รอยแตกลาย วันนี้เราจะคุยกันเรื่องรอยแตกลาย

รอยแตกลาย วันนี้เราจะคุยกันเรื่องรอยแตกลาย ที่หลายคนสนใจและถามมาเยอะเลยนะคะ รอยแตกลายนี้ จะเรียกว่าเป็นความเสียสละของคนเป็นแม่เลยนะคะ เพราะหลังคลอดมักเจอปัญหานี้กันมาก (กดที่ภาพเพื่อดูขนาดเต็มๆ และอ่านคำอธิบายที่คอมเมนต์แรกค่ะ)รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย
รอยแตกลาย รอยแตกลาย บางคนเรียกรอยแส้เฆี่ยน (striae, stretch marks) เรื่องนี้เป็นปัญหาทางผิวหนัง ที่มีผู้อ่านขอให้เขียนมากๆ ตอนแรกหมอก็ไม่ได้จะเขียนหรอกค่ะ เพราะไม่อยากมีปัญหากับใคร ไม่ว่าจะบริษัทครีม หรือคลินิคไหนๆ ดังนั้นก่อนจะอ่าน ขอทำความเข้าใจดังนี้นะคะ
1. ที่คลินิคหมอเองไม่ได้รักษาเรื่องรอยแตกลาย ไม่มีคลินิคที่จะแนะนำ และไม่ทราบว่าเค้าคิดค่ารักษาอย่างไรค่ะรอยแตกลาย
2. หมอจะพูดตรงๆตามเนื้อหาวิชาการค่ะ ไม่ได้เอาใจใครเลย แต่ก็จะไม่ได้เขียนยี่ห้อของครีม หรือเลเซอร์ต่างๆนะคะรอยแตกลาย
3. ไม่ต้องสอบถามหมอว่าครีมนั่นนี่ดีมั้ย หรือส่งรูปหลอดครีมมาใน inbox ให้หมอดูนะคะ 40 คน 40 ยี่ห้อ หมอไม่ได้ตอบค่ะ หมอได้เขียนเหตุผลต่างๆในเนื้อหาแล้ว ต้องช่วยตัวเองอ่านแล้ววิเคราะห์เหตุผลดูเองบ้างค่ะ ถ้าใครลองใช้ครีมนั่นนี่ก็ไม่ถือว่าอันตรายร้ายแรงอะไรก็จะลองดูก็ได้ ถ้าใช้แล้วเห็นผล เวลาผ่านไป 6 เดือนก็ควรจะเห็นผลบ้างค่ะ ถ้าได้ผลแล้วหยุดนิ่งไม่ดีขึ้นนานๆ ก็อาจได้ผลแค่ประมาณนั้นค่ะ ส่วนสีจากสีเข้มแล้วจางลง จริงๆแล้วไม่ต้องทาอะไรก็จางลงเองอยู่แล้วค่ะ
4. เช่นเดียวกันค่ะ อย่าถามว่าเลเซอร์ตัวไหนดี ไม่ดี ทำที่ไหนดี ไม่ทราบเลยค่ะ รบกวนอ่านในเนื้อหานะคะรอยแตกลาย
ถ้าเขียนมาถามสิ่งเหล่านี้ หมอจะไม่ได้ตอบคำถาม แต่จะบอกให้ไปอ่านในเนื้อหาค่ะ เข้าใจตรงกันก็เริ่มเลยนะคะ
“รอยแตกลาย” stretch marks หรือ striae นี้ หมอขอใช้ภาษาไทยง่ายๆเพื่อให้เห็นภาพพจน์ว่า “รอยปริ” นะคะ เป็นการฉีกขาดในชั้นหนังแท้ค่ะรอยแตกลาย.

รอยแตกลาย วันนี้เราจะคุยกันเรื่องรอยแตกลาย

รอยแตกลาย  วันนี้เราจะคุยกันเรื่องรอยแตกลาย ที่หลายคนสนใจและถามมาเยอะเลยนะคะ รอยแตกลายนี้ จะเรียกว่าเป็นความเสียสละของคนเป็นแม่เลยนะคะ เพราะหลังคลอดมักเจอปัญหานี้กันมาก (กดที่ภาพเพื่อดูขนาดเต็มๆ และอ่านคำอธิบายที่คอมเมนต์แรกค่ะ)รอยแตกลาย .

รอยแตกลาย
รอยแตกลาย  บางคนเรียกรอยแส้เฆี่ยน (striae, stretch marks) เรื่องนี้เป็นปัญหาทางผิวหนัง ที่มีผู้อ่านขอให้เขียนมากๆ ตอนแรกหมอก็ไม่ได้จะเขียนหรอกค่ะ เพราะไม่อยากมีปัญหากับใคร ไม่ว่าจะบริษัทครีม หรือคลินิคไหนๆ ดังนั้นก่อนจะอ่าน ขอทำความเข้าใจดังนี้นะคะรอยแตกลาย
1. ที่คลินิคหมอเองไม่ได้รักษาเรื่องรอยแตกลาย ไม่มีคลินิคที่จะแนะนำ และไม่ทราบว่าเค้าคิดค่ารักษาอย่างไรค่ะ
2. หมอจะพูดตรงๆตามเนื้อหาวิชาการค่ะ ไม่ได้เอาใจใครเลย แต่ก็จะไม่ได้เขียนยี่ห้อของครีม หรือเลเซอร์ต่างๆนะคะรอยแตกลาย
3. ไม่ต้องสอบถามหมอว่าครีมนั่นนี่ดีมั้ย หรือส่งรูปหลอดครีมมาใน inbox ให้หมอดูนะคะ 40 คน 40 ยี่ห้อ หมอไม่ได้ตอบค่ะ หมอได้เขียนเหตุผลต่างๆในเนื้อหาแล้ว ต้องช่วยตัวเองอ่านแล้ววิเคราะห์เหตุผลดูเองบ้างค่ะ ถ้าใครลองใช้ครีมนั่นนี่ก็ไม่ถือว่าอันตรายร้ายแรงอะไรก็จะลองดูก็ได้ ถ้าใช้แล้วเห็นผล เวลาผ่านไป 6 เดือนก็ควรจะเห็นผลบ้างค่ะ ถ้าได้ผลแล้วหยุดนิ่งไม่ดีขึ้นนานๆ ก็อาจได้ผลแค่ประมาณนั้นค่ะ ส่วนสีจากสีเข้มแล้วจางลง จริงๆแล้วไม่ต้องทาอะไรก็จางลงเองอยู่แล้วค่ะ
4. เช่นเดียวกันค่ะ อย่าถามว่าเลเซอร์ตัวไหนดี ไม่ดี ทำที่ไหนดี ไม่ทราบเลยค่ะ รบกวนอ่านในเนื้อหานะคะ
ถ้าเขียนมาถามสิ่งเหล่านี้ หมอจะไม่ได้ตอบคำถาม แต่จะบอกให้ไปอ่านในเนื้อหาค่ะ เข้าใจตรงกันก็เริ่มเลยนะคะ
“รอยแตกลาย” stretch marks หรือ striae นี้ หมอขอใช้ภาษาไทยง่ายๆเพื่อให้เห็นภาพพจน์ว่า “รอยปริ” นะคะ เป็นการฉีกขาดในชั้นหนังแท้ค่ะรอยแตกลาย .

