ลดความอ้วน สำหรับวันนี้มีวิธีดีท็อกล้างพิษล้างลำไส้

ลดความอ้วน สำหรับวันนี้มีวิธีดีท็อกล้างพิษล้างลำไส้ ล้างทำความสะอาดของเสียภายในร่างกาย ง่ายๆไม่ยากแค่นำเม็ดแมงลัก ตักใส่แก้วประมาณ 2ช้อนชา ผสมน้ำร้อน 1 แก้ว ตั้งทิ้งไว้ 30นาที เมื่อเม็ดแมงลักแตกตัวเต็มแก้วก็นำมาดื่มก่อนนอน ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน  สำหรับใครที่ไม่ชอบรสชาติแบบเพียวๆของเม็ดแมงลักเราอาจจะใส่น้ำผึ้ง น้ำสมุนไพรที่เราชอบ น้ำหวานเฮลบลูบอย (แนะนำเป็นสีแดงนะค่ะกลิ่นไม่ฉุนเท่าสีเขียว แต่ถ้าใครชอบเฮลบลูบอยสีเขียวก็ใส่ได้ตามชอบเลยจ้า) การปรุงรสชาติเข้าไปจะทำให้เราทานง่ายขึ้น สำหรับเม็ดแมงลักนั้นจะมีใยอาหารสูงและมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ ที่ดีต่อร่างกาย จึงช่วยในการลากอุจจาระที่ตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหารออกมาได้อย่างดีเลยทีเดียว เราสามารถทานเม็ดแมงลักเป็นปกติได้ทุกวัน หรือ 3 – 4 วันต่อสัปดาห์ หรือจะทานช่วงเที่ยงร้อนๆ เติมน้ำแข็งลงไปเพื่อดับกระหายคล้ายร้อนไปในตัว นอกจากนี้ เม็ดแมงลักยังเป็นเมนูเครื่องดื่มที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ลดความอ้วน ลดหน้าท้อง ลดพุงที่ดีอีกด้วย เนื่องจากไม่ก่อให้เกิดพลังงาน แถมยังช่วยให้เราระบายถ่ายคล่อง อีกทั้งยังช่วยในการลดไขมันในเส้นเลือด และช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้อีกด้วย นับว่าเป็นเครื่องดื่มสารพัดประโยชน์ที่ดีต่อร่างกายเราอย่างมากเลยจ้า

เม็ดแมงลัก ลดน้ำหนัก ล้างลําไส้ลดความอ้วน

* หมายเหตุ : ข้อควรระวังในการทานเม็ดแมงลัก คือ ต้องรอให้เม็ดแมงลักแตกตัว พองตัวเต็มที่เสียก่อน เพราะแทนที่จะช่วยระบาย ก็อาจจะกลายเป็นทำให้ท้องผูกแทนได้ทันที

ดีท็อกขับถ่ายของเสีย ด้วยวิธีธรรมชาติ

สูตรที่ 1 – ดื่มนมสด 2 กล่อง (ปริมาณรวมประมาณ 500มิลลิลิตร) + กล้วยน้ำว้า 2 ผล
ควรทานก่อน 6 โมงเช้าเพื่อให้ร่างกายขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายก่อนที่เราจะทานอาหารเช้า แนะนำให้ช่วงแรกๆควรทานติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน เมื่อเราขับถ่ายอุจจาระเป็นเวลา คือก่อน 7 โมงเช้าแล้ว เราก็สามารถลดปริมาณการทานเหลือเพียงสัปดาห์ละ 2 ครั้งได้จ้า

สูตรที่ 2 – ผักบุ้ง 2 กำมือ ผัดหรือต้มลดความอ้วน
สาเหตุที่ให้ทานผักบุ้ง เพราะผักบุ้ง ในผักบุ้ง 100 กรัมจะให้พลังงาน 22 กิโลแคลอรี่ และประกอบด้วยเส้นใย วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆอีกด้วย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เป็นต้น ช่วยป้องกันโรคท้องผูก ช่วยทำความสะอาดของเสียที่ตกค้างในลำไส้ ผักบุ้งจีนมีฤทธิ์ช่วยในการขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะเหลือง ช่วยแก้อาการปัสสาวะเป็นเลือด ถ่ายออกมาเป็นเลือด ด้วยการใช้ลำต้นคั้นนำน้ำมาผสมกับน้ำผึ้งดื่ม ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ฯลฯ เห็นไหมละค่ะว่าแค่ผักบุ้งตัวเดียวก็ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมายจริงๆ สำหรับใครที่กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนักควรจะทานเป็นผักบุ้งต้ม ดีกว่านะค่ะ จะได้ไม่เพิ่มแคลอรี่ให้กับร่างกายมาก

เห็นไหมล่ะค่ะว่า เรามีวิธีการดีท็อกดีๆ ที่ทำได้ง่ายๆไม่ยุ่งยาก ที่ใครๆสามารถทำทานได้เองที่บ้าน มีสิ่งดีๆอย่าลืมบอกต่อ แชร์ต่อให้คนรอบข้าง ให้คนที่เรารักได้รักษาสุขภาพเหมือนเรานะค่ะ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน วิธีการลดความอ้วนอย่างได้ผลและปลอดภัย

ลดความอ้วน วิธีการลดความอ้วนอย่างได้ผลและปลอดภัย ในปัจจุบันมีวิธีการลดความอ้วนอย่างได้ผลง่ายๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวคุณเอง โดยมีวิธีกว้างๆอยู่ 4 วิธี ได้แก่ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน 1. การควบคุมอาหาร (diet)

หลักการควบคุมอาหารเพื่อลดความอ้วนคือ การรับอาหารเข้าไปในร่างกายในปริมาณที่น้อยกว่าที่ร่างกายต้องการใช้ ทำให้ร่างกายเกิดการสลายพลังงานที่เก็บเอาไว้ในร่างกายออกมาใช้น้ำหนักจึงลดลง ซึ่งการลดน้ำหนักโดยวิธีนี้ต้องอาศัยความแน่วแน่ของจิตใจ เพราะถ้าไม่ตั้งใจจริงในการควบคุมอาหาร ผลสำเร็จที่ได้ก็จะลดลง แต่ไม่ควรที่จะใช้วิธีการอดอาหารอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น ควรเปลี่ยนมาเป็นการควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า

2. การออกกำลังกาย (exercise)

การออกกำลังกายถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการลดน้ำหนัก เมื่อร่างกายใช้พลังงานมากกว่าปริมาณอาหารที่ได้รับ ร่างกายจะนำไขมันส่วนเกินที่เก็บสะสมเอาไว้มาเปลี่ยนเป็นพลังงานในการออกกำลังกายทำให้น้ำหนักลดลง การออกกำลังกายยังมีผลดีในระยะยาว ทำให้สุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจดีขึ้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ววิธีลดน้ำหนักโดยการออกกำลังกายมักที่จะทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร ซึ่งการออกกำลังอย่างได้ผล ควรจะใช้เวลาในการออกกำลังกายประมาณ 30-60 นาที ต่อครั้ง สัปดาห์ละ 3-5 ครั้งลดความอ้วน

3. เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมลดความอ้วน

เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง โดยความสำเร็จในการลดน้ำหนักจะขึ้นอยู่กับความตั้งใจว่ามีความแน่วแน่มากน้อยเพียงใด โดยเริ่มจากการลดละเลิก นิสัยการชอบกินแบบจุกจิก ชอบทานขนมก่อนนอน ชอบทานอาหารมันๆ พฤติกรรมเหล่านี้ถือว่าไม่เหมาะสม จำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยพยายามเปลี่ยนมาเป็นการทานอาหารเฉพาะมื้อหลัก พร้อมกับงดอาหารว่างระหว่างมื้อ และที่สำคัญคือ ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันเป็นจำนวนมาก

4. การใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยลดความอ้วน

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันการที่จะทำตามขั้นตอนวิธีการลดน้ำหนักในข้างต้นถือว่าเป็นสิ่งที่ลำบากมากขึ้น เนื่องจากในหนึ่งวันที่ต้องมีความเร่งรีบในการใช้ชีวิต ทั้งการทำงาน การเรียน การแบ่งเวลาว่างเพื่อไปออกกำลังกายกลายเป็นสิ่งที่ยุ่งยาก แม้แต่การรับประทานอาหารในแต่ละมื้อเองก็ต้องเร่งรีบขาดความพิถีพิถัน บางคนเองก็ทำงานจนนอนดึกดื่นเป็นประจำจนไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสมได้สำเร็จ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน ความอ้วน ปัญหาของคนอยากสวย (Crows magazine

ลดความอ้วน ความอ้วน ปัญหาของคนอยากสวย (Crows magazine) แต่ไหนแต่ไรมาจะเห็นว่าวัยหนุ่มสาวมักห่วงเรื่องความหล่อความสวย ไม่ว่าจะอายุขนาดไหน ไม่มีใครยอมที่จะหยุดพัฒนาความงามของตัวเองกันเลย ยังอยากที่จะเสริมนั่นเติมนี่ เพื่อแก้จุดด้อยอยู่ตลอดเวลา จะว่าไปแล้วก็คงหาได้ยากสำหรับท่านที่คิดว่าพอแล้วกับรูปร่างหน้าตาในปัจจุบัน ถ้ามีเงิน… ฉันก็ยังจะทำโน่นนี่นั่นอยู่ดี อย่าเถียงนะคะว่าคุณเองไม่เคยคิด นี่แหละค่ะที่ทำให้สถานเสริมความงาม สถานแก้ไขจุดบกพร่อง หรือเรียกง่าย ๆ ว่าแก้ไขปมด้อย ถือกำเนิดเติบโตขึ้นเร็วมาก ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน วันนี้จะนำวิธีลดความอ้วนอันเป็นปมด้อยของผู้ที่มีน้ำหนักเกิน แบบไม่เสียเงินที่มีอยู่น้อยนิด มาแนะนำกันค่ะ

ว่าไปคนอ้วนนี่ก็แปลก เวลาปกติคิดว่าตัวเองอ้วนตลอดเวลา ยกเว้น “เวลากิน” นี่ลืมไปเลยว่าอ้วน และบางครั้ง “ความอ้วน” ก็ทำให้เราพลาดในอะไรหลาย ๆ สิ่ง เห็นด้วยไหมคะ? ถ้าเห็นด้วยมาลดน้ำหนักกันดีกว่าค่ะ จำไว้อย่างนะคะว่า การลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่อง ไม่เร่งให้น้ำหนักตัวลดลงอย่างฮวบฮาบ แม้ได้ผลช้า แต่ไม่เป็นผลเสียต่อสุขภาพ และยังได้ผลที่ถาวรกว่าวิธีเร่งด่วนอีกด้วยค่ะ ฉะนั้น เรามาตั้งใจ และมุ่งมั่นไปด้วยกันนะคะลดความอ้วน
1.ตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจนในการลดน้ำหนัก โดยอาจจินตนาการว่า คุณต้องการมีรูปร่างอย่างไร และต้องการลดกี่กิโลกรัม ภายในระยะเวลาเท่าไหร่ อย่าใจร้อนรีบลดจนเกินไป เพราะจะส่งผลเสียต่อร่างกาย และทำให้การลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องสนุกอีกต่อไป อุปสรรคสำคัญที่ทำให้การลดน้ำหนักของคุณไม่ได้ผลก็คือ ความรู้สึกท้อแท้เมื่อเห็นน้ำหนักตัวไม่ขยับลงอย่างที่ควรจะเป็น

2.เพิ่มปริมาณน้ำ น้ำช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ไม่แห้งตึง แล้วยังช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่ายดีขึ้นอีกด้วย ที่สำคัญคือ ช่วยให้ทานอาหารได้น้อยลงเพราะรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น กระตุ้นระบบการเผาผลาญพลังงานในร่างกายด้วย

3.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ทานอาหารให้ครบทุกมื้อ (ย้ำว่าครบทุกมื้อ) ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการทานเกินขนาดในมื้อต่อไป

ทานข้าวกล้อง แทนข้าวสวย

ทานข้าวโอ๊ต แทนซีเรียลลดความอ้วน

เลือกน้ำสลัดไขมันต่ำ แทนน้ำสลัดธรรมดา

ทิ้งอาหารขยะไป แล้วก็ไม่ต้องไปซื้อมาเก็บไว้อีก

ทานของหวาน ของมัน ของทอด ให้น้อยลง โดยกำหนดว่าจะทานกี่ครั้งต่อสัปดาห์

หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด

ทานช้า ๆ จะช่วยให้คุณอิ่มเร็วขึ้น

ทานมังสวิรัติ 1 วัน/สัปดาห์ มาทานผัก ผลไม้ เพื่อเพิ่มกากใยให้กับร่างกาย

อย่าเอาอะไรเข้าปากหลังสองทุ่ม

4.ทำใจให้สบาย ผ่อนคลาย และไม่เครียด เนื่องจากมีแนวโน้มว่า คนที่มีความเครียดเป็นประจำ มักจะทานอาหารมากกว่าปกติ และทานจุบจิบบ่อย ๆ

