ลดความอ้วน สำหรับในวันนี้เรามาดูกันว่า

ลดความอ้วน  สำหรับในวันนี้เรามาดูกันว่า มีวิธีการลดความอ้วนแบบเร่งด่วนแต่ปลอดภัย มีวิธีไหนกันบ้างวิธีการลดความอ้วนอย่างได้ผลและปลอดภัยในปัจจุบันมีวิธีการลดความอ้วนอย่างได้ผลง่ายๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวคุณเอง โดยมีวิธีกว้างๆอยู่ 4 วิธี ได้แก่ลดความอ้วน .

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน  1. การควบคุมอาหาร (diet)

หลักการควบคุมอาหารเพื่อลดความอ้วนคือ การรับอาหารเข้าไปในร่างกายในปริมาณที่น้อยกว่าที่ร่างกายต้องการใช้ ทำให้ร่างกายเกิดการสลายพลังงานที่เก็บเอาไว้ในร่างกายออกมาใช้น้ำหนักจึงลดลง ซึ่งการลดน้ำหนักโดยวิธีนี้ต้องอาศัยความแน่วแน่ของจิตใจ เพราะถ้าไม่ตั้งใจจริงในการควบคุมอาหาร ผลสำเร็จที่ได้ก็จะลดลง แต่ไม่ควรที่จะใช้วิธีการอดอาหารอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น ควรเปลี่ยนมาเป็นการควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อจะเป็นสิ่งที่ดีกว่าลดความอ้วน

2. การออกกำลังกาย (exercise)

การออกกำลังกายถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการลดน้ำหนัก เมื่อร่างกายใช้พลังงานมากกว่าปริมาณอาหารที่ได้รับ ร่างกายจะนำไขมันส่วนเกินที่เก็บสะสมเอาไว้มาเปลี่ยนเป็นพลังงานในการออกกำลังกายทำให้น้ำหนักลดลง การออกกำลังกายยังมีผลดีในระยะยาว ทำให้สุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจดีขึ้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ววิธีลดน้ำหนักโดยการออกกำลังกายมักที่จะทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร ซึ่งการออกกำลังอย่างได้ผล ควรจะใช้เวลาในการออกกำลังกายประมาณ 30-60 นาที ต่อครั้ง สัปดาห์ละ 3-5 ครั้งลดความอ้วน

3. เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง โดยความสำเร็จในการลดน้ำหนักจะขึ้นอยู่กับความตั้งใจว่ามีความแน่วแน่มากน้อยเพียงใด โดยเริ่มจากการลดละเลิก นิสัยการชอบกินแบบจุกจิก ชอบทานขนมก่อนนอน ชอบทานอาหารมันๆ พฤติกรรมเหล่านี้ถือว่าไม่เหมาะสม จำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยพยายามเปลี่ยนมาเป็นการทานอาหารเฉพาะมื้อหลัก พร้อมกับงดอาหารว่างระหว่างมื้อ และที่สำคัญคือ ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันเป็นจำนวนมาก

4. การใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยลดความอ้วนลดความอ้วน

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันการที่จะทำตามขั้นตอนวิธีการลดน้ำหนักในข้างต้นถือว่าเป็นสิ่งที่ลำบากมากขึ้น เนื่องจากในหนึ่งวันที่ต้องมีความเร่งรีบในการใช้ชีวิต ทั้งการทำงาน การเรียน การแบ่งเวลาว่างเพื่อไปออกกำลังกายกลายเป็นสิ่งที่ยุ่งยาก แม้แต่การรับประทานอาหารในแต่ละมื้อเองก็ต้องเร่งรีบขาดความพิถีพิถัน บางคนเองก็ทำงานจนนอนดึกดื่นเป็นประจำจนไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสมได้สำเร็จ

สำหรับผู้ที่ไม่สามารถทำตามวิธีการลดน้ำหนักดังที่ได้แนะนำไปแล้วในข้างต้น คงพยายามมองหาทางเลือกอื่นที่ง่ายกว่าสะดวกกว่าในการลดน้ำหนักอย่างได้ผล คือการใช้ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักนั่นเอง

ต้องรู้…ก่อนลดน้ำหนักลดความอ้วน

หลักการง่ายๆ ที่เราเน้นกันบ่อยๆ ครับ ถ้าต้องการควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เปลี่ยนแปลง คุณควรรับประทานอาหารที่มีปริมาณแคลอรีเท่ากับที่ใช้ออกไปในแต่ละวัน น้ำหนักตัวที่ได้ก็จะมีค่าคงที่ ในกรณีที่ต้องการให้น้ำหนักตัวลดลง จำเป็นต้องใช้พลังงานออกไปมากกว่าการได้รับพลังงานเข้ามา

ในทางตรงข้ามถ้ารับประทานอาหารเข้าไปมากเกินความต้องการของร่างกาย พลังงานหรือแคลอรีส่วนเกินจะถูกเก็บสะสมในรูปของไขมัน พบว่าการเผาผลาญไขมัน 0.45 กิโลกรัม (1 ปอนด์) จำเป็นต้องใช้พลังงานถึง 3,500 แคลอรีโดยประมาณเชียวครับลดความอ้วน .

ลดความอ้วน หลักการลดน้ำหนัก คือ ต้องลดไขมันที่มีอยู่ในร่างกาย

ลดความอ้วน  หลักการลดน้ำหนัก คือ ต้องลดไขมันที่มีอยู่ในร่างกาย ไม่ใช่ลดกล้ามเนื้อ… อย่าหยุดกินอาหาร แต่ต้องเลือกกินสารอาหารที่ให้พลังงานซึ่งมีอยู่ ๓ กลุ่มเท่านั้นคือ ไขมัน แป้ง และโปรตีนลดความอ้วน .

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน  ถ้าหยุดกินอาหารจะทำให้ ร่างกายเสียทั้งโปรตีน (กล้ามเนื้อ) ไขมัน และแป้ง แป้งมีอยู่ในปริมาณจำกัดคือ อยู่ในรูปแบบของไกลโคเจน ที่ตับ ๑๐๐ กรัม ที่กล้ามเนื้ออีก ๔๐๐ กรัม หรือรวมแล้วเป็นพลังงานเพียง ๒,๐๐๐ กิโล-แคลอรี (๕๐๐ กรัม x ๔) ร่างกายมีไขมันเป็นพลังงานถึงแสนกิโลแคลอรี

วิธีการลดน้ำหนักจึงต้องเลือกกินอาหาร เน้นหนัก ไปทางพืช ผัก ถั่ว เห็ด เต้าหู้ ปลา พยายามหลีกเลี่ยงมันสัตว์ หนังสัตว์ เครื่องใน ไข่แดง ของทอด น้ำหวาน ของหวาน กะทิ น้ำตาล เพราะเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานมาก แม้แต่ข้าวหรือขนมปัง ถ้ากินมากเกินไป เมื่อถูกดูดซึมเข้าไปในร่างกายก็จะถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมัน

วิธีการกินอาหารจึงต้องค่อยๆ กิน ดื่มน้ำมากๆ ก่อนหรือระหว่างกินอาหาร เริ่มต้นด้วยการกินซุปผัก ๑-๒ จาน เคี้ยวช้าๆ พูดคุยบ้าง หลังจากนั้นกินสลัดผักมากๆ อย่าใช้น้ำสลัดที่หวาน กินผักหลายๆ ชนิด เช่น ผักกาดแก้ว มะเขือเทศ หัวหอม เพราะพืช ผัก เป็นแหล่งอาหารที่ดี มีไขมันประเภทดีและมีพลังงานน้อย กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนลดความอ้วน

หลังจากนั้นจึงกิน (ถ้ายังไม่อิ่ม) ปลาทะเล (แต่พยายามหลีกเลี่ยงไข่ปลา) พยายามกินปลาที่ต้ม นึ่ง ลวก แทนที่จะทอด ถ้าเบื่อปลา จะเปลี่ยนเป็นเนื้อสัตว์อื่นก็ต้องเลือกไก่ที่เอาหนังออก (หนังมีไขมันมาก)

คนที่ชอบกินข้าวก็อาจกินข้าวได้บ้าง (๑ จาน) กับปลาหรือไก่ ควรค่อยๆ เคี้ยว ค่อยๆ กิน กินไปพูดคุยไป ดื่ม น้ำไป ที่แนะนำให้ทำเช่นนี้เพราะร่างกายมนุษย์ก็แปลก กว่าจะรู้ตัวว่าอิ่มจะต้องใช้เวลาประมาณ ๒๐ นาที ด้วยเหตุนี้เองถ้ารีบกินเร็วไป จะกินได้มากภายใน ๒๐ นาที ก่อนที่จะรู้ตัวว่าอิ่ม แต่ถ้าค่อยๆ กินจะพบว่าภายใน ๒๐ นาทีเรายังไม่ค่อยได้กินอะไรมากปรากฏว่าอิ่มแล้วลดความอ้วน

หลังอาหารไม่น่าจะกินของหวาน ถ้าจะกินของหวานให้เลือกกินผลไม้ที่ไม่หวานจัด การกินอาหารแต่ละวันจะต้องแบ่งออกเป็น ๓ มื้อ แทนที่จะกินมื้อเดียว จะช่วยทำให้ร่างกายมีน้ำหนักเบากว่า เพราะการกินอาหารแต่ละมื้อร่างกายใช้พลังงานเผาผลาญ ดูดซึมอาหารมาก นั่นคือ มื้อเช้าร้อยละ ๒๕ ของพลังงานทั้งหมดที่จะกินต่อวัน มื้อกลางวันร้อยละ ๕๐ และมื้อเย็นร้อยละ ๒๕ (อย่างน้อย ๓-๔ ชั่วโมงก่อนนอน) และพยายามออกกำลังกายภายใน ๒ ชั่วโมงก่อนอาหารมื้อเย็น

การคุมอาหารอย่างเดียวพบว่าลดน้ำหนักได้ยาก แต่ถ้าออกกำลังกายด้วยจะสามารถช่วยทำให้ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น การออกกำลังกายจะช่วยป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อ และยังช่วยทำให้ร่างกายมีกล้ามเนื้อมากขึ้นกว่าเก่าด้วย ฉะนั้นควรคุมอาหารควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย ถ้าออกกำลังกายโดยไม่คุมอาหาร ออกกำลังกาย เท่าไหร่ก็จะไม่สามารถลดน้ำหนักได้ เพราะขนมปัง ๑ แผ่น หรือไข่ไก่ ๑ ฟอง จะให้พลังงาน ๑๐๐ กิโลแคลอรี ซึ่งถ้าร่างกายจะเผาผลาญ ๑๐๐ กิโลแคลอรี เราจะต้องเดินหรือวิ่ง ๑ ไมล์!

ฉะนั้น ถ้ากินเต็มที่อาจจะต้องวิ่งถึง ๒๐ ไมล์ เพื่อที่จะเผาผลาญพลังงานที่กินหรือดื่มเข้าไปจากการกินอาหารเพียงมื้อเดียว! พยายามลดน้ำหนักตัวเพียงครึ่งถึง ๑ กิโลกรัมต่อสัปดาห์ และชั่งน้ำหนักทุกวันในเวลาเดียวกัน เช่น ชั่งช่วงเช้าหลังเข้าห้องน้ำ เพื่อที่จะดูว่าน้ำหนักไม่เพิ่มหรือลดเกินไปลดความอ้วน

ถึงแม้ฮิปโพเครตีสบิดาของวงการแพทย์ชาวกรีกได้กล่าวไว้หลายพันปีแล้ว แต่ยังเป็นคำกล่าวที่ยังเป็นความจริงอยู่จนถึงทุกวันนี้ และเป็นการแนะนำที่ดีที่สุด ถ้าทุกๆ คนทำตามนี้ได้จะป้องกัน ลดการเกิดโรคต่างๆ ได้มากมาย เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ สมอง ความดันเลือดสูง เบาหวาน มะเร็ง กระดูกพรุน อ้วน และภาวะแทรกซ้อนต่างๆ อาจจะตามมา

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าถ้าจะกินก็ควรจะกินให้เป็น และถ้าจะเป็นโรคต้องเป็นโรคที่ยังป้องกันไม่ได้ลดความอ้วน .

ลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนักด้วยเม็ดแมงลักดีท็อกล้างพิษ

ลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนักด้วยเม็ดแมงลักดีท็อกล้างพิษ ล้างลำไส้เม็ดแมงลัก (ชื่อภาษอังกฤษ คือ Hoary basil ต่อมาเปลี่ยนเรียกเป็น Lemon basil) ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน สำหรับวันนี้มีวิธีดีท็อกล้างพิษ ล้างลำไส้ ล้างทำความสะอาดของเสียภายในร่างกาย ง่ายๆไม่ยากแค่นำเม็ดแมงลัก ตักใส่แก้วประมาณ 2ช้อนชา ผสมน้ำร้อน 1 แก้ว ตั้งทิ้งไว้ 30นาที เมื่อเม็ดแมงลักแตกตัวเต็มแก้วก็นำมาดื่มก่อนนอน สำหรับใครที่ไม่ชอบรสชาติแบบเพียวๆของเม็ดแมงลักเราอาจจะใส่น้ำผึ้ง น้ำสมุนไพรที่เราชอบ น้ำหวานเฮลบลูบอย (แนะนำเป็นสีแดงนะค่ะกลิ่นไม่ฉุนเท่าสีเขียว แต่ถ้าใครชอบเฮลบลูบอยสีเขียวก็ใส่ได้ตามชอบเลยจ้า) การปรุงรสชาติเข้าไปจะทำให้เราทานง่ายขึ้น สำหรับเม็ดแมงลักนั้นจะมีใยอาหารสูงและมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ ที่ดีต่อร่างกาย จึงช่วยในการลากอุจจาระที่ตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหารออกมาได้อย่างดีเลยทีเดียว เราสามารถทานเม็ดแมงลักเป็นปกติได้ทุกวัน หรือ 3 – 4 วันต่อสัปดาห์ หรือจะทานช่วงเที่ยงร้อนๆ เติมน้ำแข็งลงไปเพื่อดับกระหายคล้ายร้อนไปในตัว นอกจากนี้ เม็ดแมงลักยังเป็นเมนูเครื่องดื่มที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ลดความอ้วน ลดหน้าท้อง ลดพุงที่ดีอีกด้วย เนื่องจากไม่ก่อให้เกิดพลังงาน แถมยังช่วยให้เราระบายถ่ายคล่อง อีกทั้งยังช่วยในการลดไขมันในเส้นเลือด และช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้อีกด้วย นับว่าเป็นเครื่องดื่มสารพัดประโยชน์ที่ดีต่อร่างกายเราอย่างมากเลยจ้า