รอยแตกลาย เชื่อว่าหากคุณผู้หญิงได้ยินคำนี้คงรู้สึกปวดขมับขึ้นมาทันที

รอยแตกลาย เชื่อว่าหากคุณผู้หญิงได้ยินคำนี้คงรู้สึกปวดขมับขึ้นมาทันที เพราะหลายๆคนกำลังประสบกับปัญหาผิวหนังแตกลายที่แก้ไม่ตก ซึ่งมันเกิดขึ้นได้ง่ายจากหลายปัจจัย บางคนแค่น้ำหนักขึ้นมานิดๆหน่อยๆก็เกิดรอยแตกลายอย่างเห็นได้ชัด หรือบางคนที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยรุ่น ผิวหนังมีการขยายตัวก็สามารถเกิดเป็นรอยแตกลายขึ้นได้ รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย ไม่เพียงเท่านั้น รอยแตกลายอาจเกิดกับคนอ้วนแล้วลดน้ำหนักจนผอมลงในเวลาสั้นๆก็ได้ เห็นไหมว่าปัญหารอยแตกลายมันใกล้ตัวเราแค่ไหน
ขออธิบายให้เข้าใจเบื้องต้นก่อนว่า เจ้ารอยแตกลาย หรือ Stretch Marks เกิดจากการยืดขยายต่อเนื่องของผิวหนังและเนื้อเยื่อในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้เกิดการทำลายโครงสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้พบได้บ่อยที่สุดในคนตั้งครรภ์ มักเป็นบริเวณท้อง หรือหน้าอก ยังพบได้ในคนที่อ้วนอย่างรวดเร็ว หรือในวัยรุ่นที่กำลังสูงอย่างรวดเร็วโดยพบผิวแตกลายได้ที่ต้นขาด้านนอก หลังด้านล่าง หรือสะโพก รวมทั้งคนที่กินยาสเตียรอยด์นานๆ มักมีรอยแตกลายใหญ่ และเป็นได้หลายตำแหน่ง

รอยแตกลายนั้นมีหลายสี ในช่วงแรกจะเป็นรอยสีชมพู แดงและม่วงตามลำดับ เรียกว่า “รอยแตกลายใหม่” แบบนี้รักษาหายได้เร็วที่สุด แต่เมื่อนานวันเข้า รอยแตกนั้นจะค่อยๆ กลายเป็นสีขาวซีด เห็นเป็นร่องเป็นรอยแตกระแหงเรียกว่า รอยแตกลายเก่า (Scar like) หรือ “รอยแตกลายสีขาว” นั่นเอง ซึ่งจะรักษาได้ยากกว่า ฉะนั้น กันไว้ก่อนย่อมดีกว่าแก่ไข

