดยในระยะแรกรอยแตกจะเป็นสีชมพูหรือม่วง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีขาวหรือสีเงิน และมีรอยขรุขระลึก ซึ่งรักษาได้ยาก โดยลักษณะรอยแตกขึ้นอยู่กับสีผิวและสภาพผิวว่าได้รับผลกระทบจากรอยแตกมากแค่ไหน รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย ส่วนใหญ่รอยแตกลายจะเกิดขึ้นหลังจากน้ำหนักขึ้นหรือลงอย่างรวดเร็ว จึงพบได้เสมอในผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์และวัยรุ่นที่กำลังเจริญเติบโต และมีระดับฮอร์โมนสเตียรอยด์เพิ่มขึ้นจนทำให้ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นชัด นอกจากนี้ถ้าแม่มีรอยแตก ลูกสาวก็อาจจะมีรอยแตกลายได้ด้วยเช่นกัน สำหรับผู้ชายนั้น การยกน้ำหนัก กรรมพันธุ์ และความอ้วน เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดรอยแตกลายได้

หลีกเลี่ยงรอยแตกลาย

จริงๆ แล้วรอยแตกลายก็คือแผลเป็นนั่นเอง การกำจัดรอยแตกลายให้หายไปเลยจึงทำได้ยาก การป้องกันจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยสามารถป้องกันได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

– การดื่มน้ำเยอะๆ ถือเป็นหนึ่งในการป้องกันที่ดีที่สุด เพราะจะช่วยไม่ให้ผิวหนังเสียความยืดหยุ่น
– กินอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามินเค อี ซี สังกะสี และซิลิกาเพื่อให้ร่างกายผลิตโปรตีนที่จำเป็นต่อการยืดหยุ่นของผิวหนังรอยแตกลาย
– ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ผิวหนังยืดหยุ่น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นและกระชับชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นที่ 2 ที่ประกอบไปด้วยคอลลาเจนและอิลาสติน
– หลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
– ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์บนผิวที่เสี่ยงต่อการแตกลาย การทำให้ผิวชุ่มน้ำจะทำให้ผิวยืดหยุ่นได้มากขึ้น
– ขัดผิวด้วยสบู่หรือสครับ โดยขัดเบาๆ เพื่อช่วยกระบวนการยืดหยุ่นและหดตัวของผิวหนัง หลีกเลี่ยงการใช้เกลือขัดตัวเพราะจะทำให้ผิวแห้งและทำให้ปัญหาแย่ลง รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย วิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับผิวแตกลายคือการป้องกัน

รอยแตกลาย วิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับผิวแตกลายคือการป้องกัน เพราะถ้าผิวแตกลายแล้วจะรักษาให้หายได้ยาก แต่ทุกวันนี้ก็มีครีมและอุปกรณ์ที่ใช้ในการแก้ไขรอยแตกลายให้เลือกใช้มากมายในท้องตลาด ลองมาดูกันดีกว่าว่าอะไรได้ผล หรือไม่ได้ผลเพราะอะไร รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย

– กรดไกลโคลิก เป็นที่รู้จักว่ามีคุณสมบัติคืนความอ่อนเยาว์ สามารถช่วยให้รอยแตกลายจางลงได้ แต่อาจทำให้ผิวหนังลอกได้ เนื่องจากกรดไกลโคลิกเผยผิวที่สุขภาพดีกว่าโดยการลอกผิวหนังชั้นบนสุดออก รอยแตกลาย
– วิตามินซี ช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจน (ที่เป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง) และทำงานร่วมกับกรดไกรโคลิกได้ดี
– เปปไทด์ ยังไม่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเปปไทด์ช่วยฟื้นฟูผิวได้จริง รอยแตกลาย
– เรตินอยด์ อยู่ในกลุ่มของผลิตภัณฑ์วิตามินเอ มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในช่วงต้น ทำให้รอยแตกลายดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เรตินอยด์จะไม่มีประสิทธิภาพถ้ารอยแตกลายเป็นสีขาว ที่สำคัญคือต้องหลีกเลี่ยงการใช้เรตินอยด์ในขณะตั้งครรภ์ เพราะอาจทำให้ทารกเกิดความพิการได้
– กรดไกลโคลิกและเรตินอยด์ มีประสิทธิภาพรักษารอยแตกลายได้ดีกว่าเมื่อใช้ร่วมกัน เพราะจะเพิ่มความยืดหยุ่นของรอยแตกลายได้
– น้ำมันวีทเจิร์ม อุดมไปด้วยวิตามินอี มีการศึกษาพบว่าน้ำมันวีทเจิร์มทำให้รอยแตกลายดีขึ้นได้ถ้าใช้ตอนเริ่มเป็นรอยแตกลาย.