5.ออกกำลังกายเป็นประจำ คุณสามารถออกกำลังกายได้ทั้งในขณะที่ทำงาน หรืออยู่บ้าน เช่น หากคุณนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ ก็สามารถขยับต้นคอ เพื่อคลายกล้ามเนื้อ และลุกขึ้นบิดตัวไปมาทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง เพื่อให้เลือดไหลเวียน หรือทำงานบ้านด้วย ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน ในจำนวนผลไม้มากมายนั้นนอกจากรสชาติอร่อย

ลดความอ้วน ในจำนวนผลไม้มากมายนั้นนอกจากรสชาติอร่อย ลิ้นแล้วผลไม้ยังเป็นแหล่งของด้วยวิตามินและเกลือแร่ต่างๆ และเต็มไปด้วยอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ที่สำคัญไม่ต้องกลัวอ้วนแต่ก็ต้องเลือกกันหน่อยนะคะ ว่าผลไม้ชนิดใดบ้างที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลที่ต่ำ วันนี้เราจึงนำผลไม้ 10 อันดับที่เหมาะกับการลดน้ำหนักมาเสนอกันค่ะ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน
ลดความอ้วน อันดับ 10 แอปเปิ้ล โดยทางยามีสรรพคุณลดกรดในกระเพาะอาหาร ละลายเสมหะ ลดความดันโลหิต ช่วยขับเกลือโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย มีฤทธิ์เป็นยาระบาย มีส่วนช่วยทำความสะอาดระบบย่อยอาหาร ให้พลังงาน 50 kcal ต่อ 100 g

แตงโมลดความอ้วน

อันดับ 9 ผลไม้กลุ่มแตง จะเป็น แตงโม, แตงไทย ฯลฯ โดยเฉพาะแตงโมเป็นผลไม้ที่มีคุณสมบัติเย็น จะช่วยลดอาการไข้ คอแห้ง บรรเทาแผลในปากก็ล้างพิษให้กับร่างกาย ให้พลังงาน 30 kcal ต่อ 100 gลดความอ้วน

อันดับ 8 ผลไม้ตระกูลส้ม ทั้งส้มโอ, ส้มเขียวหวาน ฯลฯ ป้องกันโรคหวัดและการติดเชื้อแบคทีเรีย ลดปริมาณโคเลสเตอรอลในโลหิต ช่วยระบบย่อยอาหารของร่างกาย ระบายได้มีแก้อาการท้องผูก และมีคุณค่าทางอาหาร ให้วิตามินซีสูง ให้พลังงาน 60 kcal สำหรับส้มเขียวหวาน 2 ผลกลาง และให้พลังงานที่เท่ากันสำหรับส้มโอ 2 กลีบ

อันดับ 7 แครนเบอร์รี่ ป้องกันนิ่วในไต แถมช่วยต้านเชื้อไวรัส ให้พลังงาน 46 kcal ต่อ 100 g

อันดับ 6 ผลไม้กลุ่มเบอร์รี่ เช่น สตอเบอร์รี่, บลูเบอร์รี่ ช่วยในการบำรุงระบบเลือดและระบบสายตา ให้พลังงาน 60 kcal ต่อ 1 ถ้วยโดยประมาณ

สับปะรด

อันดับ 5 สับปะรด วิตามินซีสูง มีเอนไซม์ย่อยโปรตีนชื่อบรอมีเลน (bromelain) ช่วยย่อยโปรตีนไม่ให้ตกค้างในลำไส้ และ มีเกลือแร่ วิตามินซีจำนวนมาก แถมมีส่วนช่วยต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ให้พลังงาน 50 kcal ต่อ 100 g

อะโวคาโด

อันดับ 4 อะโวคาโด แม้ว่า อะโวคาโค 100 กรัมให้พลังงาน 189 แคลอรี่และ อะโวคาโด 1 ขีด มีไขมัน 19.3 กรัม แต่ไขมันที่มีนั้นเป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัวนั่นหมายความว่ามันไม่ทำให้คุณอ้วน ขึ้น และช่วยให้ไขมันในเส้นเลือดลดลงด้วย ซึ่งไขมันไม่อิ่มตัวซึ่งเป็นไขมันดีนั้นจะทำให้คุณอิ่มได้นานไม่ต้องไปรับ ประทานอะไรระหว่างมื้อ และเมื่อเทียบกันแล้วอะโวคาโดยังมีโพแทสเซียมมากกว่ากล้วยถึง 60% นอกจากนี้ยังมีวิตามินเอ, บี, ซี, อี และเป็นผลไม้ที่คาร์โบไฮเดรตต่ำมากด้วยค่ะ

มะละกอ

อันดับ 3 มะละกอ การกินเนื้อมะละกอสุก ช่วยเป็นยาระบายอ่อนๆ เพราะไปช่วยเพิ่มจำนวนกากไยอาหาร ดังนั้นเนื้อผลสุกมะละกอจะช่วยระบายอ่อนๆ แก้ท้องผูก ให้วิตามินซีสูง เสริมสร้างระบบย่อยอาหารให้ทำงานดี มีโปรตีนอีกต่างหาก ให้พลังงาน 60 kcal ต่อ 8 ชิ้นพอคำ

มะเขือเทศลดความอ้วน

อันดับ 2 มะเขือเทศ มี เป็นพืชชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร มีวิตามินซีสูงและให้วิตามินเอราว 1 ใน 3 ของวิตามินเอที่ร่างกายต้องการในหนึ่งวัน นอกจากนี้มะเขือเทศยังมีโปแตสเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียมและแร่ธาตุอื่นๆ อีกหลายชนิด ส่วนช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งและโรคหัวใจ ให้พลังงาน 20 kcal ต่อ 1 ผล

กีวี

อันดับ 1 กีวี ผล ไม้ผลรีรูปไข่ มีขนเล็กๆปกคลุมทั่วผล เนื้อสีเขียว บางพันธุ์เนื้อสีเหลือง ชุ่มน้ำ รสเปรี้ยวอมหวาน เป็นผลไม้ที่เก็บไว้ได้นาน สารแอกทินิดีนในกีวีช่วยเสริมภูมิคุ้มกันทำให้หัวใจแข็งแรง มีแคลอรี่ต่ำ ให้พลังงาน 60 kcal ต่อ 100 g