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดรอยแตกลายสีขาว
1.ใช้สมุนไพรธรรมชาติ เช่น มะขามเปียก มะนาว นำมาถูทิ้งไว้ประมาณ 2-5 นาที บริเวณที่เกิดรอยด่างดำ หรือคิดว่ากำลังเป็นรอยแตกลายสีขาว ความเป็นกรดอ่อนๆ จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออก ช่วยให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื่น มีความยืดหยุ่น ป้องกันการเกิดรอยแตกลายสีขาวได้ หรืออีกสมุนไพร “ว่านหางจระเข้” ให้นำวุ้นของว่านหางจระเข้มาล้างทำความสะอาด แล้วทาลงในบริเวณที่เริ่มปัญหา ไม่ว่าจะเป็นต้นแขน หน้าท้อง น่อง ต้นขา โดยทาเป็นประจำทุกเช้าเย็น สารอาหารจากว่านหางจระเข้จะช่วยให้ผิวชุ่มชื่น ห่างไกลจากรอยแตกลายสีขาว
2.รับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อันได้แก่ วิตามินซี วิตามินอี ซุ่งเจ้าวิตามินซี สามารถพบได้มากในอาหาร เช่น ผัก และผลไม้ ขณะที่วิตามินอีสามารถพบได้มากในอาหารจำพวก นม ไข่ ถั่ว เนื้อสัตว์ ปลา ผัก วิตามินทั้งสองชนิดนี้มีบทบาทสำคัญต่อการฟื้นบำรุงผิว เป็นประโยชน์ต่อผิวพรรณ ทำให้ผิวแข็งแรง สุขภาพดี ลดการอักเสบ ป้องกันปัญหาผิวอย่างรอยแตกรายได้เป็นอย่างดี
3.ลดน้ำหนัก ใครที่เริ่มรู้สึกว่าตัวกำลังเข้าสู่ภาวะน้ำหนักเกิน หรือมีรูปร่างอ้วนขึ้น นั่นเท่ากับว่าท่านมีความเสี่ยงต่อการเกิดรอยแตกลายต่างๆ โดยเฉพาะรอยแตกลายสีขาว ฉะนั้น จงหาวิธีลดน้ำหนัก (ห้ามใช้ยาลดความอ้วน) ให้เน้นการออกกำลังกายกระชับต้นขา ต้นแขน ลดพุงเพื่อช่วยลดการเสียดสีของผิวหนัง เพราะการเสียดสีเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวหนังดำคล้ำและเกิดรอยแตกลาย
4.ดื่มน้ำเปล่ามากๆ เพราะจะช่วยไม่ให้ผิวหนังเสียความยืดหยุ่น เพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิวหนังจากภายใน นอกจากนั้นยังส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม เพิ่มกระบวนการขจัดสารพิษในร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ถือเป็นวิธีดูแลสุขภาพร่างกายเบื้องต้นที่ทุกคนควรปฏิบัติ โดยควรฝึกดื่มน้ำเยอะๆ ประมาณวันละ 8 แก้วขึ้นไปรอยแตกลาย
5.ทาครีมหรือโลชั่นบำรุงผิว เป็นอีกหนึ่งวิธีในการป้องกันรอยแตกลายต่างๆ โดยเฉพาะรอยแตกลายสีขาว เพราะครีมหรือโลชั่นบำรุงผิว จะช่วยเพิ่มความมชุ่มชื่นให้แก่ผิว สร้างความยืดหยุ่น เมื่อมีการขยายหรือหดตัวอย่างรวดเร็ว จึงไม่เกิดรอยแตกลาย หรือมีโอกาสได้น้อยกว่าผู้ที่ไม่เคยบำรุงผิว ซึ่งครีมหรือโลชั่นที่ใช้ควรมีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์ AHA สารสกัดธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ต่อผิว หรือ whitening ต่างๆ
การใช้ครีมบำรุงผิวแก้ไขปัญหาผิวแตกลาย ยังสามารถที่จะเลือกใช้ครีมบำรุงผิวแบบสำเร็จรูป โดยเน้นครีมบำรุงผิวที่มีความอ่อนโยน และมีส่วนประกอบหลักจากธรรมชาติ 100% ซึ่งจะเป็นการช่วยฟื้นฟู และบำรุงผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นการช่วยทำให้ผิวสามารถฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้ผลลัพธ์ของผิวที่กลับมาสวยสดใสเหมือนเดิม รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย ปัญหารอยแตกลายบนผิวหนังที่ไม่มีใครอยากเผชิญ

รอยแตกลาย ปัญหารอยแตกลายบนผิวหนังที่ไม่มีใครอยากเผชิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิง แต่เชื่อหรือไม่ว่าร้อยละ 90 ของผู้หญิงมีปัญหานี้ ทำให้เสียความมั่นใจและต้องหาทางปกปิด มาทำความรู้จักกับสาเหตุ วิธีป้องกัน และวิธีรักษารอยแตกลายกันดีกว่ารอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย หากจะกำจัดออกไปก็ดูท่าจะยากเอาการ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะนำ 10 วิธีรักษาผิวแตกลายแบบง่ายๆ มาฝาก เริ่มที่
1. ออกกำลังกาย การออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายอย่างมหาศาล ซึ่งนอกจากจะทำให้รูปร่างดูดีแล้ว ยังช่วยลดปัญหาผิวแตกลายได้อีกด้วย เพราะการออกกำลังกายจะช่วยทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายสมดุล และจะช่วยลดการเกิดปัญหาผิวแตกลายได้รอยแตกลาย

2. ควบคุมอาหาร หากคุณกินอาหารแบบตามใจปากมาตลอดโดยไม่ได้เลือกควบคุมบ้าง อาจจะทำให้คุณต้องหนักใจกับปัญหาผิวแตกลายได้ ฉะนั้นควรเพิ่มการกินผักสดและอาหารที่ดีต่อสุขภาพร่างกายทั้งภายในและภายนอกอื่น ๆ ร่วมด้วย, 3. กินไข่ขาวรอยแตกลาย ในไข่ขาวอุดมไปด้วยโปรตีนมากมายหลายชนิดและวิตามินเอ ที่จะช่วยรักษารอยแผลเป็นและรอยไหม้ที่เกิดบนผิวหนังได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถนำไข่ขาวมามาสก์ผิวที่แตกลายได้ด้วย
4. ขัดด้วยสครับน้ำตาล สาวๆ ที่รักการบำรุงผิว คงรู้อยู่แล้วว่า คุณสามารถหยิบน้ำตาลมาสครับผิวได้ ซึ่งวิธีนี้ก็สามารถใช้ได้กับปัญหาผิวแตกลาย แค่เพียงหยิบน้ำตาลมาผสมกับน้ำมันอัลมอนด์และน้ำมะนาว แล้วนำส่วนผสมมาขัด ๆ ผิวที่แตกลาย วิธีนี้ง่ายและสะดวกสุดๆ

5. ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ สำหรับคุณแม่กำลังตั้งครรภ์ที่กลัวผิวแตกลายหลังคลอด ให้ใช้มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของอัลฟา ไฮดรอกซี่ (AHA) และวิตามินเอมาทาและนวด ๆ ตรงบริเวณท้องวันละ 2 ครั้งทุกวัน จะช่วยไม่ให้เกิดการแตกลายบนหนังท้องได้,รอยแตกลาย
6. ดื่มน้ำเยอะๆ หากต้องการให้ผิวนุ่มยืดหยุ่นและไม่มีริ้วรอยต่าง ๆ มากวนใจ ให้คุณฝึกตัวเองให้พยายามดื่มน้ำเยอะ ๆ ประมาณวันละ 6-8 แก้วหรือมากกว่านั้น เพื่อป้องกันการเกิดเซลลูไลท์และไม่ให้ผิวแตกลายจนดูน่าเกลียด รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย ขณะตั้งครรภ์คุณแม่หลายท่านอาจมีอาการคันหน้าท้อง

รอยแตกลาย ขณะครรภ์คุณแม่หลายท่านอาจมีอาการคันหน้าท้อง โดยเฉพาะช่วงระยะใกล้คลอด เมื่อสำรวจดูอาจพบว่าผิวหนังบริเวณนั้นแตกเป็นร่องซะแล้ว รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย

ปัจจัยที่ส่งเสริมให้มีโอกาสเกิดรอยแตกลายได้ง่ายขึ้น ได้แก่ การตั้งครรภ์ตั้งแต่อายุน้อย อัตราการเพิ่มของน้ำหนักตัวระหว่างตั้งครรภ์ น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดรวมถึงน้ำหนักตัวของทารกแรกคลอด นอกจากนี้แล้ว ถ้าคนในครอบครัวเคยประสบปัญหาหน้าท้องลายขณะตั้งครรภ์ยิ่งทำให้ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะนี้สูงขึ้น

แม้ว่าอาการแตกลาย ไม่ได้มีผลต่อสุขภาพโดยรวม แต่ขืนปล่อยไว้นานขึ้นโดยไม่ได้รักษา รอยแตกลายจะมีสีซีดลงจนเป็นสีขาว ผิวบางและบุ๋มลงเหมือนแผลเป็น คงไม่มีคุณแม่คนไหนอยากให้เกิดรอยเช่นนั้น นอกจากจะไม่สวยงามแล้วยังทำให้ขาดความมั่นใจ โดยเฉพาะเวลาใส่ชุดว่ายน้ำหรือกระโปรงสั้น แต่หากผิวแตกลายขึ้นมาแล้วก็ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะปัจจุบันนี้วิทยาการทางการแพทย์สมัยใหม่สามารถช่วยแก้ไขให้ผิวบริเวณนั้นดูดีขึ้นได้ เช่น

– การทาอนุพันธ์ของวิตามินเอ เช่น tretinoin ในกรณีที่เพิ่งเริ่มมีปัญหา

– การลอกผิวด้วยสารเคมี หรือ chemical peeling เพื่อผลัดผิวชั้นบนๆ ออกไป

– การกรอผิวด้วยวิธี microdermabrasion หรือ crystal peeling เพื่อขจัดเซลล์เก่าออก และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณผิวหนังส่วนบน

– การทำเลเซอร์ ใช้หลักการเดียวกับการรักษาแผลเป็น โดยเลเซอร์บางชนิดสามารถยิงลงไปสู่ผิวชั้นลึกเพื่อทำลายพังผืดด้านล่าง และกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนไปพร้อมๆ กัน ทำให้ลักษณะรอยแตกดูเนียนเรียบขึ้น เป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างใหม่ แต่ได้ผลค่อนข้างน่าพอใจ หรืออาจเลือกใช้เลเซอร์ชนิดอื่นๆ เพื่อแก้ปัญหาสีผิวที่ผิดปกติได้

อย่างไรก็ตาม การรักษารอยแตกลายเป็นเรื่องยากและใช้เวลาพอสมควร โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีปัญหามาก เช่นมีรอยแตกเป็นบริเวณกว้างหรือเป็นมานาน อาจต้องใช้การรักษาหลายวิธีประกอบกัน จึงอาจทำให้เกิดความกังวล ท้อแท้ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงขึ้น ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุด คือการป้องกันไม่ให้เกิดรอยแตกลาย แล้วเราจะมีวิธีใดบ้างที่ช่วยถนอมดูแลผิวตลอด 9 เดือนของตั้งครรภ์

เคล็ดลับป้องกันหน้าท้องแตกลาย

เคล็ดลับที่ 1 ดูแลตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ จากข้อมูลที่มี เรารู้ว่าหน้าท้องแตกลายเกิดจากการขยายตัวของหน้าท้องอย่างรวดเร็วจนผิวหนังปรับไม่ทัน ดังนั้น จึงควรใส่ใจเรื่องอาหารที่รับประทานและควบคุมน้ำหนักตัวอย่าให้ขึ้นมากเกินเกณฑ์ที่กำหนด ผิวหนังของเราจะได้มีเวลาปรับตัว ไม่ต้องรับภาระขยายตัวมากเกินไป

เคล็ดลับที่ 2 ทาครีมบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ เพราะการทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำจะช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นและยืดหยุ่น เป็นการเตรียมความพร้อมผิวหนังของคุณแม่ให้สามารถรับมือกับการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของลูกน้อยในครรภ์ได้ดีขึ้น โดยควรเริ่มให้เร็วที่สุด คือตั้งแต่เมื่อทราบว่าตั้งครรภ์ คุณแม่ควรเลือกครีมหรือโลชั่นชนิดที่มีเนื้อข้น เพราะสามารถเก็บความชุ่มชื้นได้ดีกว่าและนานกว่าแบบทั่วไป หรือในคนที่ผิวแห้งมากอาจใช้เบบี้ออยล์หรือน้ำมันมะกอกทาผิวได้ ช่วงเวลาที่ทาครีมก็สำคัญ เวลาที่ควรทามากที่สุดคือหลังอาบน้ำ เพราะผิวยังชุ่มชื้นอยู่ การทาครีมในช่วงนี้จะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไม่ให้ระเหยออกไปกับสิ่งแวดล้อมภายนอก โดยแนะนำให้ทาครีมบำรุงผิวทันทีหลังเช็ดตัวหมาดๆ และควรหมั่นทาต่อเนื่องระหว่างวันเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวตลอดเวลา โดยควรเพิ่มปริมาณเนื้อครีมให้มากขึ้นตามอายุครรภ์ที่เพิ่มขึ้นด้วย และแนะนำทาครีมต่อเนื่องจนกระทั่งหลังคลอดเพราะผิวต้องรับภาระหดตัวเพื่อให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ

เคล็ดลับที่ 3 เลือกอาบน้ำที่อุณหภูมิปกติ หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนหรืออุ่นจัดๆ เพราะน้ำที่อุณหภูมิสูงจะชะล้างไขมันที่เคลือบผิวออกไป ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น แห้ง ลอกและแตก โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีผิวแห้งอยู่แล้ว จะยิ่งมีโอกาสหน้าท้องแตกลายได้ง่ายขึ้น