รอยแตกลาย วันนี้เราจะคุยกันเรื่องรอยแตกลาย

รอยแตกลาย วันนี้เราจะคุยกันเรื่องรอยแตกลาย ที่หลายคนสนใจและถามมาเยอะเลยนะคะ รอยแตกลายนี้ จะเรียกว่าเป็นความเสียสละของคนเป็นแม่เลยนะคะ เพราะหลังคลอดมักเจอปัญหานี้กันมาก (กดที่ภาพเพื่อดูขนาดเต็มๆ และอ่านคำอธิบายที่คอมเมนต์แรกค่ะ)
รอยแตกลาย บางคนเรียกรอยแส้เฆี่ยน (striae, stretch marks) เรื่องนี้เป็นปัญหาทางผิวหนัง ที่มีผู้อ่านขอให้เขียนมากๆ ตอนแรกหมอก็ไม่ได้จะเขียนหรอกค่ะ เพราะไม่อยากมีปัญหากับใคร ไม่ว่าจะบริษัทครีม หรือคลินิคไหนๆ ดังนั้นก่อนจะอ่าน ขอทำความเข้าใจดังนี้นะคะ รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย
1. ที่คลินิคหมอเองไม่ได้รักษาเรื่องรอยแตกลาย ไม่มีคลินิคที่จะแนะนำ และไม่ทราบว่าเค้าคิดค่ารักษาอย่างไรค่ะ
2. หมอจะพูดตรงๆตามเนื้อหาวิชาการค่ะ ไม่ได้เอาใจใครเลย แต่ก็จะไม่ได้เขียนยี่ห้อของครีม หรือเลเซอร์ต่างๆนะคะรอยแตกลาย
3. ไม่ต้องสอบถามหมอว่าครีมนั่นนี่ดีมั้ย หรือส่งรูปหลอดครีมมาใน inbox ให้หมอดูนะคะ 40 คน 40 ยี่ห้อ หมอไม่ได้ตอบค่ะ หมอได้เขียนเหตุผลต่างๆในเนื้อหาแล้ว ต้องช่วยตัวเองอ่านแล้ววิเคราะห์เหตุผลดูเองบ้างค่ะ ถ้าใครลองใช้ครีมนั่นนี่ก็ไม่ถือว่าอันตรายร้ายแรงอะไรก็จะลองดูก็ได้ ถ้าใช้แล้วเห็นผล เวลาผ่านไป 6 เดือนก็ควรจะเห็นผลบ้างค่ะ ถ้าได้ผลแล้วหยุดนิ่งไม่ดีขึ้นนานๆ ก็อาจได้ผลแค่ประมาณนั้นค่ะ ส่วนสีจากสีเข้มแล้วจางลง จริงๆแล้วไม่ต้องทาอะไรก็จางลงเองอยู่แล้วค่ะ
4. เช่นเดียวกันค่ะ อย่าถามว่าเลเซอร์ตัวไหนดี ไม่ดี ทำที่ไหนดี ไม่ทราบเลยค่ะ รบกวนอ่านในเนื้อหานะคะรอยแตกลาย
ถ้าเขียนมาถามสิ่งเหล่านี้ หมอจะไม่ได้ตอบคำถาม แต่จะบอกให้ไปอ่านในเนื้อหาค่ะ เข้าใจตรงกันก็เริ่มเลยนะคะ
“รอยแตกลาย” stretch marks หรือ striae นี้ หมอขอใช้ภาษาไทยง่ายๆเพื่อให้เห็นภาพพจน์ว่า “รอยปริ” นะคะ เป็นการฉีกขาดในชั้นหนังแท้ค่ะ รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย จริงๆ แล้วรอยแตกลายก็คือแผลเป็นนั่นเอง