เม็ดแมงลัก ลดน้ำหนัก ล้างลําไส้ลดความอ้วน

* หมายเหตุ : ข้อควรระวังในการทานเม็ดแมงลัก คือ ต้องรอให้เม็ดแมงลักแตกตัว พองตัวเต็มที่เสียก่อน เพราะแทนที่จะช่วยระบาย ก็อาจจะกลายเป็นทำให้ท้องผูกแทนได้ทันที

ดีท็อกขับถ่ายของเสีย ด้วยวิธีธรรมชาติ

สูตรที่ 1 – ดื่มนมสด 2 กล่อง (ปริมาณรวมประมาณ 500มิลลิลิตร) + กล้วยน้ำว้า 2 ผล
ควรทานก่อน 6 โมงเช้าเพื่อให้ร่างกายขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายก่อนที่เราจะทานอาหารเช้า แนะนำให้ช่วงแรกๆควรทานติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน เมื่อเราขับถ่ายอุจจาระเป็นเวลา คือก่อน 7 โมงเช้าแล้ว เราก็สามารถลดปริมาณการทานเหลือเพียงสัปดาห์ละ 2 ครั้งได้จ้า

สูตรที่ 2 – ผักบุ้ง 2 กำมือ ผัดหรือต้มลดความอ้วน
สาเหตุที่ให้ทานผักบุ้ง เพราะผักบุ้ง ในผักบุ้ง 100 กรัมจะให้พลังงาน 22 กิโลแคลอรี่ และประกอบด้วยเส้นใย วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆอีกด้วย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เป็นต้น ช่วยป้องกันโรคท้องผูก ช่วยทำความสะอาดของเสียที่ตกค้างในลำไส้ ผักบุ้งจีนมีฤทธิ์ช่วยในการขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะเหลือง ช่วยแก้อาการปัสสาวะเป็นเลือด ถ่ายออกมาเป็นเลือด ด้วยการใช้ลำต้นคั้นนำน้ำมาผสมกับน้ำผึ้งดื่ม ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ฯลฯ เห็นไหมละค่ะว่าแค่ผักบุ้งตัวเดียวก็ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมายจริงๆ สำหรับใครที่กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนักควรจะทานเป็นผักบุ้งต้ม ดีกว่านะค่ะ จะได้ไม่เพิ่มแคลอรี่ให้กับร่างกายมาก

เห็นไหมล่ะค่ะว่า เรามีวิธีการดีท็อกดีๆ ที่ทำได้ง่ายๆไม่ยุ่งยาก ที่ใครๆสามารถทำทานได้เองที่บ้าน มีสิ่งดีๆอย่าลืมบอกต่อ แชร์ต่อให้คนรอบข้าง ให้คนที่เรารักได้รักษาสุขภาพเหมือนเรานะค่ะ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน สาวๆที่กำลังลดน้ำหนักส่วนใหญ่มักจะมีความเข้าใจผิดๆ

ลดความอ้วน สาวๆที่กำลังลดน้ำหนักส่วนใหญ่มักจะมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องการควบคุมอาหารการกิน ซึ่งหลายคนยังเข้าใจผิดคิดว่า การอดอาหาร จะทำให้ผอม ไม่ว่าจะเป็นมื้อไหนๆ บางรายก็หันไปกินพวกอาหารเสริมสำหรับลดน้ำหนัก เพื่อทำให้ผอมเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อหลังจากหยุดกินก็จะเกิดอาการโยโย่ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน บางคนก็คิดว่าหากไม่กินข้าวแล้ว อาจจะทำให้ผอมลงก็ได้ มาดูกันดีกว่าว่า การลดน้ำหนักที่จะได้ผลนั้น จะต้องกินข้าวหรือไม่ และจะมีหลักวิธีการกินอย่างไร

การลดน้ำหนักจำเป็นต้องกินข้าวหรือไม่

ลดน้ำหนัก มีวิธีการกินข้าวยังไง

วิธีลดน้ำหนักด้วยการเพิ่มปริมาณน้ำ

การลดน้ำหนักไม่จำเป็นต้องอดข้าวเลย แต่ที่ต้องเพิ่มปริมาณน้ำ ก็เพราะว่า น้ำเป็นตัวนำออกซิเจนและอาหารไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย การลดน้ำหนักด้วยการดื่มน้ำบ่อยๆ จะช่วยปรับความร้อนของร่างกายให้คงที่ ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งไม่แห้งตึงลดความอ้วน

น้ำที่ดื่มเพื่อการลดน้ำหนัก จะช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่ายดีขึ้น และหากดื่มน้ำก่อนที่จะรับประทานอาหาร ก็จะทำให้การรับประทานอาหารลดลงเพราะรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น จึงควรดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อการลดน้ำหนัก และควรงดดื่ม ชา กาแฟ หรือน้ำอัดลม โดยเด็ดขาด

วิธีลดน้ำหนัก ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทาน

การเลือกรับประทานอาหารด้วยการดื่มน้ำก่อนอาหาร หรือเลือกรับประทานข้าวโอ๊ตแทนการกินอาหารฟาสต์ฟู๊ด เลือกน้ำสลัดไขมันต่ำแทนน้ำสลัดครีม หรือเปลี่ยนมารับประทานข้าวกล้องแทนข้าวสวย

ซึ่งเป็นการลดน้ำหนักด้วยวิธีการเปลี่ยนแปลงแบบที่ไม่ต้องลงทุนอะไร ค่อยๆ ทำไปทีละอย่าง ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเพียงชั่วข้ามคืน จะทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างได้ผล และมีประสิทธิภาพลดความอ้วน

วิธีลดน้ำหนักกับการทิ้งอาหารขยะ

อาหารขยะ ลดน้ำหนัก ลดความอ้วนลดความอ้วน

คนที่ตั้งใจจะลดน้ำหนัก แต่ยังแอบไปรับประทานอาหารขยะ (Junk Food) ที่มีแป้งและไขมันเป็นส่วนประกอบหลัก และมีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ ซึ่งประกอบไปด้วย ไขมัน หรือ แคลอรีในปริมาณสูง เป็นตัวการทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก

วิธีที่คุณจะลดน้ำหนักให้ได้ผลก็คือ กำจัดอาหารขยะให้หมดตู้เย็นให้หมด โดยไม่ต้องนึกเสียดาย หรือกินสั่งลาแต่อย่างใด เพราะหากตั้งใจจะลดน้ำหนัก แล้ว ก็ต้องตัดใจตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อหุ่นที่ดีในวันข้างหน้า ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน ในจำนวนผลไม้มากมายนั้นนอกจากรสชาติอร่อย

ลดความอ้วน ในจำนวนผลไม้มากมายนั้นนอกจากรสชาติอร่อย ลิ้นแล้วผลไม้ยังเป็นแหล่งของด้วยวิตามินและเกลือแร่ต่างๆ และเต็มไปด้วยอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ที่สำคัญไม่ต้องกลัวอ้วนแต่ก็ต้องเลือกกันหน่อยนะคะ ว่าผลไม้ชนิดใดบ้างที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลที่ต่ำ วันนี้เราจึงนำผลไม้ 10 อันดับที่เหมาะกับการลดน้ำหนักมาเสนอกันค่ะ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน
ลดความอ้วน อันดับ 10 แอปเปิ้ล โดยทางยามีสรรพคุณลดกรดในกระเพาะอาหาร ละลายเสมหะ ลดความดันโลหิต ช่วยขับเกลือโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย มีฤทธิ์เป็นยาระบาย มีส่วนช่วยทำความสะอาดระบบย่อยอาหาร ให้พลังงาน 50 kcal ต่อ 100 g

แตงโมลดความอ้วน

อันดับ 9 ผลไม้กลุ่มแตง จะเป็น แตงโม, แตงไทย ฯลฯ โดยเฉพาะแตงโมเป็นผลไม้ที่มีคุณสมบัติเย็น จะช่วยลดอาการไข้ คอแห้ง บรรเทาแผลในปากก็ล้างพิษให้กับร่างกาย ให้พลังงาน 30 kcal ต่อ 100 gลดความอ้วน

อันดับ 8 ผลไม้ตระกูลส้ม ทั้งส้มโอ, ส้มเขียวหวาน ฯลฯ ป้องกันโรคหวัดและการติดเชื้อแบคทีเรีย ลดปริมาณโคเลสเตอรอลในโลหิต ช่วยระบบย่อยอาหารของร่างกาย ระบายได้มีแก้อาการท้องผูก และมีคุณค่าทางอาหาร ให้วิตามินซีสูง ให้พลังงาน 60 kcal สำหรับส้มเขียวหวาน 2 ผลกลาง และให้พลังงานที่เท่ากันสำหรับส้มโอ 2 กลีบ

อันดับ 7 แครนเบอร์รี่ ป้องกันนิ่วในไต แถมช่วยต้านเชื้อไวรัส ให้พลังงาน 46 kcal ต่อ 100 g

อันดับ 6 ผลไม้กลุ่มเบอร์รี่ เช่น สตอเบอร์รี่, บลูเบอร์รี่ ช่วยในการบำรุงระบบเลือดและระบบสายตา ให้พลังงาน 60 kcal ต่อ 1 ถ้วยโดยประมาณ

สับปะรด

อันดับ 5 สับปะรด วิตามินซีสูง มีเอนไซม์ย่อยโปรตีนชื่อบรอมีเลน (bromelain) ช่วยย่อยโปรตีนไม่ให้ตกค้างในลำไส้ และ มีเกลือแร่ วิตามินซีจำนวนมาก แถมมีส่วนช่วยต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ให้พลังงาน 50 kcal ต่อ 100 g

อะโวคาโด

อันดับ 4 อะโวคาโด แม้ว่า อะโวคาโค 100 กรัมให้พลังงาน 189 แคลอรี่และ อะโวคาโด 1 ขีด มีไขมัน 19.3 กรัม แต่ไขมันที่มีนั้นเป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัวนั่นหมายความว่ามันไม่ทำให้คุณอ้วน ขึ้น และช่วยให้ไขมันในเส้นเลือดลดลงด้วย ซึ่งไขมันไม่อิ่มตัวซึ่งเป็นไขมันดีนั้นจะทำให้คุณอิ่มได้นานไม่ต้องไปรับ ประทานอะไรระหว่างมื้อ และเมื่อเทียบกันแล้วอะโวคาโดยังมีโพแทสเซียมมากกว่ากล้วยถึง 60% นอกจากนี้ยังมีวิตามินเอ, บี, ซี, อี และเป็นผลไม้ที่คาร์โบไฮเดรตต่ำมากด้วยค่ะ

มะละกอ

อันดับ 3 มะละกอ การกินเนื้อมะละกอสุก ช่วยเป็นยาระบายอ่อนๆ เพราะไปช่วยเพิ่มจำนวนกากไยอาหาร ดังนั้นเนื้อผลสุกมะละกอจะช่วยระบายอ่อนๆ แก้ท้องผูก ให้วิตามินซีสูง เสริมสร้างระบบย่อยอาหารให้ทำงานดี มีโปรตีนอีกต่างหาก ให้พลังงาน 60 kcal ต่อ 8 ชิ้นพอคำ

มะเขือเทศลดความอ้วน

อันดับ 2 มะเขือเทศ มี เป็นพืชชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร มีวิตามินซีสูงและให้วิตามินเอราว 1 ใน 3 ของวิตามินเอที่ร่างกายต้องการในหนึ่งวัน นอกจากนี้มะเขือเทศยังมีโปแตสเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียมและแร่ธาตุอื่นๆ อีกหลายชนิด ส่วนช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งและโรคหัวใจ ให้พลังงาน 20 kcal ต่อ 1 ผล

กีวี

อันดับ 1 กีวี ผล ไม้ผลรีรูปไข่ มีขนเล็กๆปกคลุมทั่วผล เนื้อสีเขียว บางพันธุ์เนื้อสีเหลือง ชุ่มน้ำ รสเปรี้ยวอมหวาน เป็นผลไม้ที่เก็บไว้ได้นาน สารแอกทินิดีนในกีวีช่วยเสริมภูมิคุ้มกันทำให้หัวใจแข็งแรง มีแคลอรี่ต่ำ ให้พลังงาน 60 kcal ต่อ 100 g

ซึ่งการรับประทานผลไม้อย่างเดียวคงไม่สามารถช่วยลดความอ้วนได้ ควรออกกำลังกายและรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ นอกจากน้ำหนักจะลดลงได้แล้วโรคร้ายยังไม่กล้ากล้ำกรายคุณด้วยค่ะ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน สาวๆ ที่กำลังลดน้ำหนัก ส่วนใหญ่มักจะมีความเข้าใจผิดๆ