เคล็ดลับที่ 4 เคล็ดลับสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ หลีกเลี่ยงการเกา เนื่องจากการเกาจะทำให้ผิวยิ่งอักเสบมากขึ้น และยังอาจเกิดแผล ส่งผลให้มีโอกาสติดเชื้อ หรือเป็นรอยดำตามมาได้ ดังนั้นถ้าคุณแม่มีอาการคัน สิ่งที่ควรทำคือพยายามทาครีมบำรุงให้มากหรือบ่อยขึ้น

สุดท้ายนี้ หวังว่าคุณแม่ทั้งมือใหม่และไม่ใหม่ทุกท่านจะมีความรู้ไว้รับมือกับปัญหาผิวแตกลายได้ดีขึ้นนะครับ

รอยแตกลาย ปัญหารอยแตกลายบนผิวหนังเที่ไม่มีใครอยากเผชิญ

รอยแตกลาย ปัญหารอยแตกลายบนผิวหนังเที่ไม่มีใครอยากเผชิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิง แต่เชื่อหรือไม่ว่าร้อยละ 90 ของผู้หญิงมีปัญหานี้ ทำให้เสียความมั่นใจและต้องหาทางปกปิด มาทำความรู้จักกับสาเหตุ วิธีป้องกัน และวิธีรักษารอยแตกลายกันดีกว่ารอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย หากจะกำจัดออกไปก็ดูท่าจะยากเอาการ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะนำ 10 วิธีรักษาผิวแตกลายแบบง่ายๆ มาฝาก เริ่มที่รอยแตกลาย
1. ออกกำลังกาย การออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายอย่างมหาศาล ซึ่งนอกจากจะทำให้รูปร่างดูดีแล้ว ยังช่วยลดปัญหาผิวแตกลายได้อีกด้วย เพราะการออกกำลังกายจะช่วยทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายสมดุล และจะช่วยลดการเกิดปัญหาผิวแตกลายได้

2. ควบคุมอาหาร หากคุณกินอาหารแบบตามใจปากมาตลอดโดยไม่ได้เลือกควบคุมบ้าง อาจจะทำให้คุณต้องหนักใจกับปัญหาผิวแตกลายได้ ฉะนั้นควรเพิ่มการกินผักสดและอาหารที่ดีต่อสุขภาพร่างกายทั้งภายในและภายนอกอื่น ๆ ร่วมด้วย, 3. กินไข่ขาว ในไข่ขาวอุดมไปด้วยโปรตีนมากมายหลายชนิดและวิตามินเอ ที่จะช่วยรักษารอยแผลเป็นและรอยไหม้ที่เกิดบนผิวหนังได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถนำไข่ขาวมามาสก์ผิวที่แตกลายได้ด้วย
4. ขัดด้วยสครับน้ำตาล สาวๆ ที่รักการบำรุงผิว คงรู้อยู่แล้วว่า คุณสามารถหยิบน้ำตาลมาสครับผิวได้ ซึ่งวิธีนี้ก็สามารถใช้ได้กับปัญหาผิวแตกลาย แค่เพียงหยิบน้ำตาลมาผสมกับน้ำมันอัลมอนด์และน้ำมะนาว แล้วนำส่วนผสมมาขัด ๆ ผิวที่แตกลาย วิธีนี้ง่ายและสะดวกสุดๆรอยแตกลาย

5. ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ สำหรับคุณแม่กำลังตั้งครรภ์ที่กลัวผิวแตกลายหลังคลอด ให้ใช้มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของอัลฟา ไฮดรอกซี่ (AHA) และวิตามินเอมาทาและนวด ๆ ตรงบริเวณท้องวันละ 2 ครั้งทุกวัน จะช่วยไม่ให้เกิดการแตกลายบนหนังท้องได้,
6. ดื่มน้ำเยอะๆ หากต้องการให้ผิวนุ่มยืดหยุ่นและไม่มีริ้วรอยต่าง ๆ มากวนใจ ให้คุณฝึกตัวเองให้พยายามดื่มน้ำเยอะ ๆ ประมาณวันละ 6-8 แก้วหรือมากกว่านั้น เพื่อป้องกันการเกิดเซลลูไลท์และไม่ให้ผิวแตกลายจนดูน่าเกลียด รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย ภาษาอังกฤษเรียกว่า Stretch Marks หรือ Striae

รอยแตกลาย ภาษาอังกฤษเรียกว่า Stretch Marks หรือ Striae เกิดจากการยืดขยายต่อเนื่องของผิวหนังและเนื้อเยื่ออย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการทำลายโครงสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ จึงเกิดเป็นรอยแตกลายบนผิวชั้นนอก ซึ่งเชื่อว่าครั้งหนึ่งหรือหลายครั้ง แต่ละคนต่างก็เคยผ่านปัญหารอยแตกลายกันมาแล้ว วันนี้เรามาดูกันว่าเจ้ารอยแตกลายเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมผิวเนียนสวยจึงต้องเกิดการแตกลาย รวมถึงวิธีการลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติ จะทำได้อย่างไร รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเกิดรอยแตกลาย
หญิงตั้งครรภ์ร้อยละ 80-90 พบกับปัญหารอยแตกลาย เนื่องจากระหว่างตั้งครรภ์เป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงของไขมันที่มีการสะสมมากขึ้น และยังมมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ ทำให้หญิงที่ตั้งครรภ์มีรอยแตกสีแดง บริเวณท้อง สะโพก หลัง และเต้านม จากการศึกษาวิจัย พบว่าหญิงตั้งครรภ์มักจะมีรอยแตกช่วงปลายของการตั้งครรภ์ (เดือนที่ 6-7) ร้อยละ 75-90 เลยทีเดียว และมีการศึกษาหนึ่งของนักวิจัยชาวเยอรมัน ได้นำครีมที่มีส่วนผสมของสาร (Trofolastin) containing Gotu Kola extract and vitamin E มานวดบริเวณท้องของคนตั้งครรภ์ พบว่ามีแค่เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น ที่ไม่เป็นรอยแตกลาย และพบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นวัยรุ่นจะมีโอกาสเกิดรอยแตกลาย ขณะท้องได้มากกว่า และรุนแรงกว่า
ส่วนรอยแตกลายพบในกลุ่มคนอื่นๆ เช่น คนที่เล่นฟิตเนตแล้วมีรอยแตกนั้น มักจะพบสัมพันธ์กับการยืดตัวของกล้ามเนื้อที่รวดเร็วเกินไป และจะพบบ่อยในกลุ่มคนที่ใช้ยา steriod ทั้งประเภทฉีดและกิน เนื่องจากยากลุ่มนี้จะทำให้ผิวหนังแตกได้ และทำให้มีการสะสมของไขมันและกล้ามเนื้อเพิ่มได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้มีโอกาสเกิดรอยแตกได้มากกว่า และคนอีกประเภทที่พบว่าเป็นรอยแตกลายได้บ่อยคือ วัยรุ่น ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งหญิงชาย มักพบบริเวณหลัง สะโพก เพราะวัยนี้เป็นช่วงเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ ทำให้เป็นรอยแตกได้ง่าย
ในช่วงแรกของการเกิดรอยแตกลายจะเป็นรอยสีชมพู แดง และสีม่วง ตามลำดับ ช่วงนี้เรียกว่า รอยแตกลายใหม่ หากอยากหายต้องได้รับการรักษาตั้งแต่ช่วงนี้ เพราะหายได้เร็วที่สุด ถ้าปล่อยไว้จนรอยแตกนั้นจะค่อยๆกลายเป็นสีขาวซีด เห็นเป็นร่องเป็นรอยแตกระแหง เรียกว่า รอยแตกลายเก่า (Scar like) แบบนี้จะรักษาได้ยากกว่า

วิธีลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติรอยแตกลาย
1.ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ โดยอาหารที่ควรบริโภคนั้นควรมีสารอาหารที่มี วิตามิน A C D และ สังกะสี เนื่องจากเป็นสารสำคัญในการซ่อมแซมแผลที่มักจะเกิดขึ้น รวมถึงช่วยลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติได้ โดยเรามักจะเห็นในตำแหน่งที่มีไขมันสะสมมาก เช่น หน้าอก สะโพก หลัง ต้นขา และอีกหนึ่งแหล่งอาหารที่สำคัญคือ “น้ำเปล่า” หากดื่มน้ำอย่างน้อย วันละ 6-8 แก้วขึ้นไป จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง เพราะพบว่าคนที่ดื่มน้ำน้อย มีโอกาสเกิดรอยแตกได้มากกว่า สำหรับอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ชา กาแฟ และน้ำอัดลม
2.ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ผิวหนังยืดหยุ่น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นและกระชับชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นที่ 2 ที่ประกอบไปด้วยคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวหนังที่กำลังเป็นหรือเสี่ยงต่อรอยแตกลาย แลดูจางลงได้ ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็วจนเกินไป
3.ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โดยเฉพาะที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์ จะช่วยให้ผิวชุ่มน้ำ มีความยืดหยุ่นได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้วิตามินซี และเรตินอยด์ มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในช่วงต้น ทำให้รอยแตกลายดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เรตินอยด์จะไม่มีประสิทธิภาพถ้ารอยแตกลายเป็นสีขาว ที่สำคัญคือคุณแม่ที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ต้องหลีกเลี่ยงการใช้เรตินอยด์ เพราะเกิดผลกระทบต่อลูกในท้อง เช่น อาจทำให้ทารกเกิดความพิการได้ รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย ปัญหารอยแตกลายบนผิวหนังเป็นปัญหาน่ากวนใจ

รอยแตกลาย ปัญหารอยแตกลายบนผิวหนังเป็นปัญหาน่ากวนใจ ที่ไม่มีใครอยากเผชิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิง แต่เชื่อหรือไม่ว่าร้อยละ 90 ของผู้หญิงมีปัญหานี้ ทำให้เสียความมั่นใจและต้องหาทางปกปิด มาทำความรู้จักกับสาเหตุ วิธีป้องกัน และวิธีรักษารอยแตกลายกันดีกว่ารอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย หากจะกำจัดออกไปก็ดูท่าจะยากเอาการ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะนำ 10 วิธีรักษาผิวแตกลายแบบง่ายๆ มาฝาก เริ่มที่รอยแตกลาย
1. ออกกำลังกาย การออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายอย่างมหาศาล ซึ่งนอกจากจะทำให้รูปร่างดูดีแล้ว ยังช่วยลดปัญหาผิวแตกลายได้อีกด้วย เพราะการออกกำลังกายจะช่วยทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายสมดุล และจะช่วยลดการเกิดปัญหาผิวแตกลายได้

2. ควบคุมอาหาร หากคุณกินอาหารแบบตามใจปากมาตลอดโดยไม่ได้เลือกควบคุมบ้าง รอยแตกลายอาจจะทำให้คุณต้องหนักใจกับปัญหาผิวแตกลายได้ ฉะนั้นควรเพิ่มการกินผักสดและอาหารที่ดีต่อสุขภาพร่างกายทั้งภายในและภายนอกอื่น ๆ ร่วมด้วย, 3. กินไข่ขาว ในไข่ขาวอุดมไปด้วยโปรตีนมากมายหลายชนิดและวิตามินเอ ที่จะช่วยรักษารอยแผลเป็นและรอยไหม้ที่เกิดบนผิวหนังได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถนำไข่ขาวมามาสก์ผิวที่แตกลายได้ด้วยรอยแตกลาย
4. ขัดด้วยสครับน้ำตาล สาวๆ ที่รักการบำรุงผิว คงรู้อยู่แล้วว่า คุณสามารถหยิบน้ำตาลมาสครับผิวได้ ซึ่งวิธีนี้ก็สามารถใช้ได้กับปัญหาผิวแตกลาย แค่เพียงหยิบน้ำตาลมาผสมกับน้ำมันอัลมอนด์และน้ำมะนาว แล้วนำส่วนผสมมาขัด ๆ ผิวที่แตกลาย วิธีนี้ง่ายและสะดวกสุดๆ

5. ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ สำหรับคุณแม่กำลังตั้งครรภ์ที่กลัวผิวแตกลายหลังคลอด ให้ใช้มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของอัลฟา ไฮดรอกซี่ (AHA) และวิตามินเอมาทาและนวด ๆ ตรงบริเวณท้องวันละ 2 ครั้งทุกวัน จะช่วยไม่ให้เกิดการแตกลายบนหนังท้องได้,
6. ดื่มน้ำเยอะๆ หากต้องการให้ผิวนุ่มยืดหยุ่นและไม่มีริ้วรอยต่าง ๆ มากวนใจ ให้คุณฝึกตัวเองให้พยายามดื่มน้ำเยอะ ๆ ประมาณวันละ 6-8 แก้วหรือมากกว่านั้น เพื่อป้องกันการเกิดเซลลูไลท์และไม่ให้ผิวแตกลายจนดูน่าเกลียด รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย เชื่อว่าคงไม่มีคุณผู้สาวๆ คนไหนที่อยากจะให้มีรอยแตกลาย

รอยแตกลาย เชื่อว่าคงไม่มีคุณผู้สาวๆ คนไหนที่อยากจะให้มีรอยแตกลายปรากฏขึ้นมาบนน่องของตัวเอง เพราะคุณสาวๆ ทุกคนก็คงอยากที่จะสาวใส่เสื้อผ้าโชว์น่องขาที่เรียวงามของตัวเองให้คนอื่นเห็นอย่างมั่นใจ รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย ในวันนี้เรามีเคล็ดลับวิธีการดูแลรักษาอาการน่องลาย สำหรับคุณสาวๆ ที่กำลังประสบปัญหาดังกล่าวอยู่มาฝากกัน

วิธีการรักษาน่องลายอย่างง่ายๆด้วยตัวคุณเอง
สำหรับวิธีอาการน่องลาย สามารถแบ่งออกได้อีกหลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับว่าคุณสาวๆจะเลือกนำวิธีใดไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับอาการของตัวเอง ดังต่อไปนี้รอยแตกลาย

1. การรักษาโดยใช้วิธีการทางเคมี เป็นการช่วยรักษาอาการน่องลายโดยใช้ผลิตภัณฑ์ และสารสกัดจากธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการทางเคมีแล้ว ซึ่งวิธีนี้จะช่วยในการบำรุงรักษาอาการน่องลายได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องรู้จักการใช้สารบำรุงที่ถูกต้องเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาที่เหมาะสม สำหรับสารเคมีที่นิยมนำมาใช้ในการรักษาอาการน่องลาย เช่นรอยแตกลาย

Hyaluronic acid เป็นสารทางเคมีที่มีฤทธิ์ในการต่อต้านริ้วรอย และรอยเหี่ยวย่นของผิวหนัง จึงสามารถนำมาใช้ในการรักษาอาการน่องลายได้เป็นอย่างดี ซึ่งในปัจจุบันผลิตภัณฑ์บำรุงผิวไม่ว่าจะเป็นครีมหรือเจล ที่มักมีการโฆษณาว่าช่วยในการต่อต้านริ้วรอยนั้น โดยส่วนใหญ่ก็มักที่จะมีส่วนผสมของสารตัวนี้ ดังนั้นผลิตภัณฑ์เหล่านั้นจึงสามารถนำมาทาเพื่อรักษาน่องลายได้เช่นกัน
2. การผลัดผิวด้วยกรดผลไม้ เป็นการผลัดผิวส่วนบนที่แตกลายออกไป เมื่อผิวหนังชั้นใหม่ขึ้นมาแทนที่รอยเหล่านั้นก็จะลดลง และหายไปในที่สุด โดยการใช้กรดผลไม้ประเภท Glaycolic Acid ที่มีความเข้มขน 20%

3. การทากรดวิตามินเอ เป็นการคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว เมื่อทาลงในบริเวณที่มีปัญหาน่องลาย จะช่วยทำให้รอยแตกลายสั้นและแคบลงได้ถึง 15-20% เมื่อทาต่อเนื่องนานประมาณ 6 เดือน สำหรับกรดวิตามินเอที่นิยมนำมาใช้ในการรักษาอาการน่องลาย คือ Tretinoin 0.050-0.1% การรักษาโดยวิธีนี้ อาจจะช่วยทำในการรักษารอยแตกลายใหม่ที่ยังคงมีสีแดง ให้จางลงได้บ้างรอยแตกลาย
4. การรักษาโดยใช้พืชสมุนไพร การแก้ปัญหาน่องลายโดยการใช้พืชสมุนไพรเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี เพราะนอกจากจะเป็นการรักษาที่ได้ผลแล้ว ยังสามารถทำได้ง่าย และประหยัดในราคาที่ถูก นอกจากนี้พืชสมุนไพรบางชนิดยังไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เงินซื้อ เพราะสามารถหาได้จากในครัวเรือนของเราเอง สำหรับพืชสมุนไพรที่สามารถนำมาใช้รักษาอาการน่องลายได้นั้น มีดังต่อไปนี้

ว่านหางจระเข้ นำวุ้นของว่านหางจระเข้ที่ทำความสะอาดดีแล้ว มาทำการทาลงในบริเวณที่มีปัญหาน่องลายเป็นประจำทุกเช้าเย็น ผิวที่แตกลายก็จะค่อยๆจางลง เนื่องจากว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติในการฟื้นฟู และซ่อมแซมเซลล์ผิวหนัง
ใบบัวบก นำใบบัวบกมาคั้นเอาแต่น้ำ แล้วนำไปทาในบริเวณที่เกิดปัญหาน่องลายเป็นประจำทุกเช้าเย็น ผิวที่แตกลายก็จะค่อยๆจางลง
มะนาว+เบบี้ออย นำน้ำมะนาวกับเบบี้ออยมาผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปทาแล้วนวดเบาๆในบริเวณที่มีปัญหาน่องลายทุกครั้งหลังจากการอาบน้ำ ผิวที่แตกลายจะค่อยๆจางลง