ซึ่งการรับประทานผลไม้อย่างเดียวคงไม่สามารถช่วยลดความอ้วนได้ ควรออกกำลังกายและรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ นอกจากน้ำหนักจะลดลงได้แล้วโรคร้ายยังไม่กล้ากล้ำกรายคุณด้วยค่ะ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน วิธีออกกำลังกายเพื่อควบคุมและลดน้ำหนักแต่ปลอดภัย

ลดความอ้วน วิธีออกกำลังกายเพื่อควบคุมและลดน้ำหนักแต่ปลอดภัย มีวิธีไหนกันบ้างวิธีการลดความอ้วนอย่างได้ผลและปลอดภัยในปัจจุบันมีวิธีการลดความอ้วนอย่างได้ผลง่ายๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวคุณเอง โดยมีวิธีกว้างๆอยู่ 4 วิธี ได้แก่ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน 1. การควบคุมอาหาร (diet)

หลักการควบคุมอาหารเพื่อลดความอ้วนคือ การรับอาหารเข้าไปในร่างกายในปริมาณที่น้อยกว่าที่ร่างกายต้องการใช้ ทำให้ร่างกายเกิดการสลายพลังงานที่เก็บเอาไว้ในร่างกายออกมาใช้น้ำหนักจึงลดลง ซึ่งการลดน้ำหนักโดยวิธีนี้ต้องอาศัยความแน่วแน่ของจิตใจ เพราะถ้าไม่ตั้งใจจริงในการควบคุมอาหาร ผลสำเร็จที่ได้ก็จะลดลง แต่ไม่ควรที่จะใช้วิธีการอดอาหารอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น ควรเปลี่ยนมาเป็นการควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า

2. การออกกำลังกาย (exercise)ลดความอ้วน

การออกกำลังกายถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการลดน้ำหนัก เมื่อร่างกายใช้พลังงานมากกว่าปริมาณอาหารที่ได้รับ ร่างกายจะนำไขมันส่วนเกินที่เก็บสะสมเอาไว้มาเปลี่ยนเป็นพลังงานในการออกกำลังกายทำให้น้ำหนักลดลง การออกกำลังกายยังมีผลดีในระยะยาว ทำให้สุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจดีขึ้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ววิธีลดน้ำหนักโดยการออกกำลังกายมักที่จะทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร ซึ่งการออกกำลังอย่างได้ผล ควรจะใช้เวลาในการออกกำลังกายประมาณ 30-60 นาที ต่อครั้ง สัปดาห์ละ 3-5 ครั้งลดความอ้วน

3. เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง โดยความสำเร็จในการลดน้ำหนักจะขึ้นอยู่กับความตั้งใจว่ามีความแน่วแน่มากน้อยเพียงใด โดยเริ่มจากการลดละเลิก นิสัยการชอบกินแบบจุกจิก ชอบทานขนมก่อนนอน ชอบทานอาหารมันๆ พฤติกรรมเหล่านี้ถือว่าไม่เหมาะสม จำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยพยายามเปลี่ยนมาเป็นการทานอาหารเฉพาะมื้อหลัก พร้อมกับงดอาหารว่างระหว่างมื้อ และที่สำคัญคือ ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันเป็นจำนวนมาก

4. การใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยลดความอ้วนลดความอ้วน

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันการที่จะทำตามขั้นตอนวิธีการลดน้ำหนักในข้างต้นถือว่าเป็นสิ่งที่ลำบากมากขึ้น เนื่องจากในหนึ่งวันที่ต้องมีความเร่งรีบในการใช้ชีวิต ทั้งการทำงาน การเรียน การแบ่งเวลาว่างเพื่อไปออกกำลังกายกลายเป็นสิ่งที่ยุ่งยาก แม้แต่การรับประทานอาหารในแต่ละมื้อเองก็ต้องเร่งรีบขาดความพิถีพิถัน บางคนเองก็ทำงานจนนอนดึกดื่นเป็นประจำจนไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสมได้สำเร็จ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน วันนี้จะนำวิธีลดความอ้วนอันเป็นปมด้อยของผู้ที่มีน้ำหนักเกิน

ลดความอ้วน วันนี้จะนำวิธีลดความอ้วนอันเป็นปมด้อยของผู้ที่มีน้ำหนักเกิน แบบไม่เสียเงินที่มีอยู่น้อยนิด มาแนะนำกันค่ะ ความอ้วน ปัญหาของคนอยากสวย (Crows magazine)แต่ไหนแต่ไรมาจะเห็นว่าวัยหนุ่มสาวมักห่วงเรื่องความหล่อความสวย ไม่ว่าจะอายุขนาดไหน ไม่มีใครยอมที่จะหยุดพัฒนาความงามของตัวเองกันเลย ยังอยากที่จะเสริมนั่นเติมนี่ เพื่อแก้จุดด้อยอยู่ตลอดเวลา จะว่าไปแล้วก็คงหาได้ยากสำหรับท่านที่คิดว่าพอแล้วกับรูปร่างหน้าตาในปัจจุบัน ถ้ามีเงิน… ฉันก็ยังจะทำโน่นนี่นั่นอยู่ดี อย่าเถียงนะคะว่าคุณเองไม่เคยคิด นี่แหละค่ะที่ทำให้สถานเสริมความงาม สถานแก้ไขจุดบกพร่อง หรือเรียกง่าย ๆ ว่าแก้ไขปมด้อย ถือกำเนิดเติบโตขึ้นเร็วมากลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน

ว่าไปคนอ้วนนี่ก็แปลก เวลาปกติคิดว่าตัวเองอ้วนตลอดเวลา ยกเว้น “เวลากิน” นี่ลืมไปเลยว่าอ้วน และบางครั้ง “ความอ้วน” ก็ทำให้เราพลาดในอะไรหลาย ๆ สิ่ง เห็นด้วยไหมคะ? ถ้าเห็นด้วยมาลดน้ำหนักกันดีกว่าค่ะ จำไว้อย่างนะคะว่า การลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่อง ไม่เร่งให้น้ำหนักตัวลดลงอย่างฮวบฮาบ แม้ได้ผลช้า แต่ไม่เป็นผลเสียต่อสุขภาพ และยังได้ผลที่ถาวรกว่าวิธีเร่งด่วนอีกด้วยค่ะ ฉะนั้น เรามาตั้งใจ และมุ่งมั่นไปด้วยกันนะคะ
1.ตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจนในการลดน้ำหนัก โดยอาจจินตนาการว่า คุณต้องการมีรูปร่างอย่างไร และต้องการลดกี่กิโลกรัม ภายในระยะเวลาเท่าไหร่ อย่าใจร้อนรีบลดจนเกินไป เพราะจะส่งผลเสียต่อร่างกาย และทำให้การลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องสนุกอีกต่อไป อุปสรรคสำคัญที่ทำให้การลดน้ำหนักของคุณไม่ได้ผลก็คือ ความรู้สึกท้อแท้เมื่อเห็นน้ำหนักตัวไม่ขยับลงอย่างที่ควรจะเป็น