ลดความอ้วน สาวๆ ที่กำลังลดน้ำหนัก ส่วนใหญ่มักจะมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องการควบคุมอาหารการกิน ซึ่งหลายคนยังเข้าใจผิดคิดว่า การอดอาหาร จะทำให้ผอม ไม่ว่าจะเป็นมื้อไหนๆ บางรายก็หันไปกินพวกอาหารเสริมสำหรับลดน้ำหนัก เพื่อทำให้ผอมเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อหลังจากหยุดกินก็จะเกิดอาการโยโย่ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน บางคนก็คิดว่าหากไม่กินข้าวแล้ว อาจจะทำให้ผอมลงก็ได้ มาดูกันดีกว่าว่า การลดน้ำหนักที่จะได้ผลนั้น จะต้องกินข้าวหรือไม่ และจะมีหลักวิธีการกินอย่างไร

การลดน้ำหนักจำเป็นต้องกินข้าวหรือไม่

ลดน้ำหนัก มีวิธีการกินข้าวยังไง

วิธีลดน้ำหนักด้วยการเพิ่มปริมาณน้ำลดความอ้วน

การลดน้ำหนักไม่จำเป็นต้องอดข้าวเลย แต่ที่ต้องเพิ่มปริมาณน้ำ ก็เพราะว่า น้ำเป็นตัวนำออกซิเจนและอาหารไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย การลดน้ำหนักด้วยการดื่มน้ำบ่อยๆ จะช่วยปรับความร้อนของร่างกายให้คงที่ ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งไม่แห้งตึง

น้ำที่ดื่มเพื่อการลดน้ำหนัก จะช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่ายดีขึ้น และหากดื่มน้ำก่อนที่จะรับประทานอาหาร ก็จะทำให้การรับประทานอาหารลดลงเพราะรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น จึงควรดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อการลดน้ำหนัก และควรงดดื่ม ชา กาแฟ หรือน้ำอัดลม โดยเด็ดขาด

วิธีลดน้ำหนัก ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานลดความอ้วน

การเลือกรับประทานอาหารด้วยการดื่มน้ำก่อนอาหาร หรือเลือกรับประทานข้าวโอ๊ตแทนการกินอาหารฟาสต์ฟู๊ด เลือกน้ำสลัดไขมันต่ำแทนน้ำสลัดครีม หรือเปลี่ยนมารับประทานข้าวกล้องแทนข้าวสวย

ซึ่งเป็นการลดน้ำหนักด้วยวิธีการเปลี่ยนแปลงแบบที่ไม่ต้องลงทุนอะไร ค่อยๆ ทำไปทีละอย่าง ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเพียงชั่วข้ามคืน จะทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างได้ผล และมีประสิทธิภาพ

วิธีลดน้ำหนักกับการทิ้งอาหารขยะ

อาหารขยะ ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน

คนที่ตั้งใจจะลดน้ำหนัก แต่ยังแอบไปรับประทานอาหารขยะ (Junk Food) ที่มีแป้งและไขมันเป็นส่วนประกอบหลัก และมีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ ซึ่งประกอบไปด้วย ไขมัน หรือ แคลอรีในปริมาณสูง เป็นตัวการทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก

วิธีที่คุณจะลดน้ำหนักให้ได้ผลก็คือ กำจัดอาหารขยะให้หมดตู้เย็นให้หมด โดยไม่ต้องนึกเสียดาย หรือกินสั่งลาแต่อย่างใด เพราะหากตั้งใจจะลดน้ำหนัก แล้ว ก็ต้องตัดใจตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อหุ่นที่ดีในวันข้างหน้า ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน สำหรับในวันนี้เรามาดูกันว่ามีวิธีการลดความอ้วนแบบเร่งด่วน

ลดความอ้วน สำหรับในวันนี้เรามาดูกันว่ามีวิธีการลดความอ้วนแบบเร่งด่วน แต่ปลอดภัย มีวิธีไหนกันบ้างวิธีการลดความอ้วนอย่างได้ผลและปลอดภัยในปัจจุบันมีวิธีการลดความอ้วนอย่างได้ผลง่ายๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวคุณเอง โดยมีวิธีกว้างๆอยู่ 4 วิธี ได้แก่ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน 1. การควบคุมอาหาร (diet)

หลักการควบคุมอาหารเพื่อลดความอ้วนคือ การรับอาหารเข้าไปในร่างกายในปริมาณที่น้อยกว่าที่ร่างกายต้องการใช้ ทำให้ร่างกายเกิดการสลายพลังงานที่เก็บเอาไว้ในร่างกายออกมาใช้น้ำหนักจึงลดลง ซึ่งการลดน้ำหนักโดยวิธีนี้ต้องอาศัยความแน่วแน่ของจิตใจ เพราะถ้าไม่ตั้งใจจริงในการควบคุมอาหาร ผลสำเร็จที่ได้ก็จะลดลง แต่ไม่ควรที่จะใช้วิธีการอดอาหารอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น ควรเปลี่ยนมาเป็นการควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า

2. การออกกำลังกาย (exercise)

การออกกำลังกายถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการลดน้ำหนัก เมื่อร่างกายใช้พลังงานมากกว่าปริมาณอาหารที่ได้รับ ร่างกายจะนำไขมันส่วนเกินที่เก็บสะสมเอาไว้มาเปลี่ยนเป็นพลังงานในการออกกำลังกายทำให้น้ำหนักลดลง การออกกำลังกายยังมีผลดีในระยะยาว ทำให้สุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจดีขึ้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ววิธีลดน้ำหนักโดยการออกกำลังกายมักที่จะทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร ซึ่งการออกกำลังอย่างได้ผล ควรจะใช้เวลาในการออกกำลังกายประมาณ 30-60 นาที ต่อครั้ง สัปดาห์ละ 3-5 ครั้งลดความอ้วน

3. เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมลดความอ้วน

เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง โดยความสำเร็จในการลดน้ำหนักจะขึ้นอยู่กับความตั้งใจว่ามีความแน่วแน่มากน้อยเพียงใด โดยเริ่มจากการลดละเลิก นิสัยการชอบกินแบบจุกจิก ชอบทานขนมก่อนนอน ชอบทานอาหารมันๆ พฤติกรรมเหล่านี้ถือว่าไม่เหมาะสม จำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยพยายามเปลี่ยนมาเป็นการทานอาหารเฉพาะมื้อหลัก พร้อมกับงดอาหารว่างระหว่างมื้อ และที่สำคัญคือ ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันเป็นจำนวนมาก

4. การใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยลดความอ้วน

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันการที่จะทำตามขั้นตอนวิธีการลดน้ำหนักในข้างต้นถือว่าเป็นสิ่งที่ลำบากมากขึ้น เนื่องจากในหนึ่งวันที่ต้องมีความเร่งรีบในการใช้ชีวิต ทั้งการทำงาน การเรียน การแบ่งเวลาว่างเพื่อไปออกกำลังกายกลายเป็นสิ่งที่ยุ่งยาก แม้แต่การรับประทานอาหารในแต่ละมื้อเองก็ต้องเร่งรีบขาดความพิถีพิถัน บางคนเองก็ทำงานจนนอนดึกดื่นเป็นประจำจนไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสมได้สำเร็จ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน ผลไม้ทางลือกที่ดีของการลดน้ำหนัก