5.การใช้ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิว นอกจากวิธีการรักษาปัญหาขาแตกลายที่ได้กล่าวถึงไปแล้วในตอนต้น การใช้ครีมบำรุงผิวกายในการช่วยแก้ไขปัญหาขาแตกลาย ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ง่าย ได้ผลลัพธ์ที่ดี และยังได้รับความนิยใอย่างแพร่หลายจากทั่วโลกอีกด้วย ซึ่งครีมบำรุงผิวที่ดีนั้น ควรเลือกครีมที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนัง พร้อมกับมีคุณสมบัติในการช่วยฟื้นฟู บำรุง และซ่อมแซมผิวอย่างอ่อนโยน ซึ่งจะสามารถช่วยทำให้ผิวที่เคยแตกลายของคุณเลือนหายกลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นนั่นเอง รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย ภาษาอังกฤษเรียกว่า Stretch Marks หรือ Striae

รอยแตกลาย ภาษาอังกฤษเรียกว่า Stretch Marks หรือ Striae เกิดจากการยืดขยายต่อเนื่องของผิวหนังและเนื้อเยื่ออย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการทำลายโครงสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ จึงเกิดเป็นรอยแตกลายบนผิวชั้นนอก ซึ่งเชื่อว่าครั้งหนึ่งหรือหลายครั้ง แต่ละคนต่างก็เคยผ่านปัญหารอยแตกลายกันมาแล้ว วันนี้เรามาดูกันว่าเจ้ารอยแตกลายเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมผิวเนียนสวยจึงต้องเกิดการแตกลาย รวมถึงวิธีการลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติ จะทำได้อย่างไร รอยแตกลาย.

รอยแตกลาย

รอยแตกลาย ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเกิดรอยแตกลาย
หญิงตั้งครรภ์ร้อยละ 80-90 พบกับปัญหารอยแตกลาย เนื่องจากระหว่างตั้งครรภ์เป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงของไขมันที่มีการสะสมมากขึ้น และยังมมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ ทำให้หญิงที่ตั้งครรภ์มีรอยแตกสีแดง บริเวณท้อง สะโพก หลัง และเต้านม จากการศึกษาวิจัย พบว่าหญิงตั้งครรภ์มักจะมีรอยแตกช่วงปลายของการตั้งครรภ์ (เดือนที่ 6-7) ร้อยละ 75-90 เลยทีเดียว และมีการศึกษาหนึ่งของนักวิจัยชาวเยอรมัน ได้นำครีมที่มีส่วนผสมของสาร (Trofolastin) containing Gotu Kola extract and vitamin E มานวดบริเวณท้องของคนตั้งครรภ์ พบว่ามีแค่เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น ที่ไม่เป็นรอยแตกลาย และพบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นวัยรุ่นจะมีโอกาสเกิดรอยแตกลาย ขณะท้องได้มากกว่า และรุนแรงกว่า
ส่วนรอยแตกลายพบในกลุ่มคนอื่นๆ เช่น คนที่เล่นฟิตเนตแล้วมีรอยแตกนั้น มักจะพบสัมพันธ์กับการยืดตัวของกล้ามเนื้อที่รวดเร็วเกินไป และจะพบบ่อยในกลุ่มคนที่ใช้ยา steriod ทั้งประเภทฉีดและกิน เนื่องจากยากลุ่มนี้จะทำให้ผิวหนังแตกได้ และทำให้มีการสะสมของไขมันและกล้ามเนื้อเพิ่มได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้มีโอกาสเกิดรอยแตกได้มากกว่า และคนอีกประเภทที่พบว่าเป็นรอยแตกลายได้บ่อยคือ วัยรุ่น ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งหญิงชาย มักพบบริเวณหลัง สะโพก เพราะวัยนี้เป็นช่วงเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ ทำให้เป็นรอยแตกได้ง่าย
ในช่วงแรกของการเกิดรอยแตกลายจะเป็นรอยสีชมพู แดง และสีม่วง ตามลำดับ ช่วงนี้เรียกว่า รอยแตกลายใหม่ หากอยากหายต้องได้รับการรักษาตั้งแต่ช่วงนี้ เพราะหายได้เร็วที่สุด ถ้าปล่อยไว้จนรอยแตกนั้นจะค่อยๆกลายเป็นสีขาวซีด เห็นเป็นร่องเป็นรอยแตกระแหง เรียกว่า รอยแตกลายเก่า (Scar like) แบบนี้จะรักษาได้ยากกว่า

วิธีลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติ
1.ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ โดยอาหารที่ควรบริโภคนั้นควรมีสารอาหารที่มี วิตามิน A C D และ สังกะสี เนื่องจากเป็นสารสำคัญในการซ่อมแซมแผลที่มักจะเกิดขึ้น รวมถึงช่วยลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติได้ โดยเรามักจะเห็นในตำแหน่งที่มีไขมันสะสมมาก เช่น หน้าอก สะโพก หลัง ต้นขา และอีกหนึ่งแหล่งอาหารที่สำคัญคือ “น้ำเปล่า” หากดื่มน้ำอย่างน้อย วันละ 6-8 แก้วขึ้นไป จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง เพราะพบว่าคนที่ดื่มน้ำน้อย มีโอกาสเกิดรอยแตกได้มากกว่า สำหรับอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ชา กาแฟ และน้ำอัดลม
2.ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ผิวหนังยืดหยุ่น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นและกระชับชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นที่ 2 ที่ประกอบไปด้วยคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวหนังที่กำลังเป็นหรือเสี่ยงต่อรอยแตกลาย แลดูจางลงได้ ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็วจนเกินไป
3.ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โดยเฉพาะที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์ จะช่วยให้ผิวชุ่มน้ำ มีความยืดหยุ่นได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้วิตามินซี และเรตินอยด์ มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในช่วงต้น ทำให้รอยแตกลายดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เรตินอยด์จะไม่มีประสิทธิภาพถ้ารอยแตกลายเป็นสีขาว ที่สำคัญคือคุณแม่ที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ต้องหลีกเลี่ยงการใช้เรตินอยด์ เพราะเกิดผลกระทบต่อลูกในท้อง เช่น อาจทำให้ทารกเกิดความพิการได้ รอยแตกลาย.