2.เพิ่มปริมาณน้ำ น้ำช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ไม่แห้งตึง แล้วยังช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่ายดีขึ้นอีกด้วย ที่สำคัญคือ ช่วยให้ทานอาหารได้น้อยลงเพราะรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น กระตุ้นระบบการเผาผลาญพลังงานในร่างกายด้วยลดความอ้วน

3.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ทานอาหารให้ครบทุกมื้อ (ย้ำว่าครบทุกมื้อ) ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการทานเกินขนาดในมื้อต่อไป

ทานข้าวกล้อง แทนข้าวสวย

ทานข้าวโอ๊ต แทนซีเรียล

เลือกน้ำสลัดไขมันต่ำ แทนน้ำสลัดธรรมดาลดความอ้วน

ทิ้งอาหารขยะไป แล้วก็ไม่ต้องไปซื้อมาเก็บไว้อีก

ทานของหวาน ของมัน ของทอด ให้น้อยลง โดยกำหนดว่าจะทานกี่ครั้งต่อสัปดาห์

หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด

ทานช้า ๆ จะช่วยให้คุณอิ่มเร็วขึ้น

ทานมังสวิรัติ 1 วัน/สัปดาห์ มาทานผัก ผลไม้ เพื่อเพิ่มกากใยให้กับร่างกาย

อย่าเอาอะไรเข้าปากหลังสองทุ่มลดความอ้วน

4.ทำใจให้สบาย ผ่อนคลาย และไม่เครียด เนื่องจากมีแนวโน้มว่า คนที่มีความเครียดเป็นประจำ มักจะทานอาหารมากกว่าปกติ และทานจุบจิบบ่อย ๆ

5.ออกกำลังกายเป็นประจำ คุณสามารถออกกำลังกายได้ทั้งในขณะที่ทำงาน หรืออยู่บ้าน เช่น หากคุณนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ ก็สามารถขยับต้นคอ เพื่อคลายกล้ามเนื้อ และลุกขึ้นบิดตัวไปมาทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง เพื่อให้เลือดไหลเวียน หรือทำงานบ้านด้วยลดความอ้วน.

ลดความอ้วน วันนี้เราจึงนำผลไม้ 10 อันดับที่เหมาะกับการลดน้ำหนัก

ลดความอ้วน  วันนี้เราจึงนำผลไม้ 10 อันดับที่เหมาะกับการลดน้ำหนักมาเสนอกันค่ะ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน
ลดความอ้วน อันดับ 10 แอปเปิ้ล โดยทางยามีสรรพคุณลดกรดในกระเพาะอาหาร ละลายเสมหะ ลดความดันโลหิต ช่วยขับเกลือโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย มีฤทธิ์เป็นยาระบาย มีส่วนช่วยทำความสะอาดระบบย่อยอาหาร ให้พลังงาน 50 kcal ต่อ 100 g

แตงโมลดความอ้วน

อันดับ 9 ผลไม้กลุ่มแตง จะเป็น แตงโม, แตงไทย ฯลฯ โดยเฉพาะแตงโมเป็นผลไม้ที่มีคุณสมบัติเย็น จะช่วยลดอาการไข้ คอแห้ง บรรเทาแผลในปากก็ล้างพิษให้กับร่างกาย ให้พลังงาน 30 kcal ต่อ 100 gลดความอ้วน

อันดับ 8 ผลไม้ตระกูลส้ม ทั้งส้มโอ, ส้มเขียวหวาน ฯลฯ ป้องกันโรคหวัดและการติดเชื้อแบคทีเรีย ลดปริมาณโคเลสเตอรอลในโลหิต ช่วยระบบย่อยอาหารของร่างกาย ระบายได้มีแก้อาการท้องผูก และมีคุณค่าทางอาหาร ให้วิตามินซีสูง ให้พลังงาน 60 kcal สำหรับส้มเขียวหวาน 2 ผลกลาง และให้พลังงานที่เท่ากันสำหรับส้มโอ 2 กลีบ

อันดับ 7 แครนเบอร์รี่ ป้องกันนิ่วในไต แถมช่วยต้านเชื้อไวรัส ให้พลังงาน 46 kcal ต่อ 100 g

อันดับ 6 ผลไม้กลุ่มเบอร์รี่ เช่น สตอเบอร์รี่, บลูเบอร์รี่ ช่วยในการบำรุงระบบเลือดและระบบสายตา ให้พลังงาน 60 kcal ต่อ 1 ถ้วยโดยประมาณ

สับปะรด

อันดับ 5 สับปะรด วิตามินซีสูง มีเอนไซม์ย่อยโปรตีนชื่อบรอมีเลน (bromelain) ช่วยย่อยโปรตีนไม่ให้ตกค้างในลำไส้ และ มีเกลือแร่ วิตามินซีจำนวนมาก แถมมีส่วนช่วยต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ให้พลังงาน 50 kcal ต่อ 100 g

อะโวคาโด

อันดับ 4 อะโวคาโด แม้ว่า อะโวคาโค 100 กรัมให้พลังงาน 189 แคลอรี่และ อะโวคาโด 1 ขีด มีไขมัน 19.3 กรัม แต่ไขมันที่มีนั้นเป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัวนั่นหมายความว่ามันไม่ทำให้คุณอ้วน ขึ้น และช่วยให้ไขมันในเส้นเลือดลดลงด้วย ซึ่งไขมันไม่อิ่มตัวซึ่งเป็นไขมันดีนั้นจะทำให้คุณอิ่มได้นานไม่ต้องไปรับ ประทานอะไรระหว่างมื้อ และเมื่อเทียบกันแล้วอะโวคาโดยังมีโพแทสเซียมมากกว่ากล้วยถึง 60% นอกจากนี้ยังมีวิตามินเอ, บี, ซี, อี และเป็นผลไม้ที่คาร์โบไฮเดรตต่ำมากด้วยค่ะ