ลดความอ้วน ผลไม้ทางลือกที่ดีของการลดน้ำหนัก การรับประทานผลไม้เพื่อรักษาหุ่น นับเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการอดอาหารหรือกินยาลดน้ำหนัก เพราะการทานผลไม้จะทำให้เราได้รับไฟเบอร์และวิตามินซีในปริมาณพอเหมาะกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อสุขภาพ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน ผลไม้ลดความอ้วน

แอปเปิ้ล

ราชาผลไม้ลดความอ้วน ในแอปเปิ้ลมีน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวง่ายต่อการดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ภายในไม่ถึง 10 นาที จึงช่วยลดความอยากอาหารและควบคุมน้ำหนักได้ดี อีกทั้งกากใยจากเปลือกแอปเปิ้ลยังช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย แอปเปิ้ล 1 ลูก มีแคลอรีเพียง 59 แคลอรี แถมยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกมากมาย โดยเฉพาะ เพกติน มีคุณสมบัติพองตัว มันจึงเพิ่มกากใยอาหาร ดี ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วยดักจับคอเลสเตอรอลในร่างกาย แถมยังช่วยกำจัดสารพิษในร่างกายอีกด้วย การรับประทานแอปเปิ้ลเพื่อลดน้ำหนักนิยมรับประทานแทนอาหารมื้อเย็น แต่ทั้งนี้ต้องรับประทานทั้งเปลือกเพราะถ้าปลอกเปลือกออกสารอาหารสำคัญต่างๆ ก็จะลดน้อยลงไปด้วย

สตรอเบอร์รี่ลดความอ้วน

การกินผลไม้ในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายลดไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะมันสามารถควบคุมปริมาณแคลอรีแถมยังให้วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายด้วย สตรอเบอร์รี่มีแคลอรีเพียง 50 แคลอรี และ มีน้ำตาล 7 กรัม แต่มีเส้นใยอาหารถึง 3 กรัม แต่สิ่งที่สุดยอดเกี่ยวกับสตรอเบอร์รี่ (และผลเบอร์รี่ทั้งหมด) คือ มันตอบสนองความต้องการของหวานและน้ำตาลของคุณได้เป็นอย่างดี แถมยังมีสารอาหารที่น่าประทับใจอื่นๆ อีกมากมาย

มะละกอ

ในมะละกอสุกนั้นจะมีไขมันน้อยมากจนเรียกว่าไม่มีเลยก็ได้และยังให้พลังงานไม่ถึง 50 แคลอรี่ต่อ 100 กรัม ดังนั้นมะละกอจึงเป็นผลไม้ลดน้ำหนักอีกชนิดหนึ่งที่ผู้คนนิยมรับประทาน

เบอร์รี่ลดความอ้วน

ผลเบอร์รี่ เช่น บลูเบอร์รี่, แบล็กเบอร์รี่และราสเบอร์รี่ เต็มไปด้วนสารอาหารและมีน้ำตาลน้อยกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ เช่นมะม่วงหรือกล้วย นั่นคือเหตุผลที่ผลเบอร์รี่มักถูกยกย่องให้เป็นผลไม้เผาผลาญไขมันที่ดี ผลเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงและมีแคลอรีต่ำแถมยังหวานแบบมีประโยชน์ เส้นใยในผลเบอร์รี่ช่วยให้อิ่มเร็ว อิ่มนาน และยังมีวิตามินแร่ธาตุ สารต่อต้านอนุมูลอิสระ

แก้วมังกร

เป็นผลไม้ที่มีกากใยสูงและแคลอรีต่ำ แถมยังมีรสหวานอร่อย หลาย ๆ คน จึงเลือกรับประทานแก้วมังกรเป็นอาหารเย็น หรือทานรวมกับผักสลัดอื่น ๆ เพื่อช่วยลดน้ำหนัก โดยไม่ต้องห่วงว่าจะความหวานจะไปเป็นไขมันสะสมในภายหลัง และนอกจากลดน้ำหนักแล้ว ผลพลอยได้จากแก้วมังกรที่คุณสาว ๆ ไม่ควรพลาดอีกเช่นกันก็คือ แก้วมังกรเป็นผลไม้อีกหนึ่งชนิดที่มีวิตามินซีสูงมาก ดังนั้น จึงช่วยบำรุงผิวพรรณไปในตัว แถมยังช่วยกระตุ้นต่อมน้ำนมดีต่อคุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตรด้วย

ฝรั่ง

สุดยอดผลไม้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยวิตามินซีชนิดนี้ ช่วยให้คุณลดความอ้วนได้ไม่ยาก เพราะฝรั่งเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานต่ำ แถมยังเคี้ยวเพลินอีกต่างหาก จึงเหมาะกับสาว ๆ ที่อยากกินจุบกินจิบเรื่อย ๆ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความอ้วนได้แล้ว วิตามินซีในฝรั่งยังช่วยสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวพรรณเต่งตึง ไร้ริ้วรอยอีกด้วย เพราะฉะนั้น หิวครั้งหน้า ก็อย่าลืมคว้าฝรั่งมาทานแทนขนมกรุบกรอบนะคะ คำเตือนก็คือ ทานแต่ฝรั่งเปล่า ๆ เท่านั้นนะ อย่าเผลอจิ้มพริกเกลือ พริกน้ำตาล เด็ดขาด เพราะจะทำให้อ้วนได้

เกรปฟรุต

ผลไม้ที่ดีที่สุดในการลดไขมัน ช่วยให้คุณกินแคลอรีน้อยกว่าที่คุณเผาออกไป ตัวอย่างเช่น คุณกินเกรปฟรุตครึ่งลูกก่อนมื้ออาหาร จะช่วยให้น้ำหนักคุณลดลงอย่างเหลือเชื่อ นักวิจัยในสหรัฐอเมริกาพบว่า การกินเกรปฟุตครึ่งลูกก่อนมื้ออาหารนั้น จะช่วยให้คุณลดแคลอรีได้ถึง 150 แคลอรีต่อวัน แถมเกรปฟรุตครึ่งลูกมีแคลอรีอยู่เพียง 39 แคลอรีเอง ดังนั้นจึงเหมาะกับคนที่กำลังลดความอ้วน.