รอยแตกลาย  จริงๆ แล้วรอยแตกลายก็คือแผลเป็นนั่นเอง การกำจัดรอยแตกลายให้หายไปเลยจึงทำได้ยาก การป้องกันจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยสามารถป้องกันได้ด้วยวิธีต่อไปนี้ รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย

– การดื่มน้ำเยอะๆ ถือเป็นหนึ่งในการป้องกันที่ดีที่สุด เพราะจะช่วยไม่ให้ผิวหนังเสียความยืดหยุ่น
– กินอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามินเค อี ซี สังกะสี และซิลิกาเพื่อให้ร่างกายผลิตโปรตีนที่จำเป็นต่อการยืดหยุ่นของผิวหนังรอยแตกลาย
– ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ผิวหนังยืดหยุ่น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นและกระชับชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นที่ 2 ที่ประกอบไปด้วยคอลลาเจนและอิลาสติน
– หลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็ว รอยแตกลาย
– ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์บนผิวที่เสี่ยงต่อการแตกลาย การทำให้ผิวชุ่มน้ำจะทำให้ผิวยืดหยุ่นได้มากขึ้น
– ขัดผิวด้วยสบู่หรือสครับ โดยขัดเบาๆ เพื่อช่วยกระบวนการยืดหยุ่นและหดตัวของผิวหนัง หลีกเลี่ยงการใช้เกลือขัดตัวเพราะจะทำให้ผิวแห้งและทำให้ปัญหาแย่ลง รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย ปัญหารอยแตกลายบนผิวหนังเป็นปัญหาน่ากวนใจ

รอยแตกลาย ปัญหารอยแตกลายบนผิวหนังเป็นปัญหาน่ากวนใจ ที่ไม่มีใครอยากเผชิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิง แต่เชื่อหรือไม่ว่าร้อยละ 90 ของผู้หญิงมีปัญหานี้ ทำให้เสียความมั่นใจและต้องหาทางปกปิด มาทำความรู้จักกับสาเหตุ วิธีป้องกัน และวิธีรักษารอยแตกลายกันดีกว่า รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย ความจริงเรื่องรอยแตกลาย

รอยแตกลายเกิดจากผิวหนังและเนื้อเยื่อที่ยืดขยายจนแตก (ลองนึกภาพหนังยางที่ถูกดึงจนแตกดู) โดยในระยะแรกรอยแตกจะเป็นสีชมพูหรือม่วง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีขาวหรือสีเงิน และมีรอยขรุขระลึก ซึ่งรักษาได้ยาก โดยลักษณะรอยแตกขึ้นอยู่กับสีผิวและสภาพผิวว่าได้รับผลกระทบจากรอยแตกมากแค่ไหน

ส่วนใหญ่รอยแตกลายจะเกิดขึ้นหลังจากน้ำหนักขึ้นหรือลงอย่างรวดเร็ว จึงพบได้เสมอในผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์และวัยรุ่นที่กำลังเจริญเติบโต และมีระดับฮอร์โมนสเตียรอยด์เพิ่มขึ้นจนทำให้ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นชัด นอกจากนี้ถ้าแม่มีรอยแตก ลูกสาวก็อาจจะมีรอยแตกลายได้ด้วยเช่นกัน สำหรับผู้ชายนั้น การยกน้ำหนัก กรรมพันธุ์ และความอ้วน เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดรอยแตกลายได้

หลีกเลี่ยงรอยแตกลาย

จริงๆ แล้วรอยแตกลายก็คือแผลเป็นนั่นเอง การกำจัดรอยแตกลายให้หายไปเลยจึงทำได้ยาก การป้องกันจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยสามารถป้องกันได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