มะละกอ

อันดับ 3 มะละกอ การกินเนื้อมะละกอสุก ช่วยเป็นยาระบายอ่อนๆ เพราะไปช่วยเพิ่มจำนวนกากไยอาหาร ดังนั้นเนื้อผลสุกมะละกอจะช่วยระบายอ่อนๆ แก้ท้องผูก ให้วิตามินซีสูง เสริมสร้างระบบย่อยอาหารให้ทำงานดี มีโปรตีนอีกต่างหาก ให้พลังงาน 60 kcal ต่อ 8 ชิ้นพอคำ

มะเขือเทศลดความอ้วน

อันดับ 2 มะเขือเทศ มี เป็นพืชชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร มีวิตามินซีสูงและให้วิตามินเอราว 1 ใน 3 ของวิตามินเอที่ร่างกายต้องการในหนึ่งวัน นอกจากนี้มะเขือเทศยังมีโปแตสเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียมและแร่ธาตุอื่นๆ อีกหลายชนิด ส่วนช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งและโรคหัวใจ ให้พลังงาน 20 kcal ต่อ 1 ผล

กีวี

อันดับ 1 กีวี ผล ไม้ผลรีรูปไข่ มีขนเล็กๆปกคลุมทั่วผล เนื้อสีเขียว บางพันธุ์เนื้อสีเหลือง ชุ่มน้ำ รสเปรี้ยวอมหวาน เป็นผลไม้ที่เก็บไว้ได้นาน สารแอกทินิดีนในกีวีช่วยเสริมภูมิคุ้มกันทำให้หัวใจแข็งแรง มีแคลอรี่ต่ำ ให้พลังงาน 60 kcal ต่อ 100 g

ซึ่งการรับประทานผลไม้อย่างเดียวคงไม่สามารถช่วยลดความอ้วนได้ ควรออกกำลังกายและรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ นอกจากน้ำหนักจะลดลงได้แล้วโรคร้ายยังไม่กล้ากล้ำกรายคุณด้วยค่ะ ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน สำหรับในวันนี้เรามาดูกันว่า

ลดความอ้วน  สำหรับในวันนี้เรามาดูกันว่า มีวิธีการลดความอ้วนแบบเร่งด่วนแต่ปลอดภัย มีวิธีไหนกันบ้างวิธีการลดความอ้วนอย่างได้ผลและปลอดภัยในปัจจุบันมีวิธีการลดความอ้วนอย่างได้ผลง่ายๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวคุณเอง โดยมีวิธีกว้างๆอยู่ 4 วิธี ได้แก่ลดความอ้วน .

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน  1. การควบคุมอาหาร (diet)

หลักการควบคุมอาหารเพื่อลดความอ้วนคือ การรับอาหารเข้าไปในร่างกายในปริมาณที่น้อยกว่าที่ร่างกายต้องการใช้ ทำให้ร่างกายเกิดการสลายพลังงานที่เก็บเอาไว้ในร่างกายออกมาใช้น้ำหนักจึงลดลง ซึ่งการลดน้ำหนักโดยวิธีนี้ต้องอาศัยความแน่วแน่ของจิตใจ เพราะถ้าไม่ตั้งใจจริงในการควบคุมอาหาร ผลสำเร็จที่ได้ก็จะลดลง แต่ไม่ควรที่จะใช้วิธีการอดอาหารอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น ควรเปลี่ยนมาเป็นการควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อจะเป็นสิ่งที่ดีกว่าลดความอ้วน

2. การออกกำลังกาย (exercise)

การออกกำลังกายถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการลดน้ำหนัก เมื่อร่างกายใช้พลังงานมากกว่าปริมาณอาหารที่ได้รับ ร่างกายจะนำไขมันส่วนเกินที่เก็บสะสมเอาไว้มาเปลี่ยนเป็นพลังงานในการออกกำลังกายทำให้น้ำหนักลดลง การออกกำลังกายยังมีผลดีในระยะยาว ทำให้สุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจดีขึ้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ววิธีลดน้ำหนักโดยการออกกำลังกายมักที่จะทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร ซึ่งการออกกำลังอย่างได้ผล ควรจะใช้เวลาในการออกกำลังกายประมาณ 30-60 นาที ต่อครั้ง สัปดาห์ละ 3-5 ครั้งลดความอ้วน

3. เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง โดยความสำเร็จในการลดน้ำหนักจะขึ้นอยู่กับความตั้งใจว่ามีความแน่วแน่มากน้อยเพียงใด โดยเริ่มจากการลดละเลิก นิสัยการชอบกินแบบจุกจิก ชอบทานขนมก่อนนอน ชอบทานอาหารมันๆ พฤติกรรมเหล่านี้ถือว่าไม่เหมาะสม จำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยพยายามเปลี่ยนมาเป็นการทานอาหารเฉพาะมื้อหลัก พร้อมกับงดอาหารว่างระหว่างมื้อ และที่สำคัญคือ ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันเป็นจำนวนมาก

4. การใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยลดความอ้วนลดความอ้วน

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันการที่จะทำตามขั้นตอนวิธีการลดน้ำหนักในข้างต้นถือว่าเป็นสิ่งที่ลำบากมากขึ้น เนื่องจากในหนึ่งวันที่ต้องมีความเร่งรีบในการใช้ชีวิต ทั้งการทำงาน การเรียน การแบ่งเวลาว่างเพื่อไปออกกำลังกายกลายเป็นสิ่งที่ยุ่งยาก แม้แต่การรับประทานอาหารในแต่ละมื้อเองก็ต้องเร่งรีบขาดความพิถีพิถัน บางคนเองก็ทำงานจนนอนดึกดื่นเป็นประจำจนไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสมได้สำเร็จ

สำหรับผู้ที่ไม่สามารถทำตามวิธีการลดน้ำหนักดังที่ได้แนะนำไปแล้วในข้างต้น คงพยายามมองหาทางเลือกอื่นที่ง่ายกว่าสะดวกกว่าในการลดน้ำหนักอย่างได้ผล คือการใช้ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักนั่นเอง

ต้องรู้…ก่อนลดน้ำหนักลดความอ้วน

หลักการง่ายๆ ที่เราเน้นกันบ่อยๆ ครับ ถ้าต้องการควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เปลี่ยนแปลง คุณควรรับประทานอาหารที่มีปริมาณแคลอรีเท่ากับที่ใช้ออกไปในแต่ละวัน น้ำหนักตัวที่ได้ก็จะมีค่าคงที่ ในกรณีที่ต้องการให้น้ำหนักตัวลดลง จำเป็นต้องใช้พลังงานออกไปมากกว่าการได้รับพลังงานเข้ามา

ในทางตรงข้ามถ้ารับประทานอาหารเข้าไปมากเกินความต้องการของร่างกาย พลังงานหรือแคลอรีส่วนเกินจะถูกเก็บสะสมในรูปของไขมัน พบว่าการเผาผลาญไขมัน 0.45 กิโลกรัม (1 ปอนด์) จำเป็นต้องใช้พลังงานถึง 3,500 แคลอรีโดยประมาณเชียวครับลดความอ้วน .