 

ลดความอ้วน แน่นอนว่าเรื่องความอ้วนเป็นปัญหาของทุกๆคน

ลดความอ้วน แน่นอนว่าเรื่องความอ้วนเป็นปัญหาของทุกๆคน และมันก็ยากที่จะแก้ไขด้วยสิ บางคนไม่มีเวลาไปออกกำลังกายจริงๆจังๆ หรือบางคนก็เป็นคนที่ชอบกินของอร่อยๆ น้ำหนักเลยไม่ลดสักที แต่ความอ้วนนอกจากจะทำให้บุคลิกภาพไม่ดีแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพร่างกายของเราอีกด้วย เผลอๆมีโรคตามมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน เบาหวาน ความดันต่างๆ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน วันนี้เราเลยมีเคล็ดลับดีๆมาฝาก เกี่ยวกับสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วย ลดความอ้วน ได้ด้วย แถมยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆอีกมากมาย เราไปดูกันเลยจ้า

1. พริกไทยดำลดความอ้วน

นักวิจัยในประเทศสหรัฐอเมริกาค้นพบว่า พริกไทยดำ มีคุณสมบัติในการช่วย ลดความอ้วน เนื่องจาก ในพริกไทยดำ มีส่วนประกอบของสารไพเพอร์รีน (Piperine) ซึ่งจะมีจุดเด่นในเรื่องความฉุน
และรสชาติที่เผ็ดร้อน ที่ช่วยควบคุมยีนส์ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการก่อตัวของเซลล์ไขมันใหม่ให้ลดลง พร้อมกับทำลายเซลล์ไขมันเก่าที่สะสมอยู่ภายในร่างกายให้มีจำนวนน้อยลง

พริกไทยดำ จะมีคุณสมบัติช่วยในการ ลดความอ้วน ดังต่อไปนี้

ช่วยกำจัดเซลล์ไขมันที่อยู่ในร่างกาย โดยทำให้เซลล์ไขมันเก่าที่สะสมอยู่ในร่างกายตาย พร้อมกับควบคุมการเกิดขึ้นใหม่ของเวลล์ไขมัน ทำให้ผอมลงและกลับมาอ้วนอีกยากขึ้นลดความอ้วน
ช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยกระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารทำให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญพลังงานได้อย่างสมบูรณ์ จึงไม่ทำให้เกิดการสะสมของไขมันในร่างกาย ซึ่งเป้นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความอ้วนขึ้น
ข้อความระวัง : แนะนำ ให้รับประทานพริกไทยดำจากการปรุงอาหาร มากกว่าผลิตภัณฑ์ ลดความอ้วน ต่างๆที่ทำจากพริกไทยดำ โดยคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช ได้ทำการวิจัยแล้วว่า การกินผลิตภัณฑ์ ลดความอ้วน พริกไทยดำ ในปริมาณมากและติดต่อกันเป็นเวลานานนั้น ทำให้เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งได้

2. ขิง

ถ้าหากจะพูดถึงขิงในมุมของยาแผนโบราณแล้วล่ะก็ ขิงนั้นจะมีสรรพคุณในการรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารนั่นคือ ท้องผูก, มีแก็ส, ท้องเสีย, คลื่นไส้, และจุกเสียด และไม่ใช่เพียงแต่นี้ ขิงก็มีประโยชน์ในด้านลดน้ำหนักเช่นกัน นั่นคือมันช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์ได้มากขึ้น กำจัดของเสียได้มากขึ้น และทำให้ร่างกายนำพลังงานที่เก็บไว้ในรูปแบบของไขมันออกมาใช้ได้มากขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ขิงยังมีช่วยเพิ่มพลังให้กับการเผาผลาญ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าเพิ่มได้มากถึง 20% เลยทีเดียว และยังช่วยทำให้คุณรู้สึกอิ่มเร็วอันเนื่องมาจากเส้นใยอาหารที่มากอีกด้วย

3. บุก

บุก มีสารสำคัญตัวหนึ่งซึ่งเรียกว่า กลูโคแมนแนนเป็นคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งชนิดหนึ่งซึ่งประกอบด้วย กลูโคส แมโนส ฟรุคโทส มีลักษณะข้นๆ เหนียวๆ ก่อนจะนำมาบริโภคจะต้องผ่านกรรมวิธีที่มากมายในการกำจัดยางและล้างพิษที่อาจจะทำให้คันได้ นำมาขายเป็นเส้นๆ หรือเป็นชิ้นๆ ซึ่งนำไปประกอบอาหารแทนเนื้อสัตว์ได้ เพราะไม่มีรสชาติจึงสามารถปรุงรสได้ตามความชอบ บางครั้งอาจนำมาขายในลักษณะผงชงเป็นเครื่องดื่มรสต่างๆ

ความเหนียวหนืดของกลูโคแมนแนนจะชะลอการดูดซึมของกลูโคสจากทางเดินอาหารไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ช่วยถ่วงท้องให้อิ่มเร็ว การบริโภคอาหารอื่น ๆ จึงน้อยลงโดยปริยายทำให้นิยมมากในวงการผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักใยและกากอาหารจะทำให้ลำไส้บีบตัวมากขึ้นทำให้การขับถ่ายเป็นไปได้ดี casino online การควบคุมหรือลดน้ำหนักด้วยการบริโภคบุกพร้อมกับการรับประทานอาหารอื่น ๆ ครบ 5 หมู่ ไม่มีอันตรายต่อร่างกายใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเป็นใยอาหารธรรมชาติไม่ใช่สารเคมีสกัด

4. ส้มแขก

ส้มแขก มีสาร HAC (สารไฮดรอกซีซิตริกแอสิด) อยู่เป็นจำนวนมาก เป็นสารที่มีคุณสมบัติในการเข้าไปสกัดกั้นและยับยั้งการสะสมของไขมันส่วนเกินไนร่างกาย อีกทั้งยังช่วยให้กินอาหารได้น้อยลง ทำให้น้ำหนักลด หน้าท้องยุบ ลดพุง รูปร่างเพรียวขึ้น มีผลดีมากในการ ลดความอ้วน

HAC ทำให้ยับยั้งการนำน้ำตาล จากอาหารประเภท แป้ง ข้าว และน้ำตาล ไม่ให้เปลี่ยนไปเป็นไขมันสะสมตามร่างกายแต่จะนำไปใช้เป็นพลังงานของร่างกาย ทำให้ร่างกายสดชื่นไม่อ่อนเพลีย และ เมื่อในกระแสเลือดไม่ขาดน้ำตาล ก็จะทำให้ความรู้สึกหิวอาหารลดลง ไปด้วย ขณะเดียวกัน ก็ จะนำไปสะสมเป็นพลังงานสำรองในรูปของไกลโคเจนที่ตับ ทำให้ร่างกายรับรู้ว่ามีพลังงานสำรองเพียงพอ ทำให้ไม่รู้สึกหิวมาก นอกจากนี้ ยังมีผลไปกระตุ้น ให้มีการดึงเอาไขมันที่สะสมออกมาใช้เป็นพลังงานทำให้ไขมันที่สะสมอยู่ลดลง ซึ่งจะมีผลทำให้รูปร่างดีขึ้นนั่นเอง
5. ชาเขียว

จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์พบว่า สารคาเฟอีน และสารฝาดแคททิคิน ในชาเขียว มีคุณสมบัติในการช่วยเพิ่มอัตราการเมทาบอลิซึ่มของร่างกายให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มอัตราการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรค และการออกซิเดชันของไขมันเมื่อออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ถึง 4 % เมื่อเกิดการเผาผลาญพลังงานได้มาก จึงส่งผลช่วยในการสลายไขมันทำให้น้ำหนักตัวลดลง โดยที่ไม่กระทบต่ออัตราการเต้นของหัวใจ นอกจากนี้ ชาเขียวยังช่วยให้แบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้มีการทำงานที่ดีมากยิ่งขึ้น จึงทำให้การเผาผลาญอาหารของร่างกายดีมากยิ่งขึ้น

6. กระเจี๊ยบแดง

กระเจี๊ยบแดง ที่เรานำมาต้มทำเป็นเครื่องดื่ม นอกจากจะแก้กระหายแล้ว ยังสามารถช่วยลดไขมันในเส้นเลือด และช่วย ลดความอ้วน หรือลดน้ำหนักได้ช่วยลดความดันโลหิต โดยไม่มีผลข้างเคียง ช่วยรักษาโรคเส้นโลหิตแข็งเปราะได้ ช่วยให้ความเหนียวข้นของโลหิตลดลง ช่วยขับปัสสาวะ เป็นการช่วยลดความดันด้วย ไม่เพิ่มการหลั่งกรดในกระเพราะ ทำให้ช่วยย่อยอาหารได้ดีอีกด้วย

7. พริกลดความอ้วน

โดยทั่วไปพริกทุกชนิดจะมีวิตามินซี สามารถช่วยขยายเส้นเลือดในลำไส้และกระเพาะอาหาร ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น และมีส่วนช่วยระบบขับถ่าย
และในพริกยังมีวิตามินเอซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งช่วยสร้างภูมิต้านทาน ทำให้กระดูกและฟันของเราแข็งแรง ผิวหน้าและปัญหาจุดด่างดำดีขึ้นอีกด้วย

นอกจากวิตามินแล้ว ในพริกยังมีสาร Capsaicin และ Oleoresin และกรด Ascorbic acid ซึ่งสาร Ascorbic acid นี่เองที่มีบทบาทสำคัญในการ ลดความอ้วน เพราะว่ามันสามารถช่วยให้ไขมันถูกเผาผลาญกลายเป็นพลังงานได้ดี ดังนั้นหากใครที่เป็นคนที่ร่างกายมีการเผาผลาญต่ำ การกินพริกเข้าไปบ่อยๆ ก็จะช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ดีขึ้น

หลักจากที่ร่างกายได้กินพริก หรือกินสารสกัดจากพริกเข้าไปแล้ว ร่างกายจะได้รับกรด Ascorbic acid ทำให้ร่างกายสามารถนำไขมันไปเผาผลาญเป็นพลังงานได้ดีขึ้น หากเราควบคู่กับการควบคุมอาหาร เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานจากอาหารน้อยกว่าที่ต้องใช้ในแต่ละวัน โดยมีพริกเป็นตัวเสริมช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน ในไม่ช้าเราก็จะสามารถ ลดความอ้วน ได้อย่างเป็นธรรมชาติ พริกมีคุณสมบัติเด่นๆ ที่ออกฤทธิ์ในด้านการช่วยลดน้ำหนักก็คือ ทำให้ร่างกายสร้างกรดไขมันน้อยลง ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน สำหรับในวันนี้เรามาดูกันว่ามีวิธีการลดความอ้วนแบบเร่งด่วน

ลดความอ้วน สำหรับในวันนี้เรามาดูกันว่ามีวิธีการลดความอ้วนแบบเร่งด่วน แต่ปลอดภัย มีวิธีไหนกันบ้างวิธีการลดความอ้วนอย่างได้ผลและปลอดภัยในปัจจุบันมีวิธีการลดความอ้วนอย่างได้ผลง่ายๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวคุณเอง โดยมีวิธีกว้างๆอยู่ 4 วิธี ได้แก่ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน 1. การควบคุมอาหาร (diet)

หลักการควบคุมอาหารเพื่อลดความอ้วนคือ การรับอาหารเข้าไปในร่างกายในปริมาณที่น้อยกว่าที่ร่างกายต้องการใช้ ทำให้ร่างกายเกิดการสลายพลังงานที่เก็บเอาไว้ในร่างกายออกมาใช้น้ำหนักจึงลดลง ซึ่งการลดน้ำหนักโดยวิธีนี้ต้องอาศัยความแน่วแน่ของจิตใจ เพราะถ้าไม่ตั้งใจจริงในการควบคุมอาหาร ผลสำเร็จที่ได้ก็จะลดลง แต่ไม่ควรที่จะใช้วิธีการอดอาหารอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น ควรเปลี่ยนมาเป็นการควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อจะเป็นสิ่งที่ดีกว่าลดความอ้วน

2. การออกกำลังกาย (exercise)

การออกกำลังกายถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการลดน้ำหนัก เมื่อร่างกายใช้พลังงานมากกว่าปริมาณอาหารที่ได้รับ ร่างกายจะนำไขมันส่วนเกินที่เก็บสะสมเอาไว้มาเปลี่ยนเป็นพลังงานในการออกกำลังกายทำให้น้ำหนักลดลง การออกกำลังกายยังมีผลดีในระยะยาว ทำให้สุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจดีขึ้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ววิธีลดน้ำหนักโดยการออกกำลังกายมักที่จะทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร ซึ่งการออกกำลังอย่างได้ผล ควรจะใช้เวลาในการออกกำลังกายประมาณ 30-60 นาที ต่อครั้ง สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง

3. เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมลดความอ้วน

เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง โดยความสำเร็จในการลดน้ำหนักจะขึ้นอยู่กับความตั้งใจว่ามีความแน่วแน่มากน้อยเพียงใด โดยเริ่มจากการลดละเลิก นิสัยการชอบกินแบบจุกจิก ชอบทานขนมก่อนนอน ชอบทานอาหารมันๆ พฤติกรรมเหล่านี้ถือว่าไม่เหมาะสม จำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยพยายามเปลี่ยนมาเป็นการทานอาหารเฉพาะมื้อหลัก พร้อมกับงดอาหารว่างระหว่างมื้อ และที่สำคัญคือ ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันเป็นจำนวนมากลดความอ้วน

4. การใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยลดความอ้วน

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันการที่จะทำตามขั้นตอนวิธีการลดน้ำหนักในข้างต้นถือว่าเป็นสิ่งที่ลำบากมากขึ้น เนื่องจากในหนึ่งวันที่ต้องมีความเร่งรีบในการใช้ชีวิต ทั้งการทำงาน การเรียน การแบ่งเวลาว่างเพื่อไปออกกำลังกายกลายเป็นสิ่งที่ยุ่งยาก แม้แต่การรับประทานอาหารในแต่ละมื้อเองก็ต้องเร่งรีบขาดความพิถีพิถัน บางคนเองก็ทำงานจนนอนดึกดื่นเป็นประจำจนไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสมได้สำเร็จ ลดความอ้วน.