– การดื่มน้ำเยอะๆ ถือเป็นหนึ่งในการป้องกันที่ดีที่สุด เพราะจะช่วยไม่ให้ผิวหนังเสียความยืดหยุ่น
– กินอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามินเค อี ซี สังกะสี และซิลิกาเพื่อให้ร่างกายผลิตโปรตีนที่จำเป็นต่อการยืดหยุ่นของผิวหนัง
– ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ผิวหนังยืดหยุ่น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นและกระชับชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นที่ 2 ที่ประกอบไปด้วยคอลลาเจนและอิลาสติน
– หลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
– ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์บนผิวที่เสี่ยงต่อการแตกลาย การทำให้ผิวชุ่มน้ำจะทำให้ผิวยืดหยุ่นได้มากขึ้น
– ขัดผิวด้วยสบู่หรือสครับ โดยขัดเบาๆ เพื่อช่วยกระบวนการยืดหยุ่นและหดตัวของผิวหนัง หลีกเลี่ยงการใช้เกลือขัดตัวเพราะจะทำให้ผิวแห้งและทำให้ปัญหาแย่ลง รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเกิดรอยแตกลายหญิงตั้งครรภ์ร้อยละ 80-90

รอยแตกลาย ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเกิดรอยแตกลายหญิงตั้งครรภ์ร้อยละ 80-90 พบกับปัญหารอยแตกลาย เนื่องจากระหว่างตั้งครรภ์เป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงของไขมันที่มีการสะสมมากขึ้น และยังมมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ ทำให้หญิงที่ตั้งครรภ์มีรอยแตกสีแดง บริเวณท้อง สะโพก หลัง และเต้านม จากการศึกษาวิจัย พบว่าหญิงตั้งครรภ์มักจะมีรอยแตกช่วงปลายของการตั้งครรภ์ (เดือนที่ 6-7) ร้อยละ 75-90 เลยทีเดียว และมีการศึกษาหนึ่งของนักวิจัยชาวเยอรมัน ได้นำครีมที่มีส่วนผสมของสาร (Trofolastin) containing Gotu Kola extract and vitamin E มานวดบริเวณท้องของคนตั้งครรภ์ พบว่ามีแค่เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น ที่ไม่เป็นรอยแตกลาย และพบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นวัยรุ่นจะมีโอกาสเกิดรอยแตกลาย ขณะท้องได้มากกว่า และรุนแรงกว่า รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย
รอยแตกลาย ส่วนรอยแตกลายพบในกลุ่มคนอื่นๆ เช่น คนที่เล่นฟิตเนตแล้วมีรอยแตกนั้น มักจะพบสัมพันธ์กับการยืดตัวของกล้ามเนื้อที่รวดเร็วเกินไป และจะพบบ่อยในกลุ่มคนที่ใช้ยา steriod ทั้งประเภทฉีดและกิน เนื่องจากยากลุ่มนี้จะทำให้ผิวหนังแตกได้ และทำให้มีการสะสมของไขมันและกล้ามเนื้อเพิ่มได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้มีโอกาสเกิดรอยแตกได้มากกว่า และคนอีกประเภทที่พบว่าเป็นรอยแตกลายได้บ่อยคือ วัยรุ่น ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งหญิงชาย มักพบบริเวณหลัง สะโพก เพราะวัยนี้เป็นช่วงเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ ทำให้เป็นรอยแตกได้ง่ายรอยแตกลาย
ในช่วงแรกของการเกิดรอยแตกลายจะเป็นรอยสีชมพู แดง และสีม่วง ตามลำดับ ช่วงนี้เรียกว่า รอยแตกลายใหม่ หากอยากหายต้องได้รับการรักษาตั้งแต่ช่วงนี้ เพราะหายได้เร็วที่สุด ถ้าปล่อยไว้จนรอยแตกนั้นจะค่อยๆกลายเป็นสีขาวซีด เห็นเป็นร่องเป็นรอยแตกระแหง เรียกว่า รอยแตกลายเก่า (Scar like) แบบนี้จะรักษาได้ยากกว่า

วิธีลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติรอยแตกลาย
1.ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ โดยอาหารที่ควรบริโภคนั้นควรมีสารอาหารที่มี วิตามิน A C D และ สังกะสี เนื่องจากเป็นสารสำคัญในการซ่อมแซมแผลที่มักจะเกิดขึ้น รวมถึงช่วยลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติได้ โดยเรามักจะเห็นในตำแหน่งที่มีไขมันสะสมมาก เช่น หน้าอก สะโพก หลัง ต้นขา และอีกหนึ่งแหล่งอาหารที่สำคัญคือ “น้ำเปล่า” หากดื่มน้ำอย่างน้อย วันละ 6-8 แก้วขึ้นไป จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง เพราะพบว่าคนที่ดื่มน้ำน้อย มีโอกาสเกิดรอยแตกได้มากกว่า สำหรับอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ชา กาแฟ และน้ำอัดลม
2.ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ผิวหนังยืดหยุ่น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นและกระชับชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นที่ 2 ที่ประกอบไปด้วยคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวหนังที่กำลังเป็นหรือเสี่ยงต่อรอยแตกลาย แลดูจางลงได้ ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็วจนเกินไป
3.ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โดยเฉพาะที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์ จะช่วยให้ผิวชุ่มน้ำ มีความยืดหยุ่นได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้วิตามินซี และเรตินอยด์ มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในช่วงต้น ทำให้รอยแตกลายดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เรตินอยด์จะไม่มีประสิทธิภาพถ้ารอยแตกลายเป็นสีขาว ที่สำคัญคือคุณแม่ที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ต้องหลีกเลี่ยงการใช้เรตินอยด์ เพราะเกิดผลกระทบต่อลูกในท้อง เช่น อาจทำให้ทารกเกิดความพิการได้ รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย เชื่อว่าคงไม่มีใครเกิดมาแล้วผิวเนียนดูดี

รอยแตกลาย เชื่อว่าคงไม่มีใครเกิดมาแล้วผิวเนียนดูดี ตลอดจนไม่เคยมีปัญหาผิวหรอกค่ะ อย่างน้อยก็ต้องมีผดผื่นหรือริ้วรอยอื่น ๆ ที่คอยทำให้รำคาญใจบ้างแหละ ยิ่งสาว ๆ คนไหนที่ไม่ค่อยดูแลตัวเองและไม่ค่อยดูแลเรื่องการกินอาหารให้ดี จนเกิดการอ้วนขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็อาจเกิดรอยแตกลายปรากฏขึ้นบนผิวหนังได้ หากจะกำจัดออกไปก็ดูท่าจะยากเอาการ แต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย ออกกำลังกาย

แน่นอนอยู่แล้ว ว่าการออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายอย่างมหาศาล ซึ่งนอกจากจะทำให้รูปร่างดูดีแล้ว ยังช่วยลดปัญหาผิวแตกลายได้อีกด้วย เพราะการออกกำลังกายจะช่วยทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายสมดุล และจะช่วยลดการเกิดปัญหาผิวแตกลายได้

ควบคุมอาหาร

หากคุณกินอาหารแบบตามใจปากมาตลอดโดยไม่ได้เลือกควบคุมบ้าง อาจจะทำให้คุณต้องหนักใจกับปัญหาผิวแตกลายได้ ฉะนั้นควรเพิ่มการกินผักสดและอาหารที่ดีต่อสุขภาพร่างกายทั้งภายในและภายนอกอื่น ๆ ร่วมด้วย

ผิวแตกลายรอยแตกลาย

กินไข่ขาว

ในไข่ขาวอุดมไปด้วยโปรตีนมากมายหลายชนิดและวิตามินเอ ที่จะช่วยรักษารอยแผลเป็นและรอยไหม้ที่เกิดบนผิวหนังได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถนำไข่ขาวมามาสก์ผิวที่แตกลายได้ด้วย

ขัดด้วยสครับน้ำตาล

สาว ๆ ที่รักการบำรุงผิว คงรู้อยู่แล้วแหละว่าคุณสามารถหยิบน้ำตาลมาสครับผิวได้ ซึ่งวิธีนี้ก็สามารถใช้ได้กับปัญหาผิวแตกลายด้วยนะคะ แค่เพียงหยิบน้ำตาลมาผสมกับน้ำมันอัลมอนด์และน้ำมะนาว แล้วนำส่วนผสมมาขัด ๆ ผิวที่แตกลาย วิธีนี้ง่ายและสะดวกสุด ๆ เลยเนอะ

ใช้มอยส์เจอไรเซอร์

สำหรับคุณแม่กำลังตั้งครรภ์ที่กลัวผิวแตกลายหลังคลอด ให้ใช้มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของอัลฟา ไฮดรอกซี่ (AHA) และวิตามินเอมาทาและนวด ๆ ตรงบริเวณท้องวันละ 2 ครั้งทุกวัน จะช่วยไม่ให้เกิดการแตกลายบนหนังท้องได้

ผิวแตกลาย

ดื่มน้ำเยอะ ๆ

หากต้องการให้ผิวนุ่มยืดหยุ่นและไม่มีริ้วรอยต่าง ๆ มากวนใจ ให้คุณฝึกตัวเองให้พยายามดื่มน้ำเยอะ ๆ ประมาณวันละ 6-8 แก้วหรือมากกว่านั้น เพื่อป้องกันการเกิดเซลลูไลท์และไม่ให้ผิวแตกลายจนดูน่าเกลียด

ใช้ครีมบำรุงที่จ่ายโดยแพทย์รอยแตกลาย

ถ้าไม่มั่นใจจริง ๆ ว่าครีมบำรุงที่ใช้อยู่จะเหมาะกับผิวหรือจะได้ผลจริงหรือไม่ ให้ลองปรึกษาแพทย์ผิวหนังดูก็ได้นะคะ แต่ครีมที่แพทย์จ่ายมาควรจะมีส่วนผสมของวิตามินเอ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและความยืดหยุ่นในผิวด้วย

ใช้น้ำมันจากธรรมชาติ

รู้หรือไม่ว่า พวกน้ำมันจากธรรมชาตินี่แหละที่เป็นไอเทมบำรุงผิวที่ดีมาก ๆ เพราะมันสามารถช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้นและป้องกันผิวแตกลายได้ น้ำมันธรรมชาติที่สาว ๆ หลายคนนิยมเลือกมาบำรุงผิวแตกลาย ก็คงจะเป็นน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวใช่ไหมล่ะคะ แต่นอกจากนี้คุณสามารถเลือกน้ำมันดอกทานตะวัน, น้ำมันอัลมอนด์, น้ำมันอะโวคาโด และน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์มาบำรุงผิวแตกลายได้ด้วย

ผิวแตกลาย

น้ำมะนาว

น้ำมะนาวเป็นกรดธรรมชาติที่ช่วยลดปัญหาผิวแตกลายได้ดีเท่ากับการรักษาสิวและรอยแผลเป็น มันจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและช่วยให้อาการแตกลายบนผิวหายไปได้อย่างรวดเร็ว

เลเซอร์รักษารอยแตกลาย

สำหรับสาว ๆ ที่ใจร้อนอยากให้ปัญหาผิวแตกลายหายไปอย่างรวดเร็ว ก็อาจจะเลือกทำ Fraxel Laser เพื่อแก้ปัญหาผิวแตกลายก็ได้นะคะ แต่การทำครั้งเดียวก็คงไม่เห็นผล ควรจะทำต่อเนื่อง 2-3 ครั้งจนกว่ารอยแตกลายจะค่อย ๆ หายไป ซึ่งวิธีนี้อาจจะเหมาะกับผู้ที่มีงบทำสวยมากหน่อย เพราะราคาการทำเลเซอร์ก็แพงใช่เล่นเลยนะ
สาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาผิวแตกลายอยุู่ ก็ลองเลือกวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะกับตัวเองดูนะคะ แต่หากใครที่ยังไม่เคยเจอปัญหานี้มาก่อน ก็ควรดูแลตัวเองและดูแลอาหารการกินดี ๆ ล่ะ ผิวจะได้สวยใสไร้ปัญหาไปตลอดเลยยังไงล่ะ รอยแตกลาย.