ลดความอ้วน หลักการลดน้ำหนัก คือ ต้องลดไขมันที่มีอยู่ในร่างกาย

ลดความอ้วน  หลักการลดน้ำหนัก คือ ต้องลดไขมันที่มีอยู่ในร่างกาย ไม่ใช่ลดกล้ามเนื้อ… อย่าหยุดกินอาหาร แต่ต้องเลือกกินสารอาหารที่ให้พลังงานซึ่งมีอยู่ ๓ กลุ่มเท่านั้นคือ ไขมัน แป้ง และโปรตีนลดความอ้วน .

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน  ถ้าหยุดกินอาหารจะทำให้ ร่างกายเสียทั้งโปรตีน (กล้ามเนื้อ) ไขมัน และแป้ง แป้งมีอยู่ในปริมาณจำกัดคือ อยู่ในรูปแบบของไกลโคเจน ที่ตับ ๑๐๐ กรัม ที่กล้ามเนื้ออีก ๔๐๐ กรัม หรือรวมแล้วเป็นพลังงานเพียง ๒,๐๐๐ กิโล-แคลอรี (๕๐๐ กรัม x ๔) ร่างกายมีไขมันเป็นพลังงานถึงแสนกิโลแคลอรี

วิธีการลดน้ำหนักจึงต้องเลือกกินอาหาร เน้นหนัก ไปทางพืช ผัก ถั่ว เห็ด เต้าหู้ ปลา พยายามหลีกเลี่ยงมันสัตว์ หนังสัตว์ เครื่องใน ไข่แดง ของทอด น้ำหวาน ของหวาน กะทิ น้ำตาล เพราะเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานมาก แม้แต่ข้าวหรือขนมปัง ถ้ากินมากเกินไป เมื่อถูกดูดซึมเข้าไปในร่างกายก็จะถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมัน

วิธีการกินอาหารจึงต้องค่อยๆ กิน ดื่มน้ำมากๆ ก่อนหรือระหว่างกินอาหาร เริ่มต้นด้วยการกินซุปผัก ๑-๒ จาน เคี้ยวช้าๆ พูดคุยบ้าง หลังจากนั้นกินสลัดผักมากๆ อย่าใช้น้ำสลัดที่หวาน กินผักหลายๆ ชนิด เช่น ผักกาดแก้ว มะเขือเทศ หัวหอม เพราะพืช ผัก เป็นแหล่งอาหารที่ดี มีไขมันประเภทดีและมีพลังงานน้อย กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนลดความอ้วน

หลังจากนั้นจึงกิน (ถ้ายังไม่อิ่ม) ปลาทะเล (แต่พยายามหลีกเลี่ยงไข่ปลา) พยายามกินปลาที่ต้ม นึ่ง ลวก แทนที่จะทอด ถ้าเบื่อปลา จะเปลี่ยนเป็นเนื้อสัตว์อื่นก็ต้องเลือกไก่ที่เอาหนังออก (หนังมีไขมันมาก)

คนที่ชอบกินข้าวก็อาจกินข้าวได้บ้าง (๑ จาน) กับปลาหรือไก่ ควรค่อยๆ เคี้ยว ค่อยๆ กิน กินไปพูดคุยไป ดื่ม น้ำไป ที่แนะนำให้ทำเช่นนี้เพราะร่างกายมนุษย์ก็แปลก กว่าจะรู้ตัวว่าอิ่มจะต้องใช้เวลาประมาณ ๒๐ นาที ด้วยเหตุนี้เองถ้ารีบกินเร็วไป จะกินได้มากภายใน ๒๐ นาที ก่อนที่จะรู้ตัวว่าอิ่ม แต่ถ้าค่อยๆ กินจะพบว่าภายใน ๒๐ นาทีเรายังไม่ค่อยได้กินอะไรมากปรากฏว่าอิ่มแล้วลดความอ้วน

หลังอาหารไม่น่าจะกินของหวาน ถ้าจะกินของหวานให้เลือกกินผลไม้ที่ไม่หวานจัด การกินอาหารแต่ละวันจะต้องแบ่งออกเป็น ๓ มื้อ แทนที่จะกินมื้อเดียว จะช่วยทำให้ร่างกายมีน้ำหนักเบากว่า เพราะการกินอาหารแต่ละมื้อร่างกายใช้พลังงานเผาผลาญ ดูดซึมอาหารมาก นั่นคือ มื้อเช้าร้อยละ ๒๕ ของพลังงานทั้งหมดที่จะกินต่อวัน มื้อกลางวันร้อยละ ๕๐ และมื้อเย็นร้อยละ ๒๕ (อย่างน้อย ๓-๔ ชั่วโมงก่อนนอน) และพยายามออกกำลังกายภายใน ๒ ชั่วโมงก่อนอาหารมื้อเย็น

การคุมอาหารอย่างเดียวพบว่าลดน้ำหนักได้ยาก แต่ถ้าออกกำลังกายด้วยจะสามารถช่วยทำให้ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น การออกกำลังกายจะช่วยป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อ และยังช่วยทำให้ร่างกายมีกล้ามเนื้อมากขึ้นกว่าเก่าด้วย ฉะนั้นควรคุมอาหารควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย ถ้าออกกำลังกายโดยไม่คุมอาหาร ออกกำลังกาย เท่าไหร่ก็จะไม่สามารถลดน้ำหนักได้ เพราะขนมปัง ๑ แผ่น หรือไข่ไก่ ๑ ฟอง จะให้พลังงาน ๑๐๐ กิโลแคลอรี ซึ่งถ้าร่างกายจะเผาผลาญ ๑๐๐ กิโลแคลอรี เราจะต้องเดินหรือวิ่ง ๑ ไมล์!

ฉะนั้น ถ้ากินเต็มที่อาจจะต้องวิ่งถึง ๒๐ ไมล์ เพื่อที่จะเผาผลาญพลังงานที่กินหรือดื่มเข้าไปจากการกินอาหารเพียงมื้อเดียว! พยายามลดน้ำหนักตัวเพียงครึ่งถึง ๑ กิโลกรัมต่อสัปดาห์ และชั่งน้ำหนักทุกวันในเวลาเดียวกัน เช่น ชั่งช่วงเช้าหลังเข้าห้องน้ำ เพื่อที่จะดูว่าน้ำหนักไม่เพิ่มหรือลดเกินไปลดความอ้วน

ถึงแม้ฮิปโพเครตีสบิดาของวงการแพทย์ชาวกรีกได้กล่าวไว้หลายพันปีแล้ว แต่ยังเป็นคำกล่าวที่ยังเป็นความจริงอยู่จนถึงทุกวันนี้ และเป็นการแนะนำที่ดีที่สุด ถ้าทุกๆ คนทำตามนี้ได้จะป้องกัน ลดการเกิดโรคต่างๆ ได้มากมาย เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ สมอง ความดันเลือดสูง เบาหวาน มะเร็ง กระดูกพรุน อ้วน และภาวะแทรกซ้อนต่างๆ อาจจะตามมา

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าถ้าจะกินก็ควรจะกินให้เป็น และถ้าจะเป็นโรคต้องเป็นโรคที่ยังป้องกันไม่ได้ลดความอ้วน .

ลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนักด้วยเม็ดแมงลักดีท็อกล้างพิษ

ลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนักด้วยเม็ดแมงลักดีท็อกล้างพิษ ล้างลำไส้เม็ดแมงลัก (ชื่อภาษอังกฤษ คือ Hoary basil ต่อมาเปลี่ยนเรียกเป็น Lemon basil) ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน สำหรับวันนี้มีวิธีดีท็อกล้างพิษ ล้างลำไส้ ล้างทำความสะอาดของเสียภายในร่างกาย ง่ายๆไม่ยากแค่นำเม็ดแมงลัก ตักใส่แก้วประมาณ 2ช้อนชา ผสมน้ำร้อน 1 แก้ว ตั้งทิ้งไว้ 30นาที เมื่อเม็ดแมงลักแตกตัวเต็มแก้วก็นำมาดื่มก่อนนอน สำหรับใครที่ไม่ชอบรสชาติแบบเพียวๆของเม็ดแมงลักเราอาจจะใส่น้ำผึ้ง น้ำสมุนไพรที่เราชอบ น้ำหวานเฮลบลูบอย (แนะนำเป็นสีแดงนะค่ะกลิ่นไม่ฉุนเท่าสีเขียว แต่ถ้าใครชอบเฮลบลูบอยสีเขียวก็ใส่ได้ตามชอบเลยจ้า) การปรุงรสชาติเข้าไปจะทำให้เราทานง่ายขึ้น สำหรับเม็ดแมงลักนั้นจะมีใยอาหารสูงและมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ ที่ดีต่อร่างกาย จึงช่วยในการลากอุจจาระที่ตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหารออกมาได้อย่างดีเลยทีเดียว เราสามารถทานเม็ดแมงลักเป็นปกติได้ทุกวัน หรือ 3 – 4 วันต่อสัปดาห์ หรือจะทานช่วงเที่ยงร้อนๆ เติมน้ำแข็งลงไปเพื่อดับกระหายคล้ายร้อนไปในตัว นอกจากนี้ เม็ดแมงลักยังเป็นเมนูเครื่องดื่มที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ลดความอ้วน ลดหน้าท้อง ลดพุงที่ดีอีกด้วย เนื่องจากไม่ก่อให้เกิดพลังงาน แถมยังช่วยให้เราระบายถ่ายคล่อง อีกทั้งยังช่วยในการลดไขมันในเส้นเลือด และช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้อีกด้วย นับว่าเป็นเครื่องดื่มสารพัดประโยชน์ที่ดีต่อร่างกายเราอย่างมากเลยจ้า

เม็ดแมงลัก ลดน้ำหนัก ล้างลําไส้ลดความอ้วน

* หมายเหตุ : ข้อควรระวังในการทานเม็ดแมงลัก คือ ต้องรอให้เม็ดแมงลักแตกตัว พองตัวเต็มที่เสียก่อน เพราะแทนที่จะช่วยระบาย ก็อาจจะกลายเป็นทำให้ท้องผูกแทนได้ทันที

ดีท็อกขับถ่ายของเสีย ด้วยวิธีธรรมชาติ

สูตรที่ 1 – ดื่มนมสด 2 กล่อง (ปริมาณรวมประมาณ 500มิลลิลิตร) + กล้วยน้ำว้า 2 ผล
ควรทานก่อน 6 โมงเช้าเพื่อให้ร่างกายขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายก่อนที่เราจะทานอาหารเช้า แนะนำให้ช่วงแรกๆควรทานติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน เมื่อเราขับถ่ายอุจจาระเป็นเวลา คือก่อน 7 โมงเช้าแล้ว เราก็สามารถลดปริมาณการทานเหลือเพียงสัปดาห์ละ 2 ครั้งได้จ้า

สูตรที่ 2 – ผักบุ้ง 2 กำมือ ผัดหรือต้มลดความอ้วน
สาเหตุที่ให้ทานผักบุ้ง เพราะผักบุ้ง ในผักบุ้ง 100 กรัมจะให้พลังงาน 22 กิโลแคลอรี่ และประกอบด้วยเส้นใย วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆอีกด้วย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เป็นต้น ช่วยป้องกันโรคท้องผูก ช่วยทำความสะอาดของเสียที่ตกค้างในลำไส้ ผักบุ้งจีนมีฤทธิ์ช่วยในการขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะเหลือง ช่วยแก้อาการปัสสาวะเป็นเลือด ถ่ายออกมาเป็นเลือด ด้วยการใช้ลำต้นคั้นนำน้ำมาผสมกับน้ำผึ้งดื่ม ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ฯลฯ เห็นไหมละค่ะว่าแค่ผักบุ้งตัวเดียวก็ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมายจริงๆ สำหรับใครที่กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนักควรจะทานเป็นผักบุ้งต้ม ดีกว่านะค่ะ จะได้ไม่เพิ่มแคลอรี่ให้กับร่างกายมาก

เห็นไหมล่ะค่ะว่า เรามีวิธีการดีท็อกดีๆ ที่ทำได้ง่ายๆไม่ยุ่งยาก ที่ใครๆสามารถทำทานได้เองที่บ้าน มีสิ่งดีๆอย่าลืมบอกต่อ แชร์ต่อให้คนรอบข้าง ให้คนที่เรารักได้รักษาสุขภาพเหมือนเรานะค่ะ ลดความอ้